- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 30 การมาเยือนของสิ่งลี้ลับ 3
ตอนที่ 30 การมาเยือนของสิ่งลี้ลับ 3
ตอนที่ 30 การมาเยือนของสิ่งลี้ลับ 3
.
.
ก่อนนอน เย่เจาเปิดไฟทุกดวงในแต่ละห้อง ปิดผ้าม่านจนสนิท และเปิดประตูทุกบานทิ้งไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดฉากน่ากลัวแบบในหนังสยองขวัญ
จากนั้นเธอจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เอนตัวลงบนเตียงและพยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองให้รีบหลับ หวังว่าจะได้นอนยาวจนถึงเช้า
เย่เจาเหนื่อยมาทั้งวัน อีกทั้งเส้นประสาทยังตึงเครียดตลอดเวลา จึงหลับลึกอย่างรวดเร็ว
กลางดึก เธอได้ยินเสียงแผ่วเบาดังมาจากใต้ตัว คล้ายเสียงนิ้วมือกำลังขูดไม้
ตอนแรกเป็นเพียงเสียงแกรก ๆ เบา ๆ ฟังดูน่ารำคาญเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ยิ่งรุนแรงและบ้าคลั่งขึ้น ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามฝ่าออกมาจากใต้เตียง…
ความง่วงงุนของเย่เจาหายวับไปในพริบตา
เสียงนั้นอยู่ใกล้เกินไป ราวกับถูกกั้นด้วยเพียงแผ่นกระดานบาง ๆ และสามารถทะลุออกมาจากเตียงได้ทุกเมื่อ!
ถ้าเธอไม่ได้เป็นคนกลัวตายและขี้ขลาดขนาดนี้ ป่านนี้คงกระโดดลุกพรวดขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้กลับตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความหวาดกลัว
ฉันจะบ้าแล้ว ฉันจะบ้าแล้ว! ทำยังไงดี?
[ค่าสติ -10]
[ค่าสติ: 60]
เมื่อค่าสติลดลงเหลือ 60 จะเริ่มเกิดภาพหลอน!
เย่เจารู้สึกขึ้นมาทันทีว่ามือสีขาวซีดเย็นเยียบจำนวนนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากเตียง กำลังคว้าร่างของเธอไว้ ราวกับต้องการลากเธอลงไปในเหวลึกอันไร้จุดสิ้นสุด!
ในชั่วขณะนั้น เหงื่อเย็นไหลชุ่มผ้าปูเตียงทั้งผืน
เย่เจาใช้สติที่เหลืออยู่เฮือกสุดท้ายควบคุมเสียงกรีดร้องที่เกือบหลุดออกมา
ยาฟื้นฟูสติปรากฏขึ้นในมือของเธอ เธอไม่แม้แต่จะมองมัน ก่อนจะปักเข็มลงบนต้นขาของตัวเองทันที!
ความเจ็บแปลบคมกริบทำให้เธอทั้งเจ็บและโล่งใจในเวลาเดียวกัน
หลังจากยาออกฤทธิ์ จิตใจที่ถูกความกลัวครอบงำก็กลับมาสงบอีกครั้ง
บนเตียงไม่มีมือประหลาดอะไรทั้งนั้น แม้แต่เสียงขูดจากใต้เตียงก็หายไปในวินาทีนั้น
ความหวาดกลัวที่เคยพุ่งทะยานถึงขีดสุดของเย่เจาคลายลงในที่สุด และดูเหมือนเธอจะไม่กลัวมากเท่าเดิมแล้ว
[ค่าสติ: 100]
ที่แท้ยิ่งค่าสติต่ำ ก็ยิ่งหวาดกลัวสิ่งลี้ลับมากขึ้น และยิ่งอ่อนไหวต่อการมีอยู่ของสิ่งลี้ลับเหล่านั้นมากขึ้นด้วย
ช่วงครึ่งหลังของคืนค่อนข้างสงบ
เย่เจาหลับ ๆ ตื่น ๆ จนฟ้าสาง ทุกครั้งที่หลับตาเธอจะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังจ้องมองเธออยู่
โชคดีที่ไม่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นอีก ทำให้เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก
วันที่ 2 ของการเข้าเกม
เย่เจายืนอยู่หน้ากระจก มองรอยคล้ำใต้ตาของตัวเอง ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า
“เป็นอีกวันที่แสนงดงาม~”
มื้อเช้าเธอต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้มยำสองถ้วย ใส่น้ำส้มสายชูเพิ่มจนเต็ม
ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด
เหมือนชีวิตอันแสนวิเศษของเธอไม่มีผิด!
ขอบคุณท่านยมทูต และขอบคุณเกมเอาชีวิตรอด!
ถึงเวลาทำนายประจำวันอีกแล้ว ขอให้พระโพธิสัตว์คุ้มครอง ให้ทุกอย่างราบรื่นด้วยเถอะ
[กำลังใช้สกิลพยากรณ์ ระดับปัจจุบันของสกิลพยากรณ์ Lv.1 ระยะเวลาทักษะ 10 วินาที]
ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง พนักงานครัวชายยกจานอาหารออกมาด้านหน้าแล้วพูดว่า
“โต๊ะ 5 หมูผัดกะหล่ำปลีได้แล้วครับ”
หญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ
“คุณมองเห็นฉันเหรอ? คุณมองเห็นฉันเหรอ?”
พนักงานชายตกใจจนหน้าถอดสี
วินาทีต่อมา หญิงสาวคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เขา เขารีบหยิบยันต์ขับไล่วิญญาณออกมาจากกระเป๋าอย่างลนลาน
หญิงสาวส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนหายวับไป
พนักงานชายวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แล้วจึงเห็นลูกค้าผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะหมายเลขห้าไม่ไกลออกไป
เชี่ย!
โดนหลอกเข้าแล้ว!
“เถ้าแก่ พ่อผมตาย ผมต้องกลับบ้าน ขอค่าแรงวันนี้เลยได้ไหม?”
ใบหน้าเถ้าแก่ดำทะมึนยิ่งกว่าก้นหม้อ เขาหยิบเงิน 60 หยวนให้แล้วไล่อีกฝ่ายออกไป
…
พนักงานหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งยอง ๆ ล้างจานอยู่ในครัวร้านหม้อไฟ เธอก้มหน้าก้มตาล้างจานตลอดเวลา คิดว่าถ้าไม่เงยหน้าก็คงไม่เจออะไรประหลาด
“รีบหน่อยสิ! ข้างหน้าจานไม่พอแล้ว!”
“ล้างอยู่ ๆ!”
เอาแต่เร่งอยู่ได้!
ได้ค่าแรงวันละ 50 หยวน แต่ต้องทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า! ยังจะเอาอะไรอีก?
เธอบ่นในใจ แต่ก็ยังคงล้างจานอย่างเชื่องช้าตามเดิม
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู เป็นเสียงเย็นเยียบชวนขนลุก
“เมื่อกี้คุณได้ยินฉันใช่ไหม~”
พนักงานหญิง: ?!
เธอกรีดร้องและเสียหลักล้มลงในอ่างล้างจานทันที
เมื่อพยายามควานหายันต์ขับไล่วิญญาณ กลับพบว่ายันต์ถูกใช้หมดไปแล้ว!
ผีผู้ชายกลายเป็นเงาดำสายหนึ่ง ก่อนจะกลืนกินเธอเข้าไป
ภายในครัวยังคงวุ่นวายจอแจ ไม่มีใครสังเกตเลยว่าพนักงานหญิงคนหนึ่งหายตัวไปแล้ว
…
ในห้องเช่าของตัวเอง
ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งกำลังนอนเล่นเกมมือถือ
“ฮ่า ๆ เดือนนี้เหมือนเป็นวันหยุดพักร้อนของฉันเลย!”
เธอเช่าห้องแบบจ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือนและแชร์กับคนอื่น ใช้เงินไปเพียง 1,400 หยวน ส่วนที่เหลือ 1,600 หยวนก็เพียงพอให้ประหยัดใช้ได้ตลอดเดือน
ตราบใดที่ไม่ออกไปเพ่นพ่าน โอกาสเจอสิ่งลี้ลับก็จะลดลงมาก และโอกาสรอดชีวิตก็สูงขึ้นมากเช่นกัน
ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงอ่อนโยน
“คุณคือผู้เช่าคนใหม่ใช่ไหม?”
ผู้เล่นหญิงกำลังจะตอบกลับ แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดของคนรุ่นก่อนขึ้นมาได้
ผีจะเคาะประตูสี่ครั้งเท่านั้น
เธอตกใจจนตัวแข็งทื่อทันที
เสียงเคาะดังขึ้นอีกสองสามครั้ง ก่อนด้านนอกจะกลับมาเงียบสงบในที่สุด
ผู้เล่นหญิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วก็เริ่มกังวลอีกครั้ง
เพราะเวลาประหม่า เธอมักจะปวดห้องน้ำ และห้องรองที่เธอเช่าไม่มีห้องน้ำในตัว
เธอลังเลอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตูออกเป็นรอยแคบ ๆ
เพียงแค่รอยแยกเล็กน้อย เธอก็เห็นใบหน้าซีดขาวใบหนึ่งแนบอยู่ตรงช่องประตู ดวงตาดำสนิทกำลังจ้องมองเธอ!
“อ๊าาาาา!!!”
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว ผู้เล่นหญิงก็ยังตกใจจนกรีดร้องออกมา
คุณมองเห็นฉันใช่ไหม?
ผู้เล่นหญิงรีบคว้าดาบไม้ท้อออกมาจากกระเป๋า แล้วฟันใส่ผีผู้หญิงอย่างบ้าคลั่ง
ผีผู้หญิงกรีดร้องเสียงแหลม ก่อนหายตัวไปจากจุดนั้นทันที
…
บนสะพานลอย
ชายผมยาวรุงรังคนหนึ่งนอนขอทานอยู่ริมถนน เขาหลับตา มือหนึ่งถือชาม อีกมือถือไม้ตะเกียบเคาะไปมา
“ขอความเมตตาจากพี่น้องผู้ใจบุญที่ผ่านไปผ่านมาด้วยครับ…”
คนใจบุญบางคนอาจโยนเงินให้หนึ่งหรือสองหยวน
เพราะเขาแกล้งทำเป็นคนตาบอด เขาไม่จำเป็นต้องพูดขอบคุณ เพียงแค่พึมพำซ้ำ ๆ
“ขอความเมตตาด้วยครับ… ขอความเมตตาด้วยครับ…”
สิ่งลี้ลับตนหนึ่งเดินผ่านเขาไป แต่เขาไม่ตอบสนองใด ๆ ราวกับมองไม่เห็นและไม่ได้ยิน
จนกระทั่งมีเหรียญตกลงในชาม เกิดเสียงดังแผ่วเบา
ผู้เล่นขอทาน: “ขอความเมตตาด้วยครับ… ขอความเมตตาด้วยครับ…”
อีกฝ่ายพยายามเดินเข้ามาใกล้ ทันใดนั้น กระจกทองสัมฤทธิ์บานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเอวของผู้เล่นขอทาน
สิ่งลี้ลับตนนั้นถูกแสงจากกระจกกระแทกเข้าใส่ ส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนถูกดีดกระเด็นหายไปจากตรงนั้น
[การใช้สกิลพยากรณ์สิ้นสุด]
[สกิลพยากรณ์เข้าสู่สถานะคูลดาวน์]
[CD: 24 ชั่วโมง]
เย่เจาลืมตาขึ้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
ดูเหมือนชีวิตของทุกคนจะลำบากพอ ๆ กัน
แต่เมื่อคิดถึงอุปกรณ์ขับไล่วิญญาณมากมายเหล่านั้น โดยเฉพาะกระจกทองสัมฤทธิ์ที่เห็นในภาพสุดท้าย เธอก็อดใจเต้นไม่ได้
ถ้าเธอมีกระจกทองสัมฤทธิ์แบบนั้นแขวนไว้หน้าประตูบ้าง จะไม่ต้องกังวลว่าวิญญาณร้ายจะบุกเข้าห้องอีก และในที่สุดก็คงได้นอนหลับดี ๆ สักคืน
ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา
15 วันไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ ย่อมมีสักช่วงที่สิ่งลี้ลับฉวยโอกาสตอนเธอเผลอได้แน่นอน
เมื่อรู้ว่าภาพอนาคตที่เห็นมีข้อมูลจำกัด อีกทั้งเธอยังไม่คุ้นเคยกับเมืองนี้เลย การจะหาสะพานลอยในภาพให้เจอภายในเวลาอันสั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
เย่เจาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนเริ่มค้นหารูปภาพของสะพานลอยในเมือง D บนอินเทอร์เน็ตทันที
.
.
จบ.