เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 605 : ไม่เป็นไรที่จะเป็นแม่บ้านของนาย?

ตอนที่ 605 : ไม่เป็นไรที่จะเป็นแม่บ้านของนาย?

ตอนที่ 605 : ไม่เป็นไรที่จะเป็นแม่บ้านของนาย?


ตอนที่ 605 : ไม่เป็นไรที่จะเป็นแม่บ้านของนาย?

ปอดของโจวจื่อจื่อแทบจะระเบิดด้วยความโกรธ

เธอตะโกนใส่เจียงเฉินว่า “นาย นายมีอะไรบ้าง นายหยิ่งนักหรอ?! นายไม่รู้จริงๆหรอว่าท้องฟ้ามันสูงแค่ไหน!”

เจียงเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันหัวของเขาก่อนจะยิ้มออกมา "ฉันไม่มีอะไรมากหรอกแต่อย่างไรก็ตาม ที่ดินที่บ้านของฉันมันก็เป็นแค่ทุ่งหญ้าและบ่อน้ำเท่านั้น!"

“ทุ่งหญ้า บ่อน้ำ มันคืออะไรกัน?”

โจวจื่อจื่อพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

เจียงเฉินยิ้มเล็กน้อย "มีแค่ทุ่งหญ้ามันก็คือทุ่งถ่านหิน! บ่อน้ำก็คือบ่อก๊าซธรรมชาติ!"

พรูด!

คนรอบข้างที่ดูอยู่ก็ล้มลงทีละคน

“น้องชายคนนี้หยิ่งเกินไปแล้ว!”

"นี่เรื่องจริงหรือหลอก?"

“เรื่องแบบนี้มันคงไม่สามารถเอามาพูดโกหกกันได้หรอกใช่ไหม?”

โจวจื่อจื่อตกตะลึง

"ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมีเหมืองแบบครอบครัวของฉันกัน?"

"ไม่!"

เธอพูดออกมาเสียงดังพร้อมกับมือของเธอที่นำไปเท้าที่สะโพกของเธอ "เห็นได้ชัดว่าคุณนายกำลังโกหก! ครอบครัวของฉันต่างหากที่มีเหมืองอยู่จริงๆ!"

เจียงเฉินเหลือบมองเธออันที่จริง เขารู้มานานแล้วว่าครอบครัวของโจวจื่อจื่อนั้นทำกิจการเหมืองและพวกเขาค่อนข้างรวย

แต่

เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเขาแล้วอีกฝ่ายนั้นก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย

จะมีเงินหรือไม่นั้นไม่สำคัญแต่มันสำคัญอยู่ที่ว่าคุณกำลังเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร

เมื่อเทียบกับคนทั่วไปแล้ว สถานะทางครอบครัวของโจวจื่อจื่ออาจจะเรียกได้ว่าสูงกว่ามากและทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเธอ

แต่.....

เมื่อเทียบกับเจียงเฉิน?

ฮ่าๆๆๆ

มีเหมืองที่บ้าน?

เจียงเฉินยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา

โจวป๋อก็กระโดดออกมาและชี้ไปที่เจียงเฉินและพูดออกมาด้วยความโมโหว่า “เจียงเฉิน! แกรอก่อนเถอะ! กราเมาอ้วกต่อหน้าตระกูลโจวของฉัน แกรู้หรือเปล่าว่าตระกูลโจวของฉันร่ำรวยมากแค่ไหน?! เรามีทั้งเหมือนถ่านหินและบ่อน้ำมันอยู่ที่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ! น้องสาวของฉันตกหลุมรักแกแต่แกกลับปฏิเสธเธองั้นเหรอ?!”

เมื่อโจวป๋อพูดออกมาแบบนั้นหลายคนก็ตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที

“พระเจ้าช่วย! จริงๆแล้วพวกเขาเป็นคุณหนูกับนายน้อยตระกูลโจวทางภาคตะวันตกเฉียงเหนืองั้นหรอ?!”

“ตระกูลโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือ พวกเขาเป็นใครกัน?”

“พวกเขาเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ! ที่บ้านของพวกเขาทำธุรกิจเหมือง! เป็นเหมืองขนาดใหญ่มากด้วย!”

“แถมที่บ้านของพวกเขายังมีบ่อน้ำมันด้วย!”

คนที่ดูอยู่รอบๆก็พากันตกตะลึง

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังตกอยู่ในอันตราย

ในเวลานี้เองมู่เฉิงเฉิงและเฉินเค่อเฉียนก็บังเอิญเดินผ่านมาพอดีและเมื่อเห็นว่าเจียงเฉินถูกหญิงสาวที่ขับรถสปอร์ตขวางทางเอาไว้ พวกเธอจึงรีบเข้ามาทันที.....

“พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?”

“หือ? เจียงเฉิน!”

สาวงามทั้งสองคนยืนอยู่ต่อหน้าเจียงเฉินและจ้องมองไปทางพี่น้องโจวป๋อและโจวจื่อจื่อ

“ทำไมคุณถึงมารังแกเจียงเฉิน?!”

เฉินเค่อเฉียนที่มีบุคลิกที่ร้อนแรงและกล้าพูดทุกอย่างที่ตัวเธอคิดก็พูดออกมาทันที

โจวจื่อจื่อพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา “ฉันตกหลุมรักแฟนของพวกเธอแล้ว! ฉันจะจ่ายให้พวกเธอหนึ่งพันล้านหยวน! รีบเก็บของแล้วออกไปจากชีวิตเขาซะ!”

เฉินเค่อเฉียนและมู่เฉิงเฉิงมองหน้ากัน

คนที่ดูอยู่ก็พากันอิจฉาอีกครั้ง

“หนึ่งพันล้าน!”

“สาวสวย เธออยากเห็นแฟนของฉันมั้ย ฉันยอมขายได้เลย!”

“ฉันไม่คหนึ่งพันล้าน แฟนของฉันฉันขายให้สิบล้านก็พอ!”

“ของฉันแค่หนึ่งล้านก็พอแล้ว!”

ในเวลานี้เองก็มีรถ Bentley ขับเข้ามาจอดตรงหน้าคนทั้งสาม

ชายชราคนหนึ่งก้าวลงออกมาจากรถ

“พ่อ!”

โจวป๋อตกตะลึงทันทีที่เห็น

“พ่อ!”

“โจวจื่อจื่อวิ่งเข้าไปหาชายชราอย่างร่าเริง

ชายชราคนนี้เป็นผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือเขาก็คือหัวหน้าตระกูลโจว-โจวฉื่อหรง!

โจวฉื่อหรงเนี่ยไม่ได้มองไปทางโจวจื่อจื่อเลย แต่เขากลับเดินไปหาเจียงเฉินด้วยความเคารพ

เมื่อเขาไปอยู่ต่อหน้าเจียงเฉินแล้วเขาก็โค้งคำนับให้ทันที

“ขอโทษด้วยนะครับคุณเจียงเฉิน คุณใช้ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทดูไบปิโตรเลียมหรือเปล่าครับ?”

เมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้นโจวป๋อและโจวจื่อจื่อก็ตกตะลึงทันที!

“อะไรนะ บริษัทดูไบปิโตรเลียม? นั่นไม่ใช่บริษัทน้ำมันในดูไบที่พวกเราเพิ่งจะลงทุนไปมหาศาลไม่ใช่หรอ?”

แม้ว่าโจวป๋อจะมีนิสัยที่ขี้เล่นแต่เขาก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของโจวฉื่อหรง แน่นอนว่าเขาเองก็ต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่ที่พ่อของเขาเพิ่งจะลงทุนไป

นั่นก็คือช่วงเวลาเมื่อปีที่แล้วหลังจากที่พ่อของเขาขายเหมืองและลงทุนไปกับบริษัทน้ำมันในต่างประเทศ พวกเขาได้ทำการ เปลี่ยนเงินหยวนจำนวนทั้งหมดสามหมื่นห้าพันล้านหยวนให้กลายเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐและทำการลงทุนในบริษัทดูไบปิโตรเลียม!

ลงทุนครั้งเดียวถึงห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ!

ดังนั้นสัดส่วนในการถือหุ้นของบริษัทดูไบปิโตรเลียมของตระกูลโจวจึงสูงถึง 80%!

แต่ในตอนนี้โจวฉื่อหรงกลับพูดออกมาว่าเจียงแชทนั้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทดูไบปิโตรเลียม?

เป็นไปได้ไหมว่า?

“พ่อครับ พอเข้าใจผิดแล้ว คนๆนี้จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทดูไบปิโตรเลียมของเราได้ยังไงกัน ฮ่าๆๆๆ”

โจวจื่อจื่อเองก็ยิ้มออกมา “บริษัทดูไบปิโตรเลียมเป็นของเจ้าชายของประเทศดูไบ ปีที่แล้วกว่าพวกเราจะซื้อไม่ได้เราก็ต้องไปหาเจ้าชายถึงสองสามครั้ง ดังนั้นแล้วเจ้าชายจะทำเรื่องใหญ่แบบนี้ได้ยังไงกัน?”

“ไอ้พวกลูกเวร!”

บนหน้าผากของโจวฉื่อหรงเต็มไปด้วยเส้นสีน้ำเงินและเขาก็ตบหน้าของโจวป๋ออย่างรุนแรง!

โจวป๋อเซจนเกือบจะล้มลงกับพื้นทันที!

“พ่อครับ?”

จมูกของโจวป๋อมีเลือดไหลออกมา แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะขัดขืนโจวฉื่อหรงเพราะว่าเขาเคยได้บทเรียนมาก่อนแล้วและในครั้งนั้นมันก็เกือบทำให้เขาขาหัก

โจวฉื่อหรงคำรามออกมา “พวกแกสองคน! กล้าดียังไงถึงทำให้ผู้ถือหุ้นเจียงเฉินขุ่นเคือง พวกแกไม่รู้เลยเหรอว่าในปีนี้บอสเจียง กับคุณวอร์เรนบัฟเฟตต์ใช้เงินอย่างน้อยหนึ่งแสนล้านดอลลาร์เพื่อร่วมกันซื้อหุ้นของบริษัทดูไบปิโตรเลียมไปแล้วดังนั้นพวกเขาจึงมีอำนาจในบอร์ดบริหารอย่างแน่นอน! แล้วพวกแกกล้าดียังไงถึงมายั่วยุเขาแบบนี้?!”

โจวป๋อและโจวจื่อจื่อตกตะลึงในทันที

รอยนิ้วทั้งห้ายังปรากฏอยู่บนใบหน้าของโจวป๋อและความเจ็บปวดจากการถูกตีก็ยังอยู่ แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่เจ๊ามองไปที่เจียงเฉินที่กำลังจ้องมองตัวเขาราวกับกำลังมองดูคนโง่.....

“เขาร่วมมือกับบัฟเฟตต์ ใช้เงินไปกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อควบคุมบริษัทดูไบปิโตรเลียม?”

“ครอบครัวของฉันครอบครองบ่อน้ำมัน แต่ปรากฏว่าเขาเป็นเจ้าของที่แท้จริงของมัน?”

“แล้วนี่ฉันกล้าดียังไงถึงจะไปแย่งแฟนของเขา?”

“…..”

โจวฉื่อหรงพูดออกมาด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด “ถ้าไม่ใช่เพราะว่าทำบริษัทดูไบปิโตรเลียมโทรมาเตือนฉัน ฉันก็คงไม่รู้เรื่องมาก่อนว่าพวกแกสองคนกำลังมายั่วยุคุณเจียงชัดอยู่ข้างนอก!”

เขาตะโกนออกมาอีกครั้งและเตะโจวป๋อ “แก! ไอ้สารเลว! สมองแกมีปัญหาหรือยังไงถึงคิดจะไปแย่งแฟนของคุณเจียง! แถมแกยังลากน้องสาวของแกมาทำเรื่องผิดผิดแบบนี้อีก! ฉันจะฆ่าแก!”

โจวป๋อกรีดร้องออกมา

ในขณะที่โจวฉื่อหรงกำลังทุบตีลูกชายของตัวเอง เขาก็ยังคงหันมาก้มหัวให้กับเจียงเฉินแล้วพูดออกมายังข่มขื่น

“ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆบอสเจียง! เป็นลูกของผมเองที่ไม่มีหัวคิด!”

“วันนี้ผมจะต้องให้คำอธิบายให้กับคุณให้ได้อย่างแน่นอน!”

“ผมจะลงโทษเขาด้วยการตอนของเขาทิ้งไป!”

ใบหน้าของโจวป๋อเปลี่ยนไปสีเขียวทันทีเมื่อได้ยินว่าพ่อของเขากำลังจะตอนน้องชายของเขา!

โอ้พระเจ้า!

นี่พ่อกำลังจะฆ่าฉันเหรอ?!

เฉินเค่อเฉียนและมู่เฉิงเฉิงมองหน้ากันโดยที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เจียงเฉินโบกมือของเขา “คุณโจวไม่ต้องกลัวขนาดนั้นหรอก มันเป็นความผิดของลูกทั้งสองคนของคุณจริงๆแต่มันไม่ใช่ความผิดของคุณแล้วมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่ที่จะทุบตีพวกเขาแบบนี้”

โจวป๋อถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันคงจะจบลงเพียงแต่เท่านี้

แต่ใครจะไปคิด

เจียงเฉินกับยิ้มและหยิบแท่งเหล็กหนาออกมาแล้วยื่นให้กับโจวฉื่อหรง “ถ้าคุณต้องการที่จะตีเขาคุณก็ต้องใช้อันนี้! มันได้ผลดีทีเดียวเลยนะ”

ดวงตาของโจวฉื่อหรงเต็มไปด้วยความหมองคล้ำและเขาก็หยิบแท่งเหล็กขึ้นมา

เดิมทีเขาต้องการที่จะแสดงต่อหน้าเจียงเฉินเพียงแค่แสร้งทำเป็นตีลูกชายของตัวเอง แต่เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเฉินจะหาอาวุธให้เขาแบบนี้......

โจวฉื่อหรงไม่มีทางเลือกอื่น

เขาหยิบแท่งเหล็กขึ้นมาแล้วกัดฟันพูดว่า “คุณเจียง! เพื่อเป็นการขอโทษคุณ วันนี้ผมจะเป็นคนลงโทษเขาให้เอง!”

เมื่อพูดจบเขาก็ใช้แท่งเหล็กตีโจวป๋อ

เสียงกรีดร้องอันน่าสงสารของโจวป๋อดังลั่นออกมา

“ไว้ชีวิตผมด้วยคุณเจียง ว่าชีวิตผมด้วย ผมไม่กล้าอีกแล้ว!”

เจียงเฉินยิ้มออกมาก่อนที่จะกอดแฟนสาวเฉินเค่อเฉียนและมู่เฉิงเฉิงทั้งสองคนก่อนจะปิดปากและหัวเราะออกมาที่เห็นโจวป๋อถูกทุบตีโดยพ่อของตัวเอง....

มือของโจวฉื่อหรงเริ่มรู้สึกเจ็บ

แต่เขาก็ยังคงไม่วางแท่งเหล็กลงและเขาก็พูดขอโทษเจียงเฉิน “คุณเจียง เป็นความผิดของผมเองที่สั่งสอนพวกเขาได้ไม่ดีแบบโปรดยกโทษให้พวกเขาด้วยนะครับ”

เจียงเฉินยิ้ม “ในเมื่อพวกเขาไม่รู้คุณก็ต้องสั่งสอนบทเรียนให้กับพวกเขาสิ ทำไมถึงต้องตีพวกเขาอย่างรุนแรงแบบนี้ด้วย?”

โจวป๋อที่กำลังจะตาย เมื่อได้ยินเจียงเฉินพูดออกมาแบบนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก!

เห็นได้ชัดว่าแกเป็นคนเอาแท่งเหล็กนี้มอบให้กับพ่อของฉันเองเพื่อทุบตีฉันไม่ใช่เหรอ?!

แล้วตอนนี้แกยังจะทำตัวเป็นคนดีอีก?

ฉัน……

ด้วยความโศกเศร้าและความโกรธ โจวป๋อก็กระอักเลือดออกมาจนเกือบตาย

“แล้วคุณสบายใจขึ้นหรือยังครับ?”

โจวฉื่อหรงหัวเราะและขอโทษออกมา

ดวงตาของเจียงฉันตกไปที่โจวจื่อจื่อที่กำลังตกตะลึงอยู่ด้านข้างและพูดออกมาว่า “เรื่องลูกชายของคุณจบไปแล้ว แต่ว่าลูกสาวของคุณ…..”

เจียงเฉินยิ้มออกมา “อย่างไรซะก่อนหน้านี้ลูกสาวของคุณก็เพิ่งจะข่มขู่ผมไป”

ทันทีที่โจวฉื่อหรงได้ยินแบบนั้นเขาก็กัดฟันและเตรียมที่จะตีโจวจื่อจื่อด้วยแท่งเหล็ก

โจวจื่อจื่อที่เห็นแบบนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

เธอนั้นได้เห็นตัวอย่างจากพี่ชายที่น่าสงสารของเธอแล้ว

เธอนั้นจะต้องทนไม่ได้อย่างแน่นอน

เธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุ 18 ปีที่เรียนการเต้นเธอไม่สามารถทนกับการถูกทุบตีแบบนี้ได้

เจียงเฉินพูดออกมา “คุณโจว อย่าเพิ่งสิ”

โจวจื่อจื่อมองดูเจียงเฉินอย่างซาบซึ้ง

ผู้ชายคนนี้ต้องการที่จะช่วยชีวิตฉันในวินาทีสุดท้ายจริงๆงั้นเหรอ?

ขอบคุณ!

โจวฉื่อหรงก็รู้สึกโล่งใจมากเช่นกัน

โจวจื่อจื่อเป็นลูกสาวที่เขารักมากที่สุด ตอนนี้เขาทุบตีลูกชายของตัวเองไปแล้วแต่หากเขายังต้องมาทุบตีโจวจื่อจื่ออีกเขาก็ลังเลไม่น้อยเลย

เจียงเฉินชี้ไปที่โจวจื่อจื่อ “แต่อย่างไรก็ตาม จริง โทษตายสามารถยกเว้นได้ แต่เธอก็ไม่สามารถหลีกหนีเจ้าความผิดของตัวเองได้เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้ผมขุ่นเคือง!”

“คุณหมายถึงอะไร?”

โจวฉื่อหรงถามออกมาอย่างระมัดระวังด้วยความตกตะลึง

เจียงเฉินพูดออกมา “ในเมื่อคุณไม่สามารถสั่งสอนลูกสาวของคุณให้เป็นคนดีได้งั้นก็ส่งเธอมาให้ผมเป็นคนลงโทษเธอด้วยตัวเอง! ช่วงเวลาต่อจากนี้โจวจื่อจื่อจะต้องมาอยู่เคียงข้างผมในฐานะคนรับใช้!”

“อะไรนะ?”

ใบหน้าของโจวจื่อจื่อแดงก่ำไปด้วยความโกรธ “นาย นายต้องการให้ฉันไปเป็นคนรับใช้งั้นหรอ?!”

เจียงเฉินมองเธอ “อะไรกัน? เธอไม่เห็นด้วยงั้นหรอ งั้นก็ดี! คุณโจว เชิญลงมือได้เลย!”

“ไม่ ไม่!”

เมื่อโจวจื่อจื่อที่เห็นว่าพ่อของเธอกำลังถือแท่งเหล็กขนาดใหญ่ที่มีเลือดอยู่ในมือเธอก็ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เธอจึงรีบอ้อนวอนขอความเมตตา “ฉันรู้แล้วว่าฉันผิดไปจริงๆ พี่เฉิน ฉันผิดไปแล้วจริงๆ”

“พูดไปก็ไม่มีประโยชน์”

เจียงเฉินพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “ถ้าเกิดว่าคำขอโทษมันมีประโยชน์มากขนาดนั้นแล้วเราจะมีตำรวจไปทำไมกัน?”

“งั้นฉันต้องไปเป็นคนรับใช้จริงๆใช่ไหม”

โจวจื่อจื่อทำได้เพียงหลั่งน้ำตาที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจมาจากดวงตาที่สวยงามของเธอ

น้ำตาของดอกไม้ประจำโรงเรียนการแสดงปักกิ่ง....

เคยมีชีวิตที่สูงส่ง....

แต่ตอนนี้กลับต้องกลายมาเป็นคนรับใช้.....

ลูกสาวของมหาเศรษฐีผู้สง่างาม ดอกไม้ประจำโรงเรียนการแสดงที่หยิ่งผยอง ถูกเจียงเฉินกำหนดให้กลายเป็นเพียงแค่คนรับใช้!

จบบทที่ ตอนที่ 605 : ไม่เป็นไรที่จะเป็นแม่บ้านของนาย?

คัดลอกลิงก์แล้ว