- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 142 ระดับ 70 ภายนอกสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว
ตอนที่ 142 ระดับ 70 ภายนอกสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว
ตอนที่ 142 ระดับ 70 ภายนอกสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว
การเดินทางจากสถาบันสื่อไหลเค่อไปยังเมืองเทียนโต่วใช้เวลาหลายวัน
ช่วงเวลานี้เย่มู่เอาแต่ฝึกฝนอยู่ภายในรถม้า พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และในตอนที่ใกล้จะถึงเมืองเทียนโต่ว ในที่สุดเขาก็ทะลวงผ่านระดับ 70 ได้สำเร็จ!
กลางดึกคืนนั้น วงแหวนวิญญาณวงที่เจ็ดที่ระบบมอบให้ก็ส่งมาถึง... วงแหวนวิญญาณสีแดงระดับแสนปี!
ในที่สุดวิญญาณยุทธ์ที่หนึ่งก็มีวงแหวนวิญญาณแสนปีเสียที คิดแล้วก็แอบตื่นเต้นไม่น้อย
ส่วนวิญญาณยุทธ์ที่สองกระบี่เทียนตี้ วงแหวนวิญญาณวงที่ 5 ก็ระดับแสนปีแล้ว และวงที่ 6 ก็ปาเข้าไปถึงหนึ่งแสนสองหมื่นปี!
มาตอนนี้ วงแหวนวิญญาณวงที่ 7 ที่ระบบมอบให้กับกระบี่เทียนตี้ กลับมีอายุถึงสองแสนปี!
วงแหวนวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ มากพอที่จะทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน
แต่พอนึกถึงโปรแกรมโกงที่ถังซานใช้ในต้นฉบับ ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะมีวงแหวนวิญญาณแสนปีเยอะกว่านี้อีกนะ
โชคดีที่ตอนนี้อีกฝ่ายกลายเป็นเศษสวะไปแล้ว โอกาสที่จะได้วงแหวนแสนปีในอนาคตแทบจะเป็นศูนย์
การเลื่อนระดับของเย่มู่เป็นไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้สร้างความแตกตื่นอะไร ตอนที่รับวงแหวนวิญญาณ เขาก็เลือกที่จะออกไปข้างนอกคนเดียวในตอนดึก
ตอนนี้พลังวิญญาณถึงระดับ 70 แล้ว แถมได้วงแหวนวิญญาณวงที่ 7 มาครอง คงได้เวลาพิจารณาเรื่องหักขาหมาๆ ของไต้มู่ไป๋ เพื่อทำบททดสอบเทพเจ้าขั้นที่ 3 ให้สำเร็จเสียที
"ที่นี่ก็คือสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว"
รถม้าหยุดลง ทุกคนพากันลงจากรถ แต่พอเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
"เจ้าแน่ใจนะว่าที่นี่คือสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว?" ฝูหลันเต๋อแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา มันคือภูเขาลูกใหญ่ชัดๆ!
"ถูกต้อง ภูเขาทั้งลูกนี้เป็นของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วทั้งหมด รวมถึงป่าด้านหลังและทะเลสาบที่ตีนเขาฝั่งซ้ายก็อยู่ในเขตการดูแลของสถาบันเช่นกัน" นิ่งหรงหรงอธิบายอย่างราบเรียบ
"พวกเรากำลังจะเข้าสู่เขตของสถาบันแล้วล่ะ"
ฝูหลันเต๋อขยี้ตาตัวเอง ยังคงยากที่จะเชื่อ
สถาบันบ้าอะไรจะมีพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้? แถมสภาพแวดล้อมก็ดูดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นดินแดนสุขาวดีตัดขาดจากโลกภายนอก
"เอาเถอะ ข้ามันกบในกะลาเอง ขึ้นเขา!"
ฝูหลันเต๋อรู้สึกเหมือนจิตใจดวงน้อยๆ ของตนถูกทำร้าย สถาบันสื่อไหลเค่อของเขาตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แต่สถาบันราชวงศ์เทียนโต่วกลับหรูหราโอ่อ่าถึงเพียงนี้!
กลุ่มของเย่มู่เดินรั้งท้ายขบวน
เสี่ยวอู่รู้ดีว่าหลังจากนี้น่าจะมีเรื่องเกิดขึ้น องค์ชายเสวี่ยเปิงกำลังจะปรากฏตัวแล้วสินะ?
สำหรับเสวี่ยเปิง เสี่ยวอู่รับรู้เรื่องราวของเขาจากนิยายที่เย่มู่เล่า ภายนอกดูเป็นคุณชายเสเพล ไม่เอาถ่าน แต่ความจริงแล้วแอบซ่อนคมอดทนอดกลั้นมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นนินจาเต่าขนานแท้ ความเสเพลเป็นแค่เกราะกำบัง เป็นสีสันอำพรางตัวของเขา!
ตามเนื้อเรื่องที่เย่มู่เขียนไว้ พวกเขาน่าจะเจออีกฝ่ายตอนกำลังขึ้นเขานี่แหละ!
และก็เป็นอย่างที่คิด ฝูหลันเต๋อที่เดินนำหน้าไปได้ไม่กี่ก้าว ปัญหาก็พุ่งเข้าชน
"หยุดนะ พวกเจ้าเป็นใคร?"
วิญญาจารย์อายุราวๆ 18-19 ปีจำนวน 10 คน ยืนขวางทางทุกคนไว้ แม้จะยังไม่ได้เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา แต่ก็ดูออกว่าไม่ได้มาดี แถมชุดนักเรียนสีเหลืองอ่อนนั่น ก็บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาคือนักเรียนของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว
ฝูหลันเต๋อปรายตามองคนพวกนี้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงห้าวๆ ว่า "พวกเรามาจากสถาบันสื่อไหลเค่อ มาตามคำเชิญของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วของพวกเจ้า นำทางไปสิ"
ทว่า ชายหนุ่มที่เป็นหัวโจกกวาดสายตามองฝูหลันเต๋อและคนอื่นๆ บนใบหน้าปรากฏแววตาเหยียดหยามอย่างชัดเจน
"สภาพบ้านนอกคอกนาอย่างพวกเจ้าเนี่ยนะ สถาบันจะเชิญมา? ข้าว่าพวกเจ้าเป็นขอทานมาจากที่ไหนสักแห่งมากกว่า ไสหัวไปซะ! ไม่อย่างนั้น พวกข้าคงต้องใช้กำลังแล้ว!"
เดินทางตั้งเจ็ดแปดวัน สภาพของคนจากสื่อไหลเค่อก็ดูมอมแมมคลุกฝุ่นไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้น
ฝูหลันเต๋อหน้าทะมึน คนของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วดูถูกคนกันขนาดนี้เลยหรือ? มองพวกเราเป็นขอทานงั้นรึ? น่าขันสิ้นดี!
ฝูหลันเต๋อยังไม่ทันได้โกรธ คนของสื่อไหลเค่อก็ปรี๊ดแตกกันแล้ว
ไต้มู่ไป๋พุ่งพรวดมาขวางหน้าฝูหลันเต๋อ ปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นเยียบออกมาในพริบตา
ช่วงเวลาที่เดินทางมานี้ เขาเห็นจูจู๋ชิงสนิทสนมกับเย่มู่เป็นพิเศษ บางครั้งนางก็เป็นฝ่ายเดินไปควงแขน หรือกระทั่งประสานนิ้วเดินจับมือกัน สภาพจิตใจของเขาแทบจะระเบิดเป็นจุณอยู่แล้ว!
ถ้าไม่ใช่เพราะสู้เย่มู่ไม่ได้ เขาคงลงมือไปนานแล้ว
มาตอนนี้ นักเรียนสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วกระจอกๆ ยังกล้ามาพูดจาสามหาวใส่เขาอีกงั้นรึ?
"เจ้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนรึไง?!"
ไต้มู่ไป๋ตวาดลั่น ปัง! เขาเงื้อเท้าเตะออกไปเต็มแรง
ชายหนุ่มคนนั้นไม่คาดคิดว่าจะมีคนกล้าลงมือที่นี่ จึงไม่ได้ระวังตัวแม้แต่น้อย โดนเตะเข้าเป้ากระเด็นปลิวไปทันที
ไต้มู่ไป๋เปิดใช้วิญญาณยุทธ์ของตัวเองในจังหวะนั้น
นักเรียนของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วพากันตื่นตระหนก ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าเปิดฉากโจมตีที่นี่ นี่มันหน้าประตูสถาบันของพวกเขาเชียวนะ พวกนี้มันจะขวัญกล้าเทียมฟ้าเกินไปแล้ว!
ในบรรดานักเรียนจำนวนมาก นอกเหนือจากไม่กี่คนที่เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา ที่เหลือต่างถอยกรูดด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวโดนลูกหลง
ทว่าพวกที่เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา พอเห็นวงแหวนวิญญาณสามวงของไต้มู่ไป๋ ก็ตกใจจนไม่กล้าขยับ
สามวงแหวน หมายถึง อัคราจารย์วิญญาณ!
ในขณะที่พวกเขายังไม่มีใครถึงระดับ 30 เลยสักคน ความห่างชั้นมากขนาดนี้ จะไปสู้ได้อย่างไร?
ไต้มู่ไป๋เปิดวิญญาณยุทธ์แล้วก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้น พุ่งเข้าไปประเคนทั้งหมัดทั้งเท้า โดยไม่ต้องใช้ทักษะวิญญาณด้วยซ้ำ ซัดพวกนักเรียนกลุ่มนั้นลงไปกองกับพื้นจนหมดสภาพ
เย่มู่ยืนมองฉากนี้แล้วแอบหัวเราะในใจ
เป็นฉากระดับตำนานจริงๆ
ความจริงในเนื้อเรื่องต้นฉบับ การที่พวกเขารอดตัวมาได้หลังจากไปอัดคนของสถาบัน เป็นเพราะบารมีของฉินหมิงล้วนๆ
ฉินหมิงมีพรสวรรค์มาก อายุน้อยๆ ก็เป็นถึงจักรพรรดิวิญญาณ สถาบันจึงไว้หน้าเขา ไม่อย่างนั้น การที่นักเรียนของตัวเองโดนอัดหน้าประตูสถาบัน หากสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วไม่จัดการสั่งสอนคนของสื่อไหลเค่อ หรือถึงขั้นฆ่าทิ้ง ก็คงกลายเป็นเรื่องตลกให้คนเยาะเย้ย
ท้ายที่สุด สถาบันราชวงศ์เทียนโต่วก็มียอดฝีมือระดับวิญญาณพรหมยุทธ์อยู่ พวกฝูหลันเต๋อรับมือไม่ไหวหรอก
"คนพวกนี้... ฝีมืออ่อนหัดเกินไปแล้วมั้ง?" ฝูหลันเต๋อขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้เขาหลงคิดว่าสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วจะเก่งกาจขนาดไหน ที่แท้พอเห็นคุณภาพของนักเรียนพวกนี้ ก็ทำเอาผิดหวังอย่างแรง
เย่มู่ส่ายหน้า "ทีมโรงเรียนราชวงศ์เทียนโต่วถือว่าใช้ได้เลยนะครับ สถาบันมันใหญ่ ก็ย่อมมีนกทุกประเภทปะปนกันไปเป็นธรรมดา"
ฝูหลันเต๋อเข้าใจกระจ่าง "ก็จริง ที่ไหนๆ ก็มีขี้หนูร่วงหล่นอยู่ทั้งนั้น แต่ตอนนี้ดันไปอัดคนของเขาเข้าแล้ว การจะเข้าไปข้างในคงยุ่งยากหน่อย"
"ยุ่งยาก?"
เย่มู่เลิกคิ้วยิ้มพลางหันไปมองนิ่งหรงหรง
องค์หญิงน้อยแห่งหอแก้วเจ็ดสมบัติอยู่ที่นี่ทั้งคน จะมีปัญหาอะไรได้อีกล่ะ?
ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ แค่นางเปิดเผยฐานะ คนของสถาบันก็ต้องเชิญพวกเราเข้าไปอย่างว่าง่ายอยู่แล้ว อย่าลืมสิว่า สาขาย่อยของตระกูลหอแก้วเจ็ดสมบัติหลายคนก็เรียนอยู่ที่นี่
ต่อให้เสวี่ยเปิงจะโดนไต้มู่ไป๋อัดเละแค่ไหน แต่พอเห็นหอแก้วเจ็ดสมบัติ เขาก็คงไม่กล้าผูกใจเจ็บหรอก
ยังไงซะ เขาก็ยังต้องการการสนับสนุนจากตระกูลหอแก้วเจ็ดสมบัติ!
ทว่าน่าเสียดาย ที่ผู้นำตระกูลอย่างนิ่งเฟิงจื้อ ในตอนนี้กลับสนับสนุนเสวี่ยชิงเหอ ไม่ใช่เขา
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร การล่วงเกินตระกูลหอแก้วเจ็ดสมบัติ ก็คือการรนหาที่ตาย!
อวี้เสี่ยวกังขมวดคิ้ว "แม้ไต้มู่ไป๋จะหุนหันพลันแล่นไปหน่อย แต่ก็สมควรสั่งสอนพวกมันบ้าง หากมีปัญหาอะไร พวกเราคนแก่จะแบกรับไว้เอง"
สิ้นประโยคนี้ สีหน้าของเย่มู่ก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด
แบกรับ? แกจะเอาอะไรไปแบกรับฮะ?
จะโชว์พลังวิญญาณระดับ 29 ของแก แล้วก็เรียกไอ้หมูนั่นออกมาตดเหม็นๆ ให้คนของสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วตกใจตายหรือไง?
ฝูหลันเต๋อพยักหน้า ถ้านักเรียนมีปัญหาจริงๆ เขาก็ต้องออกหน้าอยู่แล้ว
"ผู้อำนวยการคะ ข้าจำได้ว่าสถาบันราชวงศ์เทียนโต่วมีระดับวิญญาณพรหมยุทธ์คอยนั่งประจำการอยู่หลายคนเลยนะคะ" นิ่งหรงหรงเอ่ยเตือน
พอได้ยินคำพูดของนิ่งหรงหรง สีหน้าของฝูหลันเต๋อก็แข็งค้าง
วิญญาณพรหมยุทธ์หลายคน!?
"วิญญาณพรหมยุทธ์แล้วจะทำไม? คิดว่าบิดาคนนี้กลัวพวกมันหรือไง!"
ฝีมือการแอบฟังของไต้มู่ไป๋นั้นยอดเยี่ยม พอได้ยินนิ่งหรงหรงพูดก็ทนไม่ไหว กอดอกทำหน้าเย่อหยิ่งไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมทันที