- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 81 ครึ่งเดือนผ่านไป ความไม่สบอารมณ์ของอวี้เสี่ยวกัง
ตอนที่ 81 ครึ่งเดือนผ่านไป ความไม่สบอารมณ์ของอวี้เสี่ยวกัง
ตอนที่ 81 ครึ่งเดือนผ่านไป ความไม่สบอารมณ์ของอวี้เสี่ยวกัง
เวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว
เย่มู่ยังคงพาเด็กสาวทั้งสามคนฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงกลางวันพวกเขาจะแวะไปรายงานตัวที่โรงเรียนสักหน่อย จากนั้นเขาก็จะพาพวกนางกลับมายังที่พักในเมืองสั่วทัว
การฝึกซ้อมในเมืองสั่วทัวนั้นรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พอตกกลางคืน พวกเขาก็จะไปหาความสำราญที่ลานประลองวิญญาณ และใช้วิธีนี้ในการขัดเกลาทักษะการต่อสู้
ผู้ดูแลลานประลองวิญญาณถึงกับอกสั่นขวัญแขวน เทียนตี้ ผู้เป็นตำนานคนนี้น่าหวาดหวั่นเกินไปแล้ว! โชคดีที่อีกฝ่ายกอบโกยเงินไปแค่ในครั้งแรกเพียงครั้งเดียว และไม่ได้วางเดิมพันเพิ่มอีก ไม่อย่างนั้นหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาคงรับไม่ไหวแน่
แน่นอนว่าเขาก็คอยหาโอกาสตีสนิทกับเย่มู่อยู่เสมอ เพราะหากผูกมิตรกับเย่มู่ได้ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อเส้นทางความก้าวหน้าในอนาคต หากเบื้องบนล่วงรู้ว่าเขาเป็นสหายกับเทียนตี้ มีหรือที่จะไม่ตบรางวัลให้อย่างงาม?
เย่มู่ไม่ได้ปฏิเสธไมตรีนั้น เขาคิดว่าอย่างไรก็ต้องอยู่ที่เมืองสั่วทัวไปอีกสักระยะ การผูกมิตรกับคนของลานประลองวิญญาณไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
พัฒนาการของเด็กสาวทั้งสามคนเป็นไปอย่างก้าวกระโดด เสี่ยวอู่เลื่อนระดับเป็น 42 จูจู๋ชิงระดับ 36 ส่วนนิ่งหรงหรงก็ทะลวงเข้าสู่ระดับ 30 ได้สำเร็จ
ตอนนี้นางกำลังรอให้เย่มู่หาวงแหวนวิญญาณให้ นางตั้งตารอคอย วงแหวนวิญญาณประทานจากสวรรค์ อย่างใจจดใจจ่อ
และในที่สุดคืนหนึ่ง เย่มู่ก็มอบวงแหวนวิญญาณวงที่สามให้นาง ทำให้นางก้าวขึ้นเป็นอัคราจารย์วิญญาณระดับ 33 อย่างเป็นทางการ
ซ้ำมันยังเป็นวงแหวนวิญญาณระดับสองหมื่นปีเช่นเดียวกัน!
ทำเอานางดีใจจนนอนไม่หลับไปหลายคืน หลังจากทะลวงระดับได้ นางถึงกับโผเข้ากอดและหอมแก้มเย่มู่ฟอดใหญ่ ทำเอาเสี่ยวอู่ที่มองดูอยู่ถึงกับเบิกตากว้าง
เปิดเผยขนาดนี้เชียว? นี่มันพี่มู่ของนางนะ! ทำไมถึงรู้สึกเหมือนโดนฉกของรักไปต่อหน้าต่อตาเลยล่ะ?
เย่มู่ไม่ได้คิดอะไรมาก เขารู้ดีว่านิ่งหรงหรงมีนิสัยอย่างไร ในบางเวลานางก็เป็นคนเปิดเผยจริงๆ ซ้ำยังมีลูกเล่นแพรวพราวอีกต่างหาก
เมื่อรู้ว่าพวกจูจู๋ชิงมีพัฒนาการที่รวดเร็วมากเมื่อมาฝึกซ้อมกับเย่มู่ ฝูหลันเต๋อถึงขั้นมาหาเย่มู่เป็นการส่วนตัว โดยบอกว่าไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาที่โรงเรียนทุกวันก็ได้ แต่หากมีธุระจำเป็น ก็ขอให้มารวมตัวที่โรงเรียน
เมื่อเห็นดังนั้น เย่มู่จึงควักเหรียญภูตทองหนึ่งแสนเหรียญมอบให้อย่างใจป้ำ เล่นเอาฝูหลันเต๋อแทบจะอยากกราบขอเป็นพี่น้องร่วมสาบานด้วยเลย
วันนี้ว่างๆ เย่มู่จึงตัดสินใจแวะไปดูลาดเลาที่โรงเรียนเสียหน่อย
พอเด็กสาวทั้งสามได้ยินว่าเขาจะไปโรงเรียน ก็รีบแจ้นขอตามไปด้วยทันที หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบครึ่งเดือน พวกนางพบว่าการอยู่ข้างกายเย่มู่นั้นสุขสบายที่สุด ในแต่ละวันไม่ต้องไปปวดหัวคิดอะไร แค่ทำตามตารางฝึกที่เขาวางไว้ก็พอ แถมเคล็ดวิชาที่เย่มู่ถ่ายทอดให้ก็ยอดเยี่ยมมาก ช่วยยกระดับพลังวิญญาณได้อย่างมหาศาล
นิ่งหรงหรงกำลังครุ่นคิดถึงปัญหาหนึ่ง นั่นคือจะสามารถนำเคล็ดวิชานี้ไปถ่ายทอดให้สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติได้หรือไม่ นางอยากจะเอ่ยปากขอ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี เคล็ดวิชาที่เย่มู่มอบให้นี้มีความสำคัญต่อสำนักอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทว่ามันเป็นของเย่มู่ หากจะนำไปสอนคนอื่น ก็ต้องได้รับความยินยอมจากเขาก่อน
กลับมาเยือนโรงเรียนอีกครั้งหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก จะมีก็แต่อาหารการกินของโรงเรียนที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็แน่ล่ะ ฝูหลันเต๋อเพิ่งได้เงินหนึ่งแสนเหรียญภูตทองไปจากเย่มู่ การเจียดเงินมาปรับปรุงเรื่องอาหารการกินย่อมไม่ใช่ปัญหา
บริเวณลานกว้าง ถังซานและพวกกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ โดยมีจ้าวอู๋จี๋เป็นคนคอยควบคุมดูแล
เนื่องจากอวี้เสี่ยวกังกับฝูหลันเต๋อมีเรื่องผิดใจกัน จ้าวอู๋จี๋จึงพานรู้สึกไม่สบอารมณ์กับถังซานไปด้วย ก็แหงล่ะ มาทำเป็นอวดเก่งวางกล้ามต่อหน้าเขา ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก หากอวี้เสี่ยวกังมีดีอย่างที่คุยก็ว่าไปอย่าง แต่นี่อะไร ไอ้ทฤษฎีหลักการแข่งขันวิญญาณยุทธ์ทั้งสิบประการนั่น กลับกลายเป็นผลงานที่ขโมยมาจากหอสมุดสำนักวิญญาณยุทธ์เสียนี่
นี่มันน่าสมเพชชัดๆ! ขโมยผลงานของสำนักวิญญาณยุทธ์มาตู่ว่าเป็นของตัวเอง คนเราไร้ยางอายได้ แต่ไม่ควรจะหน้าด้านถึงเบอร์นี้ไหม
ถังซานคงจะรู้ตัวดี จึงไม่ยอมปริปากพูดอะไร และก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมไปเงียบๆ
ทุกคืนอวี้เสี่ยวกังจะมาฝึกสอนเขาเป็นการส่วนตัว การเพิ่มขึ้นของพลังวิญญาณก็ถือว่าพอใช้ได้ ครึ่งเดือนผ่านไป ตอนนี้ระดับพลังวิญญาณเลื่อนเป็น 22 แล้ว! ค้อนเฮ่าเทียนเป็นวิญญาณยุทธ์ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่อายุของวงแหวนวิญญาณต่ำเกินไป จึงยากที่จะดึงอานุภาพที่แท้จริงของค้อนเฮ่าเทียนออกมาได้
ถังซานทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ความก้าวหน้ากลับไม่รวดเร็วดั่งใจหวัง บางทีอาจจะรู้ตัวว่าความเร็วในการฝึกฝนของตนเองตามหลังเย่มู่อยู่มาก หากคิดจะเอาชนะเย่มู่ ก็คงต้องพึ่งพาวิธีอื่น อย่างเช่น อาวุธลับ!
ทว่าการสร้างอาวุธลับต้องใช้เงินนี่สิ! เงินเก็บที่มีก็เอาไปซื้อบ้านหมดแล้ว แถมตอนนี้ยังมีภาระหนี้สินต้องผ่อนบ้านอีกต่างหาก! ลำพังแค่เงินอุดหนุนจากสำนักวิญญาณยุทธ์ จะไปพอค่าตีอาวุธลับได้อย่างไร?
ดังนั้นโปรเจกต์สร้างอาวุธลับจึงต้องถูกพับเก็บเข้ากรุไปก่อน ส่วนอาจารย์ของเขาน่ะหรือ ก็ไม่ได้มีเงินมาคอยจุนเจือหรอก เพราะอวี้เสี่ยวกังเองก็ไส้แห้งไม่ต่างกัน!
อวี้เสี่ยวกังยืนอยู่ข้างลานกว้าง คอยสังเกตการฝึกซ้อมของแต่ละคนอย่างละเอียด และแอบประเมินอยู่ในใจ
ว่ากันตามตรง วิญญาณยุทธ์ของแต่ละคนล้วนแข็งแกร่งกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไต้มู่ไป๋ หม่าหงจวิ้น หรือเอ้าซือข่า
วิญญาณยุทธ์สายอาหารที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด นับว่าหาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์ของโลกวิญญาจารย์ หากได้รับการขัดเกลาอย่างดี อนาคตต้องกลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ตอนนี้จ้าวอู๋จี๋เป็นคนคุมการฝึก เขาจึงสอดมือเข้าไปยุ่งไม่ได้
ฝูหลันเต๋อพูดไว้ชัดเจนแล้วว่า เขาได้รับอนุญาตให้สอนได้แค่ถังซานคนเดียว ส่วนพวกไต้มู่ไป๋ มอบหมายให้จ้าวอู๋จี๋เป็นคนดูแล
ไอ้โง่ฝูหลันเต๋อเอ๊ย จ้าวอู๋จี๋มันมีปัญญาสอนเด็กที่ไหนกัน? ปล่อยไว้แบบนี้ รังแต่จะทำให้พรสวรรค์ของพวกเขาสูญเปล่า!
อวี้เสี่ยวกังรู้สึกไม่สบอารมณ์และอับจนหนทาง ต่อให้เขาจะคิดค้นวิธีการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ฝูหลันเต๋อก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ สหายรักที่คบหากันมานาน กลับไม่ยอมเชื่อใจเขาเนี่ยนะ? มิตรภาพหลายสิบปี ไม่ไว้หน้ากันสักนิดเลยหรือไง
อวี้เสี่ยวกังไม่เคยย้อนดูตัวเองเลย ว่าคำพูดของเขาตอนที่มาถึงโรงเรียนวันแรกนั่นแหละ ที่เป็นการหักหน้าฝูหลันเต๋ออย่างแท้จริง โรงเรียนนี้เป็นของฝูหลันเต๋อ แต่พอเขามาถึงปุ๊บก็คิดจะรวบอำนาจ คิดจะตั้งตนเป็นใหญ่คุมการฝึกซ้อมของนักเรียนทั้งหมด?
ใครมองก็รู้ว่านี่มันล้ำเส้นกันชัดๆ หากไม่เห็นแก่มิตรภาพที่มีมาหลายสิบปี ฝูหลันเต๋อคงกระทืบอวี้เสี่ยวกังจมดินไปแล้ว ปั่นหัวหลอกลวงเขามาตั้งหลายสิบปี ทำให้เขาต้องกลายเป็นไอ้โง่ดักดาน!
แถมยังหลงนึกถึงมิตรภาพ เฝ้าถวิลหาช่วงเวลาแห่งสามเหลี่ยมเหล็กทองคำมาโดยตลอด ที่แท้ทุกอย่างก็แค่คำโกหกหลอกลวง อวี้เสี่ยวกังไม่ได้มีพรสวรรค์ความสามารถอะไรเลย! ผลงานวิจัยทุกชิ้น ล้วนขโมยมาจากหอสมุดสำนักวิญญาณยุทธ์ ไอ้พวกมักง่ายชอบชุบมือเปิบขโมยผลงานชาวบ้าน มันไปเอาความมั่นหน้ามาจากไหนกัน?
"ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง จะปล่อยให้พวกเขาทิ้งพรสวรรค์ไปเปล่าๆ แบบนี้ไม่ได้!"
อวี้เสี่ยวกังพึมพำกับตัวเอง เขาพอมองปัญหาออกบ้างแล้ว นักเรียนกลุ่มนี้ล้วนมีแววจะได้เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์กันทุกคน! แค่ขาดการชี้แนะที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นก็คงวิ่งพล่านไปทั่วเหมือนแมลงวันหัวขาด
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาก็เหลือบไปเห็นเย่มู่เดินนำเด็กสาวทั้งสามคนเข้ามา นัยน์ตาของเขาทอประกายวาบขึ้นมาทันที
แต่เพียงพริบตาเดียว แววตานั้นก็หม่นหมองลง เปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชัง
เย่มู่เป็นคนแฉเขา! เรื่องราวในอดีตพวกนั้น เขาคิดมาตลอดว่ามันจะเป็นความลับที่ถูกฝังกลบไปตลอดกาล แต่เย่มู่กลับไปขุดคุ้ยมันขึ้นมาได้ แถมยังเอามาแฉกลางแจ้งต่อหน้าผู้คนมากมาย ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าจนแทบไม่มีที่ยืน!
ตอนนี้ต่อให้เย่มู่จะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแค่ไหน เขาก็ไม่คิดจะรับเย่มู่เป็นศิษย์อีกต่อไปแล้ว!
ตั้งแต่ต้นจนจบ อวี้เสี่ยวกังมักจะวางมาดเย่อหยิ่งจองหอง มองข้ามหัวผู้อื่นอยู่เสมอ เขาหลงตัวเองคิดว่าทุกคนรอบตัวล้วนโง่เขลา มีเพียงเขาผู้เดียวที่ปราดเปรื่อง ราวกับว่าเขาเป็นผู้กุมสัจธรรมอันสูงสุดของโลกวิญญาจารย์เอาไว้ ทัศนคติที่บิดเบี้ยววิปริตเช่นนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกฟูมฟักมาได้อย่างไร
---