- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 52 เพลิงปีศาจคุคลั่ง หม่าหงจวิ้นสร้างเรื่องฉาว!
ตอนที่ 52 เพลิงปีศาจคุคลั่ง หม่าหงจวิ้นสร้างเรื่องฉาว!
ตอนที่ 52 เพลิงปีศาจคุคลั่ง หม่าหงจวิ้นสร้างเรื่องฉาว!
หม่าหงจวิ้นที่ถูกขังอยู่ในโรงฟืนกำลังตกอยู่ในห้วงนิทราและฝันหวาน
มันฝันว่าตัวเองได้ไปเยือนหอคณิกาที่เลื่องชื่อที่สุดในเมืองสั่วทัว
ที่นั่นคลาคล่ำไปด้วยหญิงงามมากหน้าหลายตา รูปร่างทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้นน่าหลงใหล
หญิงงามเหล่านั้นร่ายรำอวดเรือนร่างอยู่เบื้องหน้ามัน
แถมยังมีอีกหลายนางที่อิงแอบแนบชิดอยู่ข้างกาย คอยป้อนผลไม้ใส่ปากให้มันอย่างเอาอกเอาใจ
ความรู้สึกนั้นช่างแสนวิเศษ ราวกับได้ล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ จนมันไม่อยากจะตื่นขึ้นมาอีกเลย
เวลาล่วงเลยไป ในความฝัน ร่างกายของมันเริ่มร้อนรุ่มและเบาหวิวราวกับขนนก
ในที่สุด สัญชาตญาณดิบก็เข้าครอบงำ มันกลายร่างเป็นหมาป่าหิวโซ กระโจนเข้าตะครุบหญิงงามเหล่านั้น จับพวกนางกดลงใต้ร่างแล้วเริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างบ้าคลั่ง
รายละเอียดในความฝันช่างสมจริงเหลือเกิน
ขณะเดียวกัน ตัวมันในโลกความเป็นจริงที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนกองฟางภายในโรงฟืน ก็เริ่มละเมอส่งเสียงครางอืออาออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น มันก็เบิกตากว้าง เปลวเพลิงสีม่วงแดงลุกโชนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง
และแล้ว เพลิงปีศาจที่ถูกกักเก็บเอาไว้ก็ระเบิดปะทุออกมาจากร่างของมัน
"ข้าทนไม่ไหวแล้วโว้ย!"
ดวงตาของหม่าหงจวิ้นแดงก่ำราวกับเลือด
เวลานี้มันคิดเพียงแต่จะหาทางปลดปล่อยความอัดอั้นนี้ออกไปให้จงได้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือบทลงโทษบ้าบออะไรอีกต่อไปแล้ว
มันกระแทกประตูโรงฟืนจนเปิดผางแล้วพุ่งพรวดออกไปทันที
อาการกำเริบของเพลิงปีศาจในวันนี้ช่างประหลาดนัก
แม้ว่าเมื่อตอนกลางวันจะมีสัญญาณเตือนให้เห็นอยู่บ้างแล้วก็ตาม
แต่เพลิงปีศาจในยามนี้มันช่างรุนแรงเกรี้ยวกราดเหลือเกิน ราวกับจะแผดเผาสติสัมปชัญญะของมันให้มอดไหม้เป็นจุล
ดังนั้น มันจึงไม่รอช้า รีบวิ่งตรงดิ่งไปยั้งบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่บ้าน
มันไม่อยากตาย มันต้องการจะปลดปล่อยอย่างสุดเหวี่ยง
ไม่ไกลจากโรงฟืนนัก ถังซานจ้องมองแผ่นหลังของหม่าหงจวิ้นที่วิ่งเตลิดออกไป พลางแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินกลับหอพัก
ด้วยความที่ไต้มู่ไป๋จำเป็นต้องมีคนคอยดูแล เอ้าซือข่าจึงถูกเรียกตัวไปอยู่เป็นเพื่อนในคืนนี้ ทำให้ไม่มีใครอยู่กวนใจในหอพัก
เรื่องนี้ช่างอำนวยความสะดวกให้กับการลงมือของเขาเสียจริง
ไม่อย่างนั้น หากต้องลอบออกมาจากหอพักในยามวิกาล ก็คงหนีไม่พ้นที่จะถูกใครต่อใครสงสัยเป็นแน่
หมู่บ้านในยามราตรีช่างเงียบสงบ ไร้ซึ่งวี่แววของผู้คนเดินขวักไขว่
แสงตะเกียงตามบ้านเรือนก็ถูกดับลงจนมืดมิดไปหมดแล้ว
"ชุ่ยฮวา... ชุ่ยฮวา..."
หม่าหงจวิ้นวิ่งลัดเลาะไปตามความทรงจำที่คุ้นเคย
ในเวลานี้ คนเดียวที่พอจะช่วยชีวิตมันได้ คงมีเพียงชุ่ยฮวาเท่านั้น
อย่างน้อยนางก็เคยเป็นอดีตแฟนสาวของมัน ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางน่าจะยอมช่วยเหลือมันสักครั้งกระมัง?
ทว่าเมื่อวิ่งมาถึงบ้านของชุ่ยฮวา มันกลับพบว่านางไม่ได้อยู่บ้าน
ในบ้านมีเพียงพ่อแม่แก่ชราของนางเท่านั้น
จะเอาไงดีล่ะวะทีนี้?
ถ้าไม่มีชุ่ยฮวา แล้วมันจะไปหาใครมาช่วยดับเพลิงปีศาจนี่ล่ะ?
เปลวไฟตัณหาในกายตอนนี้มันลุกโชนจนควบคุมไม่อยู่แล้ว ราวกับว่าร่างกายของมันกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ในความเลือนราง มันหันไปมองคอกวัวที่อยู่ข้างๆ
และในวินาทีนั้นเอง ภาพของแม่วัวที่อยู่ในคอก กลับกลายเป็นหญิงสาวทรงเสน่ห์เย้ายวนใจในสายตาของมัน
"ชุ่ยฮวา... ชุ่ยฮวา ข้ามาหาเจ้าแล้ว"
หม่าหงจวิ้นเดินโซเซเข้าไปหา
แม่วัวเอียงคอจ้องมองมนุษย์ประหลาดที่กำลังเดินเข้ามาหาตนด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
"ชุ่ยฮวา เจ้าอดทนหน่อยนะ ทนอีกนิดเดียว"
หม่าหงจวิ้นมุดเข้าไปในคอกวัว ลูบไล้ไปตามลำตัวของแม่วัวอย่างตื่นเต้น
แม่วัวเองก็ดูเหมือนจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนใดๆ
แต่เมื่อหม่าหงจวิ้นอ้อมไปด้านหลังและเริ่มลงมือแม่วัวก็ถึงกับช็อก
ไอ้มนุษย์นี่มันจะบ้าไปแล้ว!
ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว แม่วัวจึงเตะสวนกลับไปเต็มแรง
ปัง!!!
หม่าหงจวิ้นที่ถูกเตะเข้าอย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างกระเด็นไปกระแทกเสาคอกวัวจนหักสะบั้น
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะตรงจุดยุทธศาสตร์ที่เหมือนจะโดนเข้าอย่างจัง
"ชุ่ยฮวา ทำไมเรี่ยวแรงเจ้าถึงได้เยอะขนาดนี้ฮึ?"
ด้วยความเจ็บปวดจนสติเลอะเลือน หม่าหงจวิ้นยังคงไม่รู้ตัว กุมเป้ากางเกงร้องครวญครางอย่างน่าสมเพช
ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นและพุ่งเข้าใส่แม่วัวอีกครั้ง
แม่วัวตกใจกลัวจนสติแตก วิ่งพล่านไปทั่วคอก ส่งเสียงร้องมอๆ อย่างเสียขวัญ
เสียงเอะอะโวยวายทำให้ไฟในบ้านของชุ่ยฮวาสว่างไสวขึ้น พ่อเฒ่าของชุ่ยฮวาเดินงัวเงียออกมาดู เมื่อเห็นสภาพคอกวัวที่พังยับเยินก็ตกใจแทบสิ้นสติ
วัวมันคลั่งไปแล้วหรือไง?!
เขารีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ก่อนจะได้เห็นภาพอันแสนจะอุจาดตา
หม่าหงจวิ้นกำลังขึ้นคร่อมอยู่บนหลังแม่วัว และกำลังทำเรื่องวิตถารอย่างหน้าไม่อาย!
"ยายเฒ่า! รีบไปตามคนมาเร็วเข้า ไอ้หมอนี่มันวิปริตไปแล้ว!"
พ่อเฒ่าร้องตะโกนลั่น แม่เฒ่าที่เพิ่งตั้งสติได้ก็รีบวิ่งออกไปร้องป่าวประกาศเรียกชาวบ้านทันที
เพียงไม่นาน ชาวบ้านละแวกนั้นก็แห่กันมามุงดู เมื่อเห็นเหตุการณ์ในคอกวัว ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
นี่... นี่มัน...
ภาพบาดตาบาดใจเกินกว่าจะรับไหว!
ไอ้อ้วนคนนี้ มันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ!
"หม่าหงจวิ้นจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อนี่หว่า! รีบไปตามอาจารย์ของมันมาเร็ว!"
พ่อเฒ่าโกรธจนควันออกหู คนมายืนมุงดูตั้งเยอะแยะ ไอ้เด็กเวรนี่ก็ยังไม่ยอมหยุดการกระทำอันน่าบัดสีบัดเถลิงอีกเรอะ?!
ไม่นานก็มีชาวบ้านวิ่งหน้าตั้งไปแจ้งข่าวที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อ
เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ไฟในหอพักของโรงเรียนก็สว่างวาบขึ้น
จ้าวอู๋จี๋เดินงัวเงียออกมา เมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านที่กำลังโกรธเกรี้ยวก็งุนงงไปหมด
"พวกท่าน มีเรื่องอะไรกันหรือ?"
จ้าวอู๋จี๋เกาหัวแกรกๆ บรรดาอาจารย์คนอื่นๆ ก็เดินตามออกมาด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน
กำลังนอนหลับอยู่ดีๆ ดันถูกชาวบ้านแห่มาปลุกซะงั้น
พวกนักเรียนเองก็พากันทยอยเดินออกมาจากหอพักอย่างงัวเงีย ไม่มีใครรู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น
"ก็วีรกรรมที่ไอ้เด็กหม่าหงจวิ้นนักเรียนของพวกท่านก่อไว้น่ะสิ! มันบังอาจ... มันกล้า..."
ชาวบ้านถึงกับพูดไม่ออก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายการกระทำอันแสนวิปริตนี้ดี
จ้าวอู๋จี๋ใจหายวาบ สังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรง
หรือว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันจะแอบหนีไปข่มขืนสาวชาวบ้านเข้าให้แล้ว?!
จ้าวอู๋จี๋ไม่รอช้า รีบเดินตามกลุ่มชาวบ้านไปทันที เย่มู่และคนอื่นๆ ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกก็ตัดสินใจเดินตามไปดูด้วย
ดูทรงแล้วน่าจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่ที่หม่าหงจวิ้นก่อขึ้นเป็นแน่ แถมยังโดนจับได้คาหนังคาเขาอีกต่างหาก!
เรื่องน่าตื่นเต้นแบบนี้ จะพลาดได้ยังไงล่ะจริงไหม?
เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงบ้านของชุ่ยฮวา แม่วัวผู้น่าสงสารก็นอนฟุบอยู่บนพื้น น้ำลายฟูมปาก ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความอัปยศ
ส่วนหม่าหงจวิ้นก็นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเซียว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยยังไม่ทันได้จัดการให้เรียบร้อย
ภาพตรงหน้าทำเอาจ้าวอู๋จี๋ถึงกับวิงเวียนศีรษะ
ใครดูก็รู้ว่าไอ้เด็กเวรนี่มันกำลังเล่นข้ามสายพันธุ์อยู่ชัดๆ!
"อย่ามองนะ ภาพมันอุจาดตา!"
เย่มู่ตาไว รีบกางแขนบังหญิงสาวทั้งสามคนเอาไว้ด้านหลัง เพื่อไม่ให้พวกนางต้องมาเห็นภาพอุบาทว์พวกนี้
แม้เสี่ยวอู่จะยังงุนงงอยู่บ้าง แต่นางก็ว่านอนสอนง่าย ยอมหลับตาลงแต่โดยดี
"จ้าวอู๋จี๋! ท่านต้องอธิบายเรื่องนี้มาให้รู้เรื่องนะ! นักเรียนของพวกท่านกล้ามาทำบัดสีบัดเถลิงกับแม่วัวของข้าได้ยังไง!"
พ่อเฒ่าของชุ่ยฮวาเดือดดาลจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
"ดูสิว่ามันทำแม่วัวของข้าบอบช้ำขนาดไหน วัวมันช็อกจนหมดสภาพแล้วเห็นไหมเนี่ย!"
อุตส่าห์เลี้ยงดูฟูมฟักแม่วัวตัวนี้มาอย่างดี หวังจะให้มันรีดนมเอาไปขายได้ราคาดีๆ แต่ตอนนี้มันกลับต้องมาเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญจนสติแตกไปซะแล้ว แบบนี้จะให้เขาทำใจยอมรับได้ยังไง!
"ข้า... ข้า... หม่าหงจวิ้น! แกกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่วะ!"
จ้าวอู๋จี๋กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น เรื่องฉาวโฉ่ปานนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของโรงเรียนจะเอาไปไว้ที่ไหน!
ถ้าแกไปมีอะไรกับผู้หญิง มันก็ยังพอรับได้
แต่ไปมีอะไรกับแม่วัวเนี่ยนะ?!
ของกะจิริดแค่นั้น ไม่แปลกใจเลยที่แม่วัวมันถึงได้เสียขวัญขนาดนี้
และที่สำคัญที่สุด หากเรื่องนี้แดงออกไป ชื่อเสียงของโรงเรียนสื่อไหลเค่อต้องป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่
นักเรียนแอบดอดออกมายามวิกาลเพื่อมาข่มขืนแม่วัวชาวบ้าน?! แค่คิดก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว!
"อาจารย์จ้าว ข้า... ข้า... ข้าไม่มีทางเลือกนี่นา ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ข้า... ข้าคิดว่ามันคือชุ่ยฮวา ข้าก็เลย..."
หม่าหงจวิ้นพยายามอธิบายด้วยใบหน้าซีดเผือด
แต่คำแก้ตัวของมันกลับยิ่งสุมไฟโกรธแค้นให้กับชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่
"อะไรนะ?! นี่แกตั้งใจจะมาหาชุ่ยฮวาลูกสาวข้าเรอะ! โชคดีนะที่นังหนูมันเข้าไปทำธุระในเมือง ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงเสร็จแกไปแล้ว!"
"ไอ้ชาติชั่ว! ข้าจะตีแกให้ตาย!"
พ่อเฒ่าโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม คว้าท่อนไม้ใกล้ตัวฟาดเข้าใส่หม่าหงจวิ้นอย่างแรง
จ้าวอู๋จี๋อยากจะเข้าไปห้าม แต่พอเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของชาวบ้านรอบๆ ตัวแล้ว เขาก็ไม่กล้าขยับตัวเลยสักนิด
"โอ๊ย! โอ๊ย! พอแล้ว! เลิกตีได้แล้ว! ข้ารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว!"
"ตาแก่หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ถ้าเจ้ายังขืนตีข้าอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะโว้ย!"
หม่าหงจวิ้นพยายามดิ้นรนปัดป้องในช่วงแรก แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มันก็ชักจะโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว
คืนนี้มันก็บอบช้ำมามากพอแล้ว ตัวมันเองก็ยังรู้สึกขยะแขยงตัวเองเลยด้วยซ้ำ
มันก็เป็นเหยื่อเหมือนกันนะเว้ย!
แล้วนี่ยังจะมาโดนรุมประชาทัณฑ์อีกเรอะ?!
ระหว่างที่พูด พลังวิญญาณในร่างของมันก็เริ่มปะทุขึ้นมาจริงๆ
เมื่อจ้าวอู๋จี๋เห็นท่าไม่ดี ประกายตาอำมหิตก็พาดผ่านดวงตาของเขาในชั่วพริบตา