- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 49 หม่าหงจวิ้น ไก่อ้วนจอมหื่นกาม
ตอนที่ 49 หม่าหงจวิ้น ไก่อ้วนจอมหื่นกาม
ตอนที่ 49 หม่าหงจวิ้น ไก่อ้วนจอมหื่นกาม
การที่อวี้เสี่ยวกังสามารถวางอำนาจบาตรใหญ่ในโรงเรียนสื่อไหลเค่อได้ เขาพึ่งพาอะไรกันล่ะ?
ความสามารถในการสอนของเขาจริงๆ หรือ?
ย่อมไม่ใช่แน่นอน!
แต่เป็นเพราะอาศัยความสัมพันธ์ที่มีต่อฝูหลันเต๋อต่างหาก!
ด้วยมิตรภาพของอดีตสามเหลี่ยมเหล็กทองคำที่ยังคงอยู่ ฝูหลันเต๋อย่อมโอนอ่อนตามใจอวี้เสี่ยวกังในทุกๆ เรื่อง ว่ากันตามตรงแล้ว ฝูหลันเต๋อไม่ได้ล่วงรู้ถึงธาตุแท้ของอวี้เสี่ยวกังเลยแม้แต่น้อย แม้จะคบหากันมานานหลายปี แต่ฝูหลันเต๋อกลับมีสายตาในการมองคนที่ย่ำแย่เหลือทน ดังนั้นอวี้เสี่ยวกังจึงสามารถหลอกใช้เขาได้อย่างง่ายดาย
ถึงขั้นที่ฝูหลันเต๋อยอมหลีกทาง ยกผู้หญิงที่ตนรักที่สุดอย่างหลิวเอ้อร์หลงให้กับอีกฝ่าย
เย่มู่รู้ซึ้งถึงตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวเหล่านี้เป็นอย่างดี
หากฝูหลันเต๋อได้ล่วงรู้ถึงสันดานที่แท้จริงของอวี้เสี่ยวกัง หรือแม้กระทั่งรู้ว่าการที่อวี้เสี่ยวกังเข้าหาหลิวเอ้อร์หลงนั้นแอบแฝงจุดประสงค์อื่น เกรงว่ามิตรภาพจอมปลอมที่ว่านั่นคงจะพังทลายลงในพริบตา
เพราะหลิวเอ้อร์หลงคือแสงจันทร์กระจ่างในใจที่ฝูหลันเต๋อรักมั่นเสมอมา!
ต่อให้ต้องยอมกัดฟันเฉือนเนื้อยกนางให้อวี้เสี่ยวกัง เขาก็ไม่อาจทนทนเห็นนางต้องทนทุกข์ทรมาน และยิ่งไม่อาจทนเห็นนางถูกหลอกใช้เป็นหมากตัวหนึ่ง
การจะทำลายมิตรภาพระหว่างอวี้เสี่ยวกังกับฝูหลันเต๋อนั้น ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน
เพียงแค่กระชากหน้ากากเปิดโปงธาตุแท้ของอวี้เสี่ยวกังก็สิ้นเรื่อง!
แต่จะทำอย่างไรให้อวี้เสี่ยวกังยอมคายความจริงเรื่องราวในอดีตออกมาจากปากของตัวเอง?
บางทีเขาอาจจะต้องวางแผนอย่างรัดกุมสักหน่อย
รอให้อวี้เสี่ยวกังเสนอหน้ามาเมื่อไหร่ ค่อยฟาดมันให้หน้าหงายก็ยังไม่สาย
หลังจากเดินทอดน่องสำรวจภายในเมืองอยู่หลายรอบ ในที่สุดทั้งสองก็กลับมาถึงหมู่บ้านอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน ตอนนี้เสี่ยวอู่อารมณ์ดีไม่น้อย เรื่องการขอเป็นนักเรียนแบบไปกลับนั้นถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว
สภาพแวดล้อมของโรงเรียนนั้นชวนให้อึดอัดจริงๆ โดยเฉพาะสายตาของพวกเอ้าซือข่าที่มองมาอย่างไม่น่าไว้วางใจ ยิ่งไปกว่านั้นข้างในยังมีพวกน่ารังเกียจอย่างไต้มู่ไป๋และถังซานปะปนอยู่อีก แค่คิดว่าต้องอยู่ร่วมชายคากับคนพวกนี้ก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว
"พี่มู่ พรุ่งนี้พวกเราย้ายออกไปเลยดีไหม?" เสี่ยวอู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น บ้านที่พวกเขาซื้อไว้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ก็แค่จ้างคนไปทำความสะอาดสักหน่อยก็เข้าอยู่ได้เลย
"ย่อมได้แน่นอน" เย่มู่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่เคยมีความคิดที่จะลดตัวไปเกลือกกลั้วพักอาศัยอยู่ร่วมกับไอ้พวกสวะพวกนั้นอยู่แล้ว
ทว่าก่อนจะย้ายออกไป เขาต้องพาจูจู๋ชิงออกไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเรื่องดั้งเดิมดึงรั้งนางไว้จนจิตใจของนางเกิดความสับสนลังเล ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องน่ารำคาญไม่น้อย
ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่ ทั้งสองพลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากเบื้องหน้า เสี่ยวอู่มองตามเสียงไป ก็พบเข้ากับเจ้าอ้วนคนหนึ่งที่กำลังตามตอแยเด็กสาวอย่างไม่ลดละ สัมผัสจากความผันผวนของพลังวิญญาณบนร่างของเจ้าอ้วน บ่งบอกชัดเจนว่ามันคือวิญญาจารย์ ในขณะที่เด็กสาวคนนั้นดูเหมือนจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา
เด็กสาวพยายามจะปลีกตัวหนี แต่เจ้าอ้วนกลับตามพัวพันรังควาน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้นางหนีรอดไปได้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เย่มู่ก็ประเมินสถานการณ์ออกในทันที
เจ้าอ้วนคนนั้นก็คือหม่าหงจวิ้น
ไอ้สวะที่ใช้ท่อนล่างคิดแทนสมอง!
แม้จะเป็นผลกระทบจากวิญญาณยุทธ์ที่ทำให้มันมีความต้องการทางเพศสูงผิดมนุษย์มนา แต่มันก็ดูเหมือนจะเสพติดและจมปลักอยู่กับตัณหานั้นอย่างเต็มใจ การที่มาเจอมันอยู่ที่นี่ คงเป็นเพราะชุ่ยฮวากำลังจะขอเลิกกับมัน สาเหตุหลักก็เพราะนางทนรับความต้องการอันวิปริตของมันไม่ไหวอีกต่อไป
เมื่อได้ยินคำว่าเลิก หม่าหงจวิ้นก็บันดาลโทสะ
"ทนข้าไม่ไหวหมายความว่ายังไง?!"
"ข้าล่ะไม่เข้าใจพวกผู้หญิงอย่างพวกเจ้าจริงๆ!"
"จะเลิกก็ย่อมได้ แต่มาสนุกกับข้าอีกสักรอบสิ แล้วข้าจะยอมเลิกกับเจ้า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฝันไปเถอะ!"
พูดจบ มันก็ทำท่าจะยื่นมืออวบอูมไปกระชากตัวชุ่ยฮวา เด็กสาวตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบก้าวถอยหลังกรูด แต่ก็ยังถูกหม่าหงจวิ้นคว้าแขนเอาไว้ได้อยู่ดี
"ไม่ ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ ตกลงว่าเจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?"
เมื่อเห็นฉากอันน่ารังเกียจนี้ เสี่ยวอู่จะทนดูดายต่อไปได้อย่างไร? นางพุ่งตัวพรวดออกไปทันที
"หยุดนะ!"
เมื่อสิ้นเสียง หม่าหงจวิ้นหันขวับมามอง ดวงตาเล็กหยีของมันพลันเบิกกว้างเป็นประกายวาววับ
"สาวน้อยช่างงดงามอะไรเช่นนี้! ทำไมล่ะ? เจ้าอยากจะมาแทนที่ชุ่ยฮวาเพื่อเป็นแฟนข้าหรือไง? เอาสิ ไม่มีปัญหา ข้าตกลง"
ดวงตาของหม่าหงจวิ้นหรี่เล็กลง แววตาหื่นกระหายและตัณหาราคะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย
"ผายลม!" เสี่ยวอู่ตวาดลั่น เจ้าอ้วนคนนี้มันหน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหม่าหงจวิ้นก็เย็นชาลงทันที "ในเมื่อไม่ได้อยากมาเป็นแฟนข้า ถ้างั้นก็อย่ามาแส่เรื่องของคนอื่น ไม่อย่างนั้นบิดาจะ..."
"บิดาใครกัน?"
ยังไม่ทันที่คำพูดพล่อยๆ จะหลุดออกจากปากจนจบ ประโยคเสียงเรียบเย็นก็ดังขึ้น เย่มู่ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของหม่าหงจวิ้น ฝ่ามือกดลงบนไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรง
เมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผัน สีหน้าของหม่าหงจวิ้นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"สถิตร่างฟีนิกซ์!"
มันคำรามลั่น แสงสีม่วงแดงพวยพุ่งทะลักออกจากร่าง วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงลอยขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า! ท่อนแขนล่ำสันที่เปลือยเปล่ามีขนขนนกงอกยาวออกมา มือทั้งสองข้างกลายสภาพเป็นกรงเล็บอันแหลมคม มันหันขวับกลับมาอย่างเกรี้ยวกราด อ้าปากพ่นเปลวเพลิงสีม่วงแดงสายเล็กๆ พุ่งเข้าใส่ทันที
เย่มู่ไม่ได้หลบหลีก ปล่อยให้เปลวเพลิงเหล่านั้นร่วงหล่นลงมากระทบร่าง เสี่ยวอู่ที่อยู่ด้านข้างอาศัยจังหวะนี้ดึงตัวชุ่ยฮวาหลบฉากออกไป สำหรับเปลวเพลิงสีม่วงแดงพรรค์นั้น นางไม่เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
มาเล่นไฟต่อหน้าเย่มู่งั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี!
ส่วนหม่าหงจวิ้น เมื่อเห็นเย่มู่ถูกเปลวเพลิงของตนกลืนกิน มันก็แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
"ไอ้โง่ ไม่มีฝีมือแล้วยังสาระแนมาอวดดีต่อหน้าข้า? โดนเผาตายไปซะเถอะ!"
"งั้นหรือ?"
น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าทรงพลังของเย่มู่ดังแหวกออกมาจากกองเพลิง ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนกใดๆ หม่าหงจวิ้นหน้าถอดสี โดนเพลิงปีศาจของมันเข้าไปเต็มๆ กลับยังยืนหยัดอยู่ได้งั้นหรือ?
มันไม่รอช้า รีบเรียกใช้ทักษะวิญญาณอีกครั้ง โหมกระหน่ำเปลวไฟปริมาณมหาศาลเข้าห่อหุ้มร่างของเย่มู่ ทว่าในจู่ๆ ขณะที่เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่นั้น เพลิงทั้งหมดราวกับถูกแรงดึงดูดลึกลับบางอย่างดูดกลืน พวกมันลอยตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบอัดรวมตัวกันจนกลายเป็นลูกไฟสีม่วงแดงดวงใหญ่เพียงดวงเดียว
สีหน้าของหม่าหงจวิ้นบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง
นี่มันวิชาบ้าอะไรกัน?!
ลูกไฟสีม่วงแดงลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เผยให้เห็นร่างของเย่มู่อีกครั้ง เขาไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ แม้แต่ชายเสื้อก็ยังไม่ไหม้เกรียมให้เห็น เมื่อเจอเหตุการณ์เหนือสามัญสำนึกเช่นนี้ หม่าหงจวิ้นก็รู้ตัวทันที...
มันไปเตะตอเข้าให้แล้ว!
ขณะที่มันกำลังลังเลว่าจะวิ่งไปตามอาจารย์มาช่วยดีหรือไม่ ฝ่ามือของเย่มู่ก็กำเข้าหากันเบาๆ ลูกไฟสีม่วงแดงที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันระเบิดออก!
ตูม!!!
คลื่นกระแทกจากการระเบิดซัดร่างอันอวบอ้วนของหม่าหงจวิ้นกระเด็นลอยละลิ่ว ล้มกลิ้งกระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ มันนอนจุกดาวขึ้นเต็มหัว หน้ามืดตาลาย
สีหน้าของเย่มู่ยังคงเรียบเฉย ฟีนิกซ์เพลิงปีศาจงั้นหรือ? แก่นแท้ของมันก็แค่ไก่ป่าชั้นต่ำเท่านั้นแหละ ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าฟีนิกซ์อีก?
"หื่นกามไม่ดูตาม้าตาเรือ ไก่อ้วนอย่างเจ้า มันน่าโดนทุบสั่งสอนนัก"
เย่มู่ก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ
หม่าหงจวิ้นหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด ทันใดนั้นมันก็เหลือบไปเห็นเปลวเพลิงลูกเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือขวาของเย่มู่ ร่างกายของมันถึงกับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ กลิ่นอายของเปลวไฟดวงนั้นทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ แม้แต่วิญญาณยุทธ์ในร่างของมันเองก็ยังสั่นเทาด้วยความยำเกรง
"เจ้าอ้วนชาติชั่ว ชาติหน้าก็หัดเกิดเป็นคนดีเสียบ้างนะ"
สิ้นคำกล่าว กระสุนเพลิงแสงอรุณทั้งสามลูกบนปลายนิ้วก็เตรียมพร้อมที่จะดีดออกไปสังหารศัตรู
ทว่าในจังหวะนั้นเอง หลี่อวี้ซงพลันพุ่งพรวดเข้ามาขวางไว้
"ช้าก่อน! อย่าเพิ่งวู่วาม มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน!"
ตามมาด้วยจ้าวอู๋จี๋ที่พุ่งทะยานมาถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสภาพการณ์ตรงหน้า เขาก็ถึงกับปวดขมับ สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก
"เกิดอะไรขึ้น?!"
สมกับที่เป็นมหาปราชญ์วิญญาณ เพียงแค่ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมา ก็ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล
"อาจารย์จ้าว! อาจารย์หลี่! มัน... มันคิดจะฆ่าข้า!"
หม่าหงจวิ้นรีบฉวยโอกาสฟ้องทันที มันตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แววตาฉายแววได้ใจอย่างปิดไม่มิด
อาจารย์จ้าวมาแล้ว ไอ้หมอนี่ต้องไม่ตายดีแน่!
กล้าแตะต้องมันงั้นหรือ? มันคือนักเรียนของโรงเรียนสื่อไหลเค่อนะเว้ย!
จ้าวอู๋จี๋ขมวดคิ้วแน่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขึงขัง "เย่มู่ เจ้าคิดจะฆ่าหม่าหงจวิ้นจริงๆ หรือ?"
สิ้นประโยคนี้ สมองของหม่าหงจวิ้นก็แทบจะหยุดทำงาน
อาจารย์จ้าวรู้จักไอ้หมอนี่ด้วยงั้นหรือ?!
ในขณะที่เย่มู่เพียงพยักหน้ายอมรับอย่างสงบเยือกเย็น "ถูกต้อง ข้าเตรียมจะฆ่ามันทิ้งเสีย"
เมื่อได้ยินคำตอบอันแสนจะตรงไปตรงมา จ้าวอู๋จี๋ถึงกับอ้าปากค้าง
"ทำไมล่ะ? เขาไปล่วงเกินอะไรเจ้า?"
---