เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 ไต้มู่ไป๋เป็นสิงห์เฒ่าจอมเสเพล? ไม่อยากจะเชื่อเลย

ตอนที่ 38 ไต้มู่ไป๋เป็นสิงห์เฒ่าจอมเสเพล? ไม่อยากจะเชื่อเลย

ตอนที่ 38 ไต้มู่ไป๋เป็นสิงห์เฒ่าจอมเสเพล? ไม่อยากจะเชื่อเลย


เย่มู่ถูกไล่ออกมา

เดิมทีเขาตั้งใจจะเลียนแบบตัวร้ายด้วยการหัวเราะเจี๊ยกๆๆสักหน่อย แต่เสี่ยวอู่ไม่เปิดโอกาสให้เลย

นางทั้งผลักทั้งดึงเขาออกมานอกห้อง เขาจึงต้องเดินหน้ามุ่ยไปที่ชั้นร้านอาหารของโรงแรมแทน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องกินก็ต้องมาก่อน

เช้าขนาดนี้ พวกเขาทั้งสามคนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

ภายในห้องพัก เมื่อเห็นท่าทางของเย่มู่ที่โดนเสี่ยวอู่ผลักออกไป สีหน้าของจูจู๋ชิงก็อ่อนโยนลง และเกือบจะหลุดขำออกมา

นางเคยคิดว่าอดีตองค์ชายสี่ผู้นี้คงจะเข้าถึงยาก แต่กลับผิดคาด

ความลับของราชวงศ์ซิงหลัวในตอนนั้น นางพอจะได้ยินข่าวคราวมาบ้างตอนอยู่ในตระกูลจู

รู้สึกว่าจะไม่ค่อยลงรอยกับองค์ชายสาม ไต้มู่ไป๋สักเท่าไหร่

ถึงขั้นมีความแค้นต่อกันด้วยซ้ำ

ส่วนเรื่องที่เป็นความแค้นอะไรนั้น เป็นความลับระดับสูงของราชวงศ์ นางเองก็ไม่ทราบแน่ชัด

นางยังจำได้ว่าเหตุไฟไหม้พระราชวังซิงหลัวในตอนนั้น ดูเหมือนว่าอดีตองค์ชายสี่ ไต้มู่ จะเป็นคนก่อเรื่อง

การวางเพลิงเผาพระราชวัง ถือเป็นความผิดร้ายแรงขั้นประหารชีวิต

ทว่าผ่านไปเจ็ดปี ราชวงศ์กลับไม่ได้เอาผิดเย่มู่ และไม่ได้ริบนามสกุลของเขาคืนด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นยังคงสถานะองค์ชายสี่เอาไว้ เพียงแต่ปิดบังไว้เป็นความลับ

ดังนั้นคนภายนอกจึงไม่ค่อยมีใครรู้ถึงการมีอยู่ขององค์ชายสี่

จากเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต เย่มู่น่าจะเป็นคนอารมณ์ร้อนและโหดเหี้ยมอำมหิต

แต่ตอนนี้เขากลับถูกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผลักไสไล่ส่ง ซึ่งมันขัดกับภาพลักษณ์ที่นางคิดไว้โดยสิ้นเชิง

"เสี่ยวอู่ เจ้า... มีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือ?"

เมื่อเห็นเสี่ยวอู่เดินเข้ามา จูจู๋ชิงก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน

เสี่ยวอู่ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง

"ก็ต้องเป็นเรื่องของไต้มู่ไป๋อยู่แล้วสิ"

"ไต้มู่ไป๋?"

สีหน้าของจูจู๋ชิงเริ่มดูไม่ค่อยดีนัก

นางยังไม่ทันจะได้เจอตัวเขาเลยด้วยซ้ำ!

"ข้ารู้ว่าเจ้ากับเขามีความสัมพันธ์กันยังไง ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน มีบางเรื่องที่ข้าอยากจะบอกให้เจ้าได้รู้ไว้ ไต้มู่ไป๋... มันไม่ใช่คนดีหรอกนะ"

"อะไรนะ?"

สีหน้าของจูจู๋ชิงเปลี่ยนไป การมาต่อว่าคู่หมั้นของนางต่อหน้านางแบบนี้

หมายความว่ายังไงกัน?

"ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่เชื่อสิ่งที่ข้าพูดตอนนี้ แต่ข้าก็อยากจะบอกเจ้าอยู่ดี"

"วันแรกที่เรามาถึงที่นี่ เราก็เจอไต้มู่ไป๋เข้าเลย พี่มู่ยังจัดการสั่งสอนมันไปชุดใหญ่ ตอนนั้นไต้มู่ไป๋ควงสาวสวยมาเปิดห้องที่โรงแรมนี้ตั้งสองคนแหนะ"

"เท่าที่ข้ารู้มา ไต้มู่ไป๋มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองสั่วทัวมาก ใครๆ ก็รู้จักในนามคุณชายไต้"

"ถ้าหาตัวเขาที่อื่นไม่เจอ ลองไปตามหาตามซ่องหรือหอนางโลมดูสิ รับรองว่าต้องเจอเงาหัวมันแน่..."

เสี่ยวอู่ร่ายยาวเป็นชุด แฉวีรกรรมฉาวโฉ่ของไต้มู่ไป๋ออกมาจนหมดเปลือก

ศัตรูของพี่มู่ ก็คือศัตรูของนาง!

ปีนั้นมันสร้างความเจ็บปวดให้เย่มู่ไว้อย่างแสนสาหัส!

แม้ตอนนั้นพวกเขาสองคนจะยังไม่รู้จักกัน แต่นางก็โกรธแค้นแทนเขา

การบีบให้เด็กเจ็ดขวบต้องระหกระเหินไปเสี่ยงตายในป่าชิงโต่ว ไต้มู่ไป๋มันช่างเลวทรามจริงๆ

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเสี่ยวอู่ ใบหน้าของจูจู๋ชิงก็เย็นชาลง และกลับไปอยู่ในโหมดเฉยเมย ราวกับไม่สนใจสิ่งใดอีกครั้ง

แต่หากมองลึกลงไปในดวงตาของนาง

คำพูดของเสี่ยวอู่ได้สร้างความปั่นป่วนในใจนางอย่างรุนแรง

นางยอมเสี่ยงชีวิตมาตามหาเขา ก็เพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม

แต่ผลลัพธ์ล่ะ?

นางต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ที่เมืองซิงหลัว ในขณะที่เขามาเสวยสุข เที่ยวเตร่เมามายอยู่ที่เมืองสั่วทัว

ความอดทนตลอดหลายปีของนางมีความหมายอะไร?

เป็นแค่เรื่องตลกงั้นหรือ?

นางอยากจะตั้งข้อสงสัยในคำพูดของเสี่ยวอู่ แต่ก็หาเหตุผลมาแย้งไม่ได้

เพราะคำว่าใครๆ ก็รู้จักนั้นมีพลังทำลายล้างสูงมาก

"เชื่อข้าเถอะ มันก็แค่สิงห์เฒ่าจอมเสเพล ถ้าเจ้าขืนไปลงเอยกับมันล่ะก็ ชีวิตเจ้าจะต้องพังพินาศแน่!"

เสี่ยวอู่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

นางอ่านเรื่องราวของแมลงสาบบ้ากามกับแมวน้อยแสนนุ่มนิ่มจบแล้ว รู้สึกปวดใจแทนจริงๆ

ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองดู ถ้านางเป็นจูจู๋ชิง นางจะตัดไอ้นั่นของไต้มู่ไป๋ทิ้งซะ แล้วหาที่หลบซ่อน ปล่อยให้มันเสียใจไปตลอดชีวิต

"เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละ เจ้าลองเก็บไปคิดดูเอาเองก็แล้วกัน"

เสี่ยวอู่จิบน้ำแก้คอแห้ง พูดมาตั้งเยอะ เล่นเอาเจ็บคอเลย

แม้วาจูจู๋ชิงจะยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ในตอนนี้

แต่จากนิสัยของนาง ก็พอจะเดาได้ว่าในใจนางคงกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก

นางอาจจะกำลังสับสน หรืออาจจะกำลังสิ้นหวัง

แต่ขอเพียงแค่นางก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ ทุกอย่างก็จะดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นเอง

อยากได้อิสระงั้นหรือ?

การเกิดมาในตระกูลจู มันเป็นเรื่องยากก็จริง

แต่มันก็อาจจะง่ายดายกว่าที่คิด

เพียงแค่นางรู้จักปล่อยวาง รู้จักละทิ้ง นางก็สามารถเป็นอิสระได้ทุกเมื่อ

เสี่ยวอู่ยังรู้สึกว่า นางสามารถให้ที่พึ่งพิงแก่นางได้ด้วยซ้ำ

ต่อให้ตระกูลจูจะยิ่งใหญ่คับฟ้าแค่ไหน ก็คงไม่กล้ามากำเริบเสิบสานต่อหน้าสำนักวิญญาณยุทธ์หรอก

นางเป็นถึงศิษย์ขององค์สังฆราชปี๋ปี๋ตงเชียวนะ!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางเดินทางไปที่สำนักวิญญาณยุทธ์ทุกปี อาจารย์ดีกับนางมาก ดูแลเอาใจใส่นางเป็นอย่างดี

ถึงขั้นเรียกได้ว่าตามใจนางเลยก็ว่าได้

แค่ขอให้อาจารย์ช่วยคุ้มครองผู้หญิงคนเดียว ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่นางมอบหนังสือนิทานเหล่านั้นให้อาจารย์ไป อาจารย์ก็เล่าเรื่องน่าสะพรึงกลัวบางอย่างให้นางฟัง

นั่นก็คือความจริงที่ซ่อนอยู่ในหนังสือนิทาน!

รวมถึงข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเย่มู่ด้วย

แม้ว่าหนังสือนิทานจะใช้ชื่อสมมติ แต่ความลับที่ถูกเปิดเผย และคำทำนายอนาคตต่างๆ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของเย่มู่

จูจู๋ชิงยังคงเงียบกริบ ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

จนกระทั่งเย่มู่ซื้ออาหารเช้ากลับมา เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ในห้อง

แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ

เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายอย่างเขาไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย

"กินอะไรรองท้องก่อนเถอะ เดี๋ยวข้ากับเสี่ยวอู่จะออกไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เปลี่ยน"

"ขอบคุณ"

น้ำเสียงของจูจู๋ชิงยังคงเยือกเย็น ทั้งสามคนนั่งรับประทานอาหารกันที่โต๊ะ

ด้วยความที่เป็นลูกผู้ดีมีตระกูล จูจู๋ชิงจึงทานอาหารอย่างช้าๆ และสง่างาม

ส่วนเสี่ยวอู่นั้นไม่มีกฎเกณฑ์อะไรให้วุ่นวาย กินตามความพอใจล้วนๆ

"จู๋ชิง เจ้ารออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวพวกเรากลับมา"

ทานอาหารเสร็จ เสี่ยวอู่ก็ลากเย่มู่ออกไปทันที

ตอนนี้ชุดที่จูจู๋ชิงใส่อยู่คือชุดของเสี่ยวอู่

แม้ว่าส่วนสูงของทั้งคู่จะใกล้เคียงกัน แต่รูปร่างกลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อจูจู๋ชิงสวมใส่ มันจึงดูรัดรูปจนเห็นสัดส่วนชัดเจน แต่ก็เผยให้เห็นความงามไปอีกแบบ

โดยเฉพาะไฟหน้าคู่โตที่ดูเหมือนจะพุ่งทะลุเสื้อออกมา

จนแม้แต่เสี่ยวอู่ยังแอบเอาไปเปรียบเทียบกับของตัวเอง แล้วก็ต้องยอมแพ้แต่โดยดี

หลังจากทั้งสองคนเดินออกไปได้ไม่นาน จูจู๋ชิงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินออกจากห้องไปเช่นกัน

ตามท้องถนน เสี่ยวอู่ดูจะกระตือรือร้นกับการช้อปปิ้งเป็นพิเศษ

หลายปีมานี้ นางลากเย่มู่ไปเดินช้อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้าเป็นประจำอย่างสนุกสนาน

"ชุดนี้ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้... เอาออกไป ที่เหลือเหมาหมด!"

ภายในร้านเสื้อผ้า เสี่ยวอู่เลือกเสื้อผ้ามาหลายสิบชุด

มีทั้งของนางเอง และของจูจู๋ชิง

เสื้อผ้าที่นางเลือกให้จูจู๋ชิงส่วนใหญ่จะเป็นชุดหนัง ส่วนกระโปรงมีน้อยมาก

นางพอจะรู้เรื่องวิญญาณยุทธ์และรูปแบบการต่อสู้ของจูจู๋ชิงมาบ้าง

เสื้อผ้าอย่างกระโปรง ไม่ค่อยเหมาะกับจูจู๋ชิงเท่าไหร่นัก

ในฐานะวิญญาจารย์ เสื้อผ้าส่วนใหญ่จึงออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการต่อสู้

เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมจะกลายเป็นภาระในการต่อสู้เปล่าๆ

เมื่อเลือกเสร็จแล้ว ของทั้งหมดก็ถูกฝากไว้ที่เย่มู่

ตอนนี้เสี่ยวอู่ก็มีอุปกรณ์วิญญาณประเภทเก็บของแล้ว เป็นพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ที่เย่มู่มอบให้นาง

แต่ด้วยความเคยชินมาหลายปี นางก็ยังชอบฝากของไว้กับเย่มู่เหมือนเดิม

อุปกรณ์วิญญาณของนางส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ

"แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว กลับกันเถอะ"

เสี่ยวอู่ส่งยิ้มอย่างพึงพอใจ

วันนี้ใช้เงินไปไม่เยอะ แค่สิบเหรียญภูตทองเท่านั้นเอง!

สำหรับคนทั่วไป เงินจำนวนนี้สามารถเลี้ยงครอบครัวสามคนไปได้หลายปีเลยทีเดียว

เมื่อกลับมาถึงโรงแรม เสี่ยวอู่ก็เปิดประตูห้องอย่างอารมณ์ดี

"จู๋ชิง ดูสิว่าพวกเราซื้ออะไรมาให้..."

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงของนางก็ขาดหายไป

"ไปแล้วเหรอ? มีจดหมายทิ้งไว้ด้วย"

จบบทที่ ตอนที่ 38 ไต้มู่ไป๋เป็นสิงห์เฒ่าจอมเสเพล? ไม่อยากจะเชื่อเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว