เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 จูจู๋ชิง, มุกพระเอกช่วยสาวงาม ถึงจะเก่าแต่ก็ยังเก๋าอยู่

ตอนที่ 36 จูจู๋ชิง, มุกพระเอกช่วยสาวงาม ถึงจะเก่าแต่ก็ยังเก๋าอยู่

ตอนที่ 36 จูจู๋ชิง, มุกพระเอกช่วยสาวงาม ถึงจะเก่าแต่ก็ยังเก๋าอยู่


ราตรีเริ่มล่วงเลยผ่านไป เย่มู่ที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรักมาหมาดๆ กลับข่มตาหลับไม่ลง

กว่าหกปีที่เฝ้ารอ ในที่สุดเขาก็ได้ลิ้มรสเนื้อหวานๆ เสียที!

เสี่ยวอู่หลับสนิทไปแล้ว แต่เขายังตาค้างอยู่เลย

"หาอะไรทำดีล่ะเนี่ย..."

เย่มู่พึมพำกับตัวเอง ใจหนึ่งก็อยากจะปลุกเสี่ยวอู่ขึ้นมาเพื่อสำรวจความมหัศจรรย์ของชีวิตอีกรอบ

แต่คิดไปคิดมา ช่างเถอะ

ขืนทำต่อไป ร่างกายนางคงรับไม่ไหวแน่!

เขาลุกขึ้นเดินออกจากโรงแรม และเผลอเดินออกไปนอกเมืองโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่กำลังรับลมเย็นๆ และเตรียมตัวจะเดินกลับโรงแรม เสียงการต่อสู้จากที่ไกลๆ ก็ดึงดูดความสนใจของเขา

ณ ป่าทึบนอกเมืองสั่วทัว เงาร่างห้าสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิด

ร่างแรกที่วิ่งนำหน้าดูเหมือนจะหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนสี่ร่างที่ไล่ตามมาเบื้องหลัง ล้วนมีวงแหวนวิญญาณทอประกาย พร้อมกับสาดซัดท่าสังหารออกมาไม่หยุดหย่อน

"จูจู๋ชิง! แกหนีไม่รอดหรอก!"

ผู้ไล่ล่าตะโกนก้อง เร่งความเร็วขึ้นฉับพลัน พริบตาเดียวก็พุ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ไปขวางหน้าเป้าหมายไว้ได้

จูจู๋ชิงใช้มือยันลำต้นไม้ พลิกตัวกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว แล้วร่อนลงมายืนบนกิ่งไม้อย่างมั่นคง นางจ้องมองทั้งสี่คนที่ล้อมกรอบนางไว้ด้วยสายตาเย็นชา

ตอนนี้นางอยู่ในสภาวะวิญญาณยุทธ์สถิตร่างแล้ว กรงเล็บแมวแหลมคมงอกยาวออกมา

นัยน์ตาทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนสี ตาซ้ายเป็นสีเขียวมรกต ส่วนตาขวาเป็นสีฟ้ากระจ่าง ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงระแผ่นหลัง

ทั้งสี่คนที่ล้อมกรอบนางไว้แสยะยิ้มราวกับกำลังดูถูกเหยื่อ ราวกับว่านางเป็นเพียงปลาบนเขียงที่รอให้พวกมันสับจงกรม

"ยอมจำนนซะดีๆ บางทีพวกเราอาจจะไว้ชีวิตเจ้าก็ได้"

"ไม่อย่างนั้นล่ะก็ อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ"

หัวหน้ากลุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ไม่อาจปกปิดความโลภและตัณหาในดวงตาได้เลย

จูจู๋ชิงในวัยสิบสองปีนั้นงดงามยิ่งนัก ผมสีดำยาวสยายประบ่า ผิวพรรณขาวผ่อง รูปร่างเย้ายวนเกินวัยและอวบอิ่มจนแทบทะลัก

ใบหน้าของนางเรียบเฉย เย็นชาออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เป็นความเย็นชาที่บริสุทธิ์

แววตาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ขัดกับใบหน้าที่สะสวยอย่างเห็นได้ชัด

แขนขาเรียวยาวสมส่วน แผ่กลิ่นอายความเย็นเยียบดุจความตายที่ทำให้ผู้คนยากจะทนรับได้

แต่ตราบใดที่หน้าตายังคงสะสวยและหุ่นเป๊ะปัง ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายหลายคนหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นได้อยู่ดี

"น่าขยะแขยง"

น้ำเสียงของจูจู๋ชิงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ราวกับแค่พูดความจริงออกมา

หัวหน้าวิญญาจารย์หน้าถอดสี ตวาดลั่น "จับนาง!"

ลูกน้องทั้งสามรับคำสั่ง แล้วพุ่งเข้าจู่โจมทันที

ทักษะวิญญาณสาดแสงวูบวาบ การโจมตีหลากหลายรูปแบบพุ่งทะยานเข้าใส่นางอย่างต่อเนื่อง

พรสวรรค์ของจูจู๋ชิงถือว่าไม่ธรรมดา ปัจจุบันนางเป็นถึงมหาวิญญาจารย์สายความเร็ว ระดับยี่สิบเจ็ดแล้ว

ความเร็วคือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของนาง

แต่เมื่อต้องเผชิญกับความต่างชั้นของพลังที่ห่างกันเกินไป นางก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว

เพียงไม่นาน ร่างกายของนางก็เต็มไปด้วยบาดแผล

ชุดหนังรัดรูปถูกฟันจนขาดวิ่น เลือดไหลริน

แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่จูจู๋ชิงกลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ราวกับไม่ได้ใส่ใจชีวิตของตนเองเลย

วิญญาจารย์ทั้งสี่คนเล่นสนุกกับนางเหมือนแมวหยอกหนู คอยป่วนประสาทและสาดการโจมตีอันรุนแรงใส่นางเป็นระยะ

ทว่านั่นกลับเป็นโอกาสทองของจูจู๋ชิง

นางสบโอกาสกระตุ้นทักษะวิญญาณที่หนึ่งทันที

"กรงเล็บโลกันตร์ทะลวง!"

ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว กรงเล็บแหลมคมยืดออก พุ่งเข้าประชิดตัวหัวหน้าวิญญาจารย์แล้วแทงกรงเล็บลงไป

"นังตัวดี ไสหัวไปซะ!"

หัวหน้าวิญญาจารย์ตวาดกร้าว แต่ในตอนนั้นเอง รูปแบบการโจมตีของจูจู๋ชิงก็เปลี่ยนไป

"โลกันตร์ร้อยกรงเล็บ!"

ร่างของนางหมุนควงอย่างรวดเร็ว กรงเล็บแมวตวัดฟาดฟันอย่างต่อเนื่อง ความเร็วสูงลิบจนเห็นเพียงภาพติดตา

สีหน้าของหัวหน้าวิญญาจารย์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อมันคิดจะตั้งรับก็สายเกินไปเสียแล้ว

หน้าอกจุดเดิมถูกโจมตีซ้ำๆ นับร้อยครั้ง กรงเล็บแมวแฝงพลังทะลวง ทะลวงผ่านการป้องกันของมันไปได้อย่างง่ายดาย

‘ฉัวะ!’

เลือดสาดกระเซ็น ร่างของหัวหน้าวิญญาจารย์ลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง

พลังวิญญาณแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของมัน โจมตีเส้นลมปราณอย่างบ้าคลั่ง

ความเจ็บปวดทำเอามันเหงื่อแตกพลั่ก

โชคดีที่พลังฝึกตนของมันสูงพอสมควร จึงยังกัดฟันทนรับไว้ได้

"นังสารเลว! ฆ่านางซะ! เหลือไว้แค่หน้าก็พอ!"

หัวหน้าวิญญาจารย์กัดฟันกรอด ไม่คิดเลยว่าจะโดนเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้เล่นงานจนสะบักสะบอมได้ขนาดนี้

ช่างน่าอัปยศอดสูจริงๆ!

ลูกน้องทั้งสามเร่งจังหวะโจมตีให้เร็วขึ้นทันที

จูจู๋ชิงเริ่มร้อนใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยเช่นเดิม

และเมื่อหัวหน้าวิญญาจารย์กระโดดเข้ามาร่วมวง สถานการณ์ของนางก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต

"ตายซะ!"

"ทักษะวิญญาณที่สี่·ค้อนศึกมหาศาล!"

หัวหน้าวิญญาจารย์คำรามลั่น วิญญาณยุทธ์ค้อนสีดำขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีความยาวถึงสามเมตร ก่อนจะฟาดลงมาที่จูจู๋ชิงอย่างแรง

จูจู๋ชิงพยายามจะใช้ความเร็วหลบหลีก แต่กลับถูกวิญญาจารย์อีกสามคนปิดทางหนีไว้หมด นางทำได้เพียงเบิกตาดูค้อนสีดำที่กำลังพุ่งลงมาหมายจะทุบหัวนางให้แหลกคาที่

เมื่อเห็นค้อนขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นางก็ไม่มีพลังวิญญาณเหลือพอจะต้านทานอีกต่อไป จึงทำได้เพียงหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

‘ตู้ม!!!’

เสียงระเบิดดังกึกก้อง!

ทว่ากลับไม่มีความเจ็บปวดอย่างที่คิด แต่กลับมีกลิ่นหอมกรุ่นลอยมากระทบจมูกแทน

จูจู๋ชิงลืมตาขึ้น แล้วก็พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งมายืนขวางอยู่ตรงหน้านาง

ค้อนสีดำที่กำลังฟาดลงมา ถูกเขาใช้เพียงมือเดียวรับเอาไว้ได้!

ใช้แค่มือเปล่ารับการโจมตีจากทักษะวิญญาณที่สี่เนี่ยนะ?!

แววตาของจูจู๋ชิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เพียงพริบตาเดียวก็ถูกเก็บซ่อนเอาไว้

"แกเป็นใคร? อย่ามาแส่ไม่เข้าเรื่อง!"

หัวหน้าวิญญาจารย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นคนตรงหน้าใช้แค่มือเดียวรับทักษะวิญญาณของมันได้

การที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ หมายความว่าพลังวิญญาณของอีกฝ่ายต้องสูงกว่ามัน ดีไม่ดีอาจจะเป็นยอดฝีมือระดับราชาวิญญาณเลยก็ได้!

"แส่ไม่เข้าเรื่องงั้นหรือ? หึๆ~"

เย่มู่หัวเราะเบาๆ

ตอนที่เขาตามมาดูและพบว่าเป็นจูจู๋ชิง เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เห็นนางต้านทานไม่ไหว เขาจึงตัดสินใจลงมือช่วยเหลือ

ถึงอย่างไรนางก็เป็นหนึ่งในตัวละครที่เขาชื่นชอบ แม้นางจะไม่ถึงตายในเหตุการณ์นี้ แต่การปล่อยให้นางต้องบาดเจ็บสาหัสก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก

ที่สำคัญ... ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของนางกับไต้มู่ไป๋เข้ามาเกี่ยวด้วย!

"คืนนี้ข้าจะขอแส่สักเรื่อง แล้วพวกแกจะทำไม?"

"รนหาที่ตายนัก! ลุย!"

หัวหน้าวิญญาจารย์ตวาดลั่น ลูกน้องทั้งสามพุ่งเข้าใส่ทันที

"ระวัง!"

จูจู๋ชิงรีบร้องเตือนเมื่อเห็นศัตรูเปิดฉากโจมตี

"ก็แค่มดปลวก หึ~"

"ทักษะวิญญาณที่สี่·อีกาทองทะลวงเวหา!"

สิ้นเสียง เปลวเพลิงในฝ่ามือก็ลุกโชน ขยายตัวกลายเป็นเงาร่างของอีกาทองคำสามขาที่สยายปีกกว้างถึงสามเมตรเมื่อลอยขึ้นสู่อากาศ

ขนนกของมันลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง นัยน์ตาแดงฉานดุจโลหิต

ในวินาทีที่มันกระพือปีก ร่างของมันก็พุ่งทะยานออกไปดั่งดาวตก ทิ้งรอยเส้นแสงสีทองเป็นทางยาวไว้เบื้องหลัง

เงาร่างของวิหคทองคำทะลวงทะลุร่างของทั้งสี่คนไปในชั่วพริบตา เสียงระเบิดดังกึกก้องเมื่อมันเจาะทะลวงผ่านการป้องกันของพวกมัน

เมื่อถึงจุดหมาย ร่างของทั้งสี่ก็ระเบิดกลายเป็นละอองเลือด

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เผาผลาญละอองเลือดเหล่านั้นจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านในเสี้ยววินาที

กระบวนท่าเดียว สังหารวิญญาจารย์รวดเดียวสี่คน!

และหนึ่งในนั้นยังเป็นถึงปรมาจารย์วิญญาณระดับสี่สิบหกอีกด้วย!

วิธีการอันเหี้ยมโหดนี้ทำเอาจูจู๋ชิงถึงกับอึ้งกิมกี่

คนตรงหน้าดูอายุไม่ห่างจากนางเท่าไหร่ แต่พลังวิญญาณกลับน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

หลังจากจัดการวิญญาจารย์ทั้งสี่เสร็จ เย่มู่ก็หันกลับมามองจูจู๋ชิง

"ขอบคุณ!"

จูจู๋ชิงเป็นคนพูดน้อย สงวนคำพูดราวกับทองคำ

แม้น้ำเสียงจะยังคงเยือกเย็น แต่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เปล่งออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ

สำหรับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางไว้ นางก็ไม่สามารถทำตัวเย็นชาใส่ได้ลงคอ

เย่มู่ส่งยิ้มให้ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ร่างของจูจู๋ชิงก็อ่อนยวบและหน้ามืดล้มพับไปข้างหน้า

เย่มู่ตาไว รีบคว้าตัวนางเข้ามากอดไว้ได้ทันท่วงที

"เป็นอะไรหรือเปล่า?"

"ข้า... ไม่เป็นไร"

เสียงของจูจู๋ชิงแผ่วเบา พูดจบดวงตาก็เหลือกขึ้นบนแล้วสลบเหมือดไปเลย

คราวนี้เย่มู่ถึงกับไปไม่เป็น

สลบไปแบบนี้ แล้วจะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย?

ช่างเถอะ พากลับไปก่อนแล้วกัน!

เขาอุ้มจูจู๋ชิงขึ้นมาแล้วมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองสั่วทัว หญิงงามในอ้อมกอด กลิ่นหอมเฉพาะตัวของดรุณีแรกรุ่นโชยเข้าจมูก ทำเอาเลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน

อย่างที่ใครเขาว่ากันไว้จริงๆ สาวหุ่นแซ่บๆ นี่มันทั้งนุ่มทั้งหอม!

เพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจใหญ่ในชีวิตมาหมาดๆ เป็นช่วงที่กำลังติดใจในรสชาติเสียด้วย

โชคดีที่พลังใจของเขายังเข้มแข็งพอ จึงอดทนอุ้มนางกลับมาถึงโรงแรม และวางนางลงบนโซฟาได้อย่างปลอดภัย

จบบทที่ ตอนที่ 36 จูจู๋ชิง, มุกพระเอกช่วยสาวงาม ถึงจะเก่าแต่ก็ยังเก๋าอยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว