- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเทพสวรรค์จุติกำเนิดใหม่พร้อมเพลิงสุริยัน
- ตอนที่ 23: คำสัญญาของศิษย์อาจารย์ สิบสองขวบระดับ 40 ก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้?
ตอนที่ 23: คำสัญญาของศิษย์อาจารย์ สิบสองขวบระดับ 40 ก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้?
ตอนที่ 23: คำสัญญาของศิษย์อาจารย์ สิบสองขวบระดับ 40 ก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้?
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่มู่ก็พาเสี่ยวอู่มุ่งหน้าไปยังวิหารสาขาของสำนักวิญญาณยุทธ์
ผ่านเหตุการณ์ป่วนๆ ของปี๋ปี๋ตงเมื่อคืน ในที่สุดเขาก็มั่นใจเต็มร้อยในความไร้เทียมทานของหัวใจพันมายา
มันสามารถกลบกลิ่นอายของสัตว์วิญญาณจำแลงได้มิดชิดเสียจน แม้แต่ระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ก็ยังมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริง
ด้วยเหตุนี้ เย่มู่จึงกล้าพานางออกไปเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องหวาดระแวงการสอดแนมจากราชทินนามพรหมยุทธ์หน้าไหนอีกต่อไป
เมื่อมาถึงหน้าวิหาร ก็ประจวบเหมาะกับที่ขบวนรถม้าของปี๋ปี๋ตงกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางพอดี
"ท่านอาจารย์~"
เสี่ยวอู่ร้องเรียกมาแต่ไกล
แถมยังดูตื่นเต้นดีใจเสียด้วยซ้ำ!
เย่มู่ได้แต่แอบถอนหายใจชื่นชมในความใจเด็ดของนาง
เมื่อคืนตอนที่เห็นปี๋ปี๋ตงครั้งแรกยังหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่เลย
พอผ่านไปแค่คืนเดียว นางกลับลืมความน่ากลัวไปเสียสนิท
หรืออาจจะเป็นเพราะนางเชื่อมั่นในตัวเย่มู่มาก จนคลายความกังวลไปจนหมดสิ้น
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ปี๋ปี๋ตงก็เลิกม่านรถม้าขึ้น
"เสี่ยวอู่?"
"พวกเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
ปี๋ปี๋ตงดูจะประหลาดใจเล็กน้อย
เสี่ยวอู่เดินเข้าไปหาอย่างเป็นกันเอง เหล่าทหารองครักษ์ที่ทำท่าจะขวางนางไว้ เมื่อได้ยินเสียงของปี๋ปี๋ตง ต่างก็รีบหลีกทางให้ทันที
"ท่านอาจารย์จะเดินทางกลับเมืองวิญญาณยุทธ์วันนี้ พวกเราก็เลยตั้งใจมาส่งท่านไงคะ พี่มู่ เร็วๆ เข้าสิ~"
เสี่ยวอู่หันกลับมาเร่งเร้าเย่มู่
"มาแล้วๆ"
เย่มู่เดินตามไปอย่างเก้ๆ กังๆ การต้องมาคลุกคลีกับปี๋ปี๋ตงมันทำให้เขารู้สึกพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก
ปี๋ปี๋ตงที่สัมผัสได้ถึงความเกร็งของเขา ก็ลอบมีประกายขบขันวาบผ่านนัยน์ตา
"พวกเจ้าช่างมีน้ำใจนัก อยู่ที่เมืองนั่วติงนี่ก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ ล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือจากวิหารสาขาได้เลย"
"รับทราบค่ะ! ท่านอาจารย์คือที่พึ่งพิงของพวกเราอยู่แล้ว!"
เสี่ยวอู่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนใดๆ แถมยังพูดด้วยความภาคภูมิใจและแอบยืดอกเบาๆ
"ที่พึ่งพิงรึ? จะมองอย่างนั้นก็ได้"
นางเอ่ยจบก็หันไปทางเย่มู่ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า "เย่มู่ พรสวรรค์ของเจ้านับว่ายอดเยี่ยมมาก"
"แม้ข้าจะไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงอยากอยู่ที่เมืองนั่วติงต่อ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เกียจคร้าน และมุ่งมั่นบ่มเพาะต่อไปนะ"
"แล้วก็ดูแลเสี่ยวอู่ให้ดีด้วย นางค่อนข้างจะซุกซนไปสักหน่อย"
แม้จะเพิ่งได้คลุกคลีกันไม่นาน แต่นางก็พอมองนิสัยใจคอของทั้งสองคนออกปรุโปร่ง
"รับทราบขอรับ ท่านอาจารย์"
เย่มู่ก้มหน้ารับคำ สำหรับเสี่ยวอู่แล้ว เขาต้องดูแลอย่างดีแน่นอน
ส่วนเรื่องเกียจคร้านน่ะหรือ?
เขาไม่เคยคิดจะหยุดพักอยู่แล้ว
หนี้แค้นฝังลึกยังไม่ได้สะสาง จะให้มามัวขี้เกียจได้ยังไง?
ไต้มู่ไป๋ ในอนาคตคือถึงขั้นเป็นเทพสงครามเชียวนะ ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจเลยทีเดียว
ถ้าไต้มู่ไป๋รู้ถึงการมีอยู่ของเขา มันต้องไม่ยอมรามือแน่
ดังนั้น ศึกระหว่างพวกเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
ปี๋ปี๋ตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงเอาตราสมเด็จพระสันตะปาปาออกมาหนึ่งอัน
"เก็บไว้เถอะ เผื่อจะได้ใช้ประโยชน์"
"และอีกอย่าง หากเจ้าสามารถบรรลุระดับ 40 ได้ก่อนอายุสิบสองขวบ ข้าจะมีของขวัญชิ้นใหญ่ให้เจ้า"
"ของขวัญอะไรเหรอคะ?"
เสี่ยวอู่ตาลุกวาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูเหมือนอาจารย์จะเอ็นดูพี่มู่เป็นพิเศษนะเนี่ย
"ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์ เจ้าว่าอย่างไรล่ะ?"
ปี๋ปี๋ตงลูบหัวเสี่ยวอู่เบาๆ
แต่คำพูดของนางทำเอาเย่มู่ถึงกับอ้าปากค้าง
ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์?
มันคือของขวัญชิ้นใหญ่ และเป็นข้อเสนอที่ยั่วยวนใจสุดๆ จริงๆ
แต่การจะไปถึงระดับ 40 ก่อนอายุสิบสองขวบนี่สิ...
พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ระดับ 38 แล้ว เผลอๆ อีกเดือนสองเดือนก็น่าจะทะลุระดับ 40 ได้สบายๆ
โชคดีนะที่เขาไม่ได้เปิดเผยความสามารถที่แท้จริงให้ปี๋ปี๋ตงเห็น
ไม่อย่างนั้น เงื่อนไขคงจะหฤโหดกว่านี้แน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมให้อยู่เมืองนั่วติงต่อเลยด้วยซ้ำ
ถ้าต้องจากเมืองนี้ไป แผนการเรื่องบททดสอบเทพจักรพรรดิสวรรค์ก็ต้องเลื่อนออกไปอีกยาว ซึ่งนั่นจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่เลยทีเดียว
"เอาตามที่ตกลงกันไว้นะ เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปเรียนได้แล้ว"
ปี๋ปี๋ตงปิดม่านรถม้าลง ขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เย่มู่ดึงมือเสี่ยวอู่ให้ถอยหลบมายืนอยู่ข้างทาง โดยมีบรรดาผู้บริหารระดับสูงของวิหารสาขามองดูอยู่ไม่ห่าง
จนกระทั่งขบวนรถลับสายตาไป หัวหน้าวิหารสาขาถึงได้เดินเข้ามาทักทาย
"เย่มู่กับเสี่ยวอู่ใช่ไหม? ท่านสมเด็จพระสันตะปาปาได้กำชับไว้แล้วว่า หากพวกเจ้ามีปัญหาอะไร ก็ให้มาหาพวกเราได้เลย"
"ขอบพระคุณขอรับ!"
เย่มู่ค้อมศีรษะให้เล็กน้อย ก่อนจะพาเสี่ยวอู่เดินกลับไป
เขารู้สึกว่าการมาส่งปี๋ปี๋ตงวันนี้มันมีอะไรแปลกๆ แฝงอยู่
จู่ๆ ก็ได้คำมั่นสัญญามาอย่างงงๆ ถือเป็นข้อตกลงระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ก็แล้วกัน
ระหว่างทางเดินกลับ เสี่ยวอู่ก็เจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก
พลางพลิกดูตราสมเด็จพระสันตะปาปาในมือไปมา
"ชอบเหรอ? ข้ายกให้"
เย่มู่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับตราอันนี้เลย
ถึงแม้มันจะมีประโยชน์ช่วยอำนวยความสะดวกได้เยอะก็จริง
แต่ในตอนนี้ เขาแทบจะไม่ได้ใช้มันหรอก
เขาต้องอยู่ที่เมืองนั่วติงอีกตั้งหกปี ซึ่งในช่วงหกปีนี้ก็คงจะไม่มีเหตุการณ์ใหญ่โตอะไรเกิดขึ้น
ตราอันนี้ก็คงได้แต่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าไม่ได้หยิบออกมาใช้แหงๆ
"เอ๋? ไม่เอาหรอก นี่มันของที่อาจารย์ให้พี่มู่นะ ข้าจะรับไว้ได้ยังไง"
"แล้วอีกอย่าง มีพี่มู่อยู่ทั้งคน ข้าก็ไม่เห็นจะต้องพึ่งพาของพวกนี้เลย"
เสี่ยวอู่ยัดตราสมเด็จพระสันตะปาปาคืนใส่มือเย่มู่ ปฏิเสธเสียงแข็ง
"โอเคๆ"
เย่มู่พยักหน้า ระหว่างเขากับนาง ไม่จำเป็นต้องมาคิดเล็กคิดน้อยกันหรอก
"ว่าแต่พี่มู่ จะรอจนถึงระดับ 40 ค่อยไปหาท่านอาจารย์ หรือว่าจะรอให้ถึงสิบสองขวบก่อนดี?"
เสี่ยวอู่รู้ระดับพลังวิญญาณที่แท้จริงของเขาดี
ด้วยพลังของหัวใจพันมายาไม่มีใครสามารถมองทะลุระดับพลังวิญญาณของเขาได้
แต่สำหรับเรื่องนี้ เขาไม่เคยปิดบังเสี่ยวอู่เลย
ถึงเสี่ยวอู่จะดูบ๊องๆ บวมๆ ไปบ้าง แต่เรื่องการเก็บความลับ นางคือยอดฝีมือตัวจริง เสียงแข็งไม่มีหลุด!
"รอให้สิบสองขวบก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักวิญญาณยุทธ์น่ะ มันเป็นเผือกร้อนชัดๆ"
เขารู้ดีว่าการที่ปี๋ปี๋ตงหยิบยื่นตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์ให้มันเป็นเรื่องดี
แต่มันก็มีปัญหาใหญ่รออยู่เหมือนกัน...
หอบูชาพรหมยุทธ์!
ที่นั่นอยู่ภายใต้การควบคุมของเชียนเต้าหลิว!
จริงอยู่ที่เชียนเต้าหลิวอาจจะปล่อยปละละเลยให้ปี๋ปี๋ตงทำอะไรตามใจชอบ อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกผิด หรืออาจจะเป็นเพราะเชียนเริ่นเสวี่ย
แต่ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวิญญาณยุทธ์มันสำคัญมากนะ ไม่รู้ว่าเชียนเต้าหลิวจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ หรือเปล่า
ดังนั้น การที่ปี๋ปี๋ตงยัดเยียดตำแหน่งนี้ให้เขา มันอาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้
เสี่ยวอู่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ฟังแล้วก็ทำหน้างงๆ
คุยกันไปคุยกันมา ทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าโรงเรียนนั่วติง
ในฐานะนักเรียนไป-กลับเพียงสองคนของโรงเรียน ยามเฝ้าประตูก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี
ทุกครั้งที่เย่มู่เดินเข้าโรงเรียน เขามักจะให้ทิปเป็นเหรียญภูตทองหนึ่งเหรียญเสมอ
ทำให้ยามเฝ้าประตูกลายมาเป็นลูกน้องของเขาอย่างเต็มตัว
และอาจจะเป็นเพราะรู้ถึงความบาดหมางระหว่างเขากับถังซาน ยามก็มักจะหาเรื่องกลั่นแกล้งถังซานอยู่บ่อยๆ
ซึ่งเรื่องนี้ เย่มู่ก็แฮปปี้สุดๆ ไปเลย
เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องเรียน ถังซานที่นั่งหงอยอยู่มุมห้องก็มีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขารีบผุดลุกขึ้นยืน
เสี่ยวอู่มาโรงเรียนแล้ว!
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เหล่านักเรียนในห้องก็พากันร้องตะโกนขึ้นมาเสียก่อน
"พี่เสี่ยวอู่!"
"พี่เสี่ยวอู่มาแล้ว!"
คนที่ร้องเรียกส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักเรียนทุน และมีนักเรียนชนชั้นสูงรวมอยู่ด้วยบางส่วน
แต่ทุกคนต่างก็เรียกนางเป็นเสียงเดียวกัน
ช่วงที่เย่มู่ไปป่าล่าวิญญาณ เสี่ยวอู่ก็จัดการประลองฝีมือ (หรือจะเรียกว่ากระทืบ) นักเรียนทั้งโรงเรียนมาหมดแล้ว
ไม่สนหรอกว่าจะมีวงแหวนวิญญาณหรือเปล่า อัดให้น่วมไว้ก่อนเป็นพอ
ด้วยความแข็งแกร่งของนาง ผนวกกับเงินอัดฉีดจากเย่มู่ ไม่นานนางก็รวบรวมลูกสมุนมาได้เป็นกอบเป็นกำ สถาปนาตัวเองเป็นลูกพี่ใหญ่ของโรงเรียนอย่างเต็มภาคภูมิ
พอนักเรียนหลายคนแห่เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเสี่ยวอู่ ถังซานก็เลยโดนเบียดจนแทรกตัวเข้าไปไม่ได้
"กลับไปนั่งที่ได้แล้ว ใกล้จะเริ่มเรียนแล้วนะ"
เย่มู่เอ่ยขึ้นเบาๆ พวกนักเรียนจึงยอมกลับไปนั่งที่ของตน
ถังซานเห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงรีบขยับตัวจะเข้าไปหา
แต่เย่มู่กลับจับมือเสี่ยวอู่ ให้นางเข้าไปนั่งด้านใน
ถังซานหน้าเขียวปั๊ด จะเบียดเข้าไปก็ใช่ที่ ได้แต่ยืนแค้นเคืองอยู่ในใจ
เขาต้องรีบอัปเกรดพลังให้ไวที่สุด!
เขาต้องล้างแค้นให้ได้ เสี่ยวอู่ถึงจะยอมหันมาสนใจเขา!
---