เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่  220 การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งสามคน

บทที่  220 การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งสามคน

บทที่  220 การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งสามคน


บทที่  220 การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งสามคน

“ไปไหนหรอครับ?” ยาฮิโกะถามด้วยความคาดหวัง

โคนันกับนางาโตะแม้จะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าเขา แต่ก็ดีใจมากที่จะได้ออกไปทำภารกิจ

ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก แม้จะมีความคิดความอ่านโตเกินวัย แต่สัญชาตญาณความเป็นเด็กก็ไม่ได้ถูกกดทับเอาไว้ได้ง่ายๆ

โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเรียนคาถานินจามาตั้งนาน ย่อมอยากจะแสดงฝีมือให้คนอื่นเห็นเป็นธรรมดา

“แคว้นยูกิ (แคว้นหิมะ)” นัตสึกิหัวเราะเบาๆ แล้วตอบ

“ไม่เคยได้ยินเลยครับ” ยาฮิโกะเกาหัว แล้วเดาว่า “ฟังดูเหมือนประเทศที่หิมะตกทุกวันเลย”

โคนันได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย

เธอไม่เคยเห็นหิมะ จึงรู้สึกสงสัยและสนใจในหิมะ

“เธอเดาถูกแล้ว แคว้นยูกิมีหิมะอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป็นโลกแห่งน้ำแข็งและหิมะเลยล่ะ” นัตสึกิเตือน “พวกเธอเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ เผื่อไว้หลายๆ ชุดหน่อยนะ”

ทั้งสามคนพยักหน้ารับ

“พวกเราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้”

นัตสึกิเปลี่ยนเรื่อง แล้วถามว่า “โคนัน เธอปลุกมนต์อสูรโลหิต • ระเบิดโลหิตขึ้นมาได้ยังไง?”

“มนต์อสูรโลหิต • ระเบิดโลหิต? นั่นคือชื่อของพลังที่ฉันเพิ่งใช้ไปหรอคะ?” โคนันชะงักไปเล็กน้อยแล้วถามกลับ

“อืม” นัตสึกิอธิบาย “ฉันเรียกวิชาลับแห่งสายเลือดใหม่พวกนี้ว่า ‘มนต์อสูรโลหิต’”

“ก่อนหน้านี้อาจารย์นัตสึกิเคยให้ยันต์ระเบิดฉันมาเยอะมากใช่ไหมคะ? บอกให้ฉันลองศึกษาการใช้ยันต์ระเบิดดูเวลาว่าง” โคนันพูดต่อ “เมื่อหลายวันก่อนตอนที่ฉันกำลังศึกษาอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง แล้วก็บรรลุมนต์อสูรโลหิต • ระเบิดโลหิตขึ้นมาค่ะ”

“บังเอิญจังเลยนะ” นัตสึกิอดหัวเราะไม่ได้

ที่เขาให้ยันต์ระเบิดโคนันไป ความจริงแค่อยากดูว่าเธอจะสามารถคิดค้นวิชาลับควบคุมกระดาษแบบที่ใช้ในเนื้อเรื่องต้นฉบับได้ด้วยตัวเองหรือไม่

แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะจับพลัดจับผลูไปเชื่อมโยงกับมนต์อสูรโลหิต • ระเบิดโลหิตได้

ทว่าทั้งสองอย่างก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง เช่น การระเบิดและเปลวไฟ

นัตสึกิหันไปมองยาฮิโกะ

มนต์อสูรโลหิตของเขาเกี่ยวข้องกับน้ำแข็งและหิมะ

ไม่แน่ว่าการไปแคว้นยูกิครั้งนี้อาจจะทำให้เขาบรรลุพลังขึ้นมาได้

“ผมก็เคยลองแล้ว แต่เลือดของผมมันไม่ระเบิดครับ” ยาฮิโกะสังเกตเห็นสายตาของเขาจึงเอ่ยปาก

“ถึงพวกเธอจะใช้เลือดของฉันเหมือนกัน แต่มนต์อสูรโลหิตที่ได้นั้นไม่เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเฉพาะตัวของพวกเธอเองด้วย” นัตสึกิได้ยินดังนั้นก็ตอบ “เธอไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ ลองไปเดี๋ยวก็จับจุดได้เอง ไม่แน่ว่าไปแคว้นยูกิรอบนี้เธออาจจะปลดล็อกมันได้ก็ได้”

“ครับ” ยาฮิโกะถอนหายใจอย่างโล่งอก

การที่ยังไม่บรรลุมนต์อสูรโลหิต แม้เขาจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอรับได้

เขาแค่กลัวว่านัตสึกิจะผิดหวังในตัวเขาเท่านั้น

“โคนัน พลังของเธอไม่ได้มีแค่มนต์อสูรโลหิต • ระเบิดโลหิตหรอกนะ” นัตสึกิบีบแก้มเธอเบาๆ แล้วพูด “ยังต้องพยายามต่อไปล่ะ”

โคนันพยักหน้ารับด้วยความเขินอาย

“แม้การทำความเข้าใจพลังจะสำคัญ แต่การฝึกซ้อมตามปกติก็ทิ้งไม่ได้” นัตสึกิชักมือกลับแล้วพูด “ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้วตั้งแต่การตรวจสอบครั้งล่าสุด วันนี้ก็ถือโอกาสตรวจสอบเลยแล้วกัน”

“ผมก่อนเลย!” ยาฮิโกะรีบเสนอตัว

นัตสึกิพยักหน้า ก่อนจะถอยไปอยู่ด้านข้างกับโคนันและนางาโตะ

ยาฮิโกะเริ่มแสดงวิชา โซล , เดินชมจันทร์ , กายาเหล็กและดัชนีทะลวงให้ดูรวดเดียวจนจบ

เมื่อนัตสึกิเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

เรียนได้เร็วขนาดนี้เลยหรอ?

ก่อนหน้านี้ยังไม่เห็นเร็วขนาดนี้เลย

นัตสึกิฉุกคิดขึ้นมาได้และเข้าใจถึงสาเหตุ

ตอนนี้ยาฮิโกะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นครึ่งคนครึ่งอสูร

ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมาก

และวิชาหกรูปแบบของทหารเรือก็เป็นกระบวนท่าที่เน้นพึ่งพาความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก

หากร่างกายมีความแข็งแกร่งถึงเกณฑ์ ก็จะเรียนรู้ได้เร็วมาก

“โคนัน” เมื่อนัตสึกิคิดได้ดังนั้น ก็ตบไหล่โคนันเบาๆ

โคนันเดินออกไปด้านหน้า และแสดงวิชาโซล, เดินชมจันทร์, กายาเหล็ก และดัชนีทะลวงให้ดูเช่นกัน

นัตสึกิคิดในใจว่า ‘เป็นอย่างที่คิดจริงๆ’

ทั้งสองคนเรียนรู้วิชาหกรูปแบบได้เร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน

นอกจากเหตุผลที่พวกเขากลายเป็นอสูรแล้ว ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นที่สมเหตุสมผลอีก

“ทำได้ดีมาก” นัตสึกิสบตาโคนันแล้วยิ้มพูด

โคนันรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เธอเดินกลับมาด้วยความดีใจ

สุดท้ายก็เป็นตาของนางาโตะ

เขากลับทำให้นัตสึกิประหลาดใจยิ่งกว่า

นอกจากโซล, เดินชมจันทร์, กายาเหล็ก และดัชนีทะลวงแล้ว เขายังเรียนรู้ฮาคิเกราะได้อีกด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่นัตสึกิได้สัมผัสกับคำว่า ‘อัจฉริยะที่หาตัวจับยาก’

มิน่าล่ะในต้นฉบับ นางาโตะถึงเรียนรู้คาถาทั้งห้าคุณสมบัติจนเชี่ยวชาญได้หลังจากเรียนกับจิไรยะเพียงแค่สามปี

เหตุผลที่ฮันโซลักพาตัวโคนัน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะหมู่บ้านอาเมะไม่สามารถเอาชนะองค์กรแสงอุษาซึ่งๆ หน้าได้

นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าฝีมือของนางาโตะในตอนนั้นอยู่ในระดับโจนินชั้นยอดอย่างแน่นอน

นัตสึกินึกถึงเทมเพลต อุโนะฮานะ เร็ตสึ ขึ้นมา

เงื่อนไขการปลดล็อกขั้นชิไคและบังไคของมินาซึกิคือต้องมีลูกศิษย์ที่มีฝีมือระดับโจนิน 2 คน

โดยคนหนึ่งต้องสืบทอดวิชาบินและการรักษา ส่วนอีกคนต้องสืบทอดวิชาดาบ

ตอนนี้ยาฮิโกะ โคนัน และนางาโตะต่างก็เรียนรู้เดินชมจันทร์กันหมดแล้ว ถือว่าผ่านเงื่อนไขการสืบทอดวิชาบิน

ขั้นตอนต่อไปก็คือให้พวกเขาสืบทอดวิชารักษาและวิชาดาบ

วิชาดาบ ทั้งสามคนสามารถเรียนได้หมด

แต่การสืบทอดวิชารักษานั้นยุ่งยากที่สุด

ในต้นฉบับ โคนันและยาฮิโกะใช้คาถาแพทย์ไม่เป็น จึงทำได้เพียงให้นางาโตะเป็นคนสืบทอดเท่านั้น

นางาโตะมีคุณสมบัติจักระถึงหกอย่าง ขาดแค่คุณสมบัติหยินเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีเนตรสังสาระอีกด้วย

เนตรสังสาระมีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับคาถาหยางอยู่ไม่น้อย เช่น คาถาสวรรค์กำเนิด

“นางาโตะ เธอสามารถเข้าสู่การฝึกซ้อมขั้นต่อไปได้แล้ว” นัตสึกิคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ฉันจะสอนวิชาดาบให้เธอก่อน”

ส่วนเรื่องวิชารักษา เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

ยังไงตอนนี้นางาโตะก็ยังไม่มีฝีมือระดับโจนิน รอให้เขามีพลังป้องกันตัวเองได้ก่อนค่อยเรียนคาถาแพทย์ก็ยังไม่สาย

“ขอบคุณครับ อาจารย์นัตสึกิ” นางาโตะข่มความตื่นเต้นในใจและรีบกล่าวขอบคุณ

ยาฮิโกะอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา

แต่ก็ยังพอทำใจได้

เขาและโคนันห่างจากการฝึกขั้นต่อไปเพียงแค่ฮาคิเกราะเท่านั้น

ตราบใดที่เรียนรู้ฮาคิเกราะได้ ก็สามารถเรียนวิชาดาบได้เหมือนนางาโตะ

แถมพวกเขายังได้รับพลังพิเศษจากนัตสึกิ เปลี่ยนให้กลายเป็นอสูรแล้วด้วย

“ก่อนจะเรียนวิชาดาบก็ต้องมีดาบก่อน” นัตสึกิยื่นมือออกไป และใช้เวทจำลองวัตถุ

ความเหมือนของดาบที่สร้างขึ้นเมื่อเทียบกับของจริงนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณจักระที่เขาใช้

ดาบเทพสายฟ้าที่เขาสร้างขึ้นมาใช้บ่อยๆ ความจริงแล้วไม่ได้เหมือนของจริงมากนัก

เพราะในดาบเทพสายฟ้ามีผลึกจักระสายฟ้า การสร้างมันขึ้นมาต้องใช้จักระอย่างมหาศาล

ตามปกติแล้ว เขาแค่สร้างให้เหมือนสักหนึ่งในสิบก็พอแล้ว

นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่สร้างกระบองคุริมะให้ก่อนหน้านี้

เพราะต้องใช้ทั้งผลึกจักระน้ำและผลึกจักระสายฟ้า จักระของเขาอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ

รอจนกว่าจะปลดล็อกมานาไร้ขีดจำกัดของเทมเพลตอาเธอเรีย ค่อยสร้างก็ยังไม่สาย

“ดาบเล่มนี้มีชื่อว่า ดาบคุซานางิ”

นัตสึกิมอบดาบคุซานางิที่จำลองได้ใกล้เคียงกับของจริงที่สุดให้กับนางาโตะ

รูปร่างของมันคล้ายกับดาบคาตานะแบบตรง ซึ่งก็คือดาบคุซานางิเล่มเดียวกับที่อุจิวะ ซาสึเกะใช้ในเนื้อเรื่องต้นฉบับนั่นเอง

“ขอบคุณครับ อาจารย์นัตสึกิ” นางาโตะรับดาบคุซานางิไป

แม้เขาจะไม่ประสีประสาเรื่องดาบ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของดาบเล่มนี้

ตัวดาบทั้งเล่มมีแสงเรืองรองจางๆ ดูคมกริบเป็นอย่างมาก

“พอมีเวลาว่าง ฉันจะสอนวิชาดาบพื้นฐานให้เธอก่อน” นัตสึกิหยิบมินาซึกิออกมา

เขาตั้งใจจะเริ่มสอนจากวิชาดาบเดียวของโซโล

รอนางาโตะเรียนจบ ค่อยสอนปราณวารีต่อ

เพราะปราณวารีเกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำ ซึ่งจะเรียนยากกว่าเล็กน้อย

เวลาล่วงเลยมาถึงวันรุ่งขึ้น

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ นัตสึกิก็นำยาฮิโกะ โคนัน และนางาโตะมุ่งหน้าไปยังแคว้นยูกิ

แคว้นยูกิตั้งอยู่ทางเหนือสุดของโลกนินจา

เริ่มออกเดินทางจากแคว้นอาเมะ ผ่านแคว้นโทริ (แคว้นนก) และแคว้นคุมะ (แคว้นหมี) ก็จะไปถึงแคว้นโอนิ

จากแคว้นโอนิเดินตรงขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ถึงจะถึงแคว้นยูกิ

เนื่องจากต้องผ่านแคว้นโอนิ นัตสึกิจึงตั้งใจจะแวะไปหาคาคุซึระหว่างทาง..

จบบทที่ บทที่  220 การต่อสู้ครั้งแรกของทั้งสามคน

คัดลอกลิงก์แล้ว