เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 441 : การรวยมันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?

ตอนที่ 441 : การรวยมันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?

ตอนที่ 441 : การรวยมันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?


ตอนที่ 441 : การรวยมันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?

“เป็นอะไรไป ไม่มีทาง?”

เจียงเฉินยิ้ม

เจ้าโง่จูที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ พี่เฉินเป็นใครกัน?

พี่เฉินเป็นไอดอลของฉัน!

ใครกล้ายั่วพี่เฉิน ไม่ว่าแกเป็นใครก็ต้องโดนดี!

เจ้าโง่จูคำรามออกมา “เจ้าหนู นายคิดว่าตัวเองมีเงินเท่าไหร่กันเชียว มันน่าอัศจรรย์ขนาดนั้นเลยหรอ พี่เฉินของพวกเรายอดเยี่ยมกว่านายเยอะ! ในเมื่อนายกล้ายั่วโมโหเขางั้นฉันก็ขอบอกไว้เลยว่าความแข็งแกร่งของพี่เฉินไม่ได้เล็กน้อยอย่างที่นายคิดแน่นอน~~”

ไต้จุนและกลุ่มนักศึกษาที่เป็นคนใหญ่คนโตในมหาลัยพากันหัวเราะคิกคัก

"ฮ่าฮ่า~~ ฟังสิ เขาพูดว่าอะไรนะ"

“เป็นแค่ยามรักษาความปลอดภัยแต่ปากดีจริงๆ”

“หึหึ ในมหาลัยแห่งนี้มันยังยากเลยที่จะหาศิษย์เก่าที่จบไปทำงานแล้วได้เงินเดือนต่ำกว่าหนึ่งล้านต่อปี ส่วนพวกยามรักษาความปลอดภัยอย่างพวกนายมีบ้านมีรถยนต์กันรึยัง”

......

ในเวลานี้หยางยี่ยี่ก็มาที่หอพักของเธอเพื่อเก็บของและเธอก็ได้ยินเพื่อนร่วมชั้นพูดว่า "หือ พวกเธอได้ยินไหม ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นที่จัตุรัสนะ ดูเหมือนจะมียามรักษาความปลอดภัยรายถูกล้อมไปด้วยกลุ่มคนใหญ่คนโตในมหาลัยนะส่วนสาเหตุก็คงจะเพราะเขาหล่อเกินไป. "

"อะไรนะ?"

หยางยี่ยี่รีบออกไป

น่าเกลียด!

ไอ้ไต้จุนอีกแล้วแน่ๆ!

มันกล้าพาความลำบากมาให้พี่เฉิน

......

เจียงเฉินมองไปที่ไต้จุนผู้หยิ่งผยองและส่ายหัว "เด็กน้อย!"

ไต้จุน "???"

"คนสุดท้ายที่กล้าเย่อหยิ่งต่อหน้าฉัน ตอนนี้หญ้าบนหลุมศพสูงสิบฟุตแล้ว"

เจียงเฉินยิ้มอย่างสงบแต่ในความสงบกลับไม่มีความโกรธและความเย่อหยิ่งในตัวเองและเขานั้นก็ไม่ได้กลัวคนใหญ่คนโตพวกนี้แม้แต่น้อย

นี่แหละคือบรรยากาศของผู้ที่เหนือกว่า!

แม้ว่าเจียงเฉินจะเป็นยามรักษาความปลอดภัย แต่มันก็เป็นงานที่ทำให้เขาร่ำรวยในชั่วข้ามคืน!

การที่เขาทำตัวต่ำนั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมโดนคนอื่นตบหน้าและเยาะเย้ยใส่!

(เจียงเฉินทำอะไรไม่ถูก : เมื่อไหร่ที่ระบบห่วยๆ นี่จะให้ฉันได้ไปมีประสบการณ์แบบประธานบริษัทบ้างนะ?)

“เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้มีมักจะพูดถึงความเท่าเทียมและเสรีภาพ”

เจียงเฉินมองไปรอบๆ “แต่ในความเป็นจริง พวกนายเคยเคาระความเสมอภาคและเสรีภาพของคนอื่นบ้างไหมหรือว่าพวกนายถือว่าตัวเองเหนือกว่าก็เลยสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างตามใจชอบ......”

การพูดของเจียงเฉินทำให้คนจำนวนมากตกตะลึง

เจียงเฉินพูดออกมาอย่างเฉยเมย “เคยมีคนคำควณมาแล้วว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่งแห่งนี้ต้องการเงินทุนจากประเทศกว่าหนึ่งหมื่นล้านหยวนทุกๆปี แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับมีคนน้อยกว่าครึ่งที่จบจากที่นี่แล้วตัดสินใจทำงานในประเทศเพื่อรับใช้ประเทศ! บางคนต้องการไปต่างประเทศเพื่อพัฒนาตัวเองแต่บางคนที่ได้ไปกลับหันมาดูหมิ่นคนที่อยู่ข้างหลัง พวกเราที่เป็น รปภ พวกเราใช้แรงงานทำงานกันอย่างจริงจัง หาเงินมาประทังชีวิตด้วยน้ำมือของตัวเองแล้วพวกนายมีสิทธิอะไรมาดูถูกพวกเรา?!”

แม้ว่าเสียงของเจียงเฉินจะไม่ได้ดังแต่ทุกคำที่เขาพูดออกมาล้วนสมเหตุสมผล!

และในเวลานี้ก็มีนักศึกษาจำนวนมากหันกลับมาประณามไต้จุน

“ใช่แล้ว แล้วมันทำไม? ทำไมนายต้องกลั่นแกล้ง รปภ ด้วย!”

“ใช้แล้ว รปภ คนนี้พูดถูก!”

“นั่นคือเสรีภาพและความเสมอภาค ถ้าพวกเรายังเลือกปฏิบัติกับคนรอบตัวแล้วความเท่าเทียมที่แท้จริงมันคืออะไร?”

“เขาพูดถูก!”

มหาวิทยาลัยปักกิ่งแห่งนี้มีค่าควรแก่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้เจียงเฉินจะถูกต่อว่า แต่หลังจากนั้นก็มีนักศึกษาจำนวนมากที่คิดไตร่ตรองจนตระหนักสิ่งที่ควรจะเป็นได้

เจียงเฉินพูดต่อว่า "พวกคุณทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความรู้และได้รับการยอมรับจากจากมหาวิทยาลัยเพื่อให้พัฒนาตัวเอง และมันก็จริงที่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกคุณ! แต่! ประเทศนี้ก็ได้ให้โอกาสที่ดีแก่พวกคุณทุกคน ทรัพยากรของทั้งประเทศนั้นได้ถูกนำมาลงทุนกับพวกคุณ! พวกคุณได้ครอบครองทรัพยากรทางการศึกษาที่ดีและมีโอกาสได้รับเงินจากผู้เสียภาษีและแรงงานทั่วประเทศดังนั้นพวกคุณก็ควรที่จะถ่อมตนและเรียนอย่างหนักเพื่อตอบแทนสังคมและประเทศนี้ ไม่ใช่เอาแต่คิดว่าตนเองอยู่เหนือผู้อื่น รังแกผู้อื่นและกดขี่ข่มเหงคนธรรมดาสามัญ!"

“และถ้ายังมีบุคคลแบบนี้ปรากฏตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยปักกิ่งมันก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง! ที่ชื่อเสียงนับร้อยๆปีของมันกำลังจะขุ่นมัว”

เจียงเฉินพูดเสียงดัง "ถ้าพวกคุณต้องการสวมมงกุฎพวกคุณก็ต้องรับน้ำหนักมันให้ได้ก่อน! พวกคุณเป็นนักศึกษาวิทยาลัยชั้นนำ! พวกคุณควรเป็นคนที่มีคุณภาพสูงสุด! ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นความรับผิดชอบอันดับแรกของพวกคุณและมันก็ไม่ได้มีไว้เพื่อให้พวกคุณโอ้อวดและเสแสร้ง!”

เมื่อเจียงเฉินพูดจบ

นักศึกษาของมหาลัยปักกิ่งก็ตกตะลึง

สาวๆทุกคนปรบมือและกรี๊ดออกมา

"เยี่ยมไปเลย!"

“ทำไมตาของฉันเปียก”

“โอ้ พระเจ้า ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า รปภ. คนนี้จะมีความสามารถขนาดนี้! แถมยังหล่อมากด้วย!!”

แม้แต่นักศึกษาชายก็ยังต้องยอมรับว่าสิ่งที่เจียงเฉินพูดนั้นสมเหตุสมผล

ไต้จุนเหงื่อออกที่หน้าผาก

ให้ตายเถอะ

ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า รปภ. คนนี้จะพูดจาฉะฉานขนาดนี้

เขาพูดออกมาเพียงแค่ครั้งเดียวเขาก็สามารถเปิดโปงได้ทันทีว่าฉันเป็นพวกเห็นแก่ตัว!

“นาย นาย~~”

เขานั้นอยากจะด่าเจียงเฉินอีกครั้งแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้คนรอบข้างพากันมองเขาต่างออกไปจากเดิมแล้ว....

ดังนั้นไต่จุนจึงยังไม่กล้าต่อว่าเจียงเฉินในตอนนี้

เพราะถ้าเขาต่อว่าออกไปเขาจะไม่ถูกตั้งฉายาว่า “จอมอีโก้” ของมหาลัยตั้งแต่วันแรกเลยหรอ? แล้วเขาจะใช้ชีวิตมหาลัยต่อไปยังไง?

แถมเขายังต้องการที่จะเป็นประธานสภานักศึกษาอยู่ด้วย

ในเวลานี้เอง~~

ไต่เว่ยก็ปรากฏตัว!

เขานั้นมีความคิดที่ซับซ้อนกว่าไต้จุน

เขาจ้องไปที่ไต้จุนอย่างดุเดือดและแสร้งทำเป็นเดินไปอยู่ต่อหน้าเจียงเฉินแล้วยิ้มออกมา “น้องชายคนนี้นายพูดถูก! สิ่งที่ไต้จุนพูดในตอนนี้เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดนะ”

เขาแกล้งแสดงออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการว่า "แล้วนายล่ะในฐานะที่เป็น รปภ. นายก็น่าจะมีความรู้บ้างใช่ไหม"

ไต้เว่ยนั้นเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่ามานานเขานั้นไม่เหมือนกับไต้จุน!

ท้ายที่สุดแล้วเจียงเฉินนั้นก็มาพร้อมกับรถ Phaeton W12!

รถหรูราคา 2.4 ล้าน!

รปภ. ธรรมดาๆที่ไหนจะไปจ่ายได้?

ดังนั้นเมื่อไต้เว่ยสังเกตุเห็นจุดนี้เขาจึงต้องรีบออกมาทันทีเพื่อที่จะช่วยลูกชายจัดการกับเจียงเฉิน

ไต้เว่ยรู้ดีว่าคนรวยหลายคนในสังคมสมัยนี้มักจะชอบแกล้งทำเป็นหมูกินเสือกัน

ถ้าให้เดา รปภ.คนนี้น่าจะไม่ใช่คนจนและไม่ได้ถูกบังคับให้เป็น รปภ. เพราะทำมาหากิน!

ไต้เว่ยปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยชีวิตลูกชายของเขาและทำให้เจียงเฉินตกใจ

ให้เจียงเฉินรู้ว่าแม้ว่าลูกชายของฉันจะต่อว่าคุณ แต่คุณก็ไม่สามารถต้านทานได้!

เพราะพ่อของเขาคือฉันคนนี้!

ไต้เว่ย!

ไต้เว่ยยิ้มออกมาและหยิบนามบัตรออกของเขาออกมามาแล้วยื่นให้เจียงเฉิน

“น้องชายเรามาผูกมิตรกันดีกว่า นี่คือนามบัตรของฉัน นายพอจะมีเวลาหน่อยไหม”

อันที่จริงสิ่งที่เรียกว่าการผูกมิตรของเขานั้นเป็นเรื่องปลอมทั้งหมดเขาจงใจมอบนามบัตรให้เจียงเฉินเพื่อให้เจียงเฉินรู้ว่าเขามีตำแหน่งมากมายและสถานะที่สูงส่งนั่นแหละคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา!

"ประธาน/ประธานกรรมการบริหาร บริษัทก่อสร้างกวงเฉิงนิวทาวน์"

"บริษัทที่ติด 500 อันดับแรกของจีน!"

แถมยังเป็นประธานบริษัทด้วย!

เจียงเฉิน: "..."

กระจอก!

ไต้เว่ย →_→!

ภูมิใจ!

หึหึ รปภ.ตัวน้อย แม้ว่าครอบครัวนายจะมีเงินแต่แล้วยังไงล่ะ?

รวยแล้วจะเปรียบอำนาจกับฉันได้อย่างไร?

ฉันเป็นประธานของบริษัทที่ติดอันดับ 500 อันดับแรกของจีน!

ฉันรวยมาก!

ฉันสามารถฆ่านายได้ถ้าฉันต้องการ

ไต้จุนมองไปที่พ่อของเขาด้วยความชื่นชม "พ่อสุดยอดมาก!"

ภรรยาของไต้เว่ยยิ้มเยาะและชำเลืองมองลูกชายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส “ลูกเอ๋ยรู้ไหมว่า สมัยก่อนพ่อของลูกเป็นหนึ่งในคนที่โอ้อวดได้เก่งที่สุดเลยนะ! ในสมัยนั้นไม่มีใครกล้ามาโอ้อวดต่อหน้าเขาเลย”

ไต้เว่ยลดเสียงลงและพูดกับเจียงเฉินว่า “น้องชาย ลูกชายของฉันชอบเด็กผู้หญิงคนนั้นมากคนที่ชื่อว่าหยางยี่ยี่ นายคงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าจะให้ลูกชายของฉันไล่ตามหยางยี่ยี่?”

เจียงเฉินเยาะเย้ย!

จะว่าอะไรไหมหรอ?

ไล่ตามหยางยี่ยี่?

คุณกำลังล้อเล่นอยู่หรอ

เจียงเฉินยังไม่ทันได้พูด

ในเวลานี้~~

อธิการบดีของมหาลัยปักกิ่งก็กำลังต้อนรับกลุ่มศิษย์เก่า EMBA!

(EMBA (Executive MBA)เป็นวุฒิการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีทางด้านธุรกิจ ที่ออกแบบมาเพื่อมืออาชีพที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นหลัก หลักสูตร EMBA ให้นักศึกษามีความรู้และทักษะเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งมักจะเป็นผู้มีตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้จัดการในองค์กร หลักสูตร EMBA ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาเพื่อสำเร็จการศึกษาน้อยกว่า 2 ปี)

ปรากฎว่า~~

วันนี้ไม่ใช่แค่วันเปิดเทอมของนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเท่านั้นแต่ยังเป็นวันเปิดเทอมของหลักสูตร EMBA ด้วย!

น้องใหม่ของหลักสูตร EMBA ก็มาถึงแล้ว!

แต่!

สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี อธิการบดีของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้นไม่ได้จำเป็นที่จะต้องไปทักทายพวกเขา แต่สำหรับนักศึกษา EMBA เขาจะต้องไปทักทายพวกเขาเป็นการส่วนตัว!

นั่นก็เพราะสถานะที่แตกต่างกัน

หลักสูตร EMBA ของที่นี่ไม่ใช่หลักสูตร MBA ธรรมดาๆแต่มันเป้นหลักสูตรสำหรับคนดังโดยเฉพาะ!

หลักสูตร MBA ปกติแล้วก็จะสามารถหาได้ทั่วไป

แต่!

หลักสูตร EMBA ทรงพลังกว่ามาก MBA มากโดยเฉพาะกับหลักสูตร EMBA ของมหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่าเป็นที่สำหรับรวมตัวของคนใหญ่คนโต!

เพราะแค่ค่าเรียนอย่างเดียวก็สูงถึง 1 ล้านหยวนแล้ว!

ไม่มีการลดราคาอย่างเด็ดขาด!

ปีละ 1 ล้านหยวน!

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าคุณจะมีเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะเข้ามาเรียนได้

การสอบนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นเพราะมันจะมีทั้งการสอบข้อเขียนและการสัมภาษณ์และมีอุปสรรคมากมายให้คุณได้ผ่าน

และที่สำคัญหลักสูตร EMBA ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้นจะต้องผ่านการสอบวัดคุณภาพอย่างเข้มงวด!

ประกาศการรับสมัครกำหนดให้นักศึกษา EMBA ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งจะต้องเป็นผู้บริหารระดับกลางหรือสูงของบริษัทที่ติดอันดับ 500 อันดับแรกของโลกหรือของจีนหรือเป็นผู้จัดการระดับกลางหรือสูงของบริษัทขนาดใหญ่หรือวิสาหกิจขนาดกลางที่มีสาขา 100 แห่งจึงจะสามารถสมัครได้!

จะให้พูดก็คือผู้ที่สามารถเข้าศึกษาใน EMBA ของมหาลัยปักกิ่งได้นั้นใม่ใช่แค่ต้องรวยอย่างเดียว!

นักเรียนเหล่านี้หากไม่ได้เป็นประธานก็เป็นซีอีโอ ผู้จัดการแผนกใหญ่หรือผู้อำนวยการกันทั้งนั้น

คุณต้องมีสถานะทางสังคมสูงและได้รับการยอมรับทางสังคมจึงจะได้รับการยอมรับให้เรียนหลักสูตรนี้!

เทอมหนึ่งจะเปิดรับเพียงครั้งเดียวและจะรับสมัครเพียง 30 คนเท่านั้น!

พูดได้เลยว่าถ้าไม่ใช่คนใหญ่คนโตก็อย่าคิดที่จะเข้าไปเลย

เพราะมีแต่คนใหญ่คนโตเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งต่างเฝ้ามองด้วยความชื่นชมขณะที่คนใหญ่คนโตเหล่านี้เดินผ่านไปพร้อมกับพูดคุยและหัวเราะกัน

ใช่แล้ว แม้แต่นักเรียนที่หยิ่งทะนงก็ทำได้เพียงมองหาคนใหญ่คนโตเหล่านี้ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาถึง 1 ล้านหยวนต่อปี!

“ว้าว อธิการบดีไปทักทายพวกเขาเป็นการส่วนตัวด้วยต้องให้ความสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ?”

“แน่นอนสิ ก็พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่าดีเด่นกันทั้งนั้นเลยนะ!”

“กลุ่มคนใหญ่คนโตกลุ่มนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขายังขาดคนเกาะต้นขาหรือเปล่า แล้วพวกเขายังขาดเลขาอยู่ไหม”

ไต้เว่ยหันไปมองและทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น

เดี๋ยวนะ?

มีคนที่ฉันรู้จัก

เขารีบคว้ามือของจี้จิงหลงซีอีโอของไป่เฉิงจี่ถวนกรุ๊ป "คุณจี่! เป็นคุณจริงๆเหรอ?!"

จี่จิงหลงตกตะลึงก่อนจะจำไต้เว่ยได้ “โอ้ คุณไต้ สวัสดีครับ คุณมาที่นี่ทำไมหรอ?”

ไต้เว่ยภูมิใจและชี้ไปที่ลูกชายของเขา "ลูกชายของผมกำลังจะมาเข้าเรียนที่วิทยาลัยปักกิ่งและผมก็มาส่งเขาเข้ามหาลัย"

จี่จิงหลงพูดชม “เยี่ยมไปเลนย ลูกไม้ตกไม่ไกลต้นจริงๆนะครับ”

ไต้จุนรู้สึกราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะเขาเหลือบมองไปที่เจียงเฉินและเดินเข้าไปหาจี่จิงหลง "ลุงจี่! ลุงเป็นศิษย์เก่าของที่นี่ผมคงต้องขอคำแนะนำเพิ่มเติมกับลุงหลังจากนี้ด้วยนะครับ"

เขาเริ่มแสดงเส้นสายของพ่อตัวเอง

แต่ใครจะรู้~~

จี่จิงหลงมองตามและเขาก็เห็น~~

ร่างที่คุ้นเคย!

เขาเช็ดตาอย่างหนัก!

ใช่แล้ว!

“ประธานเจียง!”

จี่จินหลงตะโกนออกมาเสียงดัง

เสียงดังมากจนทั้งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยปักกิ่งและนักศึกษา EMBA พากันหันกลับมามอง

"อะไรกัน?"

นักศึกษา EMBA หลายพากันพูดออกมาพร้อมๆกัน

เจียงเฉินยิ้มอย่างขมขื่นและกางมือออก

ให้ตายเถอะ!

ฉันต้องการปกปิดตัวตนของฉัน ทำไมนายถึงเปิดเผยตัวตนของฉันให้ทุกคนรู้?

งาน รปภ.คงทำต่อไปไม่ได้อีกแล้ว! !

จบบทที่ ตอนที่ 441 : การรวยมันวิเศษขนาดนั้นเลยหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว