- หน้าแรก
- ทะลุมิติสู่ยุคบรรพกาล ขอเป็นปรมาจารย์สายเซฟ
- บทที่ 21 หมากัดกัน ขนหลุดเต็มปาก
บทที่ 21 หมากัดกัน ขนหลุดเต็มปาก
บทที่ 21 หมากัดกัน ขนหลุดเต็มปาก
บทที่ 21 หมากัดกัน ขนหลุดเต็มปาก
ผ่านไปเพียงชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจ
ครืน!
ฟ้าดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แรงกดดันของอริยะสามสายที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มากพอจะบดขยี้กาลเวลา ได้ตกลงมาจากทางทิศตะวันออกและตะวันตกอย่างกึกก้อง!
ทั่วทั้งหงฮวง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวอันน่าอึดอัดในวินาทีนี้
บนภูเขารกร้างไร้ชื่อ ร่างของหยวนสือเทียนจุนปรากฏขึ้นกลางอากาศ ใบหน้ามืดทะมึนดั่งผิวน้ำที่นิ่งสนิท
อีกด้านหนึ่ง อริยะทั้งสอง เจียอิ่นและจุ่นถี เดินทางมาถึงพร้อมกัน บนใบหน้าแขวนไว้ด้วยความทุกข์ระทมอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา เพียงแต่ภายใต้ความทุกข์ระทมนั้น คือความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจระงับไว้ได้
เมื่ออริยะจุติ สรรพสิ่งล้วนเงียบงัน
"เกิดอะไรขึ้น!"
อริยะเจียอิ่นเอ่ยปากขึ้นก่อน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดั่งอัสนีบาต เขามองดูซากศพของศิษย์พุทธนิกายที่นอนเกลื่อนกลาดระเกะระกะอยู่บนพื้น หัวใจแทบจะหลั่งเลือด
"ท่านอาจารย์! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะขอรับ!"
ไท่อี่เจินเหรินคุกเข่าดัง "ตุบ" ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก
เขากุมใบหน้าที่บวมเป่งราวกับหัวหมูของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น ทักษะการแสดงระดับนี้ ถ้าไม่ได้รางวัลตุ๊กตาทองคงเสียดายแย่
"ศิษย์ออกเดินทางท่องไปในสถานที่แห่งนี้ ศิษย์น้องผู้หนึ่งบังเอิญได้ของวิเศษมาและกำลังหลอมรวมมันอยู่ ใครจะไปรู้ว่าพวกหัวล้านจากตะวันตกกลุ่มนี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้ามาก็จะแย่งชิงไป!"
"พวกศิษย์น้องประกาศชื่อนิกายฉ่านออกไปแล้ว พวกมันไม่เพียงไม่ฟัง แต่กลับลงมืออย่างเหี้ยมโหด หวังจะฆ่าปิดปากพวกเรานะขอรับ!"
เต้าสิงเทียนจุนและเหวินซูกว่างฝ่าเทียนจุนก็คุกเข่าตามลงมา ร้องรับเป็นลูกคู่ บรรยายภาพลักษณ์ตัวเองเป็นดั่งดอกไม้ขาวผู้บริสุทธิ์อันดับหนึ่งแห่งหงฮวง ที่ต้องทนรับความอยุติธรรมอันยิ่งใหญ่
หยวนสือเทียนจุนฟังคำร้องทุกข์ของเหล่าศิษย์ ใบหน้าก็ยิ่งมืดคล้ำลง
ในใจของเขามีอัลปาก้านับหมื่นตัวกำลังวิ่งเตลิดผ่านไป
ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง!
ข้าอุตส่าห์แอบปั่นป่วนความลับสวรรค์ สร้างโอกาสดีๆ แบบนี้ให้ พวกเจ้ากลับดีแต่หาเรื่องใส่ตัว เป็นฝ่ายบุกไปก่อนแท้ๆ กลับถูกทุบตีจนมีสภาพหมาวัดแบบนี้!
ตอนนี้ยังต้องให้ข้าออกโรงมาเช็ดก้นให้พวกเจ้าอีก
หน้าตาของนิกายฉ่านข้า ถูกไอ้พวกไม่เอาถ่านอย่างพวกเจ้าทำป่นปี้หมดแล้ว!
ในใจของหยวนสือลุกโชนด้วยไฟโทสะ อยากจะตบไอ้พวกเล่นละครฉากนี้ให้ตายคามือให้หมด
แต่ต่อหน้าเจียอิ่นและจุ่นถี เขาทำได้เพียงกลืนความโกรธนี้ลงคอไปอย่างฝืนทน
ละคร ก็ยังต้องเล่นต่อไป
เขาจำเป็นต้องเป็นฝ่ายถูก เพื่อที่จะได้โยนความผิดนี้ให้พ้นตัวและโยนหม้อดำใบนี้ให้นิกายตะวันตกได้อย่างชอบธรรม
อีกด้านหนึ่ง หยาวซือหรูไหล (เภสัชคุรุตถาคต) และคนอื่นๆ ก็ไปล้อมรอบเจียอิ่นและจุ่นถี ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
"ท่านเจ้าลัทธิ! พวกเราเห็นของวิเศษไร้เจ้าของปรากฏขึ้นที่นี่ กำลังจะเข้าไปเก็บมา ใครจะรู้ว่าศิษย์นิกายฉ่านจู่ๆ ก็โผล่พรวดออกมา ไม่เพียงแต่แย่งชิงของวิเศษไป ยังเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามว่าตะวันตกของเราไร้ผู้คน!"
"พวกเราทนกลืนความโกรธไม่ลง จึงเข้าไปโต้เถียงกับพวกเขา แต่พวกเขาดักซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ลงมืออย่างโหดเหี้ยม ศิษย์นิกายตะวันตกของเราล้มตายบาดเจ็บอย่างหนักเลยขอรับ!"
"ขอท่านเจ้าลัทธิโปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกเรา แก้แค้นให้กับศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ตายไปทีเถอะขอรับ!"
คนสองกลุ่ม ต่างฝ่ายต่างยึดถือคำพูดของตน ล้วนอ้างว่าตัวเองคือผู้เสียหาย และอีกฝ่ายคือผู้ทำร้าย
แสดงได้สมจริงน่าประทับใจ ผู้ที่ได้ฟังล้วนโศกเศร้า ผู้ที่ได้เห็นล้วนน้ำตาไหล
"รังแกกันเกินไปแล้ว!"
อริยะทั้งสามตะคอกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวโดยพร้อมเพรียงกัน
ชั่วพริบตานั้น พลังกดดันของอริยะก็ปะทะกันอย่างกึกก้อง!
หยวนสือเทียนจุนเพียงคนเดียวเผชิญหน้ากับสองอริยะแห่งตะวันตก ทว่าในด้านของกลิ่นอายกลับไม่ตกเป็นรองแม้แต่น้อย ความหยิ่งผยองของสายเลือดแท้ผานกู่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดจด
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ฟ้าดินทั้งผืนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ความว่างเปล่าราวกับกระจกที่แตกร้าว เต็มไปด้วยรอยแยกอันน่าเกลียดน่ากลัว
ศิษย์ทั้งสองนิกายที่เมื่อครู่ยังสวมบทบาทการแสดงกันอยู่ ตอนนี้ต่างพากันเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว หมอบกราบอยู่บนพื้นแม้แต่หัวก็ไม่กล้าเงยขึ้นมา
ต่อหน้าพลังอริยะที่สามารถทำลายล้างฟ้าดินนี้ พวกเขาช่างเล็กจ้อยราวกับฝุ่นผง
ณ เกาะจินอ๋าว ภายในวังปี้โหยว
ทงเทียนมองเห็นเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้อย่างชัดเจน
เขากระตุกมุมปาก อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
"หึ หมากัดกัน ขนหลุดเต็มปาก"
แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่เขาใช้แค่นิ้วเท้าคิดก็รู้ได้เลยว่า เรื่องนี้ต้องเป็นพวกจอมปลอมแห่งนิกายฉ่านเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแน่ๆ
ตาเฒ่าหยวนสือผู้นั้น แปดส่วนคือรู้เห็นเป็นใจมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้กำลังแกล้งทำเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ล่ะสิ
"หากพูดถึงความหน้าด้านละก็ เจ้าคิ้วดกตาโตอย่างหยวนสือเนี่ย เมื่อเทียบกับมืออาชีพอย่างเจียอิ่นและจุ่นถีแล้ว ก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยนะ"
ทงเทียนรู้สึกลินดีในใจ
โชคดีที่ข้าฉลาด ปิดประตูงดรับแขกไว้ล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นคนที่จะถูกปิดล้อมและกลายเป็นแพะรับบาปในวันนี้ ก็คือนิกายเจี๋ยของเขานั่นเอง
ในเวลาเดียวกัน ทั่วทุกสารทิศในหงฮวง เหล่ายอดฝีมือเร้นกายทั้งหลาย ต่างก็ส่งสัมผัสเทวะมุ่งมายังสถานที่แห่งนี้
ทุกคนต่างมองดูจนโง่งมไปแล้ว
นี่หรือคืออริยะผู้สูงส่ง?
เพียงเพื่อเรื่องขี้ปะติ๋วระหว่างศิษย์ ถึงกับต้องลงสนามมาตีกันด้วยตัวเองเชียวหรือ?
ไอสังหารของมหาภัยพิบัติห้องสินก็หนาแน่นอยู่แล้ว หากพวกท่านทั้งสามมาตีกันอีก นี่กะจะลากเอาทั้งหงฮวงฝังกลบตามไปด้วยก่อนเวลาอันควรหรือไง
ชั่วขณะนั้น ในใจของเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายต่างเกิดความกังวลอย่างสุดซึ้ง
ทงเทียนรู้สึกว่าหากปล่อยให้พวกเขาจบเรื่องแบบหัวมังกรหางงู (เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่แต่จบลงอย่างจืดชืด) มันคงน่าเบื่อเกินไป
หยวนสือ, เจียอิ่น, จุ่นถี มีใครบ้างที่ไม่มีความแค้นกับเขา?
ในมหาภัยพิบัติห้องสิน ไอ้พวกนี้แหละที่ร่วมมือกันวางแผนจัดการนิกายเจี๋ย หลอกให้เขาตกหลุมพรางจนตาย
วันนี้โอกาสดีขนาดนี้ ถ้าไม่เพิ่มความยุ่งยากให้พวกมันเสียหน่อย ก็คงเสียชาติเกิดที่เป็นผู้ทะลุมิติมา
"ต้องสุมไฟให้พวกมันเพิ่มสักหน่อยแล้ว"
ทงเทียนคำนวณในใจ ร่างต้นของเขาออกไปไม่ได้เด็ดขาด ขืนโผล่หน้าไป ไอ้สามคนนี้คงได้หันปลายหอกกลับมาเล่นงานเขาทันทีแน่
ปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย กลิ่นอายอันลึกลับสายหนึ่งควบแน่นขึ้น กลายเป็นร่างแยกหนึ่งร่าง
ทงเทียนใช้พลังเวทอันยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงกลิ่นอายของร่างแยกนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นปั้นแต่งกรรมและเหตุผลปลอมๆ ขึ้นมาให้มัน ไม่ว่าใครจะมาตรวจสอบ ก็ไม่มีทางสืบสาวมาถึงหัวทงเทียนได้
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ร่างแยกก็กลายเป็นแสงหลบหนีไร้รูปลักษณ์ ตกลงสู่สนามรบอย่างเงียบเชียบ ปะปนเข้าไปในกลุ่มศิษย์นิกายฉ่าน
"ท่านอาจารย์! จะมัวเปลืองน้ำลายกับพวกหัวล้านพวกนี้ไปทำไม!"
ร่างแยกตะโกนขึ้นสุดเสียง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและเคียดแค้น
"พวกมันฆ่าศิษย์นิกายฉ่านของเรา แย่งชิงของวิเศษของนิกายฉ่านของเรา วันนี้หากไม่จับหยาบซือหรูไหลกับพวกหัวล้านชั่วช้าพวกนั้นมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น ก็ยากจะบรรเทาความแค้นในใจของพวกเราได้!"
"ถูกต้อง! ศิษย์นิกายฉ่านของเราจะตายฟรีได้อย่างไร? ฆ่ากลับไป ฆ่าพวกหัวล้านไร้ยางอายให้หมด!"
ศิษย์นิกายฉ่านที่เดิมทีถูกพลังอริยะกดทับจนไม่กล้าขยับตัว แต่ละคนล้วนเป็นพวกหยิ่งยโส ในใจมีไฟแค้นสุมอกมานานแล้ว
เมื่อถูกปลุกปั่นเช่นนี้ ความโกรธก็ "พรึ่บ" ปะทุขึ้นมาทันที แต่ละคนต่างพากันคำรามก้อง จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พุ่งทะยาน
ร่างแยกของทงเทียนโจมตีสำเร็จ ร่างกายก็วูบไหว แล้วแอบลอบเข้าไปในฝั่งนิกายตะวันตกอย่างแนบเนียน
เขาเปลี่ยนน้ำเสียง ร้องไห้คร่ำครวญราวกับพ่อบังเกิดเกล้าตายก็ไม่ปาน
"ท่านเจ้าลัทธิ! นิกายฉ่านรังแกกันเกินไปแล้ว กลับดำเป็นขาว หากวันนี้พวกเรายอมถอย วันหน้าในหงฮวงแห่งนี้ นิกายตะวันตกของเราจะมีที่หยัดยืนได้อย่างไร?"
"แก้แค้นให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ตายไป! ขอสู้ตายกับนิกายฉ่านให้รู้ดำรู้แดง!"
ศิษย์นิกายตะวันตกเดิมทีก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่แล้ว เมื่อถูกปลุกระดมเช่นนี้ ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที แต่ละคนถกแขนเสื้อเตรียมพร้อม จ้องเขม็งไปทางฝั่งนิกายฉ่านด้วยความโกรธแค้น
ความสนใจของหยวนสือ, เจียอิ่น และจุ่นถี ทั้งสามคนล้วนพุ่งเป้าไปที่ฝ่ายตรงข้าม ไหนเลยจะคิดว่า มีคนกล้ามาทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตุกติกอยู่ใต้เปลือกตาของอริยะอย่างพวกเขา
ประกอบกับวิชาเทวะของร่างแยกทงเทียนนั้นลี้ลับเกินไป กลิ่นอายหลอมรวมเข้ากับฝูงชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาจึงไม่พบความผิดปกติใดๆ เลย เพียงคิดว่าเป็นศิษย์ฝ่ายตนที่อารมณ์พลุ่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
[จบแล้ว]