- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 121 การ์ดอาหาร
บทที่ 121 การ์ดอาหาร
บทที่ 121 การ์ดอาหาร
คุณอามีช่าจากไปอย่างรวดเร็ว เหล่าแม่มดน้อยจึงทำได้เพียงก้มหน้ามองตำราเรียน และทำความเข้าใจข้อควรระวังในการใช้เวทมนตร์แทรกซึมลงในหญ้าไม้กวาดด้วยตัวเอง
ในหนังสือบอกว่ายิ่งใช้เวลาในการแทรกซึมเวทมนตร์นานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เหล่าแม่มดน้อยจึงทำการแทรกซึมเวทมนตร์ลงในยอดอ่อนของหญ้าไม้กวาดไปหลายรอบ
จนกระทั่งภายในเรือนกระจกเริ่มมืดลง เมื่อมองผ่านหลังคากระจกเหนือศีรษะขึ้นไปและเห็นว่าท้องฟ้ามืดแล้ว เหล่าแม่มดน้อยถึงได้ลุกขึ้นและเดินจากไป
เมื่อเดินผ่านจุดรับวัตถุดิบ เหล่าแม่มดน้อยก็หยิบตะกร้าที่วางทิ้งไว้ตรงประตูตอนมาถึงเมื่อช่วงเที่ยงขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปเลือกวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็นวันนี้ รวมถึงมื้อเช้าและมื้อเที่ยงของวันพรุ่งนี้
โม่หลานหิ้วตะกร้าเดินเข้าไป แต่เธอไม่ได้ตรงดิ่งไปที่ชั้นวางน้ำตาลกับน้ำผึ้งเหมือนอย่างเคย ทว่ากลับเดินไปที่โซนเนื้อสัตว์และไข่เพื่อหยิบไก่ทาทาครึ่งตัวกับไข่นกตูตูอีกสองสามฟอง จากนั้นก็ไปที่ชั้นวางธัญพืชเพื่อหยิบข้าวสารมาหนึ่งถุงเล็ก แวะไปโซนผักเพื่อหยิบมะเขือยาวลาย ตามด้วยเครื่องเทศอย่างพริกแดง กระเทียม พริกหยวก ขิง และต้นหอม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเลือกเห็ดดอกเล็ก ๆ หลากหลายชนิดมาอีกนิดหน่อย
คืนนี้วาชิด้าตั้งใจจะทำซุปข้นเห็ดกิน ก็เลยมาเลือกเห็ดอยู่ที่นี่เหมือนกัน พอเห็นโม่หลานเดินมา เธอจึงชะโงกหน้าไปมองในตะกร้าของอีกฝ่าย:
“เอ๊ะ? วันนี้ไม่ใช่วันศุกร์นี่นา? ทำไมเธอถึงเริ่มหยิบวัตถุดิบเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ล่ะ? นี่กะจะทำอาหารกินเองใช่ไหมเนี่ย?”
นอกจากช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ถึงจะได้เห็นโม่หลานมาหยิบวัตถุดิบเป็นชิ้นเป็นอัน เวลาอื่นที่เธอแวะมา ก็มักจะหยิบแค่น้ำตาลกับน้ำผึ้ง เพื่อเอาไปทำขนมกับน้ำผลขนมปังเท่านั้น
แต่วันนี้ถือเป็นข้อยกเว้น
โม่หลานพยักหน้า “มื้อเย็นตั้งใจจะทำไก่ตุ๋นเห็ดกับไก่ผัดพริก พรุ่งนี้เช้าจะทำไข่ตุ๋นนกตูตู ส่วนมื้อเที่ยงจะทำมะเขือยาวผัดซอส…”
“เธอคิดได้แล้วเหรอ? ตั้งใจจะกลับมากินอาหารให้ครบสามมื้อแบบดี ๆ แล้วใช่ไหม?” วาชิด้าถามด้วยความประหลาดใจ
“ตรวจทานแบบฝึกหัดเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้ก็เลยมีเวลาเหลือเฟือน่ะ ฉันตั้งใจว่าช่วงที่จุดรับวัตถุดิบยังแจกของให้ไม่อั้นแบบนี้ จะได้เอาเวลามาฝึกเวทมนตร์ทำอาหารไปด้วยเลย” โม่หลานกล่าว “ถ้าไม่ฝึกตั้งแต่ตอนนี้ พอขึ้นปีสองก็จะมีข้อจำกัดเยอะขึ้นแล้ว”
นอกจากวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์และไข่แล้ว อะไรก็ตามที่สามารถปลูกได้ พวกเธอล้วนต้องลงมือปลูกกันเองทั้งหมด
พอถึงตอนนั้น ต้นทุนในการทำอาหารสักจานก็คงจะสูงขึ้นมากแน่ ๆ
แม้ว่าตอนนี้เวทมนตร์ทำอาหารของเธอจะยังอยู่แค่ระดับฝึกหัด ซึ่งการใช้เวทมนตร์ทำอาหารบางครั้งอาจจะยังสู้เธอลงมือทำเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ถ้าฝึกฝนจนมีระดับสูงขึ้นกว่านี้ มันก็จะสามารถช่วยประหยัดเวลาของเธอได้อย่างมหาศาลจริง ๆ แถมยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ในเวลาเดียวกันด้วย
“มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว!” วาชิด้าพูด “แต่ว่าไก่ผัดพริกคืออะไรเหรอ? ไข่ตุ๋นนกตูตูคืออะไร? แล้วมะเขือยาวผัดซอสมันคืออะไรอีกล่ะ?”
ไก่ทาทาตุ๋นเห็ดน่ะเธอรู้จัก เพราะเธอเคยเห็นวิธีทำเมนูนี้ใน ‘สารานุกรมอาหารแห่งทวีปวาเลน’ มาก่อน
“ไก่ผัดพริกก็คือการเอาเนื้อไก่หั่นเต๋าไปผัดกับพริกแดง ไข่ตุ๋นนกตูตูก็คือการตอกไข่ผสมน้ำแล้วเอาไปนึ่ง ท้ายสุดก็โรยต้นหอมซอย น้ำมันงา และซีอิ๊วลงไป ส่วนมะเขือยาวผัดซอสน่ะเหรอ ก็คือการเอาเต้าเจี้ยวกับซีอิ๊วขาวมาผัดกับมะเขือยาวไงล่ะ!” โม่หลานอธิบายให้ฟังแบบง่าย ๆ
“เต้าเจี้ยว? ซีอิ๊วขาว? ซีอิ๊ว?” ซิลฟ์ที่เพิ่งเดินมาถึงแสดงสีหน้างุนงงราวกับฟังไม่เข้าใจ “ฟังดูเหมือนเครื่องปรุงรสเลยนะ? ไม่เห็นเคยเจอในจุดรับวัตถุดิบมาก่อนเลย มันหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?”
“พวกนี้เป็นเครื่องปรุงรสของดาวเคราะห์สีน้ำเงินน่ะ ในจุดรับวัตถุดิบไม่มีหรอก” โม่หลานกล่าว
“เธอทำเองเหรอ?” วาชิด้าถาม “ไม่เห็นเธอเบิกวัตถุดิบไปเลยนี่นา!”
“เพราะว่า… ของพวกนี้ล้วนทำมาจากคัมภีร์การ์ดน่ะสิ” โม่หลานเรียกคัมภีร์การ์ดออกมา ก่อนจะล้วงเอาการ์ดกำใหญ่ปึกหนึ่งออกมาจากข้างใน
“{การ์ดอาหาร-ซีอิ๊วดำ}, {การ์ดอาหาร-ซีอิ๊วขาว}, {การ์ดอาหาร-เต้าเจี้ยว}, {การ์ดอาหาร-น้ำมันงา}, {การ์ดอาหาร-ซุปหมาล่าหม้อไฟ}…”
สายตาของวาชิด้าและซิลฟ์จับจ้องไปที่การ์ดซุปหม้อไฟสองสามใบสุดท้ายนั้น จนไม่อาจละสายตาไปไหนได้อีก “เดี๋ยวก่อน! การ์ดซุปหม้อไฟเหรอ?”
“เมื่อใช้งานการ์ด จะได้รับซุปหมาล่าหม้อไฟหนึ่งที่…” วาชิด้าอ่านสรรพคุณของการ์ดเสียงเบา
“โม่หลาน! ใช่หมาล่าหม้อไฟแบบที่เธอเคยทำกินก่อนหน้านี้หรือเปล่า?” น้ำลายของซิลฟ์เริ่มสอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ใช่แล้วล่ะ” โม่หลานกล่าว
ช่วงก่อนเข้าเรียน เธอยังเคยเตรียมตัวไว้ว่ารอให้เรียนรู้เวทมนตร์ทำอาหารจนเป็นก่อน แล้วค่อยลงมือทำซีอิ๊วขึ้นมาเอง จากนั้นก็จะทำไข่ตุ๋นนกตูตูกินเสียให้หนำใจ
ทว่าในเวลาต่อมา คัมภีร์การ์ดก็ช่วยบันดาลให้เธอสมหวังเสียก่อน
เธอรู้วิธีการทำของพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแค่นำวัตถุดิบในการทำไปให้คัมภีร์การ์ดกลืนกินเข้าไปหนึ่งชุด ก็จะสามารถใช้พลังเวทสร้างการ์ดที่เกี่ยวข้องออกมาได้เลย
โดยทั่วไปแล้ว แค่ใช้พลังเวทไม่ถึง 1 มานา ก็สามารถสร้างออกมาได้หนึ่งใบแล้ว
ในแต่ละวันเธอสามารถสะสมพลังเวทได้อย่างน้อยก็หลายร้อยมานา แถมเครื่องปรุงรสอย่างซีอิ๊วและน้ำมันงาก็มีขั้นตอนการทำที่แสนจะยุ่งยาก การใช้การ์ดสร้างออกมา จึงสะดวกสบายกว่าการที่เธอต้องลงมือทำเองมากนัก
แถมยังเป็นรสชาติแบบต้นตำรับของดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกด้วย
อันที่จริง เธอไม่ได้ทำได้แค่การ์ดเครื่องปรุงรสเท่านั้น แต่อาหารปรุงสุกที่เธอทำเป็น ก็สามารถนำมาสร้างเป็นการ์ดได้เช่นกัน
เพียงแต่ต้นทุนในการสร้างก็จะสูงขึ้นมาอีกสักหน่อย โดยเริ่มต้นที่ 1 มานา และสูงสุดอยู่ที่ 4 มานา ยิ่งเป็นอาหารปรุงสุกที่มีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ต้นทุนก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ การ์ดอาหารที่สร้างขึ้นจากวัตถุดิบซึ่งไม่มีบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แต่มีเฉพาะในทวีปวาเลนอย่างไข่ตุ๋นนกตูตู ก็จำเป็นต้องให้เธอลงมือทำเองจริง ๆ เสียก่อน ถึงจะสามารถสร้างการ์ดออกมาได้
เมื่อคำนวณดูแล้ว มันจะสิ้นเปลืองพลังเวทมากกว่าการที่เธอลงมือใช้เวทมนตร์ทำอาหารด้วยตัวเองเสียอีก ดังนั้นถ้าเป็นอาหารปรุงสุกที่เธอทำเป็นอยู่แล้ว เธอจึงเลือกใช้เวทมนตร์ทำอาหารเสียดีกว่า
ดังนั้นในช่วงนี้ เธอจึงสร้างออกมาแค่การ์ดเครื่องปรุงรสที่มีขั้นตอนการทำค่อนข้างซับซ้อนเท่านั้น
แถมอาจารย์ใหญ่ก็ไม่อนุญาตให้เธอขายการ์ดอาหารปรุงสุกให้แก่เหล่าแม่มดน้อยด้วย แต่ถ้าเป็นเพียงแค่เครื่องปรุงรสล่ะก็ไม่มีปัญหา
ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนี้เธอเตรียมตัวจะทำอาหารให้บ่อยขึ้น เพื่อฝึกฝนเวทมนตร์ทำอาหารไปในตัว เธอถึงได้สร้างการ์ดพวกนี้ขึ้นมา
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว โม่หลาน ขอการ์ดซุปหม้อไฟให้ฉันใบหนึ่ง ไม่สิ! สิบใบเลย!” วาชิด้าพูดอย่างใจป้ำโดยไม่แม้แต่จะถามราคา
ส่วนซิลฟ์นั้นค่อนข้างขัดสนเรื่องพลังเวท เธอจึงเอ่ยปากถามก่อนว่า “การ์ดซุปหมาล่าหม้อไฟขายยังไงเหรอ?”
“ใบละ 2 มานาจ้ะ!” โม่หลานยังคงใช้กฎเดิม คือขายในราคาห้าเท่าจากต้นทุน อันไหนที่มีต้นทุนไม่ถึง 1 มานา เธอก็จะเพิ่มปริมาณให้จนครบ 1 มานา “แค่เอาไปต้มน้ำให้เดือด ก็สามารถเอาเนื้อกับผักลงไปลวกกินได้เลยนะ”
ซิลฟ์ลองคำนวณพลังเวทของตัวเองที่เหลืออยู่ในวันนี้ เมื่อหักส่วนที่ต้องเหลือไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาระดับความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทตามธรรมชาติสำหรับวันพรุ่งนี้แล้ว เธอก็ยังมีพลังเวทเหลืออยู่อีก 6 มานา “งั้นฉันเอา 3 ใบ!”
“ได้เลย!” โม่หลานสร้างการ์ดให้พวกเธอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และทำสัญญายืนยันการซื้อขาย
ภายในอัญมณีสีม่วงบนคัมภีร์การ์ด มีพลังงานสะสมเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยแล้ว
เมื่อได้การ์ดซุปหม้อไฟมาแล้ว วัตถุดิบในตะกร้าก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้ากันสำหรับการกินหม้อไฟสักเท่าไหร่
“รอเดี๋ยวนะ! ฉันขอไปหยิบวัตถุดิบใหม่ก่อน!” วาชิด้ากล่าว
ซิลฟ์เองก็เช่นกัน เธอรีบเดินกลับไปที่จุดรับวัตถุดิบอีกครั้ง
โม่หลานมองดูท่าทีตื่นเต้นของพวกเธอ แล้วก็ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองด้วยความรู้สึกผิดนิด ๆ
การ์ดพวกนี้เธอสร้างเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว แต่เพราะต้องวุ่นวายกับการปิดคอร์สวิชาเวทมนตร์เพาะปลูก แถมยังมีวิชาการเพาะปลูกหญ้าไม้กวาดเข้ามาอีก เมื่อกี้พอพูดถึงซีอิ๊วขึ้นมา เธอถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ และเอามาบอกให้วาชิด้ากับซิลฟ์ฟัง
“วาชิด้ากับซิลฟ์ทำไมถึงเดินกลับไปอีกล่ะ?” ไอส์กับอัลบาที่เพิ่งเลือกวัตถุดิบเสร็จเดินออกมา บังเอิญเห็นพวกเธอสองคนเดินกลับเข้าไปอย่างรีบร้อน จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
จิตวิญญาณแม่ค้าขายการ์ดของโม่หลานลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นี่มันยอดฝีมือด้านการทำอาหาร และเป็นลูกค้ารายใหญ่ในการใช้เครื่องปรุงรสเลยนี่นา!
“รับการ์ดซุปหม้อไฟสักใบไหม? ฉันยังมีการ์ดซีอิ๊ว การ์ดเต้าเจี้ยวด้วยนะ…”
จริงสิ ไอส์ชอบทำเมนูเนื้อสัตว์นี่นา โม่หลานจึงเสนอเพิ่มไปอีกสองสามชนิดกะทันหัน “การ์ดชุดเครื่องพะโล้ กับการ์ดเหล้าจีนปรุงอาหาร ต้องการด้วยไหม?”
“พวกนี้มันคืออะไรกันน่ะ?” ไอส์กับอัลบาฟังแล้วก็งุนงงไปหมด