- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 111 แปลงเพาะปลูกภาคปฏิบัติหมายเลข 1
บทที่ 111 แปลงเพาะปลูกภาคปฏิบัติหมายเลข 1
บทที่ 111 แปลงเพาะปลูกภาคปฏิบัติหมายเลข 1
บ่ายวันศุกร์ เหล่าแม่มดน้อยพากันนำกระบอกฉีดน้ำอันเล็กจากหอพักของตัวเองมาที่แปลงเพาะปลูก
“อาจารย์ใหญ่คะ หนูไม่มีปัญหาค่ะ!”
“หนูก็ไม่มีปัญหาเหมือนกันค่ะ!”
“ไม่มีปัญหาค่ะ!”
…
พอบอกกล่าวกับอาจารย์ใหญ่ที่มาสอนคาบไขข้อข้องใจเวทมนตร์เสร็จ พวกเธอก็แยกย้ายกันไปกำจัดวัชพืชและถางที่ดินตามทางของตัวเอง
บัวรดน้ำนั้นกินจุ พวกเธอป้อนพลังเวทให้ไม่ไหวก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีกระบอกฉีดน้ำอันเล็กอยู่
ถึงจะช้าไปสักหน่อย แต่มันก็ไม่ต้องใช้พลังเวทนี่นา!
พอฉีดยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชจนเหนื่อย ก็สลับไปควบคุมจอบอันใหญ่ให้ขุดดิน
พอจอบอันใหญ่ประท้วงหยุดงาน ก็หันกลับมาฉีดยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชต่อ
ส่วนเจ้าบัวรดน้ำพุงป่องน่ะเหรอ? ตราบใดที่ยังแทรกซึมเวทมนตร์เพื่อขัดเกลานิสัยกินจุของมันไม่ได้ เหล่าแม่มดน้อยก็ไม่กล้าเอามาใช้งานอีกแล้วล่ะ
แม้ว่าจอบอันใหญ่มักจะต้องพักเหนื่อยอยู่บ่อย ๆ แต่เวลาที่มันทำงาน ประสิทธิภาพก็ถือว่าสูงมากทีเดียว จนกระทั่งเลิกเรียน โม่หลานก็สามารถพลิกหน้าดินในแปลงของตัวเองเสร็จเป็นคนแรก แถมยังทำคันดินริมแปลงเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย
ดูรวม ๆ แล้วน่าจะมีพื้นที่ประมาณสองหมู่กว่า ๆ
เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เธอใช้แค่คนเดียวอาจจะปลูกของได้ไม่หมดด้วยซ้ำ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วอย่างแน่นอน
“อาจารย์ใหญ่คะ แบบนี้ใช้ได้หรือยังคะ?” โม่หลานไปตามคุณอามีช่ามาดู
“ใช้ได้แล้ว! ไปเบิกป้ายไม้เปล่าที่ห้องเก็บเครื่องมือมาแผ่นหนึ่งสิ!” อามีช่ากล่าว
โม่หลานทำตามคำสั่ง ไปหยิบป้ายไม้มาแผ่นหนึ่งแล้วส่งให้คุณอามีช่า
อามีช่าใช้มือลูบผ่านป้ายไม้หนึ่งครั้ง ก่อนจะส่งคืนให้เธอ “ไปเถอะ! เอาไปปักไว้ในที่ดินของเธอสิ ที่ดินแปลงนั้นจะตกเป็นของเธอไปจนกว่าจะขึ้นปีสี่เลยล่ะ”
โม่หลานถือป้ายไม้เอาไว้ พลางก้มลงมอง “แปลงเพาะปลูกภาคปฏิบัติเขตเหนือหมายเลข 1 - โม่หลาน”
มิน่าล่ะ แปลงเพาะปลูกอื่น ๆ ถึงมีหมายเลขกำกับกันหมด มีแค่แปลงนี้ที่ใหญ่เป็นพิเศษ แถมยังถูกเรียกว่าแปลงเพาะปลูกภาคปฏิบัติเท่านั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะยังไม่ได้ถูกบุกเบิกนี่เอง
ตอนนี้มันมีหมายเลขกำกับแล้ว
โม่หลานนำป้ายไม้ไปปักไว้ที่ริมแปลงเพาะปลูกของตัวเอง
รอให้อาจารย์ใหญ่สอนวิชาเวทมนตร์พฤกษาเมื่อไหร่ ก็จะสามารถเริ่มเพาะปลูกในแปลงได้เลย
แม่มดน้อยคนอื่น ๆ ล่าช้ากว่าเธอมาตั้งแต่ตอนพลิกหน้าดินแล้ว แถมยังใช้กระบอกฉีดน้ำอันเล็กพ่นยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชอีก ก็ยิ่งล่าช้าเข้าไปใหญ่ วันเสาร์ยังต้องมาทำงานต่ออีกกว่าค่อนวัน ถึงจะจัดการแปลงเพาะปลูกของตัวเองได้เสร็จสมบูรณ์
เช้าวันเสาร์ ลิลิธเห็นโม่หลานกำลังพลิกหน้าดินในลานหอพักก็ถึงกับตกตะลึง “สัปดาห์นี้พวกเธอเรียนวิชาเวทมนตร์เพาะปลูกไม่ใช่เหรอ? วันหยุดสุดสัปดาห์ยังมีเวลามาพลิกหน้าดินที่หอพักอีกเหรอเนี่ย? ทางฝั่งแปลงเพาะปลูกจัดการเสร็จแล้วเหรอ?”
“จัดการเสร็จแล้วค่ะ!” โม่หลานกล่าว “จอบอันใหญ่กับบัวรดน้ำนี่รับมือยากสุด ๆ ไปเลยนะคะ! ฉันจัดการได้เร็วที่สุดแล้ว ยังต้องวุ่นอยู่ตั้งหลายวัน เพิ่งจะเสร็จตอนเลิกเรียนช่วงบ่ายเมื่อวานนี้เอง แม่มดน้อยคนอื่น ๆ เมื่อเช้าก็ไปจัดการกันต่อ คาดว่าน่าจะเสร็จช่วงบ่าย ๆ ค่ะ”
“เดี๋ยวนะ การแทรกซึมเวทมนตร์ลงในจอบกับบัวรดน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ที่แตกต่างกันเสียหน่อย แล้วพวกเธอทำได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วเธอเร็วกว่าคนอื่น ๆ ขนาดนี้ได้ยังไงกัน?” ลิลิธถามด้วยความไม่เข้าใจ
พวกเธอชั้นปีสองยังเตรียมตัวจะไปฝึกขี่ไม้กวาดบินที่เขตเพาะปลูกในวันพรุ่งนี้อยู่เลย!
แบบนี้ก็แย่สิ ถ้าวันนี้ไม่รีบไป ก็คงได้เห็นแต่แปลงดินที่พวกรุ่นน้องถางเสร็จแล้วน่ะสิ
โม่หลานจึงเล่าให้ฟังว่าพวกเธอใช้วิธีแทรกซึมเวทมนตร์ลงในจอบ และวิธีพ่นยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชอย่างไร
ลิลิธ: “…”
ตกลงว่าพวกรุ่นน้องเป็นบ้าไปแล้ว หรือว่าโลกใบนี้มันบ้าไปแล้วกันแน่?
ถึงขั้นคิดหาวิธีกอดจอบนอน กอดจอบเข้าเรียนออกมาได้เลยเหรอเนี่ย?
เรื่องนั้นยังพอทำใจได้ “ยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชมีตั้งเยอะแยะ ต่อให้สาดทิ้งสาดขว้างยังไงก็ใช้ไม่หมดหรอก แล้วพวกเธอถึงขั้นต้องลงมือพ่นเองเลยเหรอ? หญ้าเม่นมีเยอะขนาดนั้น พ่นยากจะตายไป!”
คราวนี้เปลี่ยนเป็นโม่หลานที่ต้องตกใจบ้าง “ยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชพวกนั้นเตรียมไว้ให้พวกเราใช้ทั้งหมดเลยเหรอคะ? ใช้สิ้นเปลืองแบบนั้นจะไม่มีปัญหาเหรอ?”
“ที่ดินแปลงอื่น ๆ พวกภูตเป็นคนรับผิดชอบดูแลทั้งหมด พวกหล่อนไม่ต้องใช้ยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชหรอก ยาพวกนั้นอาจารย์ใหญ่เตรียมไว้ให้พวกเราต่างหากล่ะ! ไม่อย่างนั้น ด้วยสภาพของจอบกับบัวรดน้ำแบบนั้น พวกเราจะจัดการแปลงเพาะปลูกให้เสร็จภายในสัปดาห์เดียวได้ยังไงกัน?” ลิลิธกล่าว
ตอนแรกพวกเธอก็ไม่อยากจะใช้ทิ้งใช้ขว้างเหมือนกัน แต่มันไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่นา!
ถึงแม้บัวรดน้ำจะทำให้สิ้นเปลืองไปบ้าง แต่หัวฝักบัวมันใหญ่ ประสิทธิภาพการทำงานก็สูงนี่นา!
ตอนนั้นในวันสุดท้าย พวกเธอต่างก็ต้องพกผลขนมปังติดตัวไปเพื่อสู้รบตบตีกับบัวรดน้ำกันทั้งนั้น
พวกรุ่นน้องนี่ไม่เคยเดินตามรอยทางปกติเลยจริง ๆ!
“เฮ้อ! ไม่คุยกับเธอแล้ว ฉันต้องรีบไปหาแม่มดน้อยคนอื่น ๆ ก่อน” ลิลิธรู้สึกว่าถ้าขืนเธอไม่รีบไปแจ้งข่าว กิจกรรมฝึกขี่ไม้กวาดบินของปีสองในวันอาทิตย์นี้คงต้องล่มกลางคันเป็นแน่
เรื่องฝึกขี่ไม้กวาดบินน่ะเป็นเรื่องรอง เรื่องไปดูเรื่องสนุกของพวกรุ่นน้องต่างหากล่ะที่เป็นเรื่องหลัก!
“จริงสิ เธอช่วยเอา {การ์ดอุปกรณ์การเกษตรแม่มด} อะไรนั่นมาให้ฉันสักใบได้ไหม? ราคาพลังเวทเท่าไหร่เหรอ?”
ลูกค้ามาแล้ว! โม่หลานเผยรอยยิ้มการค้าออกมาทันที
ลิลิธเห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าลางไม่ดีแล้ว
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อได้ยินเธอพูดว่า “ราคาเดียวกับ {การ์ดอุปกรณ์ทำความสะอาด} เลยค่ะ! รุ่นหรูหราใช้พลังเวทแบบใช้ครั้งเดียว 100 มานา รุ่นเรือธง 50 มานา ส่วนรุ่นพื้นฐาน 10 มานาค่ะ งดต่อรองราคานะคะ!”
เล่นปิดทางหนีทีไล่ของเธอเสียสนิทเลย
ลิลิธกัดฟันกรอด “ตกลง เอามาเลยรุ่นหรูหราหนึ่งใบ!”
ของมันต้องซื้อยังไงก็ต้องซื้อ
ซื้อเสร็จขืนมองหน้าจอมมนตราหน้าเลือดคนนี้อีกสักแวบก็คงจะปวดใจเปล่า ๆ เธอจึงมุ่งหน้าไปหาแม่มดน้อยปีสองคนอื่น ๆ ทันที
การฝึกขี่ไม้กวาดบินต้องเลื่อนมาเป็นเช้าวันนี้แล้ว! ไม่อย่างนั้นก็คงสายเกินไปแน่!
มีพลังเวทก้อนใหม่หลั่งไหลเข้ามาในบัญชีอีกครั้ง เมื่อรวมกับที่หามาได้ก่อนหน้านี้ และพลังเวทของตัวเองที่อัดเข้าไปทุกวันตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา พลังงานที่ถูกเก็บสะสมไว้ในคัมภีร์การ์ดก็ทะลุหลักแสนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โม่หลานดีใจจนเนื้อเต้น
แค่นี้ก็สามารถสร้างการ์ดสะสมพลังงานความจุ 10 มานาแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งได้หนึ่งใบ หรือจะสร้างการ์ดสะสมพลังงานเปล่าความจุ 1000 มานาแบบใช้ครั้งเดียวได้ถึงสิบใบเลยทีเดียว
แต่โม่หลานก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะเก็บสะสมพลังงานไว้ในคัมภีร์การ์ดให้มากกว่านี้ เพื่อที่ถึงเวลาจะได้สร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่มีความจุสูงขึ้นออกมาสักใบ
แม้ตามทฤษฎีแล้ว ขอเพียงแค่มีการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้ครั้งเดียวในจำนวนที่มากพอ ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับการมีการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเลยก็ตาม
โดยพื้นฐานแล้ว การใช้พลังงานในการสร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จะสิ้นเปลืองกว่าการสร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้ครั้งเดียวที่มีความจุเท่ากันถึง 5000 เท่า
ช่องว่างนี้อาจดูเหมือนห่างไกลกันมาก แต่ทุกครั้งที่สร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้ครั้งเดียว มันก็ต้องมีการสูญเสียพลังงานไปด้วยนี่นา!
แถมยังเป็นการสูญเสียพลังงานเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวด้วย
แต่ถ้าสร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งออกมาได้สำเร็จ หลังจากนั้นการฝากถอนพลังเวทเข้าไปในนั้น ก็จะไม่มีการสูญเสียพลังงานใด ๆ อีกเลย
แทบจะเรียกได้ว่า เป็นการขยายหลอดพลังเวทของตัวเองให้ยาวขึ้นเลยทีเดียว
หากมองจากอายุขัยอันยืนยาวของแม่มดแล้ว การมีการ์ดสะสมพลังงานแบบใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งก็ย่อมจะคุ้มค่ากว่าอยู่ดี
ทางที่ดีที่สุดคือ ต้องสร้างการ์ดสะสมพลังงานแบบถาวรที่มีความจุสูง ๆ ออกมาให้ได้สักใบก่อนเรียนจบ
แม่มดน่ะไม่กลัวการต่อสู้แบบตัวต่อตัวหรอก ที่กลัวก็คือการถูกรุมล้อมโจมตีอย่างเป็นระบบ จนพลังเวทมีไม่พอใช้ต่างหาก
หลังจากพลิกหน้าดินในหอพักจนเสร็จหมดทุกตารางนิ้ว แล้วจัดการพ่นยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชที่ฉกมาจากห้องเก็บเครื่องมือในเขตเพาะปลูกไปหนึ่งขวด โม่หลานก็กลับมานั่งตรวจทานแบบฝึกหัดต่อ
พวกรุ่นพี่ชั้นปีสี่และปีห้า แม้จะไม่มีการเรียนวิชาทฤษฎีในห้องแล้ว แต่ก็ยังรอคอยแบบฝึกหัดเพื่อนำไปใช้เป็นตัวช่วยในการศึกษาหนังสือทฤษฎีด้วยตัวเองอยู่นะ!
พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์แล้วออกมาดู ก็พบว่าหญ้าที่ขึ้นเต็มลานหอพักพากันตายเรียบหมดแล้ว
ตอนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ๆ โม่หลานก็เคยถอนหญ้าในลานหอพักไปบ้างแล้ว แต่ผ่านไปไม่นานพวกมันก็กลับมางอกใหม่จนเต็มไปหมด
ต่อมาเธอก็เลยขี้เกียจจะถอนมันอีกแล้ว เหลือไว้แค่ตรงทางเดินที่ต้องใช้เป็นประจำเท่านั้นที่ไม่มีหญ้าขึ้น
ยาเวทมนตร์กำจัดวัชพืชนี่มันใช้งานได้ผลดีจริง ๆ ด้วย! แค่ฉีดพ่นไปนิดเดียวก็ตายเรียบหมด สะดวกสบายขึ้นเยอะเลย!
ก่อนจะถึงคาบเรียนวิชาเวทมนตร์เพาะปลูกในวันจันทร์ เหล่าแม่มดน้อยปีหนึ่งต่างก็สามารถบุกเบิกแปลงเพาะปลูกของตัวเองในเขตเหนือได้สำเร็จกันถ้วนหน้า