เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 325 : เจียงเฉินจนจริงหรอ?

ตอนที่ 325 : เจียงเฉินจนจริงหรอ?

ตอนที่ 325 : เจียงเฉินจนจริงหรอ?


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 325 : เจียงเฉินจนจริงหรอ?

......

ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังคุยกับกลุมพี่ชายไม่นานอาจารย์ใหญ่ก็เดินเข้ามา

เขาเป็นครูผู้ชายวัยกลางคนใส่แว่น รูปร่างอ้วนนิดหน่อย

เขามองไปรอบๆก่อนจะปรบมือและพูดด้วยความสุภาพ (สวัสดีตอนบ่ายผู้ปกครองทุกท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ...) แล้วก็ตัดมาที่หัวข้อ (หวังว่าเราจะสามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์กับเด็กๆ.....) จากนั้นเขาก็โค้งคำนับและพูดขอบคุณอย่างสุภาพอีกครั้ง (ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้......) จากนั้นก็กล่าวชื่นชมและยกย่องผู้ปกครอง......

แล้วก็กลับมาเข้าประเด็น

ครูใหญ่ “ใครคือผู้ปกครองของลู่เสี่ยวหยูครับ?”

เจียงเฉินยกมือขึ้น “ผมเอง”

อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจ “คุณพ่อลู่กว่าจะได้พบคุณมันไม่ง่ายเลย เสี่ยวหยูอยู่ในโรงเรียนนี้มาสามปีแล้ว และผมก็เป็นครูใหญ่ที่นี่มาสามปีแล้วแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบคุณ”

เจียงเฉินถอนหายใจและพูดอย่างเคร่งขรึม “อาจารย์ คุณโชคดีมากแล้ว ปกติผมยุ่งมากขนาดลูกซองผมยังเจอผมได้แค่ปีละครั้งเท่านั้น!”

อาจารย์ใหญ่ตกตะลึง~~

......

หลังจากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็มองเจียงเฉินด้วยใบหน้าที่ขุ่นเคือง

ในเมื่อเขาหาข้อผิดพลาดจากเจียงเฉินไม่ได้เขาก็หันไปสนใจที่ผู้ปกครองคนอื่น

“ผู้ปกครองของหลี่เสี่ยวโปคือใครครับ?”

“เป็นผมเองครับอาจารย์”

ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีดำพูดออกมา

“อาจารย์ ชื่อของผมคือหลี่หยวนหยาง เป็นเจ้าของบริษัทโอเชี่ยนเอ็นเนอร์จี ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับลูกชายผมก็บอกผมได้เลย ผมจะสั่งสอนเขาให้เอง”

จู่ๆก็มีลมเย็นพัดเข้ามา

“โอเชียนเอ็นเนอร์จี นี่มันไม่ใช่บริษัทพลังงานขนาดใหญ่งั้นหรอ!”

“ใช่ พลังงานกว่า 20% ของเมืองหลวงถูกบริษัทนี้นำเข้ามาจากออสเตรเลีย!”

“มีชื่อเสียงไม่น้อยเลย….”

หลี่หยวนหยางที่ได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันก็รู้สึกภูมิใจ

การที่เขาพูดออกไปแบบนี้จุดประสงค์ของเขานั่นก็คือทำให้ทุกคนหันมาสนใจเขา

อาจารย์ใหญ่ที่ได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของหลี่หยวนหยางก็อดยิ้มไม่ได้

“พ่อหลี่ พอดีมันเป็นแบบนี้ลูกของคุณหลี่เสี่ยวโป ผมอยากจะรายงานเรื่องของเขาสักหน่อย เขาอายุแค่ 9 ขวบ แต่เขามักจะชนเพื่อนร่วมชั้นไปกินข้าวและครั้งล่าสุดที่เขาพาเพื่อนร่วมชั้นออกไปเขาก็เป็นคนออกค่าอาหารทั้งหมด และบางทีเขาก็จะโดดเรียนไปอยู่ที่สนามเด็กเล่น”

หลี่หยวนหยางขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “ลูกชายของผมทำอะไรแบบนี้ด้วยหรอ?”

อาจารย์ใหญ่พยักหน้า “ใช่ครับ ตอนคุณกลับไปบ้านแล้วก็ช่วยสั่งสอนเขาด้วยนะครับ”

หลี่หยวนหยางตบขาของตัวเอง “ไม่ต้องห่วง กลับไปผมจะสั่งสอนเขาอย่างแน่นอน ชักชวนเพื่อนร่วมชั้นโดดเรียนไปอยู่ที่สนามเด็กเล่น มันไม่ไว้หน้าครูกันเกินไปแล้ว ถ้าเกิดมีคนมาพูดว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”

“ถูกต้องครับ” อาจารย์ใหญ่พยักหน้าโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็คิดว่าตัวเองคิดผิดและรีบทำการแก้ไขอย่างรวดเร็ว “ไม่ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายความว่าเขายังเด็กและไม่อยากให้เขาใช้เงินมากมายขนาดนั้น”

หลี่หยวนหยางปาดเหงื่อ “โอ้ อาจารย์ใหญ่หมายถึงแบบนี้สินะครับ ไม่ต้องการให้เขาใช้เงินฟุ่มเฟือยใช่ไหมครับ..... ไม่ต้องกังวลครับอาจารย์ ผมจะลดเงินค่าขนมเข้าทันทีกลับไป!”

อาจารย์ใหญ่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

หลี่หยวนหยางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อาจารย์ เอาแบบนี้ก็แล้วกันผมจะลดเงินค่าขนมเขาเหลือเพียงแค่ 100,000 ต่อเดือน~~~”

อาจารย์ใหญ่กระอักเลือดออกมาเต็มปาก!

เจียงเฉินปรบมือ

ผู้ปกครองคนนี้โอ้อวดเก่งจริงๆ!

ชื่นชม!!

ในเวลานี้เองผู้ปกครองคนอื่นก็ทนไม่ไหว

งานประชุมผู้ปกครองทั้งทีจะไม่โอ้อวดได้ยังไงกัน?

พวกเขาแต่ละคนต่างก็เป็นคนใหญ่คนโตถูกไหม?

เพราะถ้าหากต้องการที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ภูมิหลังของครอบครัวจะต้องไม่ใช่คนยากจนอย่างแน่นอน!

“เดือนละ 100,000 ก็พอๆกับลูกสาวของฉันเลย บังเอิญอะไรแบบนี้”

“ลูกชายของฉันก็เดือนละ 100,000 เหมือนกัน”

“อา? พวกคุณให้เงินลูกของพวกคุณเพียงแค่ 100,000 ต่อเดือนเองเหรอ พวกคุณไม่กลัวว่าลูกของพวกคุณจะลำบากหรือยังไง?”

“ใช่ แค่ 100,000 มันน้อยเกินไปฉันให้ 200,000!”

“ต่อให้ฉันต้องทำงานหนักแค่ไหนฉันก็ไม่ยอมให้ลูกฉันลำบากฉันให้เดือนละ 300,000!”

“300,000 มันจะไปพออะไร รับประกันไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลูกของผมจะได้ทานอาหารวันละสามมื้อ ผมให้ 500,000 ต่อเดือน!”

แต่ละคนพากันเชิดหน้า

แสดงออกถึงความหยิ่งผยองของตัวเอง

โอ้อวดความร่ำรวยและอำนาจต่อคนอื่น

ปัง ปัง ปัง~~~

แรงกดดันจำนวนมากเปรียบเสมือนหมัดอันทรงพลังที่ต่อยเข้าใบหน้าของอาจารย์ใหญ่จากระยะเพียงไม่กี่เมตร

ไม่นานครูใหญ่ที่สนับสนุน “ความขยันหมั่นเพียรและความประหยัด” ก็บอบช้ำ

จมูกเปลี่ยนเป็นสีม่วงใบหน้าบวมเป่ง!

ต้องการยาชาอย่างด่วน!

.......

ต่อมา อาจารย์ใหญ่ก็ดูกลายเป็นคนไร้อำนาจในทันที หลังจากที่บรรดาผู้ครองพากันโอ้อวดกันเสร็จ เขาก็รีบทำการประกาศคะแนนของนักเรียนอย่างรวดเร็วแล้วก็ให้กำลังใจและการประชุมกจบลง

งานประชุมผู้ปกครองจบลงแล้ว!

เจียงเฉินลุกขึ้นพร้อมที่จะจากไป

ในเวลานี้เอง ผู้ปกครองดีให้เงินลูกเดือนละ 500,000 ก็ตะโกนอะไรบางอย่างออกมา

“ขอโทษนะครับ ผู้ของทุกท่าน ผมคือจ้าวตงไหล ผมคิดว่าไหนๆทุกคนก็มีส่วนร่วมในงานประชุมผู้ปกครองแล้ว มันก็คงเป็นโชคชะตาที่ให้พวกเราได้มาพบกันทำไมพวกเราไม่ไปกินข้าวด้วยกันหน่อยล่ะ นี่ก็ใกล้จะสี่โมงเย็นแล้ว ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี..........”

“ทำประธานจ้าวพูดถูก!”

“ใช่ การพบกันเป็นโชคชะตา….. พวกเราไปทานอาหารกัน ฉันขอ.....”

“นั่นสินะ พวกเราไปทานอาหารด้วยกันเถอะ....”

“….”

หลังจากที่พูดคุยกันทุกคนก็ตกลงที่จะไปทานอาหารเย็นด้วยกัน

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ค้นพบว่าทุกคนที่นี่ต่างก็เป็นคนที่มีความร่ำรวย ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่าที่ทุกคนจะสร้างสัมพันธ์กันเอาไว้

แต่เจียงเฉินก็ไม่ได้สนใจความสัมพันธ์แบบนี้….

ลุกขึ้น

เดินจากไป

“นี่ คุณผู้ปกครองท่านนี้ไม่ไปทานข้าวกับพวกเรางั้นเหรอ?”

ผู้ปกครองดีโอ้อวดว่าให้เงินลูกตัวเองเดือนละ 500,000 หยุดเจียงเฉินเอาไว้

เจียงเฉินพูดขอโทษอย่างสุภาพ “ครับ ผมมีธุระที่ต้องไปทำต่อคงจะต้องกลับบ้านทันที”

จ้าวตงไหลดูกระตือรือร้น “คุณจะรีบกบ้านไปทำไม ไปกับพวกเราดีกว่า ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน มันเป็นโชคชะตานะที่ทุกคนได้มารวมตัวกัน มาทานอาหารกันเถอะครับไปด้วยกัน.....”

เจียงเฉิน “…..”

ด้วยความกระตือรือร้นแบบนี้มันทำไปเจียงเฉินรู้สึกอึดอัดที่จะไม่ไป

นอกจากนี้ลู่เสี่ยวหยูก็ดึงแขนเสื้อของจียงเฉิงและขอร้องให้เจียงเฉินไปด้วย

เพราะเพื่อนร่วมชั้นของเธอต่างก็ไปกันหมด ถ้าหากเธอไม่ไปเธอนั้นก็จะไม่สามารถเข้าสังคมได้ และตลอดชั่วโมงที่ผ่านมาเธอนั้นก็ได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมชั้นของเธออย่างอิจฉา โดยบอกว่าพ่อของเธอนั้นหล่อมาก มันทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก

“ก็ได้ผมจะไปด้วย” เจียงเฉินพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ฮ่าๆ ไปกันเถอะไปที่เยว่ไห่ซวนกัน มันเป็นร้านอาหารของผมเอง อาหารอร่อยมากเลยนะ!” จ้าวตงไหลหัวเราะออกมา

“อไรนะ เยว่ไห่ซวน!”

“นั่นมันร้านอาหารที่บอสหม่าชอบไปไม่ใช่เหรอ?”

“ว้าว~~~”

ผู้คนที่อยู่รอบๆพากันตกตะลึงออกมา

ตอนนี้สายตาของพวกเขาที่มองจ้าวตงไหลนั้นเปลี่ยนไป

บอสหม่า มหาเศรษฐีตัวจริง!

และร้านที่พวกเขากำลังจะไปเป็นร้านที่มหาเศรษฐีคนนี้โปรดปรานอย่างมาก!

จ้าวตงไหลรู้สึกภูมิใจแต่การแสดงออกของเขายังคงดูสุภาพ “แค่กๆ ไม่ใช่รเรื่องน่าภูมิใจอะไรหรอกครับ”

อันที่จริงทรัพย์สินของคนที่อยู่ที่นั่นไม่มีคนไหนเลยที่เกินกว่า 5 พันล้าน ดังนั้นตอนที่พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับคนใหญ่คนโตระดับบอสหม่าพวกเขาจึงพากันแสดงความตื่นเต้นออกมา

“พวกเราไปกันเลยดีกว่า!”

“ใช่ ถ้าไปที่นั่นเราอาจจะโชคดีเจอกับบอสหม่าก็ได้นะ”

เจียงเฉินตกตะลึง

เยว่ไห่ซวน?

นี่มันร้านที่พี่หม่าชวนไปทานอาหารค่ำด้วยกันไม่ใช่หรอ?

บังเอิญอะไรขนาดนั้น?

แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเค้านั้นได้รับปากไปแล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้อีก

....

ในไม่ช้าผู้ปกครองทุกคนก็พากันไปขึ้นรถ

ขบวนรถหรูขับออกจากประตูของโรงเรียนทีละคัน

แล้ว.....

พวกเขาทั้งหมดต่างก็เห็นเจียงเฉินที่กำลังเดินอยู่!

“อะไรนะ! ผู้ปกครองคนนั้นไม่มีรถงั้นหรอ?”

“เป็นไปได้ยังไงกันทำไมเขาถึงไม่มีรถ?”

“คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นคนจนที่น่าสงสาร”

“นั้นสิน่ะถ้าไม่มีรถขับ นั่นก็แปลว่าเขาไม่มีเงินจริง!”

“ลูกชายของฉันไปโรงเรียนพร้อมกับลูกสาวของคนจนแบบนี้ได้ยังไงกัน ฉันต้องไปคุยกับผู้อำนวยการของโรงเรียนเรื่องนี้!”

“คนจนที่น่าสงสารมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวของฉันได้ยังไงกัน”

ผู้ปกครองหลายคนพาท่านพูดออกมาด้วยความสงสารแต่ภายในใจพวกเขานั้นได้วางแผนให้เจียงเฉินกับลู่เสี่ยวหยูต้องอับอายเอาไว้แล้ว

คนจนไม่สมควรเป็นเพื่อนกับคนที่แข็งแกร่ง!

ทางฝั่งของเจียงเฉินเขาก็พาลู่เสี่ยวหยูเข้าไปที่รถของเขา

โลลิตัวน้อยมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกตะลึง

“ลุง นี่คือรถของลุงหรอ?”

“ใช่”

“ราคาแพงไหม?”

“ไม่รู้สิ คนอื่นให้มา”

“…..”

หลังจากนั้นก็ขับรถไปจนถึง [เยว่ไห่ซาน]

แล้วก็เข้าไปที่ห้องขนาดใหญ่ [โถงซานไห่] แล้วก็หาที่นั่ง

หลังจากนั้นการสนทนาก็เริ่มขึ้นส่วนเด็กๆก็ไปหาที่เล่นกัน

“คุณทำงานอะไรงั้นเหรอ?”

“ผมเป็นเจ้าของ XX Group ผมได้ยินชื่อของคุณมานานแล้ว!”

“ตอนนี้อินเทอร์เน็ตทำให้การทำงานของผมง่ายขึ้นและได้ผลกำไรมากขึ้นไม่น้อยเลย!”

“โอ้ ไม่ลำบากเท่าไรหรอก หนึ่งก็ทำเงินได้หลายพันล้านอยู่เหมือนกัน!”

“ผมเองก็เหมือนกัน เมื่อปีที่แล้วผมทำงานได้สองพันสามร้อยล้าน ไม่ลำบากเลย!”

“เรือยอร์ชที่ผมเพิ่งซื้อมาก็ใช้การไม่ได้แล้ว คงต้องซื้อใหม่แล้ว”

“ใช่ ผมเองก็เพิ่งซื้อเฮลิคอปเตอร์มาแต่ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้แล้วเหมือนกัน”

หลังจากที่พูดคุยทำความรู้จักกัน รูปแบบการพูดคุยของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการโอ้อวด

ปากของเจียงเฉินกระตุก

คนพวกนี้จะอยู่ไม่ได้เลยหรือยังไงกันถ้าไม่ได้โอ้อวด~~

ไม่ไหวเลยจริงๆ~~

ในเวลานี้ทุกคนดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อเจียงเฉินและไม่มีใครต้องการพูดคุยกับเจียงเฉินเลยแม้แต่น้อย

และเจียงเฉินเองก็ไม่ได้อยากจะพูดคุยกับคนพวกนั้นเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

ในทางกลับกันจ้างตงไหลก็หันมาพูดคุยกับเจียงเฉินยู่บ้าง

หลังจากพูดคุยกับไปครึ่งชั่วโมงอาหารก็เริ่มเข้ามาเสิร์ฟ

........

เวลาผ่านไปจนถึงเวลาค่ำ

รถ Audi คันหนึ่งก็ขับเข้ามาในลานจอดของ [เยว่ไห่ซาน]

บอสหม่ากับเลขาก็เดินเข้าไปในร้านอาหารและตรงไปที่ [โถงหลิงเซียว]

นั่งลง

และโทรหาเจียงเฉิน

“น้องชายมาถึงรึยัง?”

“ยังครับพี่หม่า มาถึงแล้วหรอครับ?”

“ยังไม่ถึงน่ะแต่ใกล้แล้วอีกประมาณ 10 นาที”

หลังจากวางสายไปแล้วเลขาของเขาก็เข้ามาพูด

เลขา “เจ้านาย เสี่ยวหวางเพิ่งโทรมาบอกผมว่าเขาเจอคุณเจียงอยู่อีกห้องหนึ่ง”

บอสหม่า “???”

เลขารีบพูดต่ออย่างรวดเร็ว “คาดว่าคุณเจียงน่าจะไม่สามารถออกมาได้ตอนนี้ เขาก็เลยบอกว่าเขายังมาไม่ถึง”

บอสหม่า “แล้วห้องนั้นมีใครอยู่บ้างล่ะ?”

เลขาเดินออกไปถามและกลับมาในเวลาไม่กี่นาที

“เจ้านาย ผมได้ยินมาว่าพวกเขามาทานอาหารหลังจากไปประชุมผู้ปกครองมา”

“ประชุมผู้ปกครอง?”

บอสหม่ายกเลิกความคิดที่จะไปหาเจียงเฉินทันที

......

[ห้องโถงซานไห่] หลังจากที่เจียงเฉินวางสายพี่หม่าไปเขาก็เริ่มคิดว่าเขาจะจบงานเลี้ยงนี้ยังไงดี

เพราะสุดท้ายแล้วสำหรับเขางานเลี้ยงแบบนี้มันค่อนข้างน่าเบื่อ

ในเวลานี้เองจ้าวตงไหลเจ้าของร้านก็ได้รับโทรศัพท์ด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น

“เป็นอะไรไปหรอบอสจ้าว?”

ผู้ปกครองคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของจ้าวตงไหลก็ถามออกมาด้วยความสงสัย

“ฮ่าๆ งั้นฉันจะบอกข่าวดีกับทุกคนก็แล้วกัน พนักงานของฉันเพิ่งบอกฉันมาว่าพี่หม่ามหาเศรษฐีรวยที่สุดในประเทศจีนมาที่ร้านอาหารของเรา!”

“เรื่องจริงงั้นเหรอ?!”

“จริง!”

ผู้คนพากันกระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นทันที!

“คนที่รวยที่สุดในประเทศมาทั้งทีเราควรพวกเขาหน่อยไหม?”

“ใช่ เขาเป็นถึงคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศฉันไม่เคยมีโอกาสได้พบเขาใกล้ๆมาก่อนเลย”

“ไปหาเขางั้นเหรอ?”

“แต่พวกเราไม่รู้ว่ามันจะทำให้บอสหม่าโกรธรึเปล่า? เพราะถ้าหากไปกันแบบนี้มันจะเป็นการรบกวนการทานอาหารของgเขา”

“อืม ก็เป็นไปได้”

ในเวลานี้เองจ้าวตงไหลก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขาได้พูดที่อยู่ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไปแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าบอสหม่าจะโกรธไหม ถ้าหากเขาโกรธขึ้นมาจริงๆชื่อเสียงของร้านอาหารของเขาก็พังทลาย

เจียงเฉินส่ายหัวแล้วหัวเราะ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนกลุ่มนี้จะตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อเสียงของพี่หม่า

เจียงเฉินเห็นว่าตอนนี้ก็เกือบถึงเวลานัดแล้ว

เขาก็ลุกขึ้นมา

“ผมมีเรื่องต้องไปทำต่อดังนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน”

หลังจากที่ดื่มไวน์หมดแก้วเจียงเฉินก็หันหลังเดินจากไปทันที

แต่ยังไม่ทันได้เดินออกไปก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความอิจฉาดังออกมา

“ก็ไปสิ ใครอยากจะรู้จักนาย”

“ใช่แล้ว”

ผู้ปกครองสองคนหัวเราะกันออกมา

“หืม?”

เจียงเฉินขมวดคิ้วและหันกลับไป

“ผมว่าผมรู้จักคุณอยู่นะ คุณแซ่เจิ้งใช่ไหม....” เจียงเฉินหรี่ตาลง

“ใช่ มีปัญหาอะไรล่ะ ถ้ามีก็พูดออกมา” คนแซ่เจิ้งพูดออกมาอย่างเยาะเย้ย

เจียงเฉินหัวเราะออกมา “ก็ไม่ได้มากอะไรหรอก เพียงแต่ผมอยากจะบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเยาะเย้ยใคร พอผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้คุ้นโอ้อวดว่าคุณขาดทุนสองหมื่นล้านแต่เพียงแค่สัปดาห์เดียวคุณก็สามารถคืนทุนได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อวานนี้ใครไปที่บริษัทลงทุนกั๋วดู่แล้วอ้อนวอนร้องไห้เพื่อขอเงินกู้ 300 ล้าน.....”

“นายรู้ได้ยังไง….. ไม่ นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรออกมา!” ผู้ปกครองคนนั้นพูดออกมาด้วยความโกรธ

เจียงเฉินไปหาผู้ปกครองอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ “แล้วก็ตอนที่อยู่ในการประชุมผู้ปกครอง ตอนนั้นผมจำได้ว่าคุณโอ้อวดออกมาว่าขาดทุนร้อยล้านมันแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าใครเพิ่งจะขาดทุนไปห้าร้อยล้านจากการลงทุนครั้งล่าสุดและตอนนี้ชื่อของคุณก็ถูกธนาคารขึ้นบัญชีดำและกำลังตามทวงหนี้.....”

“ผายลม ฉันจะไปถูกธนาคารทวงหนี้ได้ยังไงกัน” ผู้ปกครองที่เจียงเฉินพูดถึงกระโดดลุกขึ้นด้วยความโกรธ

เจียงเฉินขี้หูตัวเอง “อย่าเสียงดังสิ ขี้หูผมมันไม่ได้มีเยอะเท่าไหร่นะ”

ยิ้มอย่างเหยียดหยาม

หันหลังกลับและเดินออกจากห้องทันที

ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบ

ใบหน้าของผู้ปกครองสองคนนั้นเปลี่ยนเป็นสีม่วง~~

ผู้ปกครองคนอื่นก็พากันมองไปที่สองผู้ปกครองคนนั้นที่กำลังอยู่ภายใต้ความสิ้นหวัง

จากปฏิกิริยานี้พวกเขาสามารถสรุปได้ทันที่ว่าสิ่งที่เจียงเฉินพูดมานั้นเป็นความจริง!

แต่สิ่งที่ทำให้ปกครองประหลาดใจยิ่งกว่านั่นก็คือเจียงเฉินสามารถรู้เรื่องราวของสองคนนี้ได้!

และคนที่จะรู้ข้อมูลขนาดนี้ได้คงไม่ใช่คนจนหรอกถูกไหม?

ดังนั้นเจียงเฉินจะต้องไม่ใช่คนจนอย่างแน่นอน!

“ฮ่าๆ~~” ผู้ปกครองแซ่เจิ้งหัวเราะออกมา “คนๆนั้น ก็แค่พูดเรื่องไร้สาระอย่าไปเชื่อเขาเลย....ตอนนี้บอสหม่ามาที่นี่แล้ว เราไปพบเขาหน่อยดีกว่าไหม พวกเราที่อยู่ที่นี่อย่างน้อยก็มีทรัพย์สินมากมายมหาศาลอย่างน้อยก็หลายพันล้าน ถ้าพวกเราไปพบเข้าพร้อมกันก็คงจะดูเหมาะสมอยู่นะถูกไหม?”

ผู้ปกครองอีกคนหนึ่งที่ถูกเจียงเฉินดูถูกก็พูดออกมา “ใช่! โอกาสที่อาจจะได้เป็นเพื่อนกับคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไม่ได้มีบ่อยๆ เราไปกันเถอะ!”

หลังจากที่พูดจบ เขาก็หยิบแก้วขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไป

ส่วนผู้ปกครองคนอื่นก็ถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้สำเร็จ พวกเขาทั้งหมดเดินไปที่ [ห้องโถงหลิงเซียว] พร้อมกับแก้วไวน์ในมือ

แล้ว…….

พวกเขาก็ได้เห็นผู้ปกครองลู่ (เจียงเฉิน) กำลังเดินเข้าไปในห้องนั้น!!!

จบบทที่ ตอนที่ 325 : เจียงเฉินจนจริงหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว