- หน้าแรก
- โปเกมอน ระบบเจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์อัจฉริยะ
- บทที่ 340 ยักษ์หลับใหลลืมตาตื่น
บทที่ 340 ยักษ์หลับใหลลืมตาตื่น
บทที่ 340 ยักษ์หลับใหลลืมตาตื่น
ขณะที่ฟางหยานกำลังยุ่งอยู่กับการช่วยดูแลโปเกมอนที่เทรนเนอร์คนอื่นๆ ฝากไว้ที่สถานรับเลี้ยง ชิเงรุก็ได้เดินทางมาถึงเมืองคิสซากิ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันที่สึซึรันซึ่งกำลังจะมาถึง
วันนี้เมืองคิสซากิมีวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสซึ่งหาได้ยาก ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะของเทือกเขาเทนกังทอประกายแสงสีทองเจิดจรัสภายใต้แสงอาทิตย์
ชิเงรุมาถึงหน้าประตูยิมเมืองคิสซากิ วันนี้เขาตั้งใจมาขอคำชี้แนะเรื่องการใช้กระบวนท่าธาตุน้ำแข็งโดยเฉพาะ เพื่อให้คาเม็กซ์สามารถทำผลงานในการแข่งขันที่สึซึรันได้ดียิ่งขึ้น
"ยิมลีดเดอร์สึซึนะ ขอโทษที่มารบกวนในช่วงเวลานี้นะครับ"
ชิเงรุมองสึซึนะที่อยู่ตรงหน้าและเอ่ยอย่างสุภาพ
สึซึนะมองชิเงรุ เขาเคยแสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมตอนที่ท้าชิงเข็มกลัดยิมของเธอ ดังนั้นเมื่อเขาเอ่ยปากขอมาเรียนรู้วิธีการปลดปล่อยและใช้งานกระบวนท่าธาตุน้ำแข็ง เธอจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล
"ชิเงรุ เดี๋ยวฉันมีที่ที่ต้องไปน่ะ ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากขอความช่วยเหลือจากนายหน่อย"
สึซึนะมองชิเงรุแล้วเอ่ยขึ้น
ชิเงรุพยักหน้ารับ "ตกลงครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบของชิเงรุที่รับปากโดยไม่ถามเหตุผล สึซึนะก็ยิ้มออกมาแล้วอธิบายว่า "นายรู้จักคุณจินไดไหม? เมื่อพักใหญ่ก่อนเขามาหาฉันแล้วบอกว่าช่วงนี้วิหารคิสซากิอาจจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ โปเกมอนในตำนานอย่างเรจิกิกัสอาจจะกำลังฟื้นคืนชีพ พวกเราเลยต้องไปที่นั่นเพื่อเฝ้าระวังและเตรียมรับมือให้พร้อมน่ะ"
โปเกมอนในตำนาน เรจิกิกัสงั้นเหรอ?
โปเกมอนในตำนานที่ว่ากันว่าสามารถลากแผ่นทวีปได้น่ะนะ? ถ้ามันตื่นขึ้นมาจริงๆ เมืองคิสซากิจะไม่ถูกถล่มจนพังพินาศไปเลยหรือไง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของชิเงรุก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เขามองสึซึนะแล้วเอ่ย "ผมจะทำอย่างสุดความสามารถครับ"
สึซึนะยิ้มบางๆ "ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอก มันก็เป็นแค่การคาดเดาน่ะ"
พูดจบ สึซึนะก็เดินนำหน้ามุ่งไปยังวิหารคิสซากิ ชิเงรุเรียกวินดีออกมา กระโดดขึ้นขี่หลังแล้วตามไปติดๆ
ระหว่างทาง ชิเงรุสังเกตเห็นว่าถนนหนทางในเมืองคิสซากิดูเงียบเหงากว่าตอนที่เขามาท้าชิงเข็มกลัดยิมครั้งก่อนมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าแทบจะไม่มีใครอยู่ในเมืองคิสซากิเลยต่างหาก
นอกจากคุณจอยที่โปเกมอนเซ็นเตอร์กับคุณตำรวจเจนนี่แล้ว ชิเงรุก็ไม่เห็นคนเดินถนนเลยสักคนตลอดทางจนกระทั่งมาถึงวิหารคิสซากิ
"คุณจินได คุณเก็น"
สึซึนะเอ่ยทักทายชายหนุ่มสองคนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมตรงหน้า ชิเงรุเองก็ลงจากหลังวินดี เขาบังเอิญเจอคนรู้จักที่วิหารคิสซากิด้วยเช่นกัน
"ชิเงรุ นายก็มาด้วยเหรอ?"
ซาโตชิเห็นชิเงรุลงจากหลังวินดี จึงเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจ
"ฉันตามคุณสึซึนะมาฝึกฝนและเรียนรู้เพิ่มเติมเติมน่ะ แล้วพวกนายล่ะมาทำอะไรที่นี่?"
ชิเงรุเอ่ยถาม
ซาโตชิเกาหัว "ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาคุณจินไดเพื่อฝึกซ้อมแบทเทิล แล้วค่อยไปงานแกรนด์เฟสติวัลด้วยกันตอนที่งานเริ่มน่ะ แต่ทีนี้คุณจินไดบอกว่าโปเกมอนในตำนานอย่างเรจิกิกัสอาจจะมาปรากฏตัวที่นี่ พวกเราก็เลยตามมาด้วย"
เปลวเพลิงอันร้อนแรงลุกโชนขึ้นในดวงตาของซาโตชิ "เรจิกิกัส โปเกมอนในตำนาน ฉันอยากจะลองสู้กับมันดูสักครั้งจริงๆ เนอะ ปิกาจู?"
"ปิก้า ปิก้า!"
"ชิเงรุก็คิดเหมือนฉันใช่ไหมล่ะ?"
ชิเงรุ: ————
"ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่นี่มันโปเกมอนที่สามารถลากแผ่นทวีปได้เลยนะ ฉันว่าพวกเราควรจะเรียกกำลังเสริมมาก่อนดีกว่า"
ชิเงรุเอ่ยขึ้น
"พูดถึงเรื่องนี้ ทางลีกจะส่งจตุรเทพมาช่วยจัดการไหมครับ?"
เก็นที่มีลูคาริโอยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม
สึซึนะพยักหน้ารับ "ท่านจตุรเทพกำลังเดินทางมาค่ะ"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นจตุรเทพท่านไหน แต่ถ้ามีจตุรเทพมาช่วย โอกาสที่เราจะหยุดมันไว้ได้ก็มีเพิ่มขึ้นอีกหน่อยล่ะนะ"
จินไดกอดอก มองดูภูเขาหิมะเบื้องหน้าพลางเอ่ยขึ้น
"เรจิกิกัสจะตื่นขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอ?"
เมื่อเห็นว่าทุกคนเชื่อสนิทใจว่าเรจิกิกัสจะฟื้นคืนชีพ ชิเงรุก็เอ่ยถามขึ้นมา
เก็นหันไปมองชิเงรุและสัมผัสได้ถึงพลังคลื่นในตัวเขา ซึ่งมันสูสีกับของซาโตชิเลยทีเดียว
เทรนเนอร์หนุ่มอัจฉริยะคนนี้คือใครกัน?
เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า "ฉันใช้พลังคลื่นทำนายดูแล้ว โอกาสที่มันจะตื่นขึ้นมามีสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยล่ะ"
ชิเงรุ: "แล้วคุณคือ?"
"ฉันคือผู้พิทักษ์พลังคลื่นแห่งเกาะเหล็ก เก็น ฉันมาที่นี่เพื่อปกป้องวิหารคิสซากิตามคำเชิญของคุณจินไดเหมือนกัน"
ชิเงรุสัมผัสได้ถึงพลังคลื่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างกะทันหัน มันคล้ายกับพลังคลื่นของคาเม็กซ์ของเขาหลังจากพัฒนาร่างเมก้ามาก เขาจึงยิ่งมั่นใจว่าเรจิกิกัสจะต้องตื่นขึ้นมาแน่ๆ
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ชิเงรุก็ปลีกตัวไปที่มุมหนึ่งอย่างเงียบๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา
"โบร๋ว"
เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ เสียงหอนก็ดังกังวานขึ้น กลุ่มของจินไดหันไปมองและพบว่ามีวินดีอีกตัวกำลังวิ่งตรงมา แล้วหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ทันใดนั้น ชายผมทรงแอฟโฟรสีแดงเพลิงกับชายผมสีเขียวก็กระโดดลงมาจากหลังวินดี
"จตุรเทพโอเบะ จตุรเทพเรียว"
สึซึนะโค้งคำนับทักทายอย่างสุภาพ
เก็นเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "ลีกชินโอส่งจตุรเทพมาถึงสองคนเลยเหรอเนี่ย?! ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเชื่อคำพูดของเราจริงๆ นะครับ คุณจินได"
จินไดหรี่ตามองจตุรเทพแห่งชินโอทั้งสองที่เพิ่งมาถึง ความมั่นใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกระดับ
"จตุรเทพโอเบะ จตุรเทพเรียว มาแบทเทิลกันเถอะครับ!"
ทันทีที่พบหน้า ซาโตชิก็เปิดปากขอท้าแบทเทิลทันที
แต่ก่อนที่โอเบะกับเรียวจะได้เอ่ยปาก ซาโตชิกก็ถูกชิเงรุลากตัวออกไปเสียก่อน
"สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการออมแรงไว้ นายไม่เข้าใจหรือไง?"
ชิเงรุเอ็ดซาโตชิ
ซาโตชิร้อง 'อ้อ' ด้วยความรู้สึกน้อยใจแปลกๆ
"ทางลีกส่งจตุรเทพมาตั้งสองคนเลยเหรอคะเนี่ย"
สึซึนะเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนรายงานเรื่องนี้ไปที่ลีกและเสนอให้อพยพชาวเมืองคิสซากิออกไปชั่วคราว แต่เธอก็ไม่คิดว่าทางลีกจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากถึงขั้นส่งจตุรเทพมาถึงสองคนรวด ทั้งที่รู้ว่านี่อาจจะเป็นแค่สัญญาณเตือนที่ผิดพลาดก็ได้
"เดิมทีแชมเปี้ยนชิโรนะตั้งใจจะมาเองน่ะครับ แต่ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดที่เทือกเขาเทนกังด้วยเหมือนกัน เธอเลยไปตรวจสอบที่นั่นและมาไม่ได้ชั่วคราว ส่วนจตุรเทพที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างโกโย ทางลีกก็มีงานหลายอย่างที่ต้องให้เขาจัดการ ทางลีกก็เลยส่งพวกเรามาแทนในครั้งนี้ครับ"
เรียวอธิบาย
"ฉันขอมาที่นี่ดีกว่าต้องทนนั่งสะสางงานของลีกต่อไปล่ะนะ"
โอเบะเอ่ย
อันที่จริงครั้งนี้ โกโยควรจะเป็นคนที่ถูกส่งมา แต่โอเบะก็ยกมืออาสาว่าเขามาแทนได้ ทางลีกได้สอบถามความเห็นของโกโยแล้ว จึงอนุญาตให้โอเบะมาแทน
แล้วโอเบะก็ลากตัวเรียวที่กำลังพักผ่อนอยู่บ้านให้มาด้วยกันอย่างหน้าตาเฉย
กลับมาที่โปเกมอนลีก โกโยมองดูข้อความที่โอเบะส่งมาบอกว่าเขากับเรียวเดินทางมาถึงแล้ว
หลังจากเหตุการณ์ที่เมืองอาราโมส ทางลีกก็ดูจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกี่ยวกับโปเกมอนในตำนานมากขึ้นเป็นพิเศษ
ครั้งนี้ พวกเขาถึงขนาดยอมหลับตาข้างหนึ่งปล่อยให้จตุรเทพสองคนออกเดินทางไปด้วยกันเลยทีเดียว
โกโยมองดูกองเอกสารที่สูงเป็นภูเขาเลากาตรงหน้า แล้วจิบชาสมุนไพรบำรุงเส้นผมที่ฟางหยานมอบให้ "โอเบะบ้าเอ๊ย ดันลากเรียวไปด้วยซะได้ กลับมาเมื่อไหร่ล่ะก็ นายตายแน่!"
ที่วิหารคิสซากิ โอเบะจามติดๆ กันหลายครั้ง
"แปลกแฮะ มีใครกำลังนินทาฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
โอเบะปาดจมูกพลางพึมพำ
"บางทีอาจจะเป็นโกโยที่กำลังบ่นนาย เพราะนายดันลากฉันออกมาด้วยก็ได้นะ"
เรียวที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น
โอเบะ: "โธ่เอ๊ย นายต้องเชื่อมั่นสิว่าโกโยจัดการคนเดียวไหว เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่หรือไง?"
ลึกเข้าไปในเทือกเขาเทนกัง แรงสั่นสะเทือนของยอดเขาแห่งหนึ่งก็รุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
เมืองคิสซากิเองก็เริ่มสั่นสะเทือนตามแรงสั่นของยอดเขานี้เช่นกัน
ทันใดนั้น แสงหลากสีก็เริ่มกะพริบวาบอยู่เบื้องหน้ายอดเขานี้ ราวกับเครื่องจักรที่กำลังถูกสตาร์ทเครื่อง
จนกระทั่งแสงที่กะพริบเริ่มนิ่งสนิท ยอดเขานี้ก็ค่อยๆ—ลุกขึ้นยืน"
"เรจิ—" เสียงทุ้มลึกดังกังวานขึ้น ฟังดูตะกุกตะกัก
"เรจิ!"
ยักษ์หลับใหลเริ่มลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ผืนดินสั่นสะเทือนไปพร้อมกับการตื่นขึ้นของมัน
ณ สถานรับเลี้ยงโปเกมอนอีกด้านหนึ่ง จู่ๆ ร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกว่ายไปในอากาศ มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองคิสซากิ