เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 290 : ใช่ไหมล่ะ? มันเป็นเรื่องบังเอิญ!

ตอนที่ 290 : ใช่ไหมล่ะ? มันเป็นเรื่องบังเอิญ!

ตอนที่ 290 : ใช่ไหมล่ะ? มันเป็นเรื่องบังเอิญ!


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 290 : ใช่ไหมล่ะ? มันเป็นเรื่องบังเอิญ!

เมื่อเห็นเธอตกตะลึงอยู่ครู่หนี่ง เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆซือลั่วเฟยก็ถามออกมาด้วยความสงสัย

“มีอะไรผิดปกติหรอ?”

“เอ่ ไม่มีอะไร พอดีฉันเหมือนเห็นคนรู้จักน่ะ แต่พอคิดดูแล้วน่าจะไม่ชใช่” ซือลั่วเฟยกำลังคิดว่างานรับจ้างทำธุระของเจียงเฉินนั้นน่าจะได้เงินค่อนข้างน้อยและคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาทานอาหารที่ร้านอาหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากจะสุ่มเลือกอาหารของที่นี่มาสักจาน ราคาของพวกมันนั้นก็มากกว่า 1,000 หยวนทั้งนั้นซึ่งมันค่อนข้างไม่สอดคล้องกับรายได้ของคนรับจ้างทำธุระเลย

แล้วเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?

เมื่อเห็นเธอตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆ ซือโหล่วเฟย ก็ถามด้วยความสงสัย:

เห้อ~~ฉันอยากจะช่วยเขาจริงๆนะ~~

สาวสวยซือลั่วเฟยก็เดินเข้าไปในร้านพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสาวของเธอ หลังจากนั้นภายใต้การจัดการของบริกรพวกเธอนั้นก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

ทันทีที่เธอนั่งลง เพื่อนสนิทของเธอนั้นก็ถามออกมาด้วยความสงสัย “ลั่วเฟย ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าเธอนั้นกำลังไล่ตามหนุ่มรับจ้างทำธุระ มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”

“ใช่ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน”

“ลั่วเฟย เธอเป็นคนผู้หญิงที่มีผิวขาว สวยแถมยังรวย เธอจะลดตัวไปให้กับคนทำธุระทำไม?”

หยางเฟิงกับฉินอี้ถิง “….”

เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าว “….”

สับสน!

คนรับจ้างทำธุระ?

สาวผิวขาว สวยแถมยังรวย?

อาจจะเป็นเศรษฐีสาวที่พร้อมจะมอบห้อง 10 ห้องให้กับเจียงเฉินที่เขาเพิ่งพูดถึง?

คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง?

ซือลั่วเฟยพูดออกมาด้วยความโกรธ “พวกเธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนั้นหยิ่งยโสแค่ไหน เขาเอาแต่ปฏิเสธฉันตลอดเลย!”

มุ่ย~~~

“อะไรนะ!”

“อะไรนะ!”

“อะไรนะ!”

เหล่าเพื่อนของเธอตกตะลึง!

“เดี๋ยวนะ! เธอสวยจะตายไป! ถ้าพวกผู้ชายได้เห็นเธอเมื่อไหร่พวกเขาก็สมควรที่จะเข้ามาไล่ตามเธอไม่ใช่หรอ?”

“ใช่ ยังมีคนที่ไม่ชอบเธอแล้วยังปฏิเสธการไล่ตามของเธออยู่ด้วยหรอเนี่ย?”

“เป็นคนที่ตรงไปตรงมาอะไรขนาดนี้”

“.…”

ซือลั่วเฟยถอนหายใจ “อย่าพูดแต่เรื่องที่เขาปฏิเสธการไล่ตามของฉันเลย ฉันถึงกับเสนอห้องชุดให้เขา 10 ห้องหากเขายินดีที่จะแต่งงานกับฉัน ฉันก็จะมอบให้เขาทันที แต่เขาก็ยังปฏิเสธฉัน”

พรูด~~

เพื่อนสาวที่กำลังจิบชาอยู่ก็พ่นชาออกมา

“บ้าไปแล้ว! มีผู้ชายแบบนี้ด้วยหรอ?”

“ห้องชุด 10 ห้อง แถมทุกห้องยังอยู่ในเมืองหลวง! ผู้ชายคนนี้เป็นเกย์รึเปล่าเนี่ย?”

เมื่อซือลั่วเฟยได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที!

“พวกเธอไม่ได้รับอนุญาติให้พูดถึงเขาแบบนั้นนะ เขานั้นทั้งหล่อและอ่อนโยน บอกเลยว่า ตอนที่เขาแกล้งเป็นสามีของฉันในอีกสิบปีข้างหน้า ใจฉันเต้นแรงมาก แรงมากเสียจนฉันคิดว่าฉันกำลังได้พบกับเทพบุตรตัวจริงด้วยซ้ำ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วใบหน้าของซือลั่วเฟยนั้นก็เต็มไปด้วยความหมกมุ่นทันที

เมื่อเหล่าเพื่อนสาวได้เห็นแบบนั้นพวกเธอนั้นก็พากันแสดงสีหน้าเหยเกกันออกมา

คิดไม่ถึงเลยว่าซือลั่วเฟยก็จะมีวันแบบนี้ด้วย!

ในเวลานี้เองที่โต๊ะข้างๆ

หยางเฟิง ฉินอี้ถิง เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว “….”

เงียบมาก!

คุณมองมาที่ฉัน มองไปที่คุณ ทุกคนมองหน้ากัน

นี่มันเรื่องจริง!

ปรากฏว่าห้องชุด 10 พร้อมกับสาวสวยเจียงเฉินก็ยังไม่หวั่นไหว!!

เดิมทีพวกเขานั้นยังคงสงสัยในตัวเจียงเฉินอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ความสงสัยของพวกเขานั้นหายไปหมด!

นอกจากนี้เพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 และ 5 ที่เคยแอบนินทาเจียงเฉินก่อนหน้านี้ ในใจของพวกเขานั้นก็เต็มไปด้วยความอิจฉากมากกว่าเดิม!

ท้ายที่สุดพวกเขานั้นก็ตาสว่าง!

ก่อนหน้านี้พวกเขานั้นเห็นอาเฟิงสั่งสอนอาเว่ยก็เพราะเจียงเฉิน

ตอนนี้พวกเขานั้นก็เห็นแล้วว่ามันมีสาวสวยที่พร้อมมอบห้องให้เขา 10 ห้องจริงๆ.....

พระเจ้า! ทำไมเรื่องดีๆแบบนี้ถึงไม่เกิดขึ้นกับฉันบ้าง?

เมื่อลองคิดดู สาวสวยคนนี้ยังชอบคนรับจ้างทำธุระได้ แล้วพวกเขาที่มีรายได้เดือนละ 40,000 ถึง 50,000 จะไม่มีโอกาศเลยหรอ?

เมื่อคิดได้แบบนี้เพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 ก็ลุกขึ้นและเดินไปที่โต๊ะข้างๆพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของเขา “สวัสดี คนสวยเรามาเป็นเพื่อนกันหน่อนไหม ช่วยแอดเพื่อนในวีแชทหน่อยได้ไหมครับ?”

ซือลั่วเฟยมองไปที่เขา “ไปให้พ้น!”

เพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 “….”

อับอายมาก!

และในเวลานี้เองเพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 5 ก็ลุกขึ้นและมองเพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 ด้วยความดูถูก

วิธีจีบสาวของนายมันห่วยแตกมาก ลองดูฉันนี่!

เขาเดินไปที่ด้านข้างของสาวสวยและทำการปัดผมพร้อมกับคิดในใจว่าความหล่อของฉันอยู่ยงคงกระพัน!

“สวัสดีคนสวย ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม พอดีผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณเรามาแอดเพื่อนวีแชทกันหน่อยได้ไหม?”

เพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 5 ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

แต่ผลก็คือ...

ซือลั่วเฟยพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าอัปลักษณ์! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้นะ!”

พรูด~~~

แขกที่อยู่ในร้านพากันพ่นน้ำออกมา!

เพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 และ 5 ก้มหน้าทั้งน้ำตาเดินกลับไปด้วยความสิ้นหวัง

.......

หยางเฟิงนั้นรู้สึกไม่ค่อยจะพอใจกับพฤติกรรมของเพื่อนเจ้าบ่าวคนที่ 3 และ 5 แต่นี่ก็เป็นเพื่อนของเขาดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไร

“อี้ถิง ถามเพื่อนสนิทของเธอซูเสี่ยวเสี่ยวหน่อนว่าแฟนของเธอชื่ออะไร?”

“ว่าไงนะ?”

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากรู้ชื่อของเขา”

ฉินอี้ถึงพยักหน้า “ฉันจะถามให้”

เธอส่งวีแชทถึงซูเสี่ยวเสี่ยวทันที

แฟนของเพื่อนเจ้าสาวคนที่ 1 รู้สึกว่าบรรยากาศนั้นค่อนข้างอึดอัดเขาจึงเริ่มเปลี่ยนเรื่อง

“นายน้องเฟิง ไม่ทราบว่าในงานแต่งงานครั้งนี้มีแขกเป็นใครบ้างหรอ? คงจะมีดาราเยอกมากเลขใช่ไหม?”

หยางเฟิงยิ้มออกมาอย่างไม่ยอมรับ “เพราะว่าตระกูลหยางของฉันนั้นเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงในเมืองหลวง ทรัพย์สินของลุงป้าน้าอาของฉันร่วมกันแล้วก็ได้อย่างน้อยห้าถึงหกพันล้าน ดังนั้นแขกที่เชิญมางานแต่งของฉันครั้งนี้จะต้องไม่ใช่แค่คนธรรมดาอย่างแน่นอน”

“แต่ฉันจะแนะนำพวกเขาให้พวกนายรู้จักก่อน เพราะไม่งั้นเมื่อพวกนายเข้าไปอยู่ในงานแล้วไปทำให้พวกเขาขุ่นเคือง ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้”

เพื่อนเจ้าสาวเพื่อนเจ้าบ่าวพากันนั่งตัวตรงทันที

เพื่อนเจ้าสาวคนที่ 3 4 และ 5 นั้นยังไม่มีแฟน ดังนั้นพวกเธอจึงต้องการที่จะ ค้นหาผู้ชายที่ทั้งหล่อและรวยในงานเลี้ยงนี้ และแต่งงานเข้าตระกูลของพวกเขา

ส่วนบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสี่คนนั้นต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับเราคนรวยรุ่นที่สองเช่นกัน

พวกเขารอการแนะนำของหยางเฟิงอย่างใจเย็น

หยางเฟิงที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มพอใจกับปฏิกิริยาของเหล่าเพื่อนเจ้าสาวเพื่อนเจ้าบ่าวมาก เขาพูดออกมาว่า “ฉันจะไม่แน่นอนพวกคนที่เป็นตาแก่ให้เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกนายก็ยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะไปติดต่อพวกเขา แต่พูดไม่สามารถลองทำความรู้จักกับเหล่าคนรวยที่สองได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกไม่ต้องดูไว้ก่อนเลยก็คือเหล่าคนรวยสองนั้นมักจะดูถูกคนที่อยู่ต่ำกว่าเสมอ ดังนั้นพวกนายจะผูกมิตรกับพวกเขาได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกนายแล้ว”

ทุกคนตื่นเต้น!

“นายน้อยเฟิง พูดออกมาเลย!”

“ก่อนอื่น ฉันจะเริ่มจากแนะนำเศรษฐีรุ่นที่สองที่ค่อนข้างทรงพลัง ชื่อของเขาคือเฉียนเทียนอี้ เรามักจะเรียกเค้าว่าพี่ใหญ่เทียนอี้ เขาค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับพี่รองของฉันเขามาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ และพ่อของเขานั้นก็เป็นคนเซี่ยงไฮ้เหมือนกันชื่อของเขาก็คือเฉียนทง เขาเป็นมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งมากคนนึง ทรัพย์สินของเขานั้นมีมากกว่า 1 แสนล้านหยวน!”

ทุกคนสูดอากาศเย็น!

ให้ตายเถอะ หลักแสนล้าน!

น่ากลัวมาก!!

“นอกจากนี้ยังมีหลัเส้า คนโดยรุ่นที่สองในวงการอสังหาริมทรัพย์ หนิวเส้าจากตระกูลหยิว หลิวเฉา คนรวยรุ่นที่สองจากหนานไห่ และซุนห่าว ต้าเส้า จากเมืองหลวง....”

เจ้าบ่าวหยางเฟิง ได้นำคนรวยรุ่นที่สองบางคนออกมา และในหมู่พวกเขานั้นก็มีบางคนที่เชิญรู้จัก

........

ยิ่งกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวได้ฟังมากเท่าไหร่ พวกเขานั้นก็ยิ่งต้องแปลกใจมากขึ้นเท่านั้น

พระเจ้า! มีคนใหญ่คนโตมากมาย! ถ้าเกิดได้รู้จักกับใครคนใดคนหนึ่งในนั้นคงเป็นประโยชน์ไปทั้งชีวิตเลย! งานแต่งนี้จะต้องมีแต่เรื่องดีๆแน่นอน!

ติ้ง~~~

ในเวลานี้เองวีแชทของฉินอี้ถิงก็แจ้งเตือน

ซูเสี่ยวเสี่ยวตอบกลับมากแล้ว

“สามีของฉันชื่อเจียงเฉิน~~”

ฉินอี้ถิงดึงแขนเสื้อของหยางเฟิงและยื่นโทรศัพท์ของเธอให้เขาดู

“เจียงเฉิน?”

หยางเฟิงส่ายหัว เขานั้นไม่รู้จักชื่อนี้จริงๆ

หลังจากคิดอยู่สักพักหยางเฟิงก็ส่งข้อความวีแชตไปหาหยางอี้พี่รองของเขา

....

หยางอี้ได้รับที่ได้มารับเฉียนเทียนอี้นายน้อยจากเมืองเซี่ยงไฮ้

เฉียนเทียนอี้ในตอนนี้กำลังมีอารมณ์ที่ดีมากๆ เพราะก่อนหน้านี้เขานั้นเพิ่งจะสร้างรายได้หลายสิบล้านจากธุรกิจของตัวเองซึ่งทำให้เขาคิดไปเองหว่า “โลกทั้งใบอยู่ภายใต้กำมือของฉัน!”

ติ๊ง~~

มีข้อความวีแชทส่งเข้ามา

“พี่รอง พี่รู้จักคนที่ชื่อเจียงเฉินไหม เขาบอกว่าเขารู้จักพี่”

หยางอี้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

เจียงเฉิน?

ใครกัน?

หลังจากนั้น…

อะไรนะ!

ฉันจำได้แล้ว! มันคือไอ้สารเลวนั่น….. ไม่สิ นั่นมันคือคนใหญ่คนโต!

เมื่อเขานึกถึงการเดินทางไปเมืองซานย่าทะเลจีนใต้ครั้งล่าสุด หยางอี้นั้นก็แทบจะน้ำตาออกมา....

“ฉันรู้จักเขา มีอะไรหรือเปล่า?”

“พี่รองรู้จักเขาใช่ไหม? ผมจะได้เชิญเข้าไปงานแต่งด้วย”

“…..นายที่มีแขนขาเล็กๆแบบนั้นไปรู้จักกับเขาได้ยังไง?”

“??? เขาหยิ่งมากหรอ?”

“เขาสุดยอดกว่าพ่อของพวกเราอีก!”

“....พี่รอง อย่ามาอำกันเล่นดีกว่านะ”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่น เขามันราชาปีศาจที่ยิ่งใหญ่ชัดๆ!”

เฉียนเทียนอี้มองไปที่หยางอี้ “เกิดอะไรขึ้นหรอ?”

หยางอี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “เจียงเฉินก็จะมางานแต่งของน้องชายฉันด้วย”

“อะไรนะ! เจียงเฉิน!”

เฉียนเทียนอี้ที่กำลังเต็มไปด้วยอารมณ์ดีก็เหลือเพียงแต่ความตกใจทันที!

ครั้งก่อนเขานั้นก็โดนพ่อของเขาทุบจนจะแย่อยู่แล้ว!

ความทรงจำครั้งนั้นยังติดอยู่ในหัวสมองเขา!

….

ในอีกด้านหนึ่งหยางอี้นั้นก็ตกตะลึงเมื่อเขาได้รับข้อความจากพี่ชายของเขา

“ราชาปีศาจที่ยิ่งใหญ่?”

ทำไมพี่รองถึงดูเหมือนจะกลัวเจียงเฉินคนนี้ขนาดนี้? เห้ย

ไม่เข้าใจ

o((⊙﹏⊙))o.

จบบทที่ ตอนที่ 290 : ใช่ไหมล่ะ? มันเป็นเรื่องบังเอิญ!

คัดลอกลิงก์แล้ว