- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หมอดูเทวดา
- บทที่ 1 ปรมาจารย์นักพยากรณ์คือยอดนักเรียน โดย เครดิตการ์ด
บทที่ 1 ปรมาจารย์นักพยากรณ์คือยอดนักเรียน โดย เครดิตการ์ด
บทที่ 1 ปรมาจารย์นักพยากรณ์คือยอดนักเรียน โดย เครดิตการ์ด
บทที่ 1: ตั้งแผงดูดวงในสวนสาธารณะ
เวลาห้าโมงครึ่ง สวนสาธารณะประชาชนกำลังคึกคักไปด้วยผู้คน เหล่าคุณป้าที่เต้นแอโรบิกจับจองพื้นที่ลานกว้างที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่ศาลาริมทะเลสาบก็กลายเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงิ้วปักกิ่งได้มาแลกเปลี่ยนฝีมือกัน
หลินชิงอินถือป้ายเดินวนเวียนอยู่ในสวนสาธารณะประชาชนอยู่นาน ในที่สุด เธอก็นั่งขัดสมาธิลงใต้ต้นไม้เก่าแก่ และวางแผ่นกระดาษลังไว้ตรงหน้า บนนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่อันงดงามเขียนไว้สองคำว่า 'ดูดวง!' ด้านล่างมีข้อความขนาดเล็กเขียนกำกับไว้ว่า 'ครั้งละหนึ่งพันหยวน!'
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในสวนสาธารณะอดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง แต่เมื่อเห็นข้อความบนป้าย ต่างก็พากันส่ายหน้าและถอนหายใจ
'ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงไม่รู้จักทำตัวให้ดีนะ? แทนที่จะตั้งใจเรียน กลับออกมาทำเรื่องหลอกลวงแบบนี้!'
'นั่นสิ! ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะยังเป็นเด็กมัธยมอยู่เลย สงสัยคุณครูจะสั่งการบ้านน้อยไป ไม่รู้ว่าเป็นเด็กร้ายกาจจากบ้านไหนกัน'
'ที่บ้านฉันยังมีแผ่นพับจากสถานีตำรวจเรื่องการเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และต่อต้านความงมงายอยู่เลย เดี๋ยวฉันจะเอามาอ่านให้เด็กคนนี้ฟัง อายุแค่นี้ทำไมถึงไม่เชื่อในวิทยาศาสตร์กันนะ!'
'ครั้งละหนึ่งพันหยวนเลยเหรอ? เด็กคนนี้ต้องหน้าเงินขนาดไหนกัน ถ้าแค่พูดพล่ามไม่กี่คำแล้วได้เงินตั้งพันหยวน ฉันก็มานั่งดูดวงตรงนี้เหมือนกันแหละ จะไปทำงานทำไม!'
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ได้จงใจลดระดับเสียงลงเลยแม้แต่น้อย หลินชิงอินจึงจ้องมองกระดาษลังของตัวเองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้เธอไม่มีเงินและไม่มีทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียร ทำไมเธอต้องลดตัวลงมาตั้งแผงดูดวงในสวนสาธารณะด้วย!
ในอดีต หลินชิงอินอย่างเธอคือเจ้าสำนักเทวะคำนวณแห่งโลกบำเพ็ญเพียร และครอบครองฉายานักพยากรณ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า หากมีใครต้องการขอให้เธอทำนายดวงชะตา พวกเขาจะต้องนำของวิเศษระดับสูงจากโลกบำเพ็ญเพียรมามอบให้เป็นข้อเสนอ และนั่นก็ยังต้องขึ้นอยู่กับว่าเธอเต็มใจจะตรวจดวงชะตาให้หรือไม่
ช่างแตกต่างจากตอนนี้ ที่เธอทำได้เพียงแค่นั่งบนพื้นและใช้เศษกระดาษลังจากกล่องนมมาตั้งแผง ซ้ำยังต้องทนรับการชี้นิ้ววิจารณ์จากคนอื่นเพียงเพราะคิดค่าดูดวงครั้งละหนึ่งพันหยวน
ถ้าไม่ใช่เพราะ... เฮ้อ ใครใช้ให้เธอไม่สามารถก้าวข้ามทัณฑ์สายฟ้าตอนเลื่อนขั้นได้ล่ะ? การบำเพ็ญเพียรมานานนับพันปีกลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า การที่เธอยังมีชีวิตรอดมาได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เธอคงเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้อีก
หลินชิงอินก้มหน้าลงมองดูปานรูปดอกเหมยสีแดงบนข้อมือขวา แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดโดยไม่รู้ตัว
หลังจากตื่นขึ้นมา เธอพบว่าตัวเองได้เดินทางมายังโลกที่แปลกประหลาดโดยสิ้นเชิง ทว่าร่างกายนี้กลับมีใบหน้าเหมือนกัน รูปร่างแบบเดียวกัน หรือแม้กระทั่งปานรูปดอกเหมยสีแดงบนแขนก็ยังเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปคือร่างกายนี้ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรเลยแม้แต่น้อย
การกลับเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรอีกครั้งไม่ใช่เรื่องยาก หลินชิงอินไม่ได้ขาดแคลนทั้งเคล็ดวิชาและประสบการณ์ การเริ่มบำเพ็ญเพียรใหม่ก็เหมือนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องกลับไปเรียนซ้ำชั้นอนุบาล เธอสามารถเรียนจบได้สบายๆ แม้จะแค่เล่นสนุกไปวันๆ ก็ตาม
สิ่งที่เธอขาดแคลนในตอนนี้คือทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียร พลังปราณวิญญาณในโลกยุคปัจจุบันนั้นเบาบางมาก การพึ่งพาเพียงการทำสมาธิเพื่อยกระดับพลังบำเพ็ญเพียรนั้นยากยิ่งกว่าการปีนป่ายขึ้นสวรรค์เสียอีก
หลินชิงอินได้ออกเดินสำรวจไปรอบๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และค้นพบว่าหินหยกบางชนิดมีพลังปราณวิญญาณแฝงอยู่ค่อนข้างมาก แต่ราคากลับแพงหูฉี่ ในฐานะนักเรียนมัธยมปลายจากครอบครัวที่ยากจน เธอไม่มีปัญญาซื้อหยกพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย
สรุปสุดท้ายแล้ว เธอก็ยังคงต้องหาเงินอยู่ดี!