เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2076 ร่องรอยศัตรูปรากฏ (2)

บทที่ 2076 ร่องรอยศัตรูปรากฏ (2)

บทที่ 2076 ร่องรอยศัตรูปรากฏ (2)


ภายหลังตอนที่ตามหาเบาะแส “เผ่าคุกวิญญาณ” ทั้งสามคนก็ลองค้นหาอย่างละเอียด ณ ที่แห่งนี้อีกรอบเช่นกัน ทว่าผลลัพธ์ก็เป็นดังเช่นผู้บำเพ็ญเพียรต่างถิ่นเหล่านั้น ไม่อาจคลำหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ใดๆ พบเลย

ถึงขั้นไม่รู้สึกว่ามีเขตผนึกสั่นไหวอยู่บนหน้าผาหินแห่งใดแห่งหนึ่งในหุบเขาแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

“บรรพชนรองช่างเป็นอัจฉริยะในการบำเพ็ญเซียนจริงๆ เขาอาศัยการหยิบยืมความผันผวนของพลังปราณที่มีอยู่ดั้งเดิมในหุบเขา มาปกปิดความผันผวนที่ก่อเกิดบริเวณทางออกของถ้ำได้อย่างแยบยล

ยอดฝีมือที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องแสดงทักษะ เสียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักจะเงียบงัน รูปลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักจะไร้ตัวตน สามารถหลอมรวมจนก่อเกิดระดับความผันผวนที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ ทว่านี่คือสิ่งที่ประจักษ์ชัดก็ต่อเมื่อพวกเรารู้ความจริงอยู่ก่อนแล้ว

หากมาตรวจสอบในยามที่ไม่รู้เรื่องราวละก็ คงยากที่จะมองออกได้

นี่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานเพียงใด ต้องเฝ้าสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนปานใด ถึงจะสามารถควบคุมขอบเขตความผันผวนของพลังปราณที่ไหลเวียนในแต่ละวัน ณ สถานที่แห่งนี้ได้ ว่าแท้จริงแล้วมันมีอยู่เท่าใดกันแน่? เลื่อมใส เลื่อมใสจริงๆ!”

เวลานี้ปรมาจารย์หลานใช้จิตสำนึกสัมผัสหน้าผาหินแห่งนั้นอีกครา ก่อนจะเอ่ยชื่นชมออกมาจากใจจริง สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จอันเชี่ยวชาญด้านค่ายกลเท่านั้น ทว่าเป็นความเข้าใจอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายที่มีต่อมรรคาค่ายกล

เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นทักษะชั้นเลิศรูปแบบหนึ่ง บรรลุถึงขั้นที่แยบยลเป็นอย่างมาก นี่ก็คือการพลิกแพลงทางความคิดด้านมรรคาค่ายกลรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

สามารถหยิบยืมพลังแห่งฟ้าดิน แทนที่จะอาศัยเพียงวัตถุดิบในการจัดวางค่ายกลอย่างมืดบอด คนในแวดวงเดียวกันอย่างปรมาจารย์หลาน จึงยิ่งเข้าใจเจตนารมณ์ของบรรพชนรองมากยิ่งขึ้น

ถึงได้รู้ซึ้งว่าการจะบรรลุถึงจุดนี้ แท้จริงแล้วยากลำบากสักปานใด? และมรรคาค่ายกลของอีกฝ่าย บรรลุถึงเจตจำนงระดับใดแล้ว

“คิดว่าการตรวจสอบในรอบนี้ คงดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนเรื่องที่ตั้งถ้ำในอดีตของบรรพชนใหญ่และบรรพชนที่สาม คงไม่อาจระบุตำแหน่งได้แล้ว

ทว่ายามนี้เรื่องนั้นหาได้สลักสำคัญอันใดแล้ว ภายหลังจากประจักษ์แก่ผลลัพธ์เหล่านี้ พวกเราก็มีผลลัพธ์และข้อสันนิษฐานในระดับหนึ่งแล้ว

เช่นนั้นสิ่งที่ต้องกระทำต่อไปก็มีเป้าหมายที่แน่ชัดแล้ว ต้องตามหาเผ่า ‘บังตะวัน’ นี้บนทวีปมรกต ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะหลบซ่อนตัวเร้นกายมาตั้งนานแล้วเฉกเช่น ‘ตำหนักสะกดวิญญาณ’ หรือไม่

ทว่าสิ่งที่ข้ากริ่งเกรงที่สุดคือการที่อีกฝ่ายสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้ว เช่นนั้นการเดินทางลงมายังโลกเบื้องล่างในครั้งนี้ แปดถึงเก้าส่วนคงต้องจบลงโดยไร้ซึ่งความคืบหน้า

ยามนี้ทำได้เพียงออกไปจากที่นี่ก่อน หลังจากสืบข่าวสารดูแล้วค่อยวางแผนต่อไป หากหมดหนทางจริงๆ ก็คงต้องนำ ‘ต้นอ่อนผลึกวิญญาณ’ ออกไปตามหา

ในสำนักโบราณบางแห่ง อาจมีผู้ที่รู้จักมักจี่ของสิ่งนี้ หรืออาจมีบันทึกการสืบทอดที่เกี่ยวข้องก็เป็นได้!”

ผู้อาวุโสห่าวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันสลัวมัว กำหนดเป้าหมายขั้นต่อไป เขาไม่ได้ตั้งความหวังกับเรื่องนี้นัก

“เผ่าบดบังตะวัน” นั้นหากเป็น “ต้นอ่อนผลึกวิญญาณ” ที่บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นภูตจริง อีกฝ่ายก็ย่อมเชี่ยวชาญวิชาจิตวิญญาณเช่นเดียวกัน มีความเป็นไปได้ถึงเก้าในสิบส่วนที่จะเหมือนกับ “ตำหนักสะกดวิญญาณ” ย่อมเลือกหลบซ่อนตัวเร้นกาย เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้

และเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาอาจมีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ทว่าการจะตามหาอีกฝ่าย ก็คงงมเข็มในมหาสมุทร...

ณ โลกภายนอก ในขณะที่พวกผู้อาวุโสห่าวทั้งสามกำลังค้นหาเบาะแสอยู่ใน “เผ่าคุกวิญญาณ” ใต้ดิน โลกแห่งการบำเพ็ญเซียนของทวีปมรกตก็วุ่นวายโกลาหลไปหมดแล้ว

ไม่เพียงแต่ขุมกำลังใหญ่หลายฝ่ายที่ควบคุมทางเข้า “เผ่าคุกวิญญาณ” มาโดยตลอด จะตกอยู่ในห้วงอารมณ์โกรธเกรี้ยวอย่างหนัก และพลิกแผ่นดินตามหาทางเข้าที่หายไปทุกหนแห่ง

ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรอีกจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปในซากโบราณสถาน “เผ่าคุกวิญญาณ” ผู้บำเพ็ญเพียรบางส่วนในจำนวนนั้นที่ไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร ก็กำลังหาเรื่องขุมกำลังใหญ่เหล่านี้เช่นกัน

ศิษย์ในสำนักของพวกเขาหายตัวไปหรือตกตาย ตะเกียงวิญญาณหรือป้ายหยกประจำตัวที่ทิ้งไว้ในสำนัก หากไม่ดับมอดก็แหลกสลาย

และผู้ที่อยู่ที่นี่ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นทองคำอยู่ไม่น้อย ถึงขั้นมีสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตปฐมวิญญาณดำรงอยู่ด้วย สำหรับสำนักแห่งหนึ่งแล้ว ย่อมเป็นการโจมตีอย่างหนักหน่วง ถึงขั้นเป็นการตีแสกหน้าถึงตายเลยทีเดียว

ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นทองคำคือขุมกำลังหลักของสำนักเซียนในโลกมนุษย์ เปรียบดั่งกระดูกสันหลังของสำนัก และสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตปฐมวิญญาณก็ยิ่งเป็นดั่งเสาหลักค้ำจุน

หากขาดผู้บำเพ็ญเพียรประเภทใดประเภทหนึ่งไป ก็จะทำให้ความแข็งแกร่งของสำนักแห่งนั้นร่วงหล่นและลดทอนลงอย่างฮวบฮาบในชั่วพริบตา

อันที่จริงหากมีคนตายอยู่ด้านใน ยามปกติเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับขุมกำลังใหญ่เหล่านั้นเลย พวกเขาเพียงแค่จัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่อาจมีโอกาสวาสนาหลงเหลืออยู่ การฆ่าคนชิงสมบัติที่อยู่ด้านใน หาใช่เรื่องที่พวกเขาต้องเข้าไปก้าวก่าย

ทว่าเมื่อภายหลังบางสำนัก คิดส่งคนเข้าไปตรวจสอบ ทางเข้าใต้ดินของ “เผ่าคุกวิญญาณ” ที่มีอยู่มาโดยตลอด กลับเลือนหายไปแล้ว หายสาบสูญไป...

และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายก็มิอาจปัดความรับผิดชอบได้แล้ว เห็นได้ชัดว่า “เผ่าคุกวิญญาณ” ใต้ดินเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ผิดปกติ ถึงได้เกิดเรื่องมีคนตายตก

และไม่ได้หมายความว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่เข้าไปตามล่าหาสมบัติเหล่านั้น จะตกตายด้วยน้ำมือของผู้ล่าสมบัติคนอื่น พวกเขาจ่ายหินวิญญาณคนละหนึ่งหมื่นก้อน ขุมกำลังใหญ่ก็ต้องให้การรับประกันขั้นพื้นฐานที่สุดด้วย

โดยเฉพาะเมื่อผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักต่างๆ เข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วพบว่าคนผู้อื่นก็หาทางเข้าไม่พบเช่นกัน พวกเขาก็ไม่ยินยอมพร้อมใจทันที

ดังนั้นแต่ละสำนักจึงรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปหาขุมกำลังใหญ่เหล่านั้น เพื่อให้พวกเขาให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผล

ส่วนขุมกำลังใหญ่ก็พบความผิดปกติมาตั้งนานแล้ว ยิ่งถูกกดดันจนตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวมากขึ้น ทางเข้า “เผ่าคุกวิญญาณ” ที่อยู่กันอย่างสงบสุขมาโดยตลอดนี้ เหตุใดจู่ๆ ถึงหายสาบสูญไปได้?

อีกทั้งจากข่าวสารต่างๆ ที่ได้รับกลับมา สามารถยืนยันได้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่ทิ้งร่องรอยไว้ในสำนัก ล้วนแสดงให้เห็นว่าพวกเขาตกตายอยู่ด้านในกันหมดแล้ว

ในจำนวนนั้นยังรวมถึงผู้บำเพ็ญเพียรที่ประจำการคุ้มครองทางเข้าเหล่านั้นด้วย และซากโบราณสถาน “เผ่าคุกวิญญาณ” พวกเขาก็รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี ไม่มีทางที่ทางเข้าจะเคลื่อนย้ายไปเองได้

การเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการจงใจกระทำของมนุษย์ ทว่าใครเล่าจะมีความสามารถปานนี้? ถึงขั้นสามารถเคลื่อนย้ายทางเข้า หรือปกปิดตำแหน่งของทางเข้าเอาไว้ได้

กระทั่งพวกเขาพยายามส่งปรมาจารย์ค่ายกลที่แข็งแกร่งหลายคนภายในขุมกำลังของตนไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เลย ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการยืนยันว่าทางเข้าถูกเคลื่อนย้าย หรือถูกปกปิดไว้กันแน่?

เรื่องนี้ทำให้ “เผ่าคุกวิญญาณ” ที่เดิมทีเงียบสงบไปนานแล้ว ถูกผู้บำเพ็ญเพียรหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง และผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ที่นี่ ก็คือพวกที่ชอบดูเรื่องสนุกโดยไม่เกรงกลัวว่าเรื่องจะบานปลาย

ทันใดนั้นการคาดเดาต่างๆ นานาก็ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า บ้างก็บอกว่าคนของ “เผ่าคุกวิญญาณ” หวนกลับมาแล้ว นี่ถึงได้แย่งชิงดินแดนดั้งเดิมของตนกลับคืนมา

หลังจากนั้นก็สังหารผู้บำเพ็ญเพียรด้านในจนหมดสิ้น เพื่อระบายความไม่พอใจในใจ และปิดกั้นดินแดนบรรพบุรุษจากโลกภายนอกอีกครา

ยังมีผู้คนกล่าวอีกว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น “เผ่าคุกวิญญาณ” คือผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณที่ทำให้ผู้คนขวัญผวาเมื่อกล่าวถึง ผู้บำเพ็ญเพียรนอกรีตเช่นนี้มีความอาฆาตมาดร้ายรุนแรงที่สุด

ภายหลังย่อมต้องลอบลงมือกับคนที่เคยแตะต้องดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะขุมกำลังใหญ่เหล่านั้น บางทีอาจจะถูกคนล้างบางสำนักไปแล้วก็ได้

ผู้ฝึกตนอธรรมอย่างผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณและผู้ฝึกตนสายพิษ สิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุดก็คือการลอบโจมตีและลอบสังหาร ต่อให้ขุมกำลังใหญ่จะร่วมมือกัน ก็ไม่อาจหลบหนีการจงใจเข่นฆ่าของคนเช่นนี้ได้...

ทว่ายังมีคนที่มีสีหน้าดูแคลน บอกว่านี่เป็นเพราะจู่ๆ ขุมกำลังใหญ่ก็ได้รับเคล็ดวิชาและทรัพยากรการฝึกฝนอันน่าทึ่งของ “เผ่าคุกวิญญาณ” มาครอง

และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาจงใจสร้างความสับสน สังหารผู้บำเพ็ญเพียรด้านใน ก็เพื่อฆ่าปิดปาก

ภายหลังก็กลับคำบอกว่าทางเข้า “เผ่าคุกวิญญาณ” ของตนหายไป จุดประสงค์ก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มแบ่งปันของวิเศษเหล่านั้นอยู่ด้านใน เป็นต้น คำพูดต่างๆ นานาถูกเผยแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่อง

เรื่องนี้ทำให้ขุมกำลังใหญ่เหล่านั้นทั้งโกรธเคืองและจนปัญญา เพราะไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจปิดปากคนทั้งหลายได้

ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารผู้บำเพ็ญเพียรที่ปล่อยข่าวลือทุกคนที่พบเห็น หากสำนักของพวกเขาร่วมมือกันแล้ว แข็งแกร่งถึงขั้นนั้น ทั่วทั้งทวีปมรกตคงถูกพวกเขายึดครองไปนานแล้ว

ทว่าพวกเขากลับไม่ว่าจะพยายามเพียงใด ก็หาทางเข้า “เผ่าคุกวิญญาณ” ไม่พบอีกเลย เรื่องนี้ทำให้พวกเขาคิดอยากจะอธิบาย ทว่าคนเขาก็ต้องเชื่อถึงจะทำได้...

ณ ผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ที่นี่คือสถานที่พำนักของผู้ปกครองที่แท้จริงบนทวีปมรกต มีเผ่าพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมายเหลือเกิน

พวกเขาทั้งหมดล้วนจำแลงกายมาจากภูตผฤกษานานาชนิด ประเด็นนี้คล้ายคลึงกับทุ่งหญ้าอสูรสวรรค์ในโลกเบื้องบน ยิ่งลึกเข้าไปด้านในมากเท่าใด ก็ยิ่งมีเผ่าพันธุ์โบราณที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น

พวกเขายึดครองสถานที่อันยอดเยี่ยม ภายในเทือกเขาที่สลับซับซ้อนทอดยาว ทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขาสืบทอดกันมาที่นี่จากรุ่นสู่รุ่น

ภายในป่าที่มีต้นไม้สูงตระหง่านเสียดฟ้า ต้นไม้แต่ละต้นเติบโตอย่างตรงตระหง่านผิดปกติ กระทั่งบนลำต้นก็ไม่มีกิ่งก้านสาขาแตกแขนงออกมามากนัก

จนกระทั่งถึงส่วนเรือนยอดด้านบน ถึงจะดูดกหนาทึบเป็นพิเศษ ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้มีขนาดใหญ่และเขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ ให้ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

เรือนยอดด้านบนก่อตัวเป็นเงาไม้ขนาดใหญ่ ต่อให้เป็นช่วงเที่ยงวันที่แดดร้อนจัด ก็ทำให้ที่นี่เงียบสงบและเย็นสบายอย่างผิดปกติเช่นกัน

หากมีสายลมพัดผ่านภายในป่า ก็จะพัดพากิ่งไม้ใบไม้เหล่านั้นให้ไหวเอนเบาๆ เมื่อคนเดินอยู่ภายใน ก็จะรู้สึกสดชื่นแจ่มใส หัวใจเบิกบานขึ้นมาทันที

ระยะห่างระหว่างต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ ไม่ได้หนาแน่นจนเกินไป ทว่าเว้นระยะห่างกันสิบจ้างอย่างสม่ำเสมอ

อีกทั้งไม่ว่าจะมองจากมุมใด แต่ละแถวล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อยถึงเพียงนั้น ไม่มีความรู้สึกสับสนวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย

ณ ป่าแห่งนี้ มีทางเดินหินที่ปูด้วยหินยักษ์สายหนึ่ง คาดว่าสามารถเดินเรียงหน้ากระดานได้สามถึงสี่คน ทางเดินหินในป่าคดเคี้ยวไปมา

เข้ามาจากด้านหนึ่ง วกวนและทอดยาวออกไปจนหายลับไปจากอีกด้านหนึ่ง...

เวลานี้ ชายหนุ่มชุดสีเงินผู้หนึ่งกำลังเดินอยู่ภายในนั้น ชายหนุ่มมีหน้าตาหล่อเหลาอย่างผิดปกติ ผิวพรรณขาวอมชมพู เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

เรือนผมสีดำขลับที่ดกดำ มวยเป็นมวยผมไว้บนศีรษะ เสียบปิ่นหยกขวางไว้หนึ่งอัน จากนั้นปอยผมยาวบางส่วนที่เหลือ ก็ทิ้งตัวลงมาสองข้างแก้ม

ดวงตาทั้งสองข้างขาวดำตัดกันชัดเจน ราวกับทะเลดวงดาวในยามค่ำคืนที่มืดมิด สามารถดึงดูดความสนใจของอิสตรีได้เป็นอย่างดี!

สองมือของเขาทิ้งตัวอยู่ภายในแขนเสื้อขนาดใหญ่ทั้งสองข้างลำตัว ชายเสื้อตัวยาวพลิ้วไหวเบาๆ สองเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับกำลังลื่นไถลอยู่บนทางเดินหิน

ทำให้ตัวเขาตอนที่เดินผ่านป่าไม้ ดูพลิ้วไหวและปราดเปรียวไร้เปรียบ...

ชายหนุ่มชุดสีเงินเดินผ่านป่าไม้อย่างรวดเร็ว และที่อีกด้านหนึ่งของป่าไม้ ลานกว้างอันงดงามประณีตแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

เขาหยุดฝีเท้าอย่างเงียบเชียบที่หน้าประตูเรือน และในตอนที่เขาเพิ่งจะหยุดเดิน ประตูเล็กของเรือนก็เปิดออกอย่างเงียบเชียบในทันใด

เมื่อชายหนุ่มชุดสีเงินเห็นดังนั้น ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจอันใดออกมา ทว่ากลับก้าวเท้าเข้าไปในเรือนทันที

ภายในเรือน กลิ่นหอมกรุ่นเป็นระลอกลอยเข้ามากระทบจิตใจคน ทำให้ผู้ที่สูดดมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ที่นี่มีแปลงดอกไม้ที่ตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบสี่แปลง ด้านในเต็มไปด้วยดอกไม้และต้นไม้แปลกตานานาชนิด

กลิ่นหอมกรุ่นเหล่านั้นลอยมาจากดอกไม้และต้นไม้เหล่านั้น ทว่ากลับมีกลิ่นหอมหลากหลายชนิดมากมายถึงเพียงนี้ กลับไม่ทำให้รู้สึกว่าปะปนกันจนสับสนวุ่นวายเลย

ทว่าหลังจากกลิ่นหอมกรุ่นเหล่านี้ผสมผสานเข้าด้วยกัน กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ที่สูดดมรู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างมาก...

ด้านหลังของแปลงดอกไม้ มีเรือนที่งดงามประณีตเรียงรายอยู่แถวหนึ่ง บนกำแพงยิ่งมีเถาวัลย์สีเขียวชอุ่มเลื้อยพันอยู่เต็มไปหมด ให้ความรู้สึกเจริญงอกงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

เวลานี้ตรงกลางของแปลงดอกไม้เหล่านี้ มีสตรีชุดเหลืองผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ สตรีชุดเหลืองมีดวงตาสุกใสฟันขาว งดงามหาใดเปรียบ

ชายกระโปรงสีเหลืองยาวลงมาเพียงใต้เข่า เผยให้เห็นท่อนน่องที่ขาวนวลราวกับหยก ขาวเนียนเกลี้ยงเกลาราวกับหยกที่ไร้ตำหนิที่สุดในโลก เปล่งประกายเงางามท่ามกลางแสงแดด

สตรีผู้นี้มีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น บนฝ่ามืออันขาวผ่องข้างหนึ่งของนาง มีผีเสื้อหลากสีสันตัวหนึ่งเกาะอยู่

บางครั้งมันก็จะขยับปีกเบาๆ ทว่ากลับไม่ยอมบินจากไป ราวกับหลงใหลในฝ่ามือที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสตรีผู้นี้

บนใบหน้าของสตรีผู้นี้ประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ เสมอ ทว่ารอยยิ้มบางๆ นี้หากตกอยู่ในสายตาของผู้อื่น จะรู้สึกเพียงว่าแม้สตรีชุดเหลืองกำลังยิ้ม ทว่าแท้จริงแล้วในรอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาที่แตกต่างออกไป

“คารวะผู้อาวุโสใหญ่!”

หลังจากชายหนุ่มรูปงามเข้ามาในเรือน ก็หยุดยืนอยู่ตรงประตูเรือนแต่ไกล โค้งกายทำความเคารพทันที

เพียงแต่ตอนที่เขาก้มหน้าทำความเคารพ ในก้นบึ้งของดวงตาราวกับยังคงหลงเหลือความงามหยดย้อยที่มองเห็นเพียงแวบเดียวนั้นอยู่ ท่อนน่องที่ขาวใสเรียบเนียนราวกับหยกช่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติถึงเพียงนั้น

ทำให้เขามีความหุนหันพลันแล่นอยากจะดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกทันที แล้วทะนุถนอมอย่างสุดกำลัง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นความงามหาใดเปรียบของผู้อาวุโสใหญ่

ทว่าทุกครั้งที่ชายหนุ่มพบเจอ ล้วนบังเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่อาจยับยั้งได้ ทว่าเขากลับไม่กล้าแสดงออกแม้แต่น้อย ทำได้เพียงสะกดข่มไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจอย่างสุดกำลังเท่านั้น

ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องตายอย่างอนาถ พอคิดถึงคนที่น่าทะนุถนอมเช่นนี้ หากมีใครได้เป็นคู่ชีวิตเต๋าของนาง นั่นก็ถือว่าได้เสพสุขบุญตาวาสนารักของใต้หล้าอย่างแท้จริง นั่นถึงจะเป็นความสุขที่แท้จริงราวกับเซียน...

สตรีชุดเหลืองท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ ราวกับไม่เห็นการมาเยือนของชายหนุ่มรูปงาม ยังคงจับจ้องผีเสื้อหลากสีสันบนฝ่ามือด้วยดวงตาอันงดงาม

ชายหนุ่มชุดสีเงินยังคงรักษากิริยาโค้งกายทำความเคารพเอาไว้ ปากก็รีบเอ่ยต่ออย่างรวดเร็ว

“ผู้อาวุโสใหญ่ พวกเราได้รับข่าวสารมาว่า ซากโบราณสถาน ‘เผ่าคุกวิญญาณ’ ที่ถูกขุมกำลังหลายฝ่ายควบคุมมาโดยตลอด จู่ๆ ก็หายไปแล้วขอรับ!”

จบบทที่ บทที่ 2076 ร่องรอยศัตรูปรากฏ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว