เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 210 : การอำลาบนทางด่วน

ตอนที่ 210 : การอำลาบนทางด่วน

ตอนที่ 210 : การอำลาบนทางด่วน


ตอนที่ 210 : การอำลาบนทางด่วน

ทุกคนต่างก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน

ลู่เหวินซูนั้นกล่าวว่าการจัดตั้งมูลนิธิการกุศลระดับชาตินั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก

และเจียงเฉินนั้นก็มีมูลนิธิระดับชาติเป็นของตัวเอง!

สิ่งนี้หมายความว่ายังไงกัน?

แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว!!

ทุกคนมองไปที่เจียงเฉินที่กำลังสวมหน้ากากแต่เขาก็ยังคงดูโดดเด่น หล่อและอ่อนโยน

อึ้ง!

ชื่นชม!

คิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเฉินนั้นจะเป็นคนใหญ่คนโตตัวจริง เป้นยักษ์ใหญ่ที่น่ากลัว!

เฉินหงตกตะลึง!

หลี่รุ่ยจื่อเริ่มรู้สึกกลัว!

ลู่เหวินซูนั้นรู้สึกว่ากำลังมีม้ากว่า 10,000 ตัววิ่งอยู่ในใจของเขาเขานั้นไม่คอดเลยว่าแท้จริงแล้วเจียงเฉินจะเป็นคนใหญ่คนโตแถมยังเป็นคนที่ทรงพลังมากกว่าเขาเสียอีก!

หยานเค่อมองไปที่เจียงเฉินด้วยดวงตาที่สวยงามของเธอ เธอเต็มไปด้วยความสงสัยเธอนั้นรู้สึกว่าความลับอันยิ่งใหญ่ของเจียงเฉินนั้นดึงดูดใจของเธอเป็นอย่างมาก!

นักข่าวที่กำลังถ่ายทำข่าวก็พากันตื่นเต้น!

นี่คือข่าวใหญ่!

พวกเขาหันกล้องไปที่เจียงเฉินกันอย่างรวดเร็ว!

เจียงเฉิน “หลิวเต๋ออันนายประเมิณค่าใช้จ่ายมาแล้วใช่ไหม?”

หลิวเต๋ออันพูดออกมาด้วยความเคารพ “เจ้านาย มูลนิธิได้ทำการตรวจสอบและประเมิณข้อมูลของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว พวกเราจะทำการบริจาคเงิน 80 ล้านเพื่อสนับสนุนการสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมาใหม่อย่างเต็มที่ นอกจากนี้พวกเราจะยังบริจาคอีก 20 ล้านภายในปีนี้เพื่อให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสามารถตั้งตัวได้อย่างเต็มที่!”

เจียงเฉิน “เอาล่ะ งั้นก็ตามนั้นแล้วก็บริจาคเงินเพิ่มให้อีกปีละ 10 ล้านเพื่อให้เด็กๆได้มีชีวิตที่ดีขึ้น....”

หลิวเต๋ออันรีบตอบรับทันที “เจ้านาย โปรดวางใจผมจะจัดการให้เรียบร้อยอย่างแน่นอนครับ!”

เจียงเฉินยังคงสั่งงานต่อ “นอกจากนี้ ที่พักชั่วคราวสำหรับเด็กๆในตอนนี้...”

“ฉันจัดการเอง!”

ในเวลานี้เองหลี่ปู้ฟานเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นคนรวยรุ่นที่สองของเจียงเฉินก็ก้าวออกมาและพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง “บ้านของฉันมีโรงแรมอยู่ไม่กี่แห่งก็จริงแต่ก็มากพอที่จะให้ที่พักกับเด็กๆได้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายคือฟรี! อย่างไรก็ตามครอบครัวของฉันยังมีทีมวิศวกรก่อสร้างอีกด้วยดังนั้นหากจะสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ฉันสามารถรับประกัณความเร็วและคุณภาพให้ได้!”

เจียงเฉินพยักหน้า “โอเค งั้นนายจัดการไปก็แล้วกัน!”

หลี่ปู้ฟานหัวเราะออกมา “ตราบใดที่พี่เฉินพูดออกมา มันก็ไม่สำคัญแล้ว!”

ด้วยการตัดสินใจของเจียงเฉินทำให้ปัญหาทุกอย่างของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจบลงอย่างรวดเร็ว

ครูใหญ่เข้ามาจับมือของเจียงเฉินและพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น “เด็กดี เด็กดี!!”

ในช่วงเวลาเย็นสถานีโทรทัศน์ยี่โจว(สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น)ก็ได้ทำการรายงานข่าวของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

เจียงเฉินก็ได้กลายเป็นตัวหลักของข่าวนี้ไปโดยอัตโนมัติเมื่อข่าวออกมามันก็ทำให้เกิดคลื่นกระจายไปทั่วเมืองซานเหอ

บนอินเทอร์เน็ตนั้นก็มีคริปวีดีโอของเจียงเฉินกับลู่เหวินซูแพร่กระจายออกไปและลู่เหวินซูก็ยังได้รับฉายาใหม่ว่า [บุคคลที่ไม่สามารถบริจาคเงินได้ แต่เรื่องการโอ้อวดเป็นที่หนึ่ง!]

เมื่อลู่เหวินซูได้รู้ว่าตัวเองได้รับฉายาดังกล่าวมาเขาก็กระอัดเลือดออกมาทันที!

ฉายา [นายน้อยแห่งมณฑลเฮย์หลงเจียง] ก็ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์!

และในตอนนี้เจียงเฉินนั้นเรียกได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมแบบสุดๆ!

คนจำนวนนับไม่ถ้วนกดไลค์คริปของเขาอย่างบ้าคลั่ง! : แบบอย่างของคนรุ่นใหม่!

สาวๆนับไม่ถ้วนพากันตะโกนออกมา “เทพบุตร! เทพบุตร!”

แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้เห็นใบหน้าใต้หน้ากากของเขาและก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขานั้นเป็นใคร

....

หลังจากที่เจียงเฉินจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จในวันนั้นเขาก็ตัดสินใจกลับเมืองหลวงทันที

และในเวลานี้เองครูใหญ่ก็เดินมาหาเขา

ครูใหญ่พูดอย่างตรงไปตรงมา “เธอเจอพ่อแม่แท้ๆของนายแล้วหรอ?”

เจียงเฉินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “เอ๊ะ?”

ถ้าให้พูดตรงๆเขานั้นไม่มีความรู้สึกอะไรกับพ่อแม่ของเขาเลย

ครูใหญ่พูดออกมา “ฉันก็คิดว่าเธอได้พบพ่อแม่ของตัวเองไปแล้ว ตอนที่เธอไปโรงเรียนมัธยมกับมหาลัยช่วงนั้นเธอไม่ค่อยได้เข้าสังคมสักเท่าไหร่ ฉันก็เลยไม่ได้เล่าเรื่องของเธอให้ฟังแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอก็โตขึ้นแล้ว ฉันคิดว่าฉันสมควรเล่าเรื่องของเธอให้เธอฟังได้แล้ว...เธอน่ะถูกส่งตัวมาจากสถานีตำรวจตั้งแต่อายุ 1 ขวบไม่มีข้อมูลประจำตัวอะไรติดตัวมาเลยแต่ในมือของเธอนั้นถือลูกเต๋าหยกเอาไว้อยู่ในมือ และฉันก็เอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งประเมิณดูปรากฏว่ามันอาจจะเป็นเศษอุกกาบาต ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า คนที่จะเป็นผู้พิชิตสวรรค์...”

เจียงเฉิน “…”

นี่มันข้อมูลแบบไหนกัน?

อีกอย่างหยกมันควรเอาไปทำเป็นจี้หรืออะไรอย่างอื่นสิ...

ทำไมถึงกลายมาเป็นลูกเต๋า!

ชั่งมันเถอะ ยังไงซะ หนุ่มหล่อคนนี้ก็ได้อยากตามหาพ่อแม่ตัวเองอยู่แล้ว!

…..

วันถัดมา

หลังจากแก้ปัญหาของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเสร็จแล้วเจียงเฉินก็ขับรถพาหยานเค่อกลับ

ในตอนนี้หยานเค่อนั้นทำงานเป็นครูอยู่ในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองจี้โจว

เตียงเฉินนั้นจะไปส่งเธอระหว่างที่เขานั้นกำลังกลับเมืองหลวง

“เจียงเฉิน นายนี่ใจดีจริงๆนะ!”

โลลิสาวถูกกฏหมายที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็ยิ้มออกมาให้เจียงเฉิน

“ดีตรงไหนหรอ?”

เจียงเฉินหยอกล้อเธอ

“ดูนายมีเรื่องให้คิดอยู่นะ”

หยานเค่อกระพริบตา

เจียงเฉินยิ้มตอบแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ฉันคิดว่านายน่าจะมีเรื่องในใจอยู่นะ”

หยานเค่อนั้นรับรู้ได้ว่าหลังจากที่เจียงเฉินได้คุยกับครูใหญ่เขานั้นก็รู้สึกไม่สบายใจมาตั้งแต่นั้น

“เปล่าหรอก”

เจียงเฉินส่ายหัว

“ฉันเห็นว่าครูใหญ่ให้อะไรบางอย่างกับนาย ดูเหมือนมันจะเป็นลูกเต๋าใช่ไหม?” หยานเค่อกระซิบออกมา “มันเกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตของนายใช่ไหม?”

“อืม แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจจะไล่ตามหาความจริงหรอก อดีตมันก็ผ่านไปแล้วปล่อยมันไปดีกว่า ตอนนี้ฉันก็มีชีวิตอยู่ดีเป็นอิสระและเรียบง่าย ฉันชอบชีวิตแบบนี้มากกว่า

หยานเค่อเอนหัวของเธอซบลงบนไหล่ของเจียงเฉิน “งั้นฉันจะเล่าเรื่องของฉันให้นายฟังบ้างก็แล้วกัน ครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลประชาชนเมืองซานเหอ พวกเขาได้รับเคสเด็กหญิงอายุ 2 ขวบมาแต่น่าเสียดายที่ว่าเด็กหญิงอายุ 2 ขวบคนนี้เป็นหวัดและมีไข้ขึ้นสูงโดยที่พ่อแม่ของเธอไม่รู้เรื่องเลยจนกระทั้งเกิด...โรคไข้สมองอักเสบ!”

“โรคไข้สมองอักเสบนั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก เมื่อมีเด็กป่วยเป็นโรคนี้ก็อาจจะต้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อนตลอดชีวิตหรือกลายเป็นคนพิการเลยก็ได้!”

“เมื่อพ่อแม่ของเธอได้ยินว่าเธอนั้นป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ พวกเขาก็สอบถามเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลก็จะแอบหนีออกไปในชั่วข้ามคืนด้วยความตกใจ”

“และเด็กหญิง 2 ขวบคนนั้นก็ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว”

“และเด็กหญิง 2 ขวบที่ป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบคนนั้นก็คือฉันเอง!”

“หมอที่ดูแลฉันก็คือ ดร.หยาน เธอทนไม่ได้กับสิ่งที่เธอนั้นเห็นเธอนั้นใช้เงินเก็บของเธอทั้งหมดเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของฉันและเตรียมการผ่าตัดผู้ช่วยชีวิตฉันจากความตาย”

“หลังจากนั้นเธอก็พาฉันไปหาตำรวจและพยายามตามหาพ่อแม่ของฉันไปทุกที”

“แต่ทั้งสองนั้นก็จะไปแล้ว และข้อมูลที่หลงเหลือไว้นั้นก็เป็นข้อมูลปลอม ซึ่งจะตามหาพวกเขาจากภาพถ่ายนั้นก็ยากเกินไป”

“แต่เพราะหมอหยาน แม่ของฉันนั้นเป็นผู้หญิงโสดดังนั้นขั้นตอนกำลังเลี้ยงบุตรบุญธรรมนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก และก็ล่าช้าออกไปหลายปีจนกระทั่งถึงวัยที่ฉันต้องไปโรงเรียน.... แต่ทางเทศบาลเมืองก็ยังดำเนินเรื่องไม่เสร็จสิ้นสักที”

“แต่อย่างไรก็ตามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และแม่ของฉันก็รักฉันมาก”

หยานเค่อเล่าออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะถอนหายใจออกมา “ฉันดูมีความสุขมากกว่านายมากนะ อย่างน้อยก็ยังเจอคนดีๆมาเป็นแม่ของฉัน แต่นายนั้นต้องแบกทุกอย่างด้วยตัวเอง”

เธอพูดกับเจียงเฉินอย่างจริงจัง “ดังนั้นฉันจึงทนไม่ได้หรอกที่เห็นนายเป็นแบบนี้! ฉันนั้นต้องการที่จะช่วยนายตามหาพ่อแม่ของนาย!”

เจียงเฉินยักไหล่

แม้ว่าเรื่องราวของหยานเค่อจะทำให้เขาประทับใจแต่เจียงเฉินนั้นก็ยังไม่สนใจที่จะตามหาพ่อแม่ของเขาจริงๆ~~

สำหรับเฉินในตอนนี้ด้วยความพยายามและความสามารถของเขาที่มุ่งมั่นที่จะไปฉีดท้องฟ้า เท่านั้นก็ได้รับทั้งความมั่งคั่ง สถานะที่มั่นคง และความสำเร็จในทุกวันนี้~~

ซึ่งมันก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้ว~~

(ระบบที่กำลังโมโห : ใช่นายพูดถูก!)

.....

และในเวลานี้เองก็มีรถสองคันขับมาข้างหน้าและเกือบจะชนกัน!

ความสนใจของเจียงเฉินมาที่ถนนทันที!

คันแรกนั้นเป็นรถ Range Rover ส่วนอีกคันเป็นรถ Maybach S เมื่อดูจากรถของทั้งคู่แล้วทั้งคู่นั้นจะต้องเป็นคนที่รวยแน่~~

และดูแล้วทั้งคู่ก็คงเป็นคนรวยหรือไม่ก็คนใหญ่คนโตที่มีความแค้นกันมาก่อนแน่

และทางข้างหน้านั้นก็เป็นทางที่ถูกบีบลง จากถนนที่มีทั้งหมดสามเล่นตอนนี้เหลือเพียงแค่สองเดือนเท่านั้นและรถทั้งสองนั้นก็วิ่งมาด้วยความเร็วสูง

ไม่นานรถทั้งสองก็เกือบที่จะชนกันทั้งสองหยุดรถลงทันที

“แม่งเอ๊ย! แกป่วยรึยังไงกัน?”

ชายคนหนึ่งลงมาจากรถ Range Rover ก่อนจะตะโกนใส่รถ Maybach S และชายเจ้าของรถก็ไม่ใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมันเขานั้นตะโกนกลับจากหลังกระจกรถของเขาทันที

ความรุนแรงของทั้งสองเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าของรถ Maybach S ที่ลงมาจากรถทันทีหลังจากที่ตะโกนออกไป

แต่คนใหญ่คนโตที่เป็นเจ้าของรถ Range Rover ก็ตะโกนกลับด้วยเสียงที่ดัง

“เจ้าขี้หมา! ฉันหวังซิงฟาจากเมืองจี้โจวแกเกือบทำให้รถของฉันพังเชื่อไหมว่าฉันสามารถทำให้แกไม่มีวันออกไปจากจี้โจวได้!”

เจียงเฉินหยุดรถ~~

พวกนายสองคนทะเลาะกันก็ไม่เป็นไร~~

แต่ช่วยขยับรถแล้วให้ฉันผ่านไปก่อนได้ไหม

รถ Range Rover กับ Maybach S ทั้งสองคันจอดขวางบนถนนที่ไม่กว้างนักซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องทำให้รถที่กำลังตามมาข้างหลังต้องหยุดลง

และแน่นอนว่าเจียงเฉินนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายอะไรแบบนี้ เขานั้นไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวดังนั้นทุกครั้งที่เขาเจอความขัดแย้งบนท้องถนนแบบนี้ และยิ่งเป็นคนใหญ่คนโตที่พยายามสู้กัน เขานั้นก็จะพยายามเหยียบคันเร่งเพื่อออกไปทันที

แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่า รถทั้งสองคันนั้นจะขวางถนนไว้จนเขาไม่อาจจะขับผ่านไปได้

เมื่อดูการทะเลาะวิวาทกันระหว่างเจ้าของรถ Maybach S กับรถ Range Rover ที่กำลังดำเนินไปกันอย่างดุเดือดแต่ก็ยังไม่มีการลงไม้ลงมือกันเจียงเฉินก็ได้แต่นั่งเหงื่อตกอยู่ในรถเพราะรถข้างหลังก็เริ่มบีบแตรไล่ตามหลังเขามาแล้ว

ทำไมพวกนายถึงได้ใช้แต่ปากกันนี่ฉันโดนบีบแตรใส่มาตั้งนานแล้วนะทำไมยังไม่ขยับซักที?

และดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วคงต้องมีอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงกว่าๆตำรวจถึงจะเข้ามา

เจียงเฉินลงจากรถและเดินไปหาทั้งสองทันที

เจียงเฉินไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ดังนั้นเขาจึงเข้าไปไกล่เกลี่ยกับทั้งสองทันที

เขานั้นตรงไปหาชายที่ชื่อว่าหวังซิงฟาคนที่อ้างว่าตัวเองนั้นมีอำนาจมากในเมืองจี้โจวแห่งนี้

“พี่ชายยังไงรถก็ไม่ได้ชนกันอยู่แล้ว ดังนั้นช่วยขยับรถไปอยู่ข้างๆได้ไหมครับ?”

เจียงเฉินถอนหายใจออกมา

เพราะหลังจากเกิดเหตุไม่นานข้างหลังรถของเขานั้นก็มีลดจำนวนมากมาต่อแถวยาวกันหลายร้อยเมตรและบีบแตรออกมาตลอดเวลา

หวังซิงฟาโมโหมา “ขยับรถงั้นหรอ? ไม่มีทาง! เจ้านี่เกือบทำให้รถของฉันพังวันนี้ฉันไม่มีวันยอมให้มันออกจากจี้โจวได้เป็นอันขาด!”

เจ้าของรถ Range Rover ยังคงดื้อดึง

เจียงเฉินพูดออกมา “ทุกคนเวลาที่กำลังขับรถอยู่บนถนนนั้นก็ควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องความอาฆาตพยาบาทกันซึ่งมันเห็นได้ชัดว่าพวกคุณนั้นทำผิด แล้วถ้าคุณยังไม่เต็มใจที่จะย้ายรถของคุณที่กำลังปิดกั้นการจราจรออก เมื่อตำรวจมาถึงพวกคุณก็คงไม่ได้เจอกับสิ่งดีๆแน่ ดังนั้นเชื่อผมเถอะนะ”

เจียงเฉินยื่นนามบัตรสีทองที่มีตัวอักษรขนาดเล็กของเขาออกมา

หนึ่งโดยบนนามบัตรใบนี้มีการเขียนมากเกินไปดังนั้นตัวอักษรที่ถูกพิมพ์จึงมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมาก~~

ตำแหน่งงาน~~

“ผู้ถือหุ้นของโรงแรมผางกู่ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทกฎหมายเทียนกวน...”

ใช่คนนั้นมองลงไปที่บรรทัดที่อยู่ข้างใต้ต่อ “ผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลหมิงเต๋อ เจ้าของบาร์เทียนฉู่...”

หวิงชิงฟาตกตะลึง!

นี่มันอะไรกัน!

ชายหนุ่มรูปงามคนนี้เขาเป็นคนใหญ่โตขนาดนี้เลยหรอ?

เขานั้นเป็นเจ้าของบริษัทมากมายขนาดนี้จริงเหรอ? แถมแต่ละทีนั้นยังเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น!

หวิงชิงฟาเองก็เป็นนักธุรกิจรายใหญ่แน่นอนว่าเขานั้นย่อมต้องมีความเฉลียวฉลาดและเมื่อเขาดูจากบุคลิกของเจียงเฉินแล้ว การพูดคุยของเจียงเฉินนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและยังไม่อ่อนน้อมถ่อมตนมากจนเกินไปนี่เป็นลักษณะของคนใหญ่คนโตตัวจริง!

เขานั้นมั่นใจว่าเฉินไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!

ทันใดนั้นใบหน้าอ้วนของหวังซิงฟาก็มีรอยยิ้มออกมาทันที

“โอ้ กลายเป็นว่าเป็นเถ้าแก่เจียงนี่เอง!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เถ้าแก่เจียง ไม่คิดเลยว่าเราจะมีโอกาสได้พบกันที่นี่!”

เขาจับมือเจียงเฉินด้วยมือใหญ่ของเขาด้วยความกระตือรือร้น

เจียงเฉินพูดออกมา “พูดได้ดี! ถือว่าเป็นโชคดีก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ช่วยขยับรถออกไปก่อนได้มั้ย? คนจำนวนมากอยู่ที่อยู่ด้านหลังพวกเขากำลังรอเดินทางต่อกันอยู่”

“ใช่แล้วๆ~~”

ในเวลาไม่นานหวังซิงฟาก็เปลี่ยนจากคนใหญ่คนโตผู้หยิ่งยโสกลายเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนเขาดุคนขับรถของเขาทันที “นายขับรถยังไงถึงได้สร้างปัญหาได้มากขนาดนี้?”

คนขับ : ╥﹏╥... ก็ได้ งั้นมาขับเองเลยแล้วกัน~~

หวังซิงฟาโบกมือส่งสัญญาณให้กับคนขับรถ Maybach S ของเขาให้ขับไปข้างถนนก่อนจะยอมขอโทษเจ้าของรถ Range Rover “น้องชายก่อนหน้านี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันก็เลยทำอะไรผิดไปดังนั้นขอโทษละกัน!”

เมื่อเห็นว่าหวังซิงฟายื่นทางออกให้เขาก็เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองทันทีก่อนจะยิ้มแล้วพูดซ้ำๆออกมา ว่าเขานั้นเป็นฝ่ายผิดเองและไม่ควรโกรธหวังซิงฟาที่ขับรถด้วยความเร็วสูง

หลังจากพูดจบทั้งสองยิ้มให้กันอย่างโศกเศร้าก่อนจะจากกันไป

การจราจรกลับมาเป็นปกติ!

รถทุกคันพากันขับต่อไปทันที

เจียงเฉินจับมือกับหวังซิงฟาก่อนจะอำลากัน

หวังซิงฟาจับมือกับเจียงเฉินอย่างกระตือรือร้นก่อนจะพูดออกมา “ในเมื่อน้องชายมาถึงที่นี่แล้วจะไม่ให้ฉันเลี้ยงอาหารได้ยังไงกัน? ไม่ได้เลยนะยังไงก็ต้องตามฉันไปทานอาหารกันก่อน!”

เจียงเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย “บอสหวังผมมีเรื่องที่จะต้องรีบกลับไปจัดการที่เมืองหลวงดังนั้นในเมื่อคุณมีนามบัตรของผมแล้วดังนั้นคุณสามารถไปหาผมที่เมืองหลวงได้ ไม่งั้นครั้งหน้าที่ผมกลับมาจี้โจวเราก็ค่อยนัดเจอกันใหม่แล้วไปทานอาหารกันก็ยังไม่สาย”

ยิ่งหวังซิงฟามองไปที่เจียงเฉินมากเท่าไหร่ความรู้สึกของเขาก็ยิ่งบอกว่าตัวตนของเจียงเฉินนั้นไม่อาจหยั่งลึกได้มากเท่านั้น!

หนุ่มหล่อขับรถสปอร์ตและยังมีนางฟ้า(หยานเค่อ)นั่งมาด้วยในรถ แม้แต่นามบัตรที่เขาเอาออกมาก็ยังมีชื่อบริษัทของเขามากกว่า 10 แห่งและแต่ละแห่งนั้นก็มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก~~

ถ้าเขานั้นไม่คบกับคนแบบนี้แล้วเขาจะไปคบกับคนแบบไหน?

เขานั้นค่อนข้างรู้สึกเสียใจแต่ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “งั้นก็ได้! ในเมื่อเรามีชะตาให้พบเจอกันแล้วครั้งหน้าเราก็ต้องกลับมาเจอกันได้แน่! นายเป็นเพื่อนของฉันแล้ว ตกลงนะ!”

“ดี”!

เจียงเฉินนั้นรู้สึกว่าหวิงซิงฟาคนนี้ดูกล้าหาญพอสมควรซึ่งการจะคบเอาไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

ดังนั้นทั้งสองจึงอำลากันก่อนที่เจียงเฉินจะเดินกลับไปขึ้นรถ

หวังซิงฟาโบกมือลาจากบนท้องถนน

หยานเค่อมองไปที่เจียงเฉินด้วยความประหลาดใจ “หวังซิงฟางคนนี้เป็นคนใหญ่คนโตที่มีชื่อเสียงมากในจี้โจว เขานั้นเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนกับโรงเรียนหลายแห่งและก็ยังก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาอีกหลายแห่งด้วย แต่ทำไมนายถึงพ฿ดกับเขาไม่กี่ประโยคเขาถึงกับเปลี่ยนจากคนที่กำลังโกรธกลายมาเป็นคนที่มีความสุขได้กัน?”

ในใจของหยานเค่อเธอนั้นเริ่มประเมิณให้เจียงเฉินนั้นขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง!

เจียงเฉินยิ้ม ความแงแกร่งที่แท้จริงของเขานั้นคงไม่สามารถบอกกับหยานเค่อได้หมด

อย่างไรก็ตามเขานั้นเคยชินกับการทำตัวติดดินมากกว่าอยู่แล้ว

...

เวลา 18.00 ในที่สุดเจียงเฉินก็มาส่งหยานเค่อกลับถึงบ้านของเธอ

แต่อย่างไรก็ตามเวลานี้ก็เริ่มมืดแล้ว

หยานเค่อมองไปบนท้องฟ้า ใบหน้าของเธอแดงก่ำเธอพูดออกมา “คืนนี้ฉันมีเพื่อนร่วมงานประมาณเจ็ดถึงแปดคนจะไปทานอาหารเย็นด้วย นายอยากจะอยู่ด้วยไหม?”

หยานเค่อคิดอย่างรอบคอบ : คืนนี้ให้เขากินข้าวที่นี่ไปก่อนดีกว่า เพราะยังไงเขานั้นก็พาฉันกลับมาส่งถึงบ้านจนตอนนี้เริ่มดึกแล้ว~~ จะให้เขารีบกลับไปก็ดูไม่ดีดังนั้นให้เขาพักที่นี่สักคืนดีกว่า

ฮี่ฮี่ฮี่~~(???)

เจียงเฉินที่ไม่ได้คิดอะไรมากก็พยักหน้าตกลง

เดิมทีเขานั้นก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับเมืองหลวงอยู่แล้วดังนั้นการพักอยู่ที่จี้โจวสักคืนก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว

......

ครึ่งชั่วโมงต่อมาเจียงเฉินกับหยานเค่อก็มาถึง----[ร้านอาหารเทียนซุ่ยเหลียน]

ร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในจี้โจว เป็นร้านที่ทีชื่อเสียงมาก

เพื่อนร่วมงานของหยานเค่อที่โรงเรียนปฐมนั้นจะมาทานอาหารกันที่นี่

เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยระหว่างครูกับเด็ก ดังนั้นโรงเรียนปฐมจึงมักจะทำการจ้างครูหนุ่มสาวมาเพื่อทำการสอน

และแน่นอนว่าพวกเขานั้นยังเป็นหนุ่มสาวกันอยู่ดังนั้นพวกเขาจึงชอบหาอะไรมาเปรียบเทียบกันเองอย่างเช่น

แฟนของเธอหล่อไหม?

แฟนของเธอรวยรึเปล่า?

เมื่อเพื่อนร่วมงานของหยานเค่อนั้นได้เห็นว่าเธอนั้นมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงานและรถสปอร์ตหรู

พวกเขานั้นก็พากันตกตะลึง!

จบบทที่ ตอนที่ 210 : การอำลาบนทางด่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว