- หน้าแรก
- ฉันมีที่ดินหมื่นล้าน แต่กลับเอามาใช้ปลูกผัก
- บทที่ 770 เสนอตัวเอาเงินมาให้
บทที่ 770 เสนอตัวเอาเงินมาให้
บทที่ 770 เสนอตัวเอาเงินมาให้
พอเถ้าแก่หลี่ได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เขากลั้นหายใจตั้งสมาธิ จ้องมองซูหมิงโดยไม่กล้ากะพริบตาบ่อย "คุณซู คุณพูดมาเถอะครับว่ามีคำแนะนำอะไร ขอแค่เป็นคำแนะนำของคุณ ผมจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดแน่นอน!"
"เถ้าแก่หลี่ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ แต่ว่าถ้าผมเป็นคุณล่ะก็ ตอนนี้ผมจะต้องให้เถ้าแก่โจวยืมเงินก้อนหนึ่งแน่ การให้ความช่วยเหลือยามลำบากในตอนนี้ อีกไม่นานมันจะกลายเป็นการส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นไปอีกแน่นอนครับ"
ซูหมิงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
การกระทำเช่นนี้ของซูหมิงไม่ได้เป็นการซื้อใจคน
เถ้าแก่หลี่เป็นคนดีมากจริงๆ เขาจัดการเรื่องต่างๆ ให้เขามากมาย อย่างเรื่องการซื้อหุ้น เขาก็ลงมือจัดการด้วยตัวเอง
อีกทั้งหากไม่ใช่เพราะซูหมิงคอยกำชับว่าต้องหักค่าคอมมิชชันไว้จำนวนหนึ่ง เถ้าแก่หลี่ก็คงไม่ยอมรับเงินเลยแม้แต่แดงเดียว
"จริงเหรอครับ?"
เถ้าแก่หลี่ลุกพรวดขึ้นมาหลังจากได้ยินดังนั้น
คุณซูเป็นใครกันล่ะ? เขาคือบุคคลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดเชียวนะ สายตา วิสัยทัศน์ และแหล่งข้อมูลของเขาเหนือชั้นกว่าตัวเองตั้งไม่รู้เท่าไหร่ หรือว่าโจวฉงจวินคนนี้จะสร้างผลงานอะไรเด็ดๆ ขึ้นมาได้จริงๆ?
"คุณซู ผม..."
เถ้าแก่หลี่เริ่มนั่งไม่ติดที่ขึ้นมาทันที
"เอาล่ะครับ เถ้าแก่หลี่ ผมเห็นคุณก็กินอิ่มแล้ว กลับไปเถอะครับ อย่ามารบกวนเวลาส่วนตัวของเราสองคนเลย"
ซูหมิงจงใจหาข้ออ้าง
"ขอบคุณมากครับคุณซู ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนแล้วนะครับ"
เถ้าแก่หลี่ไม่ได้โง่ เขาย่อมรู้ดีว่าคำพูดนี้ของซูหมิงคือการไล่ให้เขารีบไปจัดการธุระ อย่าได้ชักช้าอีก
"เดี๋ยวก่อนครับเถ้าแก่หลี่"
จู่ๆ ซูหมิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เถ้าแก่หลี่ที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถึงกับเบรกกะทันหัน
"ฝากบอกผู้จัดการเฉินด้วยนะครับ"
"รับทราบครับ รับทราบ"
พูดจบเถ้าแก่หลี่ก็รีบร้อนลงไปชั้นล่าง ซูหมิงกับเซียวเข่อเอ๋อร์สบตากันแล้วยิ้มบางๆ
เถ้าแก่หลี่ราวกับโดนไฟลนก้น เขาพุ่งลงบันไดไปด้วยความเร็วสูงสุดแล้ววิ่งหน้าตั้งไปตลอดทาง พนักงานเสิร์ฟและพนักงานอีกหลายคนที่เห็นเถ้าแก่หลี่ต่างก็อยากจะเข้ามาทักทาย เพราะรู้ดีว่าเถ้าแก่หลี่มีฐานะสูงส่ง ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
รวมถึงลูกค้าที่มากินอาหารหลายคนก็อยากจะเข้ามาตีสนิทกับเถ้าแก่หลี่ แต่เถ้าแก่หลี่กลับไม่แม้แต่จะชายตาแล ฉันยังมีอารมณ์มาสนใจพวกแกอีกเหรอ?
เมื่อมาถึงหน้าประตู เถ้าแก่หลี่ก็ขึ้นรถแล้วสั่งให้คนขับมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของโจวฉงจวินทันที ในขณะเดียวกันก็โทรศัพท์หาเพื่อนเก่าอย่างผู้จัดการเฉินด้วย
"หืม?"
ผู้จัดการเฉินกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้าน พอรับสายก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะนี่เป็นเบอร์ส่วนตัวที่เขาให้ไว้กับเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ปกติแล้วเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ค่อยจะโทรมาหา การโทรมากลางดึกแบบนี้ย่อมต้องมีเรื่องด่วนแน่ "เหล่าหลี่ มีอะไรหรือเปล่า?"
"ผู้จัดการเฉิน คุณอย่ามัวแต่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บ้านเลย รีบไปที่บ้านของโจวฉงจวินเดี๋ยวนี้ อย่าถามว่าทำไม ไปถึงแล้วผมจะอธิบายให้ฟังเอง อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณซูสั่งให้พวกเราทำนะ"
"โอเค! เดี๋ยวนี้แหละ!"
ตอนที่ผู้จัดการเฉินได้ยินประโยคครึ่งแรก ในใจยังนึกสงสัยว่าตาแก่นี่สมองโดนประตูหนีบมาหรือไง แต่พอได้ยินคำว่า 'คุณซู' เขาก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาเหมือนนั่งทับสปริงทันที
จากนั้นก็รีบลนลานเดินไปอีกด้าน เปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดสูททางการ แล้ววิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งไปที่ประตู
ไม่นานนัก
ผู้จัดการเฉินก็มาถึง เนื่องจากบ้านของผู้จัดการเฉินอยู่ใกล้กับบ้านของโจวฉงจวินมากกว่า ห่างกันไม่ถึงกี่กิโลเมตร ในขณะที่ร้านอาหารสไตล์บ้านสวนอยู่ห่างจากบ้านของโจวฉงจวินเกือบสิบกิโลเมตร
แต่ถึงอย่างนั้นระยะทางก็ไม่ได้ไกลมาก
เพียงไม่นานก็มาถึง พอผู้จัดการเฉินเห็นเถ้าแก่หลี่ก็รีบเดินเข้าไปหา "เหล่าหลี่ ตกลงว่ามันสถานการณ์อะไรกันแน่เนี่ย?"
"คุณซูสั่งมาน่ะสิ ให้พวกเราสองคนปล่อยกู้ให้โจวฉงจวิน ไม่แน่ว่าโจวฉงจวินเจ้านั่นอาจจะสร้างผลงานชิ้นโบแดงอะไรขึ้นมาได้! ถึงกับพลิกวิกฤตได้เลยนะ!"
เถ้าแก่หลี่พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น พูดตามตรง หากประโยคนี้หลุดออกมาจากปากคนอื่น ผู้จัดการเฉินคงคิดว่าเป็นแค่เรื่องไร้สาระแน่
แต่เมื่อเป็นคำสั่งของคุณซู นั่นก็ย่อมเป็นโองการสวรรค์อันสูงสุด!
อย่าพูดถึงเรื่องอื่นเลย
ช่วงนี้คุณซูให้ความสนใจและจับตาดูกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีว่านเคอเป็นพิเศษ แถมยังแอบกว้านซื้อหุ้นไปไม่น้อย แสดงว่าคุณซูมองเห็นศักยภาพของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีว่านเคออย่างมาก
คนแบบคุณซูปกติแล้วมักจะไม่เปิดเผยตัวตน แต่ถ้าลงมือเมื่อไหร่ย่อมไม่มีคำว่าพลาด
"ไปๆๆ!"
ผู้จัดการเฉินไม่ถามเหตุผลและไม่พูดพร่ำทำเพลง
เขากับเถ้าแก่หลี่รีบจ้ำอ้าวขึ้นไปชั้นบนทันที
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยร่วมงานกัน ผู้จัดการเฉินกับเถ้าแก่หลี่ล้วนเคยมาที่บ้านของโจวฉงจวินแล้วทั้งนั้น
โจวฉงจวินเพิ่งจะเลิกงานได้ไม่นาน อารมณ์ยังถือว่าสงบอยู่บ้าง เพียงแต่ดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
เขากำลังดื่มชาและคุยกับลูกเมียอยู่ในบ้าน ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูที่รุนแรงมากดังมาจากหน้าประตู เสียงเคาะประตูบ้านี่มันดังหยั่งกับจะพังประตูเข้ามาเลย!
"ใครน่ะ?"
โจวฉงจวินตกใจสะดุ้ง เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย ถึงแม้ตอนนี้บริษัทของฉันจะร่อแร่เต็มที แต่คุณซูก็ให้เงินมาตั้งก้อนใหญ่ ซึ่งก็ถือว่าช่วยต่อลมหายใจไปได้เฮือกใหญ่เลยนะ
นอกจากเงินของคุณซู ฉันก็ไม่ได้เป็นหนี้ใครอีกนี่นา ยิ่งไปกว่านั้น คุณซูเป็นคนยังไง แถมยังเซ็นสัญญากันแล้วด้วย เงินก้อนนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นการกู้ยืม แต่เป็นการร่วมหุ้นต่างหาก
โจวฉงจวินเดินมาที่ประตูแล้วมองผ่านตาแมว พอเห็นแบบนั้นก็ถึงกับอึ้งไป นี่มันคนคุ้นเคยไม่ใช่เหรอ?
ผู้จัดการเฉินกับเถ้าแก่หลี่
ตาแก่สองคนนี้เป็นถึงจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์เชียวนะ ทำไมคราวนี้ถึงได้มาเยือนด้วยตัวเองล่ะเนี่ย นี่พวกเขามีแผนการอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
โจวฉงจวินไม่ได้พูดอะไรมากและเปิดประตูออก
"สหายเก่าทั้งสอง พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ ทำไมวันนี้จู่ๆ ถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ที่นี่ไม่มีข้าวปลาอาหารหรือเหล้าดีๆ หรอกนะ มีก็แต่ชาดีๆ นิดหน่อย"
โจวฉงจวินพูดติดตลก
"เหล่าโจว ล้อเล่นอะไรกันล่ะ เร็วๆ รีบเข้าไปนั่งข้างในเถอะ ที่มาคราวนี้ พวกเราสองคนมีเรื่องสำคัญมากจะมาคุยกับนาย"
ผู้จัดการเฉินรีบพูดขึ้นตรงหน้าประตู
"ก็ได้"
โจวฉงจวินไม่ลังเลมากนัก เขาปล่อยให้ทั้งสองคนเข้ามา จากนั้นทั้งสามคนก็แยกย้ายกันนั่งลง ส่วนลูกและภรรยาของโจวฉงจวินก็กลับเข้าห้องของตัวเองไป
"จะไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้วนะ เหล่าโจว นายกำลังขาดแคลนเงินทุนสินะ ที่มาโดยไม่ได้นัดหมายในครั้งนี้ ก็เพื่อจะเอาเงินมาให้กู้นี่แหละ"
"ส่วนฉันน่ะ ให้กู้ได้ไม่เยอะหรอกนะ ร้อยล้าน"
ผู้จัดการเฉินแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน
"หา????"
โจวฉงจวินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
อะไรกันเนี่ย ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม เสนอตัวเอาเงินมาให้ถึงบ้านเลยเหรอ?
นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไงเนี่ย?
ในบรรดาคนทำธุรกิจทั่วทั้งเมืองตงไห่ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักผู้จัดการเฉิน
หมอนั่นมีฐานะสูงส่งมากเลยนะ ปกติแล้วมีแต่คนต้องไปเยี่ยมเยียนผู้จัดการเฉินถึงที่ คุณเคยเห็นบ้านไหนมีเกียรติขนาดให้ผู้จัดการเฉินมามอบเงินให้ถึงบ้านบ้าง!
"ฉันไม่ได้รวยเหมือนเหล่าเฉินหรอกนะ แต่ในกระเป๋าก็พอมีอยู่นิดหน่อย ไม่มากหรอก ก็แค่ห้าสิบล้าน หวังว่าน้องชายจะยอมรับไว้นะ"
ทางนี้ยังไม่ทันตั้งสติได้ ทางเถ้าแก่หลี่ก็เติมเชื้อไฟเข้าไปอีก