- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์:เส้นทางสู่ขอบฟ้า
- บทที่ 1241 เคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาความสงบ
บทที่ 1241 เคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาความสงบ
บทที่ 1241 เคลื่อนไหวเพื่อแสวงหาความสงบ
"ของดีอะไรกัน?"
สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างไม้เท้าเลือดต่างอยากรู้อยากเห็นพากันล้อมเข้ามา
พี่เซวียนโบกมือปัด "ไปๆๆ ของให้ลูกพี่ เกี่ยวอะไรกับพวกแกเล่า! หลบไปอยู่ข้างๆ เลยไป!"
บรรดาสมาชิกต่างหัวเราะฮิฮะ แต่ก็ไม่มีใครยอมขยับไปไหน
พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่า การที่ตาเฒ่าคนนี้เอาของมามอบให้ลูกพี่ต่อหน้า ก็ต้องตั้งใจเอามาอวดอยู่แล้ว ไม่กลัวใครเห็นหรอก
ชายชราเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา แกะผนึกกล่องยาวในมือออก แล้วดึงของด้านในออกมาประคองยื่นไปตรงหน้าหุ่นคนรบ พลางกล่าวอย่างจริงจังว่า
"นี่คือกิ่งก้านของพรรณไม้กลายพันธุ์จากดินแดนหลอมรวมที่ทางห้องปฏิบัติการเก็บมาได้ตอนทำการวิจัย ของสิ่งนี้มีความพิเศษมาก พวกเราใช้วิธีมากมายก็ยังไม่สามารถสกัดชิ้นส่วนตัวอย่างออกมาได้แม้แต่นิดเดียว ฉันคิดว่านำมามอบให้ท่านคงจะเหมาะสมที่สุด"
ทุกคนชะโงกหน้าเข้าไปดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
เพราะกิ่งก้านนี้ไม่ผ่านการตัดแต่งใดๆ ทว่ากลับเติบโตมาเหยียดตรงอย่างผิดปกติจนดูสบายตา ความสั้นยาวก็กำลังพอดี มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นไม้เท้าชั้นดี หากเจออยู่ริมถนน คงต้องเก็บขึ้นมาแกว่งเล่นอย่างเบิกบานใจแน่นอน
หุ่นคนรบก้มมองเพียงแวบเดียว เขาก็รู้สึกว่าของสิ่งนี้เหมาะกับตนเองมาก
ความจริงหลังจากกลายเป็นปรมาจารย์นักสู้ แม้ไม้เท้าอันเดิมจะไม่ได้หักไปในการต่อสู้ แต่มันก็ไม่อาจรองรับพลังของเขาได้อีกต่อไป ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอันใหม่แล้วจริงๆ
เขายื่นมือออกไปหยิบไม้เท้านั้นขึ้นมาโดยตรง แล้วลองแกว่งเบาๆ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงแหวกอากาศดังขวับ
เขาพบว่าของสิ่งนี้เหนียวแน่นเป็นอย่างมาก ทว่าเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ของเขาเองกลับสามารถแทรกซึมเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าของสิ่งนี้เกิดมาเพื่อเข้ากันได้ดีกับเขา
เมื่อเนื้อเยื่อกลายพันธุ์ซึมซาบเข้าไป ไม่นานไม้เท้าก็มีจังหวะการเต้นของชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกสายหนึ่ง จากนั้นเขาก็พบเรื่องใหม่อีกครั้ง
เดิมทีไม้เท้าค่อนข้างเบา แต่เมื่อจิตวิญญาณของเขาเชื่อมต่อเข้ากับมัน มันก็หนักขึ้นมาทันที น้ำหนักกำลังพอดีมือ
เมื่อลองแกว่งอีกสองสามครั้ง ก็รู้สึกถนัดมือเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นของที่สั่งทำมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
บรรดาสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างกำลังยืนดูอย่างสนใจ เดิมทีก็ไม่ได้มีอะไร แค่คิดว่าลูกพี่ชอบก็พอ ลูกพี่ว่าดีพวกเขาก็ว่าดีตาม ลูกพี่ว่าแย่พวกเขาก็ว่าแย่ตาม
ทว่าเมื่อเห็นเขาแกว่งไม้เท้า ก็มองเห็นแสงสีแดงเข้มสว่างวาบขึ้นมาบนตัวไม้ทันที ราวกับมีประกายเลือดชั้นหนึ่งหมุนวนอยู่บนนั้น
"ไม้เท้าเลือด..." สมาชิกคนหนึ่งเผลอร้องอุทานออกมา
นี่คือไม้เท้าเลือดที่สมชื่อจริงๆ!
บรรดาสมาชิกต่างตื่นเต้นขึ้นมา ใช่แล้ว กลุ่มทหารรับจ้างไม้เท้าเลือด จะไม่มีไม้เท้าเลือดได้ยังไง! มีสิ่งนี้สิถึงจะสมชื่อ!
หุ่นคนรบครุ่นคิดอีกเล็กน้อย คราวนี้เขาลองสะบัดไม้เท้าไปทางทิศหนึ่ง ก้อนหินที่เป็นแนวกั้นถนนด้านข้างถูกปลายไม้เท้าแตะเพียงนิดเดียว ก็แตกออกเป็นเม็ดหินขนาดเท่าๆ กัน ร่วงกราวลงเต็มพื้นในพริบตา
"ลูกพี่ทรงพลัง!"
สมาชิกแต่ละคนต่างโห่ร้องชื่นชม
ชายชราเอ่ยขึ้นในตอนนั้น "คุณไม้เท้าเลือด พอใจกับของขวัญชิ้นนี้ไหม?"
หุ่นคนรบพยักหน้า นานๆ ทีจะตอบกลับไปสักประโยค "ฉันชอบมาก"
ชายชราฉีกยิ้ม มอบของออกไปแล้ว ก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณที่ตนเองติดค้างไว้บ้าง แม้จะยังไม่พอ แต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ตอบแทนไป เขาต้องตอบแทนจนหมดแน่
ผู้รับผิดชอบจุดประจำการที่รออยู่ด้านข้างมาตลอด เมื่อเห็นพวกเขาคุยกันจบแล้ว ก็เดินเข้ามา "คุณไม้เท้าเลือด พวกเราได้รับข่าวล่วงหน้าแล้วว่าภารกิจว่าจ้างของกลุ่มท่านเสร็จสิ้นแล้ว ตามความต้องการของท่าน ครึ่งหนึ่งแลกเปลี่ยนเป็นสารอาหารพลังงานสูง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งแลกเป็นตั๋วทองฝากเข้าธนาคารวั่นเซิ่ง สารอาหารเก็บไว้ที่จุดประจำการนี้แล้ว ท่านสามารถมารับไปได้ทุกเมื่อเลยครับ"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยต่อ "เกี่ยวกับภารกิจว่าจ้างครั้งต่อไป พวกเราอยากจะหารือกับท่านอย่างละเอียด ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีเวลาไหมครับ?"
หุ่นคนรบพยักหน้ารับ
การมีภารกิจว่าจ้างเข้ามาถือเป็นเรื่องดี ส่วนจะรับทำหรือไม่ หรือจะทำอย่างไร ตอนนี้พวกเขาสามารถเลือกเองได้เป็นหลัก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องปล่อยให้ห้องปฏิบัติการเป็นผู้บงการ แบบที่ว่าส่งงานมาก็ต้องรับ
ผู้รับผิดชอบจุดประจำการเชิญเขาและสมาชิกหลักที่เป็นกำลังสำคัญของกลุ่มเข้าไปด้านใน พร้อมกับแนะนำชายวัยกลางคนที่ยืนรออยู่ "คุณไม้เท้าเลือด นี่คือคุณแอบเนอร์ ผู้รับผิดชอบสูงสุดของห้องปฏิบัติการเป้ย์เค่อของพวกเราครับ"
เห็นได้ชัดว่าแอบเนอร์ผ่านการดัดแปลงใบหน้าด้วยร่างแฝงชีวภาพมา เขามีรูปลักษณ์แบบชนชั้นนำในแวดวงธุรกิจ แต่น้ำเสียงของเขากลับมีเอกลักษณ์มาก เวลาพูดมีจังหวะจะโคน ทำให้คนฟังรู้สึกประทับใจ
เขาสุภาพเรียบร้อยมาก วางตัวต่ำต้อย แต่ก็รู้ดีถึงนิสัยของไม้เท้าเลือด หลังจากทักทายง่ายๆ ก็กล่าวว่า "คุณไม้เท้าเลือด ภารกิจว่าจ้างครั้งต่อไปจะว่าไปก็เกี่ยวข้องกับทั้งคุณและผม ก่อนหน้านี้คุณสังหารปรมาจารย์นักสู้ที่ห้องปฏิบัติการเฮยซายว่าจ้างมา ตอนนี้ห้องปฏิบัติการเฮยซายกำลังวุ่นวายอย่างหนัก และกำลังถูกบรรดาคู่แข่งรุมเล่นงานอยู่ครับ"
"ตอนนี้พวกเราสืบทราบข้อมูลมาเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้พวกเขาจับสิ่งมีชีวิตเหนือขีดจำกัดที่มีคุณค่าทางการวิจัยสูงมากตัวหนึ่งมาได้ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน พวกเขาจึงตั้งฐานของห้องปฏิบัติการไว้ในดินแดนหลอมรวมเลยครับ"
"ทุกๆ ครั้งจำเป็นต้องให้ปรมาจารย์นักสู้ท่านนั้นเข้าไปใช้พลังจิตสะกดมันไว้ ดังนั้นเขาจึงจะออกมาเพียงครั้งเดียวในรอบระยะเวลาหนึ่ง ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับไป ห้องปฏิบัติการเฮยซายก็เอาตัวเองไม่รอด ดังนั้นตอนนี้มันจึงหลบหนีไปแล้วครับ"
"ตอนนี้พวกเราสืบทราบเบาะแสที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตตัวนี้แล้ว ดังนั้นจึงอยากรบกวนให้คุณออกโรงไปจับตัวมันกลับมาครับ" พูดจบ เขาก็ใช้หนอนหูส่งข้อมูลชุดหนึ่งมาให้
หญิงหัวโล้นมองดู พลางกอดอกเอ่ย "ห้องปฏิบัติการเฮยซายเอาตัวเองไม่รอดแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?"
อย่าเห็นว่าห้องปฏิบัติการหลายแห่งในชายฝั่งตะวันตกทำการทดลองที่ผิดกฎ แต่การที่จะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เบื้องหลังย่อมต้องมีบริษัทยักษ์ใหญ่คอยหนุนหลังอย่างแน่นอน
ห้องปฏิบัติการเฮยซายขยายกิจการใหญ่โตขนาดนี้ ตามที่เธอรู้มา เบื้องหลังก็คือบริษัทพฤกษาเทพยักษ์ ซึ่งนี่คือบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหพันธ์ จะยอมปล่อยให้ห้องปฏิบัติการที่มีมูลค่าล่มสลายไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?
แอบเนอร์เอ่ย "ตอนนี้ข้อมูลที่พวกเราได้รับมาเป็นแบบนี้ครับ" เขากล่าวอย่างจริงใจ "โปรดเชื่อใจพวกเราเถอะครับ ห้องปฏิบัติการของพวกเราได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการหาข้อมูลมาแล้ว และก็ไม่มีใครกล้ารับประกันได้หรอกว่าข้อมูลจะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์"
เขาเอ่ยต่อ "แน่นอนว่าหากคุณไม้เท้าเลือดไม่สนใจภารกิจนี้ พวกเรายังมีอีกภารกิจหนึ่งครับ"
เขาแตะไปที่หนอนหู ม่านแสงก็ฉายภาพลงมาจากด้านบน บนนั้นแสดงข้อความและรูปภาพบางส่วน เป็นรูปพรรณไม้ประหลาดที่มีเกสรดอกไม้สีม่วงแดง
"ตามข้อมูลของพวกเรา นี่คือพืชสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ผลของมันมีแรงดึงดูดอย่างรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์บางชนิด มีคุณค่าทางการวิจัยสูงมาก ตอนนี้ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งกำลังหาทางตามหาพืชชนิดนี้อยู่ พวกเราเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ แต่มันเติบโตอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนหลอมรวม เป็นสถานที่ที่มีเพียงปรมาจารย์นักสู้เท่านั้นที่จะเข้าไปถึง"
"หากคุณไม้เท้าเลือดสนใจ พวกเราก็อยากจะว่าจ้างให้คุณไปนำตัวอย่างกลับมาสักหน่อยครับ"
เมื่อเห็นหุ่นคนรบไม่ส่งเสียง เขาก็กล่าวอย่างสุภาพอีกครั้งว่า "คุณไม้เท้าเลือดค่อยๆ พิจารณาก็ได้ครับ หากคุณไม่สนใจเลย พวกเราก็จะพยายามหาภารกิจอื่นๆ มาเสนอให้ พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานกับคุณไม้เท้าเลือดไปตลอดครับ"
สิ่งที่เขาพูดออกมาจากใจจริง นอกจากความแข็งแกร่งของหุ่นคนรบแล้ว กลุ่มทหารรับจ้างไม้เท้าเลือดยังมีชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด แถมอัตราความสำเร็จของภารกิจยังสูงปรี๊ด คนเก่งๆ ว่าหายากแล้ว แต่คนที่รักษากฎกติกาแบบนี้ยิ่งหายากยิ่งกว่า
"ถ้าเช่นนั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ"
เขาพยักหน้าให้ไม้เท้าเลือด แล้วพาผู้รับผิดชอบจุดประจำการเดินออกไป
หุ่นคนรบยังคงจ้องมองม่านแสง ต้นไม้ต้นนั้นในภาพจู่ๆ ก็ขยับ เกสรดอกไม้แยกออก เผยให้เห็นปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม ยิ่งไปกว่านั้น แม้ในม่านแสงจะดูมีขนาดพอๆ กับดอกไม้ทั่วไป แต่ในความเป็นจริงของสิ่งนี้กลับมีความยาวถึงสิบห้าถึงสิบหกเมตร เห็นได้ชัดว่ามีอันตรายสูงลิ่ว
เขาเอ่ย "เอาอันนี้แหละ"
"ลูกพี่ ผมรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ เหมือนเป็นหลุมพรางเลย พวกเราจะไปจริงๆ เหรอ?"
สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น สมาชิกคนนี้ชื่อเสี่ยวจวง เป็นคนเชื้อสายทวีปตะวันออก ฝีมือของเขาอยู่ในระดับธรรมดา แต่มีพลังจิตพิเศษ ทำให้มีลางสังหรณ์ที่แม่นยำมาก ปกติเขาไม่ค่อยพูดอะไร แต่ถ้าอ้าปากพูดส่วนใหญ่ก็จะแม่นเป๊ะ สมาชิกทั่วไปในกลุ่มก่อนหน้านี้ก็อาศัยเขาช่วยหลีกเลี่ยงเรื่องร้ายๆ มาได้มากมาย
พี่เซวียนมองดูหุ่นคนรบ เห็นเขายังคงจ้องมองม่านแสงอยู่
เขาตบบ่าเสี่ยวจวงพลางเอ่ย "งานที่ลูกพี่รับมาเคยล้มเลิกเมื่อไหร่กัน อีกอย่างแกจะกลัวอะไร งานที่ลูกพี่รับมาไม่เคยมีงานไหนที่ทำไม่สำเร็จหรอก ถึงตอนนั้นพวกเราก็ยืนอยู่ไกลๆ หน่อย อย่าเป็นตัวถ่วงลูกพี่ก็พอ"
หญิงหัวโล้นมองดู แล้วเอ่ย "ในข้อมูลตอนนี้มีแค่ทิศทางคร่าวๆ และยังมีผู้ติดต่อที่คอยแจ้งเบาะแสอยู่อีกคน ข้อมูลหลายอย่างมีแค่เขาที่รู้ พวกเราต้องไปพบเขาเพื่อคุยด้วยตัวเองก่อน ถึงจะได้รับเบาะแสเพิ่มเติม"
หุ่นคนรบเอ่ย "พักผ่อนหนึ่งวัน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทาง"
"รับทราบ!"
ภารกิจว่าจ้างครั้งก่อนไม่ได้มีความยากอะไร ก็แค่วิ่งไปวิ่งมา ดังนั้นกลุ่มทหารรับจ้างจึงยังคงคึกคักไม่หาย เมื่อได้ยินคำสั่ง ต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อนและตรวจสอบอุปกรณ์
วันต่อมา หุ่นคนรบพาสมาชิกในกลุ่มออกเดินทาง กลับเข้าไปในดินแดนหลอมรวมอีกครั้ง และในวันถัดจากที่เข้าไป พวกเขาก็พบผู้ติดต่อที่รอคอยอยู่ที่นั่น
คนผู้นี้เป็นชายชาวสหพันธ์วัยราวๆ ห้าสิบปี สวมหมวกปีกกลม รูปร่างเตี้ยม้อต้อ ไว้หนวดทรงเรียวโค้ง ยืนอยู่ตรงนั้นดูมีมาดน่าเกรงขามไม่เบา ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธหน้าตาดุดันและไร้ความรู้สึกเดินตามมาด้วย
เมื่อทั้งสองฝ่ายพบหน้าและยืนยันตัวตนของกันและกันแล้ว ชายผู้นี้ก็ส่งมอบข้อมูลโดยละเอียดที่รวบรวมมาได้ให้กับทางกลุ่มทหารรับจ้าง หญิงหัวโล้นตรวจสอบความถูกต้องแล้วก็ไม่รั้งรอ ขึ้นรถจากไป ทั้งสองฝ่ายจึงแยกย้ายกันเพียงเท่านี้
เมื่อพวกนั้นจากไปแล้ว คนสวมชุดป้องกันและแว่นตากันลมสีเข้มหลายคนก็เดินออกมา พวกเขาพูดกับชายผู้นั้นว่า "คุณพาดิง คุณให้ความร่วมมือดีมาก สำนักงานปฏิบัติการลับขอขอบคุณสำหรับความเสียสละของคุณ"
พาดิงรีบโค้งตัวรับคำ
อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะพูดคุยกับเขาให้มากความ เพียงแค่ให้ช่องทางการติดต่อไว้ เพื่อให้เขารับหน้าที่ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลให้เมื่อจำเป็น จากนั้นก็เดินจากไป ดูเหมือนจะไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มทหารรับจ้างไม้เท้าเลือด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธด้านหลังพาดิงมองดูพวกนั้นเดินจากไปไกล แล้วหันมาพูดกับพาดิงว่า "คุณอา ความจริงแล้วทางห้องปฏิบัติการก็ร่วมมือกับพวกเราได้ดีมาตลอด ครั้งนี้เราเอาข้อมูลมาขายให้สำนักงานปฏิบัติการลับ ถ้าทางห้องปฏิบัติการรู้เข้า..."
พาดิงเอ่ย "ไอ้กลุ่มทหารรับจ้างไม้เท้าเลือดอะไรนั่น เป็นผู้ต้องหาที่สหพันธ์ต้องการตัว ไม้เท้าเลือดยิ่งเป็นถึงปรมาจารย์นักสู้ที่เป็นอาชญากรหลบหนีคดี! พวกนั้นเป็นภัยร้ายแรงต่อสหพันธ์ ดังนั้นอย่าไปสงสารอะไรพวกนั้นเลย พวกเราก็ถือว่ากำลังกวาดล้างขยะให้สหพันธ์นั่นแหละ"
"ส่วนทางห้องปฏิบัติการน่ะเหรอ?"
เขาเผยสีหน้าดูแคลน "หึ เดิมทีก็เป็นแค่ห้องปฏิบัติการเปียนหยวน ไม่มีไอ้ไม้เท้าเลือดแล้ว พวกมันจะอยู่ต่อไปได้สักกี่น้ำเชียว? อีกอย่างตอนนี้พวกมันก็ถูกสำนักงานปฏิบัติการลับเพ่งเล็งแล้วด้วย คอยดูเถอะ อีกไม่นานเราก็จะไม่ได้ยินข่าวคราวของพวกมันแล้ว พวกมันไม่มีปัญญามาตามหาเรื่องพวกเราหรอก"