- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้ฉันทำตัวหลุดโลก จนกลายเป็นเทพในวงการบันเทิง
- บทที่ 145 ไป๋เป่าคุนเก็บหวังฉู่หรันมาได้ฟรีๆ หนึ่งคน
บทที่ 145 ไป๋เป่าคุนเก็บหวังฉู่หรันมาได้ฟรีๆ หนึ่งคน
บทที่ 145 ไป๋เป่าคุนเก็บหวังฉู่หรันมาได้ฟรีๆ หนึ่งคน
จางเหว่ยตื่นเต้นจนมุมปากยกขึ้นสูง ต่อให้เอาปืน AK มากดก็กดไว้ไม่อยู่
นี่คือชัยชนะอีกครั้งของทนายความแนวหน้า
วันเวลาที่เขาจะได้เปิดสำนักงานทนายความของตัวเองคงอยู่ไม่ไกลแล้ว
"เจ้านายครับ คู่ปรับของคุณกำลังติดต่อผมมา"
"ใคร? อาไก่เหรอ?"
จางเหว่ยพยักหน้า "คุณไช่ซวีคุนอยากมอบหมายให้ผมเป็นทนายฟ้องร้องบริษัทต้นสังกัดของเขาครับ"
ไป๋เป่าคุน : "..."
หลุดโลกไปแล้ว!
อาไก่หาทนาย ดันมาหาทนายของเขาเนี่ยนะ?
"ไม่ใช่สิ เขาไม่กลัวถูกฉันหลอกเอาหรือไง"
"พูดอะไรกันครับ? ผมเองก็มีจรรยาบรรณนะ"
"ตกลงนายอยากได้เงินสดหรืออยากได้จรรยาบรรณล่ะ"
จางเหว่ยหัวเราะแหะๆ ออกมา "ค่าฉีกสัญญาของเขาอยู่ที่สามร้อยยี่สิบล้าน ถ้าผมเจรจาให้เหลือต่ำกว่าสามสิบล้านได้ จะได้โบนัสหนึ่งล้าน ถ้าต่ำกว่าสิบล้าน จะได้โบนัสสองล้าน ผมก็ปฏิเสธไม่ลงเหมือนกันครับ"
ไป๋เป่าคุนโบกมือ "ไปเถอะ ระวังอย่าให้สัญญายังไม่ทันยกเลิก แล้วส่งไช่ซวีคุนเข้าไปนอนในคุกซะล่ะ ถึงตอนนั้นฉันคงอธิบายให้ใครฟังไม่ขึ้น คนเขาจะหาว่า : ทนายของฉันแฝงตัวไปเป็นสายลับ แล้วส่งคู่แข่งในวงการเข้าซังเตไป"
"ตั้งแต่ตามเจ้านายมา ผมก็ไม่เคยทำพลาดเรื่องโง่ๆ แบบนั้นหรอกครับ"
"แล้วเมื่อก่อนนายเคยพลาดเหรอ?"
"แหะๆๆ... ลูกผู้ชายไม่พูดถึงความกล้าหาญในอดีตหรอกครับ อ้อ เจ้าหน้าที่บังคับคดีของศาลมากันแล้วครับ"
จางเหว่ยค่อนข้างตื่นเต้น
คดีนี้ทำให้เขาได้หน้ามากทีเดียว ในระบบตำรวจ อัยการ และศาลของเขตเฉาหยาง เขาก็ถือว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้างแล้ว
ทว่าไป๋เป่าคุนกลับยังรู้สึกงงงวยอยู่เล็กน้อย
เดิมทีคิดว่าจินส่านส่านไม่มีเงิน เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงแค่นี้
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า สิ่งที่จินส่านส่านชดใช้ให้ไป๋เป่าคุน—
นอกจากบริษัทผีที่ไม่มีค่าแม้แต่แดงเดียวแล้ว ดันมีศิลปินในสังกัดแถมมาให้อีกหนึ่งคน
ตอนที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีนำเอกสารมาวางตรงหน้าไป๋เป่าคุน เขาก็ยังคงมึนงงอยู่
นี่ก็นับว่าเป็นทรัพย์สินด้วยเหรอ?
"ไม่ใช่สิ การชดใช้ให้ผมเป็นบริษัทผีเนี่ย ถือว่าเป็นภาระชัดๆ ดันยังแถมเหยื่อพ่วงมาให้ผมอีกคนเหรอ?"
"พวกเราก็ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วครับ เด็กผู้หญิงคนนี้ถูกเขาหลอกมา สัญญาศิลปินก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในทรัพย์สินของเธอเหมือนกัน"
"ผมขอไม่รับได้ไหม?"
"ได้ครับ แต่เธอก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน ทว่าสัญญาศิลปินบางส่วนยังมีผลบังคับใช้ ซึ่งก็หมายความว่าจินส่านส่านสามารถฟ้องร้องเธอได้"
"แล้วคนล่ะ ขอผมดูก่อน"
หญิงสาวชื่อหวังฉู่หรัน ดวงตากลมโตคู่หนึ่งยืนมองมาอย่างน่าสงสาร
เธอเองก็ถูกจินส่านส่านหลอกจนหัวหมุนเหมือนกัน
สัญญาถูกผูกมัดแน่นหนา เงินชดเชยสักแดงก็ไม่ได้
แต่ถ้าเธอฉีกสัญญา ก็อาจถูกปรับฐานทำผิดสัญญาได้
ศาลกับอัยการปรึกษากันไปปรึกษากันมา สุดท้ายถึงได้คิดวิธีพิลึกพิลั่นแบบนี้ขึ้นมาได้——นั่นคือ 'บังคับคดี' โอนตัวศิลปินในสังกัดมาพร้อมกันซะเลย
"เธอคือหวังฉู่หรันเหรอ?"
"ประธานไป๋รู้จักฉันด้วยเหรอคะ?"
"พอจะรู้จักอยู่นิดหน่อย! สหายทั้งสองครับ บริษัทต้นสังกัดของจินส่านส่านหลอกเธอเข้ามา สัญญาศิลปินของเธอก็ไม่น่าจะมีผลบังคับใช้นะครับ"
"ทางวาจาอาจจะหลอกลวงเธอครับ แต่บริษัทจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาศิลปินก็เป็นการเซ็นสัญญาตามปกติ ถึงแม้ค่าปรับจะสูงลิ่ว แต่สัญญาศิลปินก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่ครับ"
เจ้าหน้าที่บังคับคดีมองไป๋เป่าคุน รอฟังคำตอบจากเขา
ถ้าไป๋เป่าคุนไม่อยากได้ศิลปินคนนี้จริงๆ พวกเขาก็คงบังคับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
แต่การบังคับคดีคือให้บริษัทของจินส่านส่านชดใช้ให้ไป๋เป่าคุน
ทรัพย์สินของบริษัทและสัญญาศิลปินของบริษัทก็ย่อมรวมอยู่ในนั้นด้วย
"รับไว้ก็ได้ครับ แล้วเดี๋ยวผมจะเซ็นสัญญาศิลปินที่ถูกต้องตามกฎหมายให้ใหม่"
"คุณไป๋เป่าคุน คุณเข้าใจการทำงานของเราแบบนี้ก็ดีมากเลยครับ"
…………
สตูดิโอ!
กลุ่มสาวๆ มองดูหวังฉู่หรันที่เพิ่งมาใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
หวังฉู่หรันถูกมองจนรู้สึกอึดอัด หลบอยู่ด้านหลังไป๋เป่าคุน
"ไม่ต้องหลบแล้ว ต่อไปนี่ก็เป็นที่ทำงานของเธอเหมือนกัน เธอคงไม่ได้กลัวคนหรอกใช่ไหม"
"ไม่ได้กลัวคนค่ะ แต่อายต่างหาก"
หวังฉู่หรันพึมพำเสียงเบา ทำเอาทุกคนแทบจะหลุดขำออกมา
"จางเหว่ย เดี๋ยวแกไปจัดการยกเลิกการจดทะเบียนบริษัทของจินส่านส่านซะนะ อย่าทิ้งปัญหาอะไรไว้ที่ยังไม่ได้แก้ล่ะ เดี๋ยวจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ฉันทีหลัง"
"ได้เลยครับ"
"อ้อ จูลี่ เธอช่วยประสานงานหน่อยนะ ดูว่าบริษัทผีนั่นต้องยื่นภาษีอะไรหรือเปล่า ถ้ามีก็จัดการให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยยกเลิกจดทะเบียน"
"ได้เลยค่ะเจ้านาย!"
ไป๋เป่าคุนกวาดตามองเอกสาร "จินเตี้ยนฟิล์มแอนด์เทเลวิชัน? (ในความเป็นจริงบริษัทนี้ถูกยกเลิกการจดทะเบียนไปแล้ว) บริษัทของเธอไม่ได้ชื่อ หงถงถงเอเจนซี่ หรอกเหรอ?"
จางเหว่ยอธิบายอยู่ข้างๆ "น่าจะจดทะเบียนไม่ผ่านน่ะครับ คำศัพท์ทั่วไปบางคำมักจะอนุมัติให้จดทะเบียนยาก"
"ไม่มีทีมงานที่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่มีประกันสังคม ไม่มีฝ่ายโปรโมต ไม่มีฝ่ายประชาสัมพันธ์——หวังฉู่หรัน เธอไปเชื่อคนแบบนั้นได้ยังไง"
ความจริงอาจจะพิลึกยิ่งกว่านี้เสียอีก
ได้ยินมาว่าตอนที่หวังฉู่หรันเซ็นสัญญากับบริษัทต้นสังกัดนี้ในช่วงแรกๆ แม้แต่ออฟฟิศทำงานจริงๆ ก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
ช่วงแรกโดนแบล็คเมล์โดนด่าสาดเสียเทเสีย ศิลปินก็ต้องแบกรับเอาเองทั้งหมด
ในสถานการณ์ที่ไม่มีทีมงานประชาสัมพันธ์เลย แต่กลับยังสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการบันเทิงได้——
แสดงว่าตัวหวังฉู่หรันเองก็แข็งแกร่งพอตัวเลยทีเดียว
"เธอบอกว่าสามารถเอาบริษัทไปผูกกับฮว๋าอี้ฉวนเหมยได้ แล้วฉันก็จะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ใหญ่ๆ ของฮว๋าอี้ค่ะ"
ทุกคน : "..."
แม่สาวคนนี้ทำไมถึงได้ใสซื่อขนาดนี้เนี่ย
ไป๋เป่าคุนมองเธออย่างพูดไม่ออก
นี่มันคนสวยที่โง่เขลาชัดๆ
"แล้วประวัติของเธอล่ะ"
"อยู่นี่ค่ะ!"
หวังฉู่หรันรีบยื่นซองเอกสารประวัติของเธอมาให้
"เรียนป.ตรีสาขาการแสดงที่สถาบันการละครเซี่ยงไฮ้ เธอเรียนจบสายตรงมาเลยนี่"
โอ้โห
ทุกคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมา
ในสตูดิโอนอกจากไป๋เป่าคุนแล้ว ในที่สุดก็มีนักแสดงที่เรียนจบมาโดยตรงสักที
"ได้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากการแสดงละครเวทีสมัยมัธยมปลาย ได้รับรางวัลการแสดงยอดเยี่ยมในเทศกาลละครเวทีเซี่ยงไฮ้ แล้วก็ยังได้ทุนการศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองเซี่ยงไฮ้อีกต่างหาก"
ทุกคนยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่
สาวน้อยคนนี้เป็นคนเก่งนี่นา ก็น่าจะมีสมองสิ
"หน้าตาสะสวย หุ่นก็ดี ผลการเรียนก็เป็นเลิศ ทำไมเธอถึงไปเซ็นสัญญากับบริษัทเถื่อนแบบนั้นได้นะ"
ไป๋เป่าคุนถึงกับอยากจะหัวเราะ
แต่ใครจะไปปฏิเสธสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์แบบนี้ได้ลงคอ
"หวังฉู่หรัน เธอไปโหลดแอปพลิเคชันป้องกันมิจฉาชีพมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"
หวังฉู่หรันยกมือปิดหน้า อยากจะร้องไห้
ทั้งอับอาย ทั้งรันทดใจจริงๆ
"จางเหว่ย เตรียมสัญญาของพวกเราให้เธอฉบับหนึ่ง มีที่พักหรือยัง? ถ้ายังไม่มี ลินดา เธอช่วยจัดการเรื่องที่พักให้ด้วยนะ"
ลินดาพยักหน้า "ตกลงค่ะ! รอหวังฉู่หรันเซ็นสัญญาเสร็จแล้วค่อยจัดการพร้อมกัน"
"เจ้านาย คุณจะรับสมัครผู้ช่วยไม่ใช่เหรอคะ ฉันขอเสนอว่ารับสมัครเพิ่มอีกหลายๆ ตำแหน่งพร้อมกันไปเลยดีกว่าค่ะ ตอนนี้ปริมาณงานในบริษัทเราเพิ่มขึ้นแล้ว ซีรีส์ที่เราสร้างเองก็ต้องการทั้งตากล้อง ฝ่ายบันทึกเสียง ฝ่ายทำดนตรีประกอบ ฝ่ายตัดต่อก็มีไม่พอด้วย รวมไปถึงฝ่ายขาย คนขับรถ ช่างแต่งหน้า แล้วก็พนักงานฝ่ายสนับสนุนต่างๆ ก็ต้องเพิ่มเหมือนกัน"
"ก็ดีเหมือนกัน เสิ่นเยว่ เธอใช้แอ็กเคานต์ของสตูดิโอโพสต์ประกาศรับสมัครงานแบบเปิดเผยไปเลยนะ"
"ฉันขอเสนอให้ไลฟ์สดด้วยค่ะ การรับสมัครคราวที่แล้วสนุกมากเลย ขอร้องล่ะนะคะ"
【ติ๊ง! ทริกเกอร์ภารกิจระบบ : ปลดปล่อยความเป็นตัวเอง การสัมภาษณ์งานที่ไม่เหมือนใคร!】
นิสัยชอบโผล่มาแจมเรื่องสนุกๆ ของพี่ระบบยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
"เสิ่นเยว่เด็กน้อย ขอร้องล่ะเลิกอ้อนสักทีเถอะ ฉันยอมตามใจเธอก็ได้!"
"ขอบคุณค่ะเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่"
หวังฉู่หรันมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
สตูดิโอของไป๋เป่าคุนดูเหมือนจะไม่ธรรมดาจริงๆ
ไป๋เป่าคุนเก็บหวังฉู่หรันมาได้ฟรีๆ หนึ่งคน คดีความก็ถือว่าจบลงแล้ว
แต่ละครฉากใหญ่ของวงการบันเทิง เห็นได้ชัดว่ายังห่างไกลจากคำว่าจบสิ้น
ไป๋เป่าคุนใช้ "การ์ดลงโทษจากวงการ" ถือเป็นการกดดันฮว๋าอี้จากภาพรวมทั้งหมด
แต่การที่พิธีกรชื่อดังลงมืออย่างกะทันหันในครั้งนี้ คือการล้วงเข้าไปควักหัวใจกันเลยทีเดียว
รับไม่ไหวแล้ว
รับมือไม่ไหวแล้วจริงๆ
ตอนที่ประธานหวังผู้พี่จัดการประชุมผู้บริหารระดับสูงของฮว๋าอี้ น้ำเสียงตอนพูดก็ยังสั่นเครือ
"ทุกคนกำลังหลอกลวงฉันอยู่ ขุดคุ้ยเรื่องฉาวของศิลปินในสังกัดของไป๋เป่าคุน แต่กลับกลายเป็นการช่วยโปรโมตในแง่บวกไปทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ต แถมยังมีสายลับแฝงตัวอยู่อีก พวกแกพวกผู้บริหารระดับสูงนี่มันไอ้พวกขี้ขลาดตาขาวที่ไม่ซื่อสัตย์และไร้สัจจะ!"
"ประธานหวังครับ ผมว่าพูดแบบนี้มันเกินไปหน่อยนะครับ"
"ไอ้ขี้ขลาด ไอ้คนทรยศ ไอ้พวกกินล้างกินผลาญ ไม่มีความรู้สึกรักศักดิ์ศรีอะไรเลย ปกติก็เสวยสุขกับเงินเดือนสูงๆ สวัสดิการดีๆ พอถึงช่วงเวลาสำคัญต่างก็เอาแต่คิดว่าจะอู้งานยังไง จะหลบเลี่ยงยังไง พวกแกมันคอยดึงรั้งแข้งรั้งขาฉันไว้"
เสียงริงโทนใสแจ๋วดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องประชุม
"โทรศัพท์ใครดัง เปิดลำโพงสิ ให้ฉันฟังหน่อยว่าใครแม่ง... ทำไมถึงได้ยุ่งนักหนา"
"ประธานหวัง โทรศัพท์ของท่านครับ จะให้เปิดลำโพงไหมครับ..."
"เปิดสิ"
เสียงของไป๋เป่าคุนดังมาจากโทรศัพท์ 【ประธานหวัง แผนการกวาดล้างราบรื่นดีนะครับ น้องชายของคุณถูกส่งเข้าคุกไปแล้ว】
สายตาของทุกคนดูแปลกไปเล็กน้อย
"แม่งเอ๊ย พวกแกจงเชื่อฉันนะ ไอ้อัปรีย์ไป๋เป่าคุนนี่มันกำลังเสี้ยมให้พวกเราแตกคอกัน ฟัค แผนการกวาดล้างอะไรนั่นไม่มีอยู่จริงหรอก"