- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 381 ผมแคร์ที่พวกเขาลากคุณเข้ามาเกี่ยว
บทที่ 381 ผมแคร์ที่พวกเขาลากคุณเข้ามาเกี่ยว
บทที่ 381 ผมแคร์ที่พวกเขาลากคุณเข้ามาเกี่ยว
ร้านอาหารอู๋เจี้ยไม่อยากไปแล้ว
หวังเสี่ยวเลี่ยงโทรไปยกเลิกโต๊ะ ทางร้านถามเหตุผล เขาก็บอกแค่ว่าติดธุระกะทันหัน แล้วก็วางสายฉับ
ไอ้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนพึ่งพากันอยู่ทุกวันนี่ มันน่ารังเกียจจริงๆ
ผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง แฮชแท็กติดเทรนด์ฮิตไปแล้วสามสี่อัน 'สามีพิธีกรสาวชื่อดังทำร้ายร่างกายกลางถนน', 'คลิปเต็มชายหนุ่มซ้อมคนแก่วัยหกสิบ', 'สามีเว่ยจื่อจิน อันธพาลตัวจริง'
เลื่อนดูคอมเมนต์สองสามหน้าแรก มีแต่คนด่าเขาสาดเสียเทเสีย
"คนแบบนี้ต้องจับไปดัดสันดานในคุกสักสองสามวัน"
"ตาแก่อายุตั้งหกสิบกว่าแล้วนะ ลงมือซะหนักขนาดนี้ ไม่กลัวเขาตายหรือไง"
"ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัสไปเลยก็ไม่เกินไปหรอกมั้ง"
หวังเสี่ยวเลี่ยงนอนขดตัวอยู่บนเตียงนวดที่แสนจะสบาย แต่ใจกลับรุ่มร้อนเหมือนโดนไฟสุม หน้าจอโทรศัพท์สว่างแล้วก็ดับ ดับแล้วก็สว่าง ความอึดอัดแน่นจุกอยู่ที่อก
เว่ยจื่อจินให้พนักงานเอาเมนูอาหารเข้ามาให้
"กินอะไรหน่อยสิ"
"กินไม่ลง"
"กินไม่ลงก็ต้องกิน" เว่ยจื่อจินยัดเมนูใส่มือเขา "คุณโมโหตอนท้องว่าง โมโหเสร็จก็หิวอยู่ดี ไม่คุ้มหรอกนะ"
หวังเสี่ยวเลี่ยงไม่เปิดดูเลยสักหน้า
เว่ยจื่อจินเลยสั่งอาหารไปสองสามอย่าง หันกลับมานั่งขัดสมาธิบนโซฟาอีกฝั่ง ประจันหน้ากับเขา
"สามี ฟังฉันหน่อยสิ"
เขาปรือตาขึ้นมอง
"ความจริงคืออะไร เราสองคนรู้กันอยู่แก่ใจ ซ่อนกล้องแอบถ่าย ตำรวจก็รับแจ้งความแล้ว ส่วนพวกชาวเน็ต พวกเขาก็เห็นแค่คลิปสั้นๆ ที่ถูกตัดต่อมา ไม่มีต้นสายปลายเหตุ อีกสองสามวันพอความจริงเปิดเผย พร้อมผลการสืบสวนของตำรวจ พวกนั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
"อีกสองสามวันงั้นเหรอ"
"คุณแคร์ขี้ปากคนพวกนั้นด้วยเหรอ"
"ผมไม่ได้แคร์ว่าพวกเขาจะด่าผมยังไง" เสียงหวังเสี่ยวเลี่ยงแหบพร่า "แต่ผมแคร์ที่พวกเขาลากคุณเข้ามาเกี่ยวด้วย"
เว่ยจื่อจินอึ้งไปเลย
หวังเสี่ยวเลี่ยงโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกระจก "คุณลองดูคอมเมนต์พวกนั้นสิ หาว่าคุณตาบอดไปคว้าเอาอันธพาลมาทำผัว แถมยังมีคนเริ่มขุดคุ้ยรายการเก่าๆ ของคุณมาหาเรื่องด่าอีก"
เว่ยจื่อจินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง แล้ววางลง
"คุณเคยบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ ว่าเป็นคนของประชาชนก็ต้องรับมือกับเรื่องพวกนี้ให้ได้"
หวังเสี่ยวเลี่ยงเงียบ
"อีกอย่าง งานนี้เราชนะใสๆ รอความจริงเปิดเผย พวกนั้นก็หน้าแตก ส่วนยอดวิวก็เป็นของเรา จะรีบร้อนไปทำไม"
หวังเสี่ยวเลี่ยงเอนหลังพิงโซฟา นิ่งเงียบไปพักใหญ่
"ก็ได้ เห็นแก่ภรรยาคนสวยกับเงินหรอกนะ ไอ้ผัวอันธพาลคนนี้จะยอมอดทนไปอีกสองสามวัน"
"ต้องแบบนี้สิ มา กินข้าวกัน"
กินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็พักผ่อนกันอีกสักพัก แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาข้างล่าง
หวังเสี่ยวเลี่ยงเป็นคนขับ เว่ยจื่อจินนั่งเบาะหน้าข้างคนขับ
พอรถออกตัว เว่ยจื่อจินก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา ใส่หูฟัง เดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอกำลังดูอะไรอยู่
หวังเสี่ยวเลี่ยงชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร ตั้งใจขับรถต่อไป
ผ่านไปห้าหกนาที เสียงกลั้นหัวเราะก็ดังมาจากเบาะข้างๆ
ตามด้วยครั้งที่สอง ครั้งที่สาม
เว่ยจื่อจินเอามือปิดปาก หัวเราะจนไหล่สั่น
หวังเสี่ยวเลี่ยงจอดติดไฟแดง หันไปมองเธอ คนบ้าอะไรหัวเราะจนตาหยีเป็นเส้นตรงไปแล้ว
"หัวเราะอะไรน่ะ"
เว่ยจื่อจินโบกมือปฏิเสธ พยายามกลืนน้ำลาย "ปะ... เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร..."
"ทำไมหัวเราะขนาดนั้นล่ะ น้ำตาเล็ดแล้วนั่น"
"ฉันเล่าให้ฟังแล้วคุณห้ามโกรธนะ"
"วันนี้ยังมีเรื่องอะไรที่ผมรับไม่ได้อีก ว่ามาเลย"
เว่ยจื่อจินถอดหูฟังออกข้างหนึ่ง กระแอมเบาๆ หน้าจอยังสว่างอยู่
"มีคลิปนึงยอดวิวสูงลิ่วเลย คอมเมนต์ท็อปเมนต์บอกว่า..."
เธอกลั้นขำอีกรอบ
"เขาบอกว่า คนสวยระดับเว่ยจื่อจิน จะไปคว้าผู้ชายแบบนี้มาทำผัว ก็คงมีแค่สองเหตุผล ข้อแรก ผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ แต่ก็เป็นไปได้ยาก"
เธอหยุดไปนิดนึง ใบหน้าเริ่มแดงซ่าน
"ข้อสอง... ผู้ชายคนนี้ลีลาบนเตียงเด็ดมาก สาวสวยอย่างเธอถึงได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น ไม่งั้นนะ หน้าตาก็ไม่ได้หล่อเหลาอะไร แถมรายได้ก็น่าจะสู้พิธีกรสาวไม่ได้ด้วยซ้ำ จะไปหวังอะไรจากหมอนี่ล่ะ"
พอพูดประโยคสุดท้ายจบ เว่ยจื่อจินก็กลั้นขำไม่อยู่ระเบิดหัวเราะออกมา เอามือปิดปาก ตาหยีเป็นรูปสระอิ ผิวหน้าที่โผล่พ้นมือแดงเถือกไปหมด เอียงคอแอบมองเขา
หวังเสี่ยวเลี่ยงอึ้งไปสองวินาที
ก่อนจะหลุดขำพรืดออกมาเหมือนกัน
ไฟเขียวสว่างขึ้น รถคันหลังบีบแตรไล่ เขารีบเหยียบคันเร่งออกตัว พลางส่ายหน้าหัวเราะ
"หมอนี่เดาแม่นเหมือนตาเห็นเลยแฮะ"
เว่ยจื่อจินหน้าแดงกว่าเดิม เสียงแผ่วเบาลง "...ก็จริงทั้งสองข้อนั่นแหละ ก็คุณเก่งจริงๆ นี่นา"
พูดจบก็หันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง สงสัยจะเขินจนทำตัวไม่ถูกแล้ว
ความหงุดหงิดในใจหวังเสี่ยวเลี่ยงมลายหายไปกว่าครึ่ง ความรู้สึกอีกแบบกลับพุ่งพล่านขึ้นมาแทน
สำหรับลูกผู้ชายแล้ว คำชมแบบนี้แหละที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่ากินข้าวสิบชามซะอีก
เขาเอื้อมมือไปลูบแก้มเธอเบาๆ
"เดี๋ยวนะ ถ้าพูดตามตรรกะนี้ ผมก็คือผู้ชายที่คุณเลี้ยงไว้ปรนเปรอความสุขงั้นสิ"
เว่ยจื่อจินหันขวับ เลิกคิ้วขึ้น "ไม่ใช่นะ คุณน่ะเป็นองค์ราชาของฉันต่างหากล่ะ"
"ดี งั้นคืนนี้ถวายตัวด้วยนะ"
"หม่อมฉันคงทำตามรับสั่งไม่ได้เพคะ" เสียงของเว่ยจื่อจินออดอ้อน "องค์ราชาลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่าหม่อมฉันมีรอบเดือน"
"โธ่เอ๊ย ไอ้รอบเดือนนี่ก็น่ารำคาญจริงๆ!"
"นั่นน่ะสิ บางคนอยากให้มาก็ไม่ยอมมา แต่พอบางคนไม่อยากให้มา ก็ขยันมาซะเหลือเกิน"
"แต่ก็ต้องมีสักวันที่เราจะสั่งให้มันไม่มาได้ล่ะน่า"
หวังเสี่ยวเลี่ยงยิ้มมุมปาก ไม่ได้ต่อปากต่อคำ เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว
เขารู้ดีว่าเว่ยจื่อจินกำลังทำอะไร
เธอจงใจเลือกอ่านคอมเมนต์แบบนี้ให้เขาฟัง ก็เพื่ออยากให้เขาอารมณ์ดีขึ้น
ความใส่ใจของเธอ ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจเหลือเกิน
พอกลับถึงบ้าน เว่ยจื่อจินอาบน้ำเสร็จ ผมยังไม่ทันแห้งสนิทก็ล้มตัวลงนอน
เหนื่อยมาทั้งวัน หัวถึงหมอนไม่ถึงสองนาที ลมหายใจก็สม่ำเสมอ หลับสนิทไปแล้ว
หวังเสี่ยวเลี่ยงนอนลืมตาโพลงอยู่ข้างๆ
แสงสลัวๆ จากช่องว่างของผ้าม่าน สาดส่องลงมากระทบเพดานเป็นหย่อมเล็กๆ
เขาพลิกตัว
แล้วก็พลิกตัวอีก
ทนอยู่แบบนั้นประมาณยี่สิบนาที
สุดท้ายก็ทนไม่ไหว คว้าโทรศัพท์จากหัวเตียงมาเปิดดูจนได้
ปรับความสว่างให้น้อยที่สุด เสียบหูฟัง เอนหลังพิงหัวเตียง เริ่มไถหน้าจอ
ก็ยังเป็นคอมเมนต์ด่าทอเหมือนเดิม เขาเริ่มชาชินแล้ว นิ้วเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งมาสะดุดกับคอมเมนต์หนึ่ง
เพราะเขาเห็นชื่อตัวเอง มีคนแฉชื่อจริงของเขาแล้ว
คอมเมนต์นี้ซ่อนอยู่ในคลิปวิดีโอที่ยอดวิวกลางๆ ยอดไลก์ก็ไม่ได้เยอะที่สุด แต่ข้อความยาวเหยียด
"ขอแฉความจริงหน่อยนะ สามีเว่ยจื่อจินชื่อหวังเสี่ยวเลี่ยง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัย พอเรียนจบ หมอนี่ก็ไม่เคยทำงานทำการเป็นชิ้นเป็นอันเลย ในขณะที่เว่ยจื่อจินไต่เต้าขึ้นมาเป็นพิธีกรสถานีโทรทัศน์ หมอนี่ก็เอาแต่ลอยชายไปวันๆ พอเว่ยจื่อจินเริ่มดัง หมอนี่ก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เกาะเมียกินหน้าด้านๆ ใช่แล้ว หมอนี่เกาะผู้หญิงกินมาตลอดนั่นแหละ"
หวังเสี่ยวเลี่ยงจ้องหน้าจอเขม็ง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
คอมเมนต์ตอบกลับด้านล่างยิ่งเดือดกว่าเดิม
"มิน่าล่ะถึงได้หัวร้อนชกต่อยคนอื่น ก็พวกคนว่างงานไง พลังงานเหลือเฟือไม่มีที่ระบาย"
"เว่ยจื่อจินโดนปั่นหัวหรือเปล่าเนี่ย ผู้ชายแบบนี้ยังจะทนคบอยู่อีก เลิกๆ ไปเถอะ"
"เกาะเมียกินแถมยังทำร้ายร่างกายคนอื่นอีก โคตรหน้าด้านเลย"
"คนสวยเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง เสียอย่างเดียวตาบอด"
เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง
ขยับตัวแรงไปหน่อย เว่ยจื่อจินเลยพลิกตัว พึมพำอะไรบางอย่าง ก่อนจะหลับสนิทไปอีกครั้ง
เขามองเธออยู่สองวินาที ก่อนจะค่อยๆ ย่องลงจากเตียง ปิดประตูห้องนอนเบาๆ
ในห้องนั่งเล่นไม่ได้เปิดไฟ มีแค่แสงไฟสีส้มสลัวๆ จากโคมไฟเล็กตรงทางเดินทาบทับลงบนพื้น
เขาไม่ได้เปิดไฟ เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องนั่งเล่น
จากโซฟาไปที่ประตูระเบียง แล้วก็เดินกลับมาที่โซฟา
คอมเมนต์นี้มันแปลกๆ
ข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกขุดคุ้ยออกมาในเน็ต... อย่างรูปงานฉลองครบหนึ่งร้อยวันกั่วกั่ว หรือความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา... เป็นสิ่งที่หาได้จากการเสิร์ชหรือสืบหาข้อมูลตามปกติ
แต่ประโยคที่ว่า "พอเรียนจบ หมอนี่ก็ไม่เคยทำงานทำการเป็นชิ้นเป็นอันเลย" ไม่ใช่สิ่งที่ชาวเน็ตทั่วไปจะรู้ได้
คนเขียนคอมเมนต์นี้ต้องรู้จักเขา
และไม่ใช่แค่คนรู้จักผิวเผิน แต่ต้องเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวในชีวิตเขาเป็นอย่างดี
ที่ร้ายกาจที่สุดคือ ข้อมูลเกือบทั้งหมดเป็นความจริง แต่มาบิดเบือนตรงจุดสำคัญที่สุด... "เกาะเมียกินหน้าด้านๆ"
การเอาความจริงมาผสมกับความเท็จแบบนี้ มันสร้างความเสียหายได้มากกว่าการโกหกหน้าด้านๆ เป็นสิบเท่า
หวังเสี่ยวเลี่ยงนั่งลงบนโซฟา สองมือกุมเข่าแน่น
ใครกันนะ
เพื่อนร่วมรุ่น? เพื่อนสนิท? เพื่อนร่วมงาน? หรือคนฝั่งเว่ยจื่อจิน?
เขาพยายามนึกทบทวนชื่อคนรู้จักทีละคน
แต่นึกไม่ออกเลย
ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจ... คนๆ นี้จงใจเล่นงานเขา
ไม่ใช่แค่มาผสมโรงด่า ไม่ใช่แค่หิวแสง แต่นี่มันเหมือนจงใจแก้แค้นกันมากกว่า
ไอ้คนที่ใช้ชื่อ คนบ้าวันละสามรอบ นี่มันเป็นใครกันแน่
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งโกรธ ยิ่งโกรธก็ยิ่งคิดวนเวียนอยู่แบบนั้น
เขาลุกพรวดพราด เดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน
เปิดไฟ นั่งลง ดึงลิ้นชักออก
หยิบตำราชะตาออกมา
เปิดไปที่หน้าล่าสุด ใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามตัวอักษร
[วิชาพลิกชะตาขั้นที่สามสิบสี่ โทสะทำลายปัญญา ซ้ำยังลดทอนโชคชะตา]
สิบสองคำสั้นๆ
หวังเสี่ยวเลี่ยงจ้องมองมันอยู่นาน ความรู้สึกพลุ่งพล่านในอกค่อยๆ สงบลงทีละนิด
โทสะทำลายปัญญา
คนเราพอโมโห สมองก็ไม่แล่น
ซ้ำยังลดทอนโชคชะตา
ความโกรธทำให้ดวงตก
เขาปิดตำราชะตา เก็บเข้าลิ้นชัก แล้วปิดไฟ
นั่งนิ่งๆ อยู่ในความมืดพักหนึ่ง
แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟเล็กตรงทางเดินลอดผ่านช่องประตูเข้ามา
เขาลุกขึ้น เดินกลับเข้าห้องนอน
เว่ยจื่อจินยังคงหลับสนิท นอนตะแคง แขนข้างหนึ่งพาดมาบนหมอนฝั่งของเขา
หวังเสี่ยวเลี่ยงจับแขนเธอออกอย่างเบามือ ล้มตัวลงนอน หลับตาลง
คอมเมนต์นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
แต่สิบสองคำจากตำราชะตานั้นก็มีน้ำหนักมากพอที่จะกดมันไว้
โทสะทำลายปัญญา ซ้ำยังลดทอนโชคชะตา
อยากจะด่าอะไรก็เชิญด่าไปเถอะ ฉันไม่โมโหแล้วโว้ย