- หน้าแรก
- ตำราชะตาพลิกดวง อ่านแล้วคุณจะโชคดี
- บทที่ 301 ให้เธอได้มีหน้ามีตา
บทที่ 301 ให้เธอได้มีหน้ามีตา
บทที่ 301 ให้เธอได้มีหน้ามีตา
เผลอแป๊บเดียว ก็เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งสัปดาห์ จะถึงวันแต่งงานของโจวเฉียงแล้ว
หวังเสี่ยวเลี่ยง โจวเฉียง และหวงเสวียหลี่ นัดเจอกันที่ร้านประจำ "เหล่าซื่อชวน" เพื่อตกลงรายละเอียดขั้นตอนสุดท้ายของงานแต่ง
"เพื่อนเจ้าบ่าว เสวียหลี่ นายรับไปก็แล้วกัน" โจวเฉียงชี้ไปที่หวงเสวียหลี่
แล้วก็หันไปหาหวังเสี่ยวเลี่ยง "เสี่ยวเลี่ยง นายเหนื่อยหน่อยนะ รับหน้าที่เป็นแม่งาน คอยดูทั้งในงานนอกงานให้ฉันที"
งานแต่งของโจวเฉียงครั้งนี้จัดแบบไม่ใหญ่โตนัก เทียบกับงานของหลิวซินอวี่ตอนนั้นไม่ได้เลย ในบรรดาเพื่อนมหาวิทยาลัย เขาเชิญแค่หวงเสวียหลี่คนเดียว ส่วนพนักงานในบริษัทตัวเอง ยิ่งไม่ได้ชวนเลยสักคน ตามที่เขาบอกก็คือ แขกคนสำคัญที่อยากเชิญจริงๆ คือคู่สามีภรรยาหลิวซินอวี่ หูหยางกับอันเพ่ยเหวินเขาก็เชิญนะ น่าเสียดายที่อยู่ต่างประเทศ มาไม่ได้ ก็เลยให้หลัวปี้เซิ่งมาเป็นตัวแทน
ส่วนแขกที่เหลือ ล้วนเป็นญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมชั้น และเพื่อนร่วมงานทางฝั่งเจ้าสาวหลี่หลานเซียงทั้งสิ้น
โจวเฉียงถึงกับออกปากเองว่า "หลักๆ ก็จัดให้เธอนั่นแหละ ให้เธอได้มีหน้ามีตา"
ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่หวังเสี่ยวเลี่ยงมองออกว่า โจวเฉียงดูจะใจลอยแปลกๆ ตอนที่พูดประโยคนี้ สายตาก็เหม่อลอยไปไหนก็ไม่รู้ เห็นได้ชัดเลยว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ลำดับพิธีการถูกตกลงกันอย่างรวดเร็ว
อาหารมาครบ เหล้าถูกรินจนเต็มแก้ว
แผลที่มือของหวังเสี่ยวเลี่ยงตกสะเก็ดแล้ว ไม่เป็นอะไรมาก แต่เขาก็ยังคงโบกมือปฏิเสธ ไม่ยอมแตะเหล้าเลยแม้แต่หยดเดียว
ขืนกลับบ้านไปสภาพกลิ่นเหล้าคลุ้ง ด่านเว่ยจื่อจินคงผ่านยากน่าดู
แต่โจวเฉียงวันนี้กลับผิดปกติ ผลัดกันชนแก้วกับหวงเสวียหลี่คนละแก้ว เหล้าขาวดีกรีแรงหนึ่งขวด ไม่ทันไรก็หมดเกลี้ยง
ทั้งสองคนไม่ลังเลที่จะสั่งมาเพิ่มอีกขวด
หวงเสวียหลี่ดื่มจนหน้าแดงก่ำ ใช้ตะเกียบชี้หน้าโจวเฉียง "ร้านใหม่นายเปิดมาตั้งนานแล้วนี่ ไม่เห็นจะชวนพวกฉันไปกินเลี้ยงเปิดร้านเลยนะ"
"ช่วงนี้ยุ่งจนหัวหมุนไปหมดแล้วนี่นา" โจวเฉียงหัวเราะกลบเกลื่อน "ไว้รออีกสักพัก รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน..."
"นายมันไม่จริงใจ!" หวังเสี่ยวเลี่ยงพูดแทงใจดำ "วันนี้ก็ฤกษ์ดีไม่ใช่เหรอ เลือกวันสู้วันที่บังเอิญไม่ได้หรอกน่า"
"ใช่เลย!" หวงเสวียหลี่รีบผสมโรง "เกือบจะโดนหมอนี่หลอกเอาซะแล้ว!"
สีหน้าของโจวเฉียงฉายแววลำบากใจขึ้นมาแวบหนึ่ง "ที่นั่นคนเยอะมาก ในร้านเสียงดังยังกับตลาดสด คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก"
"ไม่มีห้องส่วนตัวเหรอ" หวงเสวียหลี่ซักไซ้
"มีสิ" โจวเฉียงแบมือ "แต่ถ้าไม่จองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ก็อย่าหวังเลย"
พอได้ยินแบบนี้ หวังเสี่ยวเลี่ยงก็แอบอิจฉาตาร้อนขึ้นมาตงิดๆ
กิจการจะดีเกินไปแล้วนะ! ดีซะจนน่าอิจฉาเลย
หวงเสวียหลี่เองก็ทำหน้าอิจฉา "นายนี่มันแน่จริงๆ รวยเงียบเชียวนะ! พูดจริงๆ เลยนะ สาขาต่อไปจะเริ่มเมื่อไหร่ ฉันรอแทบไม่ไหวแล้วเนี่ย"
"รอให้พ้นช่วงยุ่งๆ นี้ไปก่อนเถอะ ปัญหาเยอะแยะไปหมด แต่งงานเสร็จ ก็ต้องเตรียมตัวรับขวัญลูกอีก ถึงตอนนั้นไม่รู้จะยุ่งอีกแค่ไหน" โจวเฉียงตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้
กินข้าวเสร็จ ทั้งโจวเฉียงและหวงเสวียหลี่ก็เมาแอ๋กันทั้งคู่
หวังเสี่ยวเลี่ยงหัวหมุนเลยทีเดียว ต้องไปส่งหวงเสวียหลี่ที่บ้านก่อน แล้วค่อยวนกลับไปส่งโจวเฉียง
กว่าจะแบกโจวเฉียงที่เมาเละเทะเป็นหมาตายขึ้นไปบนห้อง แล้วส่งมอบให้หลี่หลานเซียงได้ หวังเสี่ยวเลี่ยงก็ถึงกับหอบ ก่อนจะขับรถกลับบ้าน
สายลมยามค่ำคืนพัดพรูเข้ามาทางหน้าต่างรถ ช่วยพัดพากลิ่นเหล้าที่คลุ้งอยู่เต็มรถให้จางลง
บนถนนรถไม่เยอะ หวังเสี่ยวเลี่ยงก็เลยไม่ได้ขับเร็วมากนัก
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังกรีดร้องขึ้นมา ขัดจังหวะเสียงเพลงของเจย์ โชว์
บนหน้าจอคอนโซลกลาง ปรากฏเบอร์โทรศัพท์มือถือแปลกหน้า
ใครโทรมาเนี่ย ดึกป่านนี้แล้ว
เขากดรับสายตามสัญชาตญาณ
พอสายตัดเข้า ปลายสายก็มีเสียงผู้หญิงที่ฟังดูร้อนรนและตื่นตระหนก แถมยังเจือไปด้วยเสียงสะอื้นดังสวนมาทันที
"ใช่เถ้าแก่หวังหรือเปล่าคะ คุณรีบมาเลยนะคะ! หลี่เล่อมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น!"
หัวใจของหวังเสี่ยวเลี่ยงกระตุกวาบ มือที่จับพวงมาลัยกำแน่นขึ้นมาในทันที
"อยู่ที่ไหน แล้วเธอเป็นใคร"
"หนูเป็นเพื่อนของหลี่เล่อค่ะ! ตอนนี้หลี่เล่ออยู่ที่โรงพัก!"
โรงพักเหรอ
สมองของหวังเสี่ยวเลี่ยงอื้ออึงไปหมด
"โรงพักไหน!"
"โรงพักมหาวิทยาลัยค่ะ!"
หวังเสี่ยวเลี่ยงรู้จักที่นั่นดี เขาเคยไปรับหลี่จวินกับหวงเสวียหลี่ที่นั่นมาแล้ว
เขามองเห็นป้ายกลับรถที่สี่แยกข้างหน้า ก็ไม่รอช้า หักพวงมาลัยสุดแรง อาศัยจังหวะที่รถว่าง เสียงล้อเสียดสีกับถนนดังลั่นแหวกความเงียบยามค่ำคืน หัวรถสะบัดกลับอย่างแรง แล้วพุ่งทะยานกลับไปทางเดิม!
พอพุ่งพรวดเข้าไปในโรงพัก ก็มีเสียงคนเรียกเขา "เถ้าแก่หวัง!"
หวังเสี่ยวเลี่ยงหันไปมองตามเสียง ก็เห็นนักศึกษาสาวที่มีรอยสักรูปดอกกุหลาบดำที่หลังมือนั่นเอง
กุหลาบดำเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างรวดเร็ว หล่อนกับหลี่เล่อไปเที่ยวบาร์ แล้วบังเอิญเจอเพื่อนนักศึกษาผู้ชายสามคน ก็เลยไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ผู้ชายสามคนนั้นผลัดกันชนแก้วมอมเหล้าหลี่เล่อไม่หยุด หลี่เล่อคอแข็ง ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ปรากฏว่ามีสองคนในนั้นเมาหนัก แล้วก็เริ่มพูดจาหาเรื่อง กวนส้นเท้า หลี่เล่อฟิวส์ขาด ก็เลยผลักไปคนนึง ไอ้สามคนนั้นก็รุมสกรัมหลี่เล่อทันที หลี่เล่อสู้ยิบตา โดนซ้อมจนเลือดขึ้นหน้า ไม่รู้ไปคว้ามีดปอกผลไม้มาจากไหน ตวัดใส่แขนไอ้คนนึงเข้าให้
พอเจ้าของบาร์เห็นเลือดออก ก็รีบแจ้งตำรวจทันที สรุปก็เลยโดนหิ้วมาโรงพักกันหมดทั้งแก๊ง
"แล้วเธอเรียกฉันมาทำไม" หวังเสี่ยวเลี่ยงถาม
"หลี่เล่อไม่ยอมไกล่เกลี่ยค่ะ!" กุหลาบดำร้อนรนจนแทบร้องไห้ "เขาบอกว่าพวกนั้นตั้งใจมารังแกเขา แถมยังลงมือทำร้ายเขาก่อนด้วย! ส่วนไอ้สองคนนั้นก็ยังไม่สร่างเมา เอาแต่โวยวายว่าจะเอาเรื่องคนร้ายให้ถึงที่สุด! หนูตั้งใจจะให้หลี่เล่อมาช่วย แต่กลายเป็นว่ามาทำให้เขาเดือดร้อนแทน!"
หวังเสี่ยวเลี่ยงฟังแล้วก็เข้าใจ พยักหน้ารับ "เธอรออยู่นี่นะ"
เขาเดินออกจากโรงพัก แล้วกดโทรศัพท์หาหวงเสวียหลี่ทันที
"พี่หวง หลี่เล่อเด็กในร้าน มีเรื่องใช้มีดฟันคนในบาร์..." เขาเล่าสรุปเหตุการณ์ให้ฟังคร่าวๆ สองสามประโยค
หวงเสวียหลี่ฟังจบ ก็ตอบกลับมาแค่ประโยคเดียว "นายรอรับโทรศัพท์ฉันนะ"
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที หวงเสวียหลี่ก็โทรกลับมา "เสี่ยวเลี่ยง ไม่เป็นไรมากหรอก เดี๋ยวพอนายเจอหลี่เล่อ ก็บอกให้เขาขอโทษ จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้อีกฝ่าย จ่ายค่าเสียหายให้บาร์ แล้วก็ยอมรับการไกล่เกลี่ยซะ ฉันถามมาแล้ว จ่ายไปไม่เท่าไหร่หรอก"
"ทางมหาวิทยาลัยมีข้อตกลงกับโรงพักอยู่แล้ว ป่านนี้อาจารย์เวรคงไปถึงแล้วล่ะ ขอแค่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย พวกเขาก็จะพยายามให้เรื่องมันจบๆ ไปนั่นแหละ"
"โอเค ผมเข้าใจแล้ว!"
หวังเสี่ยวเลี่ยงวางสาย แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงพักอีกครั้ง
คราวนี้เดินสวนกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินออกมาพอดี เป็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่สามคน เดินตามหลังผู้ชายวัยกลางคนอีกสองคนที่กำลังอบรมสั่งสอนพวกเขาอยู่ เด็กสามคนนั้นหน้าตาปูดบวมเขียวช้ำไปหมด คนนึงถึงกับเดินขากะเผลก ต้องให้เพื่อนช่วยพยุง
ในบรรดาคนที่กำลังอบรมสั่งสอนเด็กๆ อยู่นั้น มีคนนึงที่หวังเสี่ยวเลี่ยงรู้จัก
แฟนเก่าของเหอรุ่นหย่านั่นเอง
เขากำลังทำหน้าขึงขัง ใช้น้ำเสียงดุดันแบบครูบาอาจารย์ ตำหนิเด็กหนุ่มทั้งสามคนอย่างรุนแรง
อีกด้านหนึ่ง กุหลาบดำก็ประคองหลี่เล่อเดินเข้ามา หลี่เล่อหน้าตาบอบช้ำ มุมปากเขียวช้ำไปแถบหนึ่ง
"เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว ไกล่เกลี่ยกันลงตัวแล้ว" กุหลาบดำกระซิบเสียงเบา
"แล้วค่าเสียหายของบาร์ล่ะ" หวังเสี่ยวเลี่ยงถาม
กุหลาบดำส่ายหน้า "เถ้าแก่บาร์กลับไปตั้งนานแล้ว"
หวังเสี่ยวเลี่ยงพอจะเดาออก นี่คงไม่กล้ามีเรื่องกับมหาวิทยาลัยเจียงโจวสินะ
ตอนนั้นเอง น้ำเสียงเย็นชาของใครบางคน ก็เรียกชื่อเขาขึ้นมาตรงๆ
"หวังเสี่ยวเลี่ยง"
หวังเสี่ยวเลี่ยงเงยหน้าขึ้นมอง ก็คือแฟนเก่าของเหอรุ่นหย่าคนนั้นนั่นแหละ
"นี่พนักงานร้านนายงั้นเหรอ" ผู้ชายคนนั้นชี้ไปที่หลี่เล่อ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเอาเรื่อง
"ใช่" หวังเสี่ยวเลี่ยงรับคำ
ประโยคถัดมาของอีกฝ่าย ทำเอาเรื่องที่กำลังจะจบด้วยดี กลับต้องมาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
"คนอันตรายแบบนี้ ไม่ควรจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ในสถานที่อย่างในมหาวิทยาลัยเลยนะ เราจะปล่อยให้นักศึกษาตกอยู่ในอันตรายไม่ได้เด็ดขาด"