- หน้าแรก
- ตัวร้ายยิ่งลูกดกยิ่งโชคดี เหล่านางเอกดวงตั้งครรภ์ทะลุหลอด
- บทที่ 29: จะแย่งชิงทั้งทีต้องทำลับๆ ล่อๆ งั้นเหรอ? ไม่ล่ะ! ฉันจะแย่งชิงแบบเปิดเผยนี่แหละ
บทที่ 29: จะแย่งชิงทั้งทีต้องทำลับๆ ล่อๆ งั้นเหรอ? ไม่ล่ะ! ฉันจะแย่งชิงแบบเปิดเผยนี่แหละ
บทที่ 29: จะแย่งชิงทั้งทีต้องทำลับๆ ล่อๆ งั้นเหรอ? ไม่ล่ะ! ฉันจะแย่งชิงแบบเปิดเผยนี่แหละ
บทที่ 29: จะแย่งชิงทั้งทีต้องทำลับๆ ล่อๆ งั้นเหรอ? ไม่ล่ะ! ฉันจะแย่งชิงแบบเปิดเผยนี่แหละ
​เนื้อหาของข้อมูลสปอยล์ความลับสวรรค์ที่ระบบดาวข่มพรั่งพรูหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองในรอบนี้ เรียกได้ว่ามีปริมาณมหาศาล และอัดแน่นไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแผนการร้ายของเขาในระดับทวีคูณ
​‘นี่คือกฎเกณฑ์และวิถีแห่งโชคชะตาอันแสนไร้เหตุผลของพวกยอดตัวเอกระดับ A งั้นเหรอเนี่ย? หึๆ... ช่างน่าขบขันสิ้นดี!’ ฉีหลินลอบสบถวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในใจด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
​พล็อตเรื่องมันช่างน้ำเน่าตามสูตรสำเร็จของนิยายยุคเก่าไม่มีผิดเพี้ยน ยามเมื่อนางเอกของเรื่องอย่างคุณหนูทังอินเสวียน กำลังประสบวิกฤตชีวิตต้องการเข้ารับการผ่าตัดหัวใจอย่างเร่งด่วน สวรรค์เบื้องบนก็ดันจัดฉากส่งบทประเคนให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทรวงอกระดับท็อปของประเทศ เดินทางมาประสบอุบัติเหตุรถชนพลิกคว่ำจวนเจียนจะระเบิดอยู่ตรงเบื้องหน้าสายตาของคังต๋าพอดีราวกับจับวาง!
​‘เวรเอ๊ย... พอนึกดูดีๆ แล้ว ไอ้คุณหนูคังต๋ามันแทบไม่ต้องออกแรงขยับเนื้อตัวลงไปเสี่ยงชีวิตทำอะไรเลยด้วยซ้ำไป! คนที่ลงแรงลุยไฟ ทุบกระจกหนีไฟ แบกร่างคนเจ็บฝ่ากองน้ำมันรั่วออกมาจนตัวตายรอดชีวิต... มันคือคนขับรถบอดี้การ์ดประจำตระกูลของมันต่างหาก! แต่สุดท้าย... ผลลัพธ์ความดีความชอบและแต้มวาสนาทั้งหมด กลับถูกตราหน้าประเคนให้คังต๋าได้หน้า ได้รับความรักจากสาวงาม และได้เป็นลูกเขยตระกูลมหาเศรษฐีไปครองซะงั้น ช่างเอื้อประโยชน์ให้พวกสายเลือดอภิสิทธิ์ชนเหลือเกิน!’
​ฉีหลินดิ่งลึกขบคิดวิเคราะห์ต่อ โดยไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลให้มากความ เขาก็รู้แจ้งเห็นจริงได้ทันทีว่าคนขับรถบอดี้การ์ดผู้น่าสงสารคนนั้น... ในทางระบบโชคชะตาคงมีสถานะไม่ต่างอะไรกับตัวเขาในอดีต นั่นคือเป็นได้แค่พวก ‘ตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง’ เกรด G หรือเกรด F ที่มีหน้าที่สละชีวิตเพื่อเป็นบันไดก้าวเหยียบย่ำให้พวกพระเอกระดับสูงพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดเท่านั้นเอง
​‘แต่ทว่า... ในหน้าต่างข้อมูลสปอยล์สำคัญรอบนี้ ตัวระบบกลับไม่ได้ระบุพิกัดสถานที่และจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุทางรถยนต์เอาไว้อย่างละเอียดแจ่มแจ้ง... มันบอกเพียงแค่ช่วงเวลาคร่าวๆ ว่าเป็นเส้นทางระหว่างทางนั่งรถกลับบ้านพักของคังต๋าในเย็นวันนี้เท่านั้น นั่นก็หมายความว่า... การที่ฉันคิดจะใช้แผนการเดิม ขี่รถล่วงหน้าไปนั่งกระดิกเท้าดักรอสกัดหน้าเค้กเพื่อกู้ภัยก่อนย่อมเป็นไปไม่ได้ล่ะสิ’
​‘หึ... ในเมื่อสวรรค์ไม่บอกพิกัด เห็นทีแผนการในเย็นวันนี้... ฉันคงต้องใช้วิธี ‘สะกดรอยตาม’ เกาะติดท้ายรถของคังต๋าไปเงียบๆ เพื่อรอจังหวะชิงตัดหน้าเก็บตกวาสนาชิ้นโตนี้มาเป็นของตัวเองซะแล้วล่ะ!’
​ชายหนุ่มไม่ได้ตื่นตระหนกหรือลนลานแต่อย่างใด หนทางอันยิ่งใหญ่ของวายร้ายมันต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เดินหมากอย่างเยือกเย็น ค่อยๆ ใช้ระบบดาวข่มสูบฮวบแต้มโชคชะตาและวาสนาของพวกตัวเอกระดับสูงเหล่านี้มาไว้ในกำมือทีละน้อย สักวันหนึ่ง... ตัวประกอบระดับขยะสังคมเกรด G อย่างเขา ก็จะสามารถยกระดับสายเลือดและเติบโตขึ้นกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่เหนือหัว จนทำให้มวลมนุษย์ทั้งโลกต้องแหงนหน้ามองด้วยความหวาดกลัวได้เช่นกัน!
​เมื่อปรับอารมณ์และวางแผนการในใจเสร็จสรรพ ฉีหลินก็คลี่ยิ้มบางๆ ลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อเครื่องแบบยามพลางเอ่ยปากเอ่ยลาผู้หลักผู้ใหญ่ในห้องด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “แหม... ในเมื่อท่านประธานทังซู่ได้พบเจอคนคุ้นเคยขยับเข้ามาช่วยดูแลเรื่องประสานงานต่อแล้ว... ถ้างั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยระดับล่างอย่างผม ก็คงไม่ขออยู่รบกวนเวลาเสวนาของพวกท่านแล้วล่ะครับ ขอตัวลงไปปฏิบัติหน้าที่เฝ้าประตูโรงเรียนก่อนนะครับผม”
​พิจารณาตรวจสอบจากเงื่อนไขเวลาในตอนนี้... กว่าที่คังต๋าจะเดินทางไปประสบพบเจอกับอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำของทีมงานนายแพทย์จ้าวชิงเหริน มันก็น่าจะเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนคาบบ่ายหรืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้อย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงคิดจะใช้ช่วงเวลาว่างที่เหลืออยู่นี้ เดินทางไปจัดเตรียมอุปกรณ์และวางแผนรับมือเฉพาะหน้าสักหน่อย
​เมื่อทอดสายตามองเห็นร่างสูงโปร่งของพนักงานรปภ. ฉีหลิน หมุนตัวเดินเปิดประตูเยื้องกรายออกจากห้องทำงานครูใหญ่ไป... คังต๋าที่ยืนกอดอกอยู่ตรงโถงทางเดินก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาในลำคออย่างเหยียดหยาม พลางลอบพึมพำด่าทอไล่หลังด้วยความลำพองใจ
​“ชิ...! ไอ้ขยะเอ๊ย ครั้งนี้แกมันก็แค่ไอ้ดวงซวยที่ฟลุ๊คดวงดี... ดันเดินไปเจอจังหวะที่อินเสวียนเป็นลมพอดีก็เลยได้หน้าเคลมความชอบไปซะฉิบ! ตอนนี้ในมือก็ได้รับเช็คเงินรางวัลตั้งหนึ่งแสนหยวนไปนอนกอดแล้ว... แกก็ควรจะรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว เจียมกะลาหัวต่ำต้อยของแก แล้วรีบไสหัวไปให้พ้นๆ จากสายตาของคนชั้นสูงอย่างพวกฉันได้แล้วไอ้กระจอก!”
​“เฮ้อ...ออออ”
​ทว่า... คล้อยหลังเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากที่ฉีหลินก้าวเท้าพ้นเขตห้องพักไป รอยยิ้มหวานกว้างขวางที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของประธานใหญ่ตระกูลทังอย่างทังซู่ก็พลันมลายหายไปในพริบตา ชายวัยกลางคนระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น แววตาคู่คมฉายร่องรอยของความกลัดกลุ้มใจและอ่อนล้าขั้นรุนแรงออกมาอย่างปิดไม่มิด
​คังต๋าผู้มีนิสัยเจ้าเล่ห์และชอบเอาใจผู้ใหญ่ย่อมรู้ดีว่า... วินาทีทองและโอกาสครั้งสำคัญในการเสนอหน้าแสดงฝีมือเพื่อทำคะแนนตกผู้ใหญ่มาถึงมือแล้ว! หมอนี่รีบขยับกายก้าวเท้าเข้าไปประชิด ปั้นหน้าซื่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อมทันที
​“เอ่อ... คุณลุงทังซู่ครับ? ผมขอประทานโทษด้วยนะครับ... แต่พอดีดูจากสีหน้าท่าทางระคนแววตาของคุณลุงในเวลานี้แล้ว... เหมือนภายในใจของคุณลุงกำลังมีเรื่องราวทุกข์ร้อนหรือมีปัญหาลำบากใจข้อใหญ่คั่งค้างอยู่เลยนะครับนั่น? พอจะบอกเล่าให้หลานชายคนนี้ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ได้ไหมครับ?”
​ทังซู่เงยหน้าขึ้นมองลูกชายเพื่อนสนิท ก่อนจะฝืนคลี่ยิ้มขื่นๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ “เฮ้อ... คังต๋าเอ๊ย... มันจะไปมีเรื่องอะไรที่ทำให้คนเป็นพ่ออย่างลุงต้องทุกข์ระทมใจได้ขนาดนี้... ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่อง ‘อาการป่วย’ โรคหัวใจของยัยหนูอินเสวียนล่ะลูก... จริงอยู่ ที่พวกเธอเห็นว่าตอนนี้แกเพิ่งฟื้นขึ้นมาและดูมีสภาพร่างกายปกติแข็งแรงดีเหมือนเด็กสาวทั่วไป... แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์... โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดของแกมันไม่ต่างอะไรกับ ‘ระเบิดเวลา’ เกรดดี... ที่พร้อมจะเกิดอาการบีบเค้นเฉียบพลันและคร่าชีวิตแกให้ดับดิ้นไปได้ทุกเมื่อเชื่อวันเลยนะจ๊ะ! หมอใหญ่ที่โรงพยาบาลกระซิบเตือนลุงคำขาดเลยว่า... ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งแข่งกับเวลาของมัจจุราช ต้องรีบเสาะแสวงหาตัวศัลยแพทย์มือหนึ่งที่เก่งและเชี่ยวชาญที่สุดในประเทศ... มาลงมีดผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้แกเป็นการด่วนที่สุด!”
​เมื่อได้ยินรายละเอียด คังต๋าถึงกับชะงักงันไปเล็กน้อย หมอนี่เลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยตอบด้วยท่าทีโอหังตามประสาคนร่ำรวย “โธ่... คุณลุงทังซู่ครับ เรื่องแค่นี้เองหรอกเหรอครับ? ตระกูลทังและตระกูลคังของพวกเราเงินทองทรัพย์สินก็มีมากมายมหาศาลล้นฟ้า ไม่ได้ขัดสนเรื่องค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงครับ? ในเมื่อหมอสั่งให้รีบผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้อินเสวียน... พวกเราก็แค่กวาดเงินจ้างโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ทำตามที่หมอบอกไปก็สิ้นเรื่องแล้วนี่ครับ? เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้มีอะไรให้ต้องมานั่งเครียดกังวลใจกันล่ะครับคุณลุง?”
​ทังซู่ได้ยินคำพูดไร้เดียงสาเด็กรวยของคังต๋าก็ได้แต่ยิ้มขื่นสะท้อนใจ “เฮ้อ... คังต๋าเอ๊ย เรื่องระดับชีวิตความเป็นตายของมนุษย์... มันจะไปง่ายดายและใช้เงินฟาดหัวแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องเหมือนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ยังไงกันล่ะลูก? ปัญหาใหญ่หลวงที่สุดในตอนนี้คือ... ภาพรวมอาการโรคหัวใจของอินเสวียนมันซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตคาเตียงผ่าตัดสูงมาก! และศัลยแพทย์ทรวงอกระดับท็อปเพียงคนเดียวในประเทศใบนี้... ที่ตรวจเช็กฟิล์มเอ็กซ์เรย์แล้วมี ‘ความมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์’ ว่าจะสามารถลงมีดผ่าตัดรักษาเยียวยาแกให้รอดชีวิตได้... มีเพียงแค่ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์จ้าวชิงเหรินเท่านั้นจ้ะ!”
​“แต่ปัญหาวิกฤตคือ... คิวตารางงานการผ่าตัดของศาสตราจารย์จ้าวชิงเหรินคนนี้... หล่อนยาวเหยียดและถูกจองตัวเต็มล่วงหน้าไปจนถึงครึ่งปีหลังเรียบร้อยแล้วโว้ย! และยิ่งครอบครัวเราต้องทนนั่งรอคอยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานเท่าไหร่... สภาพหัวใจของอินเสวียนก็ยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการหยุดเต้นตายเฉียบพลันมากขึ้นเท่านั้น... เจอทางตันระดับนี้เข้าไป คนขับเคลื่อนธุรกิจระดับฉัน... จะไม่ให้รู้สึกร้อนรนจนอกจะแตกตายได้ยังไงกันล่ะ?”
​พอได้รับฟังคำอธิบายแจ่มชัดเจาะลึกถึงตัวบุคคล คังต๋าก็พอจะประมวลผลเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ ทั้งหมดได้ในพริบตา
​สมองของไอ้คุณหนูเกรด A เริ่มหมุนวนหาช่องทางทำแต้ม หมอนี่ขยับรอยยิ้มมั่นใจ เงยหน้าขึ้นสบตาทังซู่แล้วเอ่ยปากเสนอตัวเสียงดังฟังชัด “โอ้...! ที่แท้ก็เรื่องคิวทองของศาสตราจารย์จ้าวชิงเหรินนี่เองหรอกเหรอครับลุงทัง! แหม... เรื่องการใช้อำนาจและเส้นสายเชิญตัวหมอใหญ่มือหนึ่งระดับประเทศคนนี้... คุณลุงปล่อยให้เป็นหน้าที่และให้หลานชายคนนี้ลองยื่นมือเข้าช่วยดูเถอะครับ! ไม่แน่ว่า... คอนเนกชันทางธุรกิจและเส้นสายบารมีของตระกูลคังของพ่อผม... อาจจะพอมีน้ำหนักมากพอที่จะโทรไปโน้มน้าวและบีบให้ศาสตราจารย์จ้าวยอมลัดคิวผ่าตัดให้อินเสวียนในสัปดาห์นี้เลยก็เป็นได้นะครับ!”
​ทังซู่ได้ยินคำอาสาอันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเด็กหนุ่มก็นัยน์ตาทอประกายความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง เขารีบพยักหน้ารับคำยิ้มๆ “โอ้...! ถ้าหากว่าหลานชายคังต๋าจะสามารถใช้เส้นสายของตระกูลคังช่วยกู้วิกฤตครั้งนี้ได้จริงๆ... ถ้างั้นลุงก็คงต้องขอรบกวนและฝากความหวังเรื่องชีวิตของอินเสวียนไว้ในมือเธอด้วยนะลูกนะ”
​ถึงแม้ว่าในแง่ของความมั่งคั่ง ทั้งสองตระกูลจะจัดว่าเป็นมหาเศรษฐีพันล้านที่มีฐานะร่ำรวยทัดเทียมกัน ทว่าในเรื่องของคอนเนกชันและ ‘เส้นสายบารมีข้าราชการวงใน’ ย่อมมีความแตกต่างและแยกย่อยไม่เหมือนกันแน่นอน ถ้าหากคังต๋าเด็กหนุ่มคนนี้สามารถใช้บารมีพ่อเชิญตัวหมอเทวดาอย่างจ้าวชิงเหรินมาลงมีดผ่าตัดกู้ชีพลูกสาวเขาได้จริงๆ ล่ะก็... มันจะยอดเยี่ยมขนาดไหนกันนะ?
​คังต๋ายกยิ้มกว้างปั้นท่าทางสุภาพเกรงใจ “โธ่... คุณลุงทังซู่เกรงใจพวกผมเกินไปแล้วครับ! ผมกับอินเสวียนพวกเราก็เล่นหัวเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังแบเบาะ เรื่องราววิกฤตชีวิตของคู่หมั้น... เอ๊ย ของเพื่อนสนิทขนาดนี้... มันย่อมเป็นหน้าที่ล้ำค่าที่คนอย่างผมสมควรต้องออกแรงยื่นมือเข้าช่วยจัดการอยู่แล้วล่ะครับลุง!”
​ทังซู่ส่งยิ้มละไมพยักหน้าและไม่ได้พูดประโยคใดๆ ตอบกลับเพิ่มเติมนอกฉาก
​ทว่าภายในใจส่วนลึกของนักธุรกิจใหญ่กลับเริ่มขบคิดวางแผนการอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว: ‘หึ... หากค่ำคืนนี้คังต๋ามันสามารถใช้คอนเนกชันเชิญตัวศาสตราจารย์จ้าวชิงเหรินมาผ่าตัดช่วยชีวิตยัยหนูอินเสวียนได้สำเร็จจริงๆ... มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่มันเป็นผู้มอบชีวิตใหม่ให้ลูกสาวฉัน... ชายหนุ่มที่มีทั้งความรับผิดชอบ อำนาจบารมี และพึ่งพาได้ในยามวิกฤตขนาดนี้... ต่อไปในวันข้างหน้า หากฉันจะตัดสินใจยกลูกสาวและฝากฝังอนาคตของอินเสวียนไว้ในอ้อมกอดของมัน... คนเป็นพ่ออย่างฉันก็คงจะนอนตายตาหลับและวางใจได้อย่างแท้จริงแล้วล่ะ!’
​เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาและโชว์พาวเวอร์ คังต๋าจัดแจงล้วงสมาร์ทโฟนราคาแพงออกมากดต่อสายตรงหา ‘คุณพ่อ’ ผู้เป็นเจ้าสัวใหญ่อสังหาริมทรัพย์ต่อหน้าต่อตาทังซู่ทันที! แถมนิสัยชอบอวดบารมียังทำให้หมอนี่จงใจเอื้อมนิ้วไปกดเปิดระบบ ‘ลำโพงส่วนกลาง’ เอาไว้เสียงดังลั่นห้องเพื่อให้ทังซู่ได้ยินบทสนทนาทุกถ้อยคำเพื่อทำคะแนน
​“ฮัลโหล... ว่าไงเจ้าลูกชาย? โทรมาหาพ่อมีธุระอะไรด่วนงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำทรงอิทธิพลของผู้เป็นพ่อดังก้องลอดสายออกมา
​คังต๋ารีบกรอกเสียงลงไปทันที “คุณพ่อครับ! พอดีตอนนี้ตระกูลทังของคุณลุงทังซู่กำลังประสบปัญหาใหญ่... ผมอยากจะรบกวนให้คุณพ่อช่วยออกหน้าใช้เส้นสายและบารมีของตระกูลคังของเรา... เดินเรื่องเชิญตัวท่านศาสตราจารย์นายแพทย์จ้าวชิงเหริน ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทรวงอกมือหนึ่งของประเทศ... ให้ช่วยสละเวลามาลงมีดผ่าตัดด่วนให้แก่อินเสวียนสัปดาห์นี้หน่อยได้ไหมครับพ่อ?”
​ปลายสายเงียบกริบไปชั่วครู่ ก่อนที่เจ้าสัวใหญ่ตระกูลคังจะเอ่ยตอบกลับมา “อืม... ศาสตราจารย์จ้าวชิงเหรินงั้นเหรอ? รายนั้นคิวทองระดับประเทศเชียวนะ... แต่เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเรื่องเดือดร้อนของครอบครัวคุณทังซู่พันธมิตรของเรา เดี๋ยวพ่อจะลองต่อสายตรงไปถามไถ่ผู้ใหญ่ในกระทรวงเพื่อเช็กเรื่องนี้ให้แล้วกันนะ รอฟังข่าว” พูดจบสายก็ตัดไป
​เวลาผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้าเกือบสิบกว่านาที... ท่ามกลางความกดดันและความหวังของคังต๋า ในที่สุดสมาร์ทโฟนก็แผดเสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง หมอนี่รีบกดรับสายเปิดลำโพงทันทีด้วยความร้อนใจ
​“คุณพ่อครับ! เป็นยังไงบ้างครับ? เส้นสายของตระกูลเราสามารถล็อกตัวศาสตราจารย์จ้าวได้วันไหนครับพ่อ?!” คังต๋าถามเสียงดังอย่างมั่นใจว่าต้องได้ข่าวดี
​ทว่า... กระแสเสียงที่ตอบกลับมาจากผู้เป็นพ่อในรอบนี้ กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ละเหี่ยใจ และไร้ซึ่งความมั่นใจเหมือนในตอนแรก “...เจ้าลูกชายเอ๊ย พ่อขอบอกตามตรงเลยนะ... งานนี้แทบจะ ‘ไม่มีหวัง’ หรือไม่มีช่องว่างให้ตระกูลเราแทรกตัวเข้าไปได้เลยโว้ย! พ่ออุตส่าห์ให้เลขาต่อสายตรงไปคุยกับทางโรงพยาบาลและคนใกล้ชิดของศาสตราจารย์จ้าวแล้ว... บ่งบอกตามตรงว่ารายชื่อผู้ป่วยระดับบิ๊กเนมที่กำลังนั่งเกาะเก้าอี้ต่อคิวรอรับการผ่าตัดกับศาสตราจารย์จ้าวอยู่ในเวลานี้น่ะ... มีแต่พวกมนุษย์ทองคำระดับ ‘คนใหญ่คนโต’ คับประเทศทั้งนั้นเลยนะโว้ย! ในบัญชีรายชื่อมีแม้กระทั่งอดีตข้าราชการระดับรัฐมนตรีระดับสูงที่เกษียณอายุราชการไปแล้วตั้งหลายท่าน!”
​เสียงถอนหายใจของพ่อคังต๋าดังครืนผ่านมาตามสาย “แกต้องเข้าใจสัจธรรมความจริงข้อนี้ซะบ้างนะคังต๋า... จริงอยู่ ที่ตระกูลคังของเราอาจจะมีทรัพย์สินเงินทองร่ำรวยมีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับเมืองหลวง... แต่ถ้าจะให้เอาบารมีพ่อค้าอย่างพวกเรา ไปนั่งเปรียบเทียบวัดระดับงัดข้อกับพวกผู้หลักผู้ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศเหล่านั้นน่ะ... หน้าตาของตระกูลคังเรามันจะไปมีน้ำหนักมากพอให้เขาเกรงใจได้ยังไงกันล่ะฮะ?! ล้มเลิกความคิดแซงคิวบ้าๆ นี่ซะเถอะ พ่อช่วยได้เท่านี้จริงๆ”
​ตึง...!
​ข่าวร้ายและคำปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยจากปลายสาย... เรียกได้ว่าทำหน้าที่ดุจดั่งพายุฝนแร้งซัดสาดเข้ากลางหน้า ดับไฟความหวังและอีโก้ของคุณหนูคังต๋าจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
​หลังจากผู้เป็นพ่อกดวางสายตัดวงจรไป บรรยากาศภายในโถงทางเดินก็ตกอยู่ในความกระอักกระอ่วน ทังซู่ฝืนปั้นรอยยิ้มขื่นๆ พลางเอ่ยปากตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ เพื่อกู้หน้าให้ “เอาน่าคังต๋า... อย่าคิดมากไปเลยลูก ผลลัพธ์และข้อมูลที่คุณพ่อเธออุตส่าห์ไปสืบหามา... มันก็ตรงล็อกเป๊ะกับข่าวสารและทางตันที่ทางฝั่งสายข่าวของลุงได้รับมาเมื่อเช้านี้ไม่มีผิดเพี้ยนเลยล่ะจ้ะ... แต่อย่างไรเสีย ลุงกับป้าก็ต้องขอขอบใจในความมีน้ำใจและความกระตือรือร้นของเธอมากๆ เลยนะลูกคังต๋า”
​แม้จะได้รับคำปลอบโยน แต่สำหรับตัวเอกเกรด A ที่มีอีโก้สูงเสียดฟ้าอย่างคังต๋า... เหตุการณ์หน้าแตกหมอไม่รับเย็บต่อหน้าผู้ใหญ่และทังอินเสวียนในครั้งนี้ มันทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้า เสียรังวัด และ ‘เสียหน้า’ อย่างรุนแรงจนบดขยี้ศักดิ์ศรีของเขาจนป่นปี้ หมอนี่หน้าดำหน้าแดงเอ่ยถามเสียงสั่น “ต... แต่คุณลุงทังซู่ครับ... ถ้าหากเชิญศาสตราจารย์จ้าวชิงเหรินไม่ได้... แล้วแนวทางการรักษาอาการโรคหัวใจของอินเสวียนหลังจากนี้ล่ะครับพวกเราจะทำยังไงดี?”
​ทังซู่ลอบถอนหายใจยาว แววตาฉายประกายความเด็ดเดี่ยวปนเสี่ยงดวง “เฮ้อ... ความจริงลุงเองก็ขบคิดวางแผนการรองรับเหตุการณ์ใน ‘แผนสำรอง’ เอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วเหมือนกันจ้ะ... ในเมื่อหมดหนทางที่จะเชิญตัวมือหนึ่งระดับประเทศ ลุงก็จำเป็นต้องสั่งการให้ทีมงานเตรียมความพร้อมห้องผ่าตัดให้อินเสวียนที่โรงพยาบาลเครือข่ายทันทีในสัปดาห์นี้... โดยทำการติดต่อเชิญตัว ‘ศัลยแพทย์ทรวงอกท่านอื่น’ ที่มีฝีมือรองลงมาให้มารับหน้าที่เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ลงมีดผ่าตัดแทนไปตามกรรมตามวาระนั่นแหละจ้ะ”
​ในยุคปัจจุบันนี้ ยิ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวล้ำนำสมัยไปมากเท่าไหร่ อัตราความเสี่ยงเฉียดความตายในห้องผ่าตัดมันก็ย่อมจะลดน้อยถอยลงไปตามกลไกสากลก็จริง... ทว่าหากหัวใจดวงน้อยของคุณหนูทังอินเสวียนไม่ได้ถูกลงมีดโดยศัลยแพทย์เทวดาอย่างจ้าวชิงเหริน อัตราความผิดพลาดเฉียดชีวิตมันก็ยังคงมีสูงอยู่ดี! ถ้าหากไม่ใช่เพราะสถานการณ์มันพุ่งชนทางตันจนมืดแปดด้านไร้ซึ่งหนทางเยียวยาจริงๆ มีหรือที่คนรักลูกสาวปานแก้วตาดวงใจอย่างทังซู่... จะยอมตัดสินใจเดิมพันชีวิตลูกกับแผนสำรองที่สุ่มเสี่ยงขนาดนี้กันเล่า!
​จนกระทั่งสิ้นเสียงระฆังยาวสัญญาณเลิกเรียนคาบเที่ยงวัน...
​ทังซู่และภรรยาไม่ได้รีบเร่งเดินทางกลับคฤหาสน์ พวกเขาจัดแจงประคองร่างบอบบางของทังอินเสวียนขึ้นรถยนต์หรู เพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปส่งตัวเข้าพักผ่อนแอดมิตเตรียมความพร้อมของร่างกายอยู่ที่ห้องพักฟื้น VIP ของโรงพยาบาลชั้นนำล่วงหน้าตามแผนการรักษา
​ส่วนตัวของคังต๋า หลังจากเคลียร์อารมณ์คับแค้นใจและสะสางเรื่องเรียนเสร็จ หมอนี่ก็ก้าวเท้าก้าวขึ้นรถยนต์ซาลูนหรู มายบัค ประจำตระกูลคังเตรียมตัวเดินทางนั่งรถกลับบ้านพักผ่อนกับเขาบ้าง
​ทว่า... วินาทีวิกฤตที่คนขับรถเริ่มเหยียบคันเร่ง เคลื่อนตัวรถมายบัคคันหรูแล่นพ้นผ่านแนวประตูทางเข้าหลักของโรงเรียนฮวาฟู่ตี้อีออกมาสู่ถนนใหญ่... สายตาคู่คมของคังต๋าที่กำลังทอดมองกระจกมองข้าง ก็พลันตรวจพบกับ ‘เหตุการณ์แปลกประหลาด’ บางอย่างเข้าอย่างจัง! และนั่นมันทำเอาผิวหน้าหล่อเหลาของเขาต้องแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจและหงุดหงิดขัดใจไม่น้อยเลยทีเดียว!
​“เฮ้ย...! นั่นมัน... ไอ้พนักงานรปภ.สารเลวที่ชื่อฉีหลินคนเมื่อเช้าไม่ใช่งั้นเหรอวะฮะ?! แล้วนั่น... มันกำลังขี่รถบ้าอะไรตามหลังรถของฉันมาน่ะ?!” คังต๋าเบิกตาโพลงตะโกนลั่นรถ
​ภาพทัศนียภาพเบื้องหลังรถมายบัคคันละหลายสิบล้านในเวลานี้... ปรากฏร่างสูงโปร่งของฉีหลินในชุดลำลองเต็มตัว ทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำขลับ กำลังนั่งคร่อมบิดคันเร่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ คันใหญ่ยักษ์สีส้มแป๋นที่ส่งเสียงท่อไอเสียคำรามลั่น “บรึ้มมม...! บรึ้มมม...!” บดขยี้ถนน ขับขี่พุ่งทะยานเกาะติดท้ายรถยนต์หรูของเขามาอย่างกระชั้นชิดในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร!
​หากเป็นตามสคริปต์และตำราหลักการทั่วไป... เวลาที่ใครสักคนคิดจะทำพฤติกรรมมิชอบ ลักลอบสะกดรอยตาม หรือสะกดรอยตามรถยนต์ของเป้าหมายเพื่อทำแผนการร้าย... คนปกติร้อยทั้งร้อยก็ย่อมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ขี่รถหลบซ่อนอยู่ตามซอกมุมถนนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวไม่ใช่หรือไงกันล่ะ?!
​ทว่า...! ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่ากฎเกณฑ์บ้าบอเหล่านั้นมันใช้ไม่ได้กับวายร้ายจอมอินดี้อย่างฉีหลินเด็ดขาด!
​ภายใต้เงื่อนไขและแต้มพลังระบบดาวข่มที่กุมอยู่ในมือ ฉีหลินนี่แหละ... สลัดความกังวลทิ้งขว้าง เลือกที่จะเปิดฉากบิดมอเตอร์ไซค์วิบากสะกดรอยตามท้ายรถของแกมันแบบ ‘เปิดเผยตรงไปตรงมาหน้าด้านๆ’ ท้าทายสายตากลางแดดจ้าแบบนี้แหละ! แถมเขายังตั้งใจที่จะขี่ตามบดขยี้กดดันประสาท ชิงช่วงชิงแต้มวาสนาและโชคลาภชิ้นโตของแกไปต่อหน้าต่อตาในขั้นตอนสุดท้ายอีกด้วย... ขืนคืนนี้เขาไม่สามารถทำแผนการร้ายปั่นประสาทตบหน้า จนทำให้ไอ้พระเอกเกรด A อย่างคังต๋าเกิดอาการกระอักเลือดตายด้วยความคับแค้นใจคาซากรถได้ล่ะก็... จอมวายร้ายอย่างฉีหลินก็คงไม่ยอมเลิกราและรามือล้มเลิกกระดานหมากนี้ง่ายๆ แน่นอน!
​“เอ่อ... คุณชายน้อยคังต๋าครับ? ดูเหมือนไอ้เด็กหนุ่มบนรถมอเตอร์ไซค์วิบากคันส้มข้างหลังนั่น... มันจะจงใจขับรถเกาะติด สะกดรอยตามหลังรถมายบัคของเรามาตั้งแต่ออกจากเขตสถาบันแล้วนะครับนั่น... เจตนามันดูไม่น่าไว้วางใจเลยครับ คุณชายน้อยต้องการจะให้ผมหักพวงมาลัยเร่งเครื่องขับรถสลัดมันทิ้งหลุดวงจรไปเลย... หรือว่าจะให้ผมเอื้อมมือไปกดโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด่วนดีครับ?”
​บอดี้การ์ดคนขับรถวัยกลางคนสบสายตามองผ่านกระจกมองหลัง สังเกตเห็นพฤติกรรมคุกคามอันแสนจะโจ่งแจ้งนั้น จึงเอ่ยปากสอบถามผู้เป็นนายเหนือหัวทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
​คังต๋าที่นั่งเอนหลังอยู่บนเบาะหนังแท้จ้องมองภาพฉีหลินผ่านกระจก ก่อนจะค่อยๆ ขยับมุมปากเผยรอยยิ้มขี้เล่นระคนดูแคลนอย่างผู้เหนือกว่าออกมาอย่างลำพองใจ
​“หึๆ... ไม่จำเป็นต้องไปขยับพวงมาลัยสลัดมันทิ้งให้เหนื่อยแรง หรือโทรแจ้งตำรวจให้มันวุ่นวายเรื่องเล็กน้อยหรอกโว้ยพี่ชาย ปล่อยมันบิดตามมาเถอะ! ความจริงฉันเองก็แอบอยากจะรู้อยู่เหมือนกันนั่นแหละ... ว่าไอ้ขยะรปภ.เดนสังคมระดับล่างอย่างมัน... ในหัวสมองทึ่มๆ ของมันกำลังขบคิดวางแผนการชั่วร้ายอะไรอยู่กันแน่? ขืนถ้ามันโง่พอ... คิดอยากจะหาทางขี่รถมาดักทำร้ายร่างกายแก้แค้นฉันเรื่องเมื่อเช้า หรือหวังจะแอบหาเรื่องสะกดรอยตามเพื่อแทรกซึมลอบเข้าคฤหาสน์ตระกูลคังของฉันล่ะก็... หึๆ ถึงตอนนั้นเมื่อรถแล่นเข้าเขตแดนของฉัน... คนที่จะต้องเจอดี ได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มและลิ้มรสชาติของนรกคือนิ้วมือของตัวมันเองนั่นแหละ!”
​ในความคิดของคังต๋า... ถนนหลวงสาธารณะออกจะกว้างขวางทอดยาวขนาดนี้ ต่อให้โทรแจ้งตำรวจตอนนี้กับข้อหาแค่มีคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลัง หรือคิดจะเร่งเครื่องมายบัคสลัดหนีระบบเครื่องยนต์วิบากในซอยแคบมันก็ไม่มีประโยชน์อันใด สู้เขาทำตัวเป็นผู้ล่า ปล่อยสายเบ็ดให้ยาวเพื่อตกปลาตัวใหญ่ ลากไอ้ขยะฉีหลินมาบดขยี้ให้จมเขี้ยวในอาณาเขตบ้านตัวเองจะสะใจกว่าเป็นไหนๆ!
​ทว่า... สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายและสติปัญญาของคุณหนูคังต๋าไปไกลลิบก็คือ... ภายในหัวสมองของฉีหลินในเวลานี้... ชายหนุ่มไม่ได้มีความคิดขยะๆ หรือมีความคิดที่จะลงมือทำร้ายร่างกาย ทะเลาะวิวาทไร้สาระกับแกเลยแม้แต่เซนติเมตรเดียวเด็ดขาดโว้ย!
​และเป็นเพราะ ‘ความหยิ่งทะนงตนในเกรดพลังบวกความลังเล’ ในการสั่งสลัดรถของคังต๋าในวินาทีนี้เอง... ที่กำลังจะส่งผลกระทบดั่งเอฟเฟกต์ผีเสื้อขยับปีก... บีบคั้นสั่งการทำให้เขา... ต้องสูญเสียแต้มบุญวาสนาและ ‘หนึ่งในโอกาสครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต’ ที่สวรรค์อุตส่าห์คัดสรรประเคนมาให้... หลุดลอยหายวับไปจากมือกำมือ ก้าวเข้าสู่ถุงย่ามของจอมวายร้ายฉีหลินอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้อีกตลอดกาลนาน!!