- หน้าแรก
- ตัวร้ายยิ่งลูกดกยิ่งโชคดี เหล่านางเอกดวงตั้งครรภ์ทะลุหลอด
- บทที่ 27: พลิกกลับมาเป็นต่อ เฉินตงซีรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากินขี้!
บทที่ 27: พลิกกลับมาเป็นต่อ เฉินตงซีรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากินขี้!
บทที่ 27: พลิกกลับมาเป็นต่อ เฉินตงซีรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากินขี้!
บทที่ 27: พลิกกลับมาเป็นต่อ เฉินตงซีรู้สึกแย่ยิ่งกว่ากินขี้!
​【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! คุณสามารถทำลาย ‘การเดตและแผนสานสัมพันธ์’ ระหว่างพระเอกเฉินตงซีกับแสงจันทร์ขาวเซียวเถียนได้สำเร็จลุล่วง! รางวัลตอบแทนที่ได้รับ: หีบสมบัติทองคำระดับสูง 1 ใบ และ ค่าโชคชะตา 10 แต้ม!】
​【ติ๊ง! ขอแจ้งเตือนความสำเร็จระดับพิเศษ! เนื่องจากโฮสต์สามารถช่วงชิง ‘จูบแรกอันบริสุทธิ์’ ของนางเอกเซียวเถียนมาครอบครองได้สำเร็จ ส่งผลให้ปราการความหยิ่งยโสในใจของเธอถูกสั่นคลอนอย่างหนัก... ได้รับค่าทำลายการป้องกัน (Defense Break Value) +10 แต้ม!】
​【สถานะสะสมปัจจุบัน: เซียวเถียน - ค่าทำลายการป้องกัน 10 / 100】
​【หน้าต่างสถานะโฮสต์ได้รับการอัปเดต...】
โฮสต์: ฉีหลิน
ระดับตัวเอก: G (ตัวประกอบชั้นต่ำ)
ค่าประสบการณ์อัปเกรด: 30 / 100
ค่าโชคลาภ (Luck): 7 | ค่าเสน่ห์ (Charm): 9 | ค่าอำนาจบารมี (Authority): 6 | ค่าความมั่งคั่ง (Wealth): 9
​ในขณะที่เฉินตงซี (เฉินตง) กำลังเดินนำหน้ากระแทกส้นเท้าด้วยความโกรธแค้น เตรียมจะลากคอศัตรูคู่อาฆาตอย่างฉีหลินไปเผชิญหน้าพิพากษาชะตากรรมที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน...
​ทว่าทางด้านตัวร้ายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตอย่างฉีหลิน กลับเดินผิวปากตามมาอย่างอารมณ์ดีไร้ความกดดันใดๆ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พักผ่อนระหว่างทาง ไขว่ห้างกระดิกเท้าอย่างสบายใจเฉิบ ปิดเปลือกตาลงเพื่อกดยืนยันรับผลกำไรและรางวัลตอบแทนอันหอมหวานจากการเดตสวมรอยกับเซียวเถียนในค่ำคืนนี้
​“อืม... ค่าประสบการณ์อัปเลเวลในระบบเพิ่มพูนมาแตะถึง 30 แต้มแล้วรวดเร็วขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย? ชักน่าสนใจแล้วสิ... ถ้าหากฉันสามารถสะสมแต้มก้าวข้ามขีดจำกัดจากตัวประกอบระดับ G อัปเกรดขึ้นไปเป็น ‘ตัวเอกระดับ F’ ได้สำเร็จล่ะก็... ถึงตอนนั้นค่าสถานะพื้นฐานโดยรวมของฉันก็คงจะพุ่งพรวดทะยานขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยสินะ?” ฉีหลินลอบประเมินผลในใจอย่างคาดหวัง
​นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาตื่นรู้และได้รับข้อมูลจาก ‘ระบบดาวข่มตัวเอก’ ว่า... บนโลกใบนี้มีมาตรวัดระดับออร่าสูงสุดของเหล่าตัวเอกที่ถูกจัดสรรไว้ที่ระดับ SSS (Super Special Stage) เป้าหมายอันสูงสุดในชีวิตใหม่ของฉีหลินก็ถูกตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องก้าวเหยียบย่ำทะยานขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดระดับ SSS นั้นให้จงได้!
​เขาก็แค่อยากจะลองลิ้มรสชาติและสัมผัสความรู้สึกของการได้ขึ้นไปยืนหยัดอยู่บน ‘จุดสูงสุดแห่งห่วงโซ่อาหารของหมู่มวลมนุษยชาติ’ ดูบ้าง... อยากจะรู้ว่าความรู้สึกของการเป็นผู้บัญชาการกุมชะตาโลกใบนี้ และมีอำนาจบารมีมากพอที่จะทำให้แกนโลกและทุกคนต้องหมุนรอบตัวเขามันจะฟินสลบและทรงพลังขนาดไหนกันแน่!
​แต่โบราณว่าไว้... ข้าวก็ต้องค่อยๆ ตักกินไปทีละคำ หนทางอันยาวไกลก็ต้องค่อยๆ ก้าวเดินไปให้มั่นคงทีละก้าว
​ในเมื่อปัจจุบันนี้ ศัตรูตรงหน้าและบรรดาตัวเอกระดับ A ที่ขวางทางเขายังเคลียร์บิลจัดการรวบหัวรวบหางได้ไม่เบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็อย่าเพิ่งใจร้อนคิดมโนฝันเฟื่องทะลุมิติไปไกลถึงเรื่องระดับ SSS ในอนาคตเลยจะดีกว่า โฟกัสกับการตบหน้าไอ้ครูจอมเก๊กตรงหน้านี้ก่อนเป็นดีที่สุด
​‘ระบบ... ทำการเปิดใช้งานหีบสมบัติทองคำระดับสูงใบใหม่เดี๋ยวนี้!’
​เมื่อดึงสติกลับมาจดจ่อสู่ความเป็นจริง ฉีหลินก็ตัดสินใจส่งกระแสจิตออกคำสั่งระบบ เพื่อจะลุ้นดูว่ารางวัลตอบแทนโบนัสจากหีบสมบัติทองคำชั้นดีในครั้งนี้ มันจะดรอปของวิเศษหรือทักษะแปลกประหลาดอะไรมาให้เขาได้ใช้งานต่อ
​【ระบบ: กำลังดำเนินการเปิดหีบสมบัติทองคำระดับสูง... ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! คุณได้รับสุดยอดทักษะทางกายภาพ: ‘ความเร็วระดับ ยูเซน โบลต์’!】
​เมื่อได้ยินชื่อของรางวัลชิ้นนี้ ฉีหลินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง
​บนโลกใบนี้... คงไม่มีมนุษย์เดินดินคนไหนที่ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ ยูเซน โบลต์ หรอกมั้ง? ชายผู้ครองสถิติและได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มนุษย์ผู้ที่วิ่งก้าวเท้าได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โลก’ ผู้บดขยี้สถิติโอลิมปิกจนราบคาบ!
​ไม่ว่าจะมองย้อนกลับไปในอดีต พิจารณาโลกปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งคาดเดาวิวัฒนาการในอนาคตอันใกล้... มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีมนุษย์หรือสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์แห่งวงการกีฬากรีฑาคนไหน สามารถก้าวข้ามและทำลายขีดจำกัดความเร็วของชายคนนี้ลงได้อีก!
​สำหรับของรางวัลอัปเกรดพรรค์นี้ ฉีหลินไม่ได้มีความรู้สึกโลภมากหรือผิดหวังเลยแม้แต่น้อย สำหรับตัวร้ายอย่างเขา ตราบใดที่ทักษะเหล่านั้นมันมี ‘ประโยชน์และคุณค่า’ ต่อการเอาชีวิตรอดของตัวเอง เขาก็พร้อมอ้าแขนรับโอบกอดมันไว้ทั้งหมดอย่างไม่เกี่ยงงอน
​ยังไงซะตัวระบบมันก็บ้าคลั่ง มอบหมายสารพัดภารกิจสุดป่วนมาให้เขาแก้ปัญหาทำแต้มรายวันอยู่แล้ว ยังจะต้องมานั่งกังวลกลัวว่าจะได้ของรางวัลหรือทักษะไม่พอยาไส้อีกหรือไงกัน?
​“อืม... ก็ถือว่าเป็นทักษะที่เจ๋งและไม่เลวเลยทีเดียวนะ อย่างน้อยๆ ในวันข้างหน้า... เวลาที่ฉันบุกเข้าไปก่อคดี แล้วดันดวงซวยโดนพวกพระเอกตัวผู้มันจับได้คาหนังคาเขาว่าฉันกำลังนอนกลิ้งเกลือกซุกไซ้อยู่บนเตียงกับเมียรักของพวกมัน... ฉันก็จะได้ใช้ความเร็วระดับโบลต์ เผ่นแน่บใส่เกียร์หมาหนีเอาตัวรอดได้เร็วและพลิ้วพอจนพวกมันวิ่งไล่ตามกระทืบหลังไม่ทันแน่ๆ ฮ่าๆๆ!”
​ฉีหลินหลุดหัวเราะเยาะเย้ยชะตากรรมของตัวเองในอนาคตเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
​เพิ่งจะสำรวจและหลอมรวมของรางวัลทางกายภาพเข้าสู่กล้ามเนื้อเสร็จสรรพ...
​“ตึก... ตึก... ตึก...”
​โสตประสาทของฉีหลินก็ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำรองเท้าหนังกระทบพื้นดังกึกกักแว่วดังใกล้เข้ามา เขาหันขวับไปมอง ก็เห็นร่างของเฉินตงซีกำลังยืนกอดอกกอดสมุดรายงาน มองตรงมาที่เขาอยู่หน้าประตูทางเดินห้องพักรปภ. ด้วยแววตาที่หยิ่งยโสและแฝงไปด้วยความเย้ยหยันของผู้กำชัยชนะ
​“นี่แกมัวแต่นั่งบิดขี้เกียจฝันกลางวันอะไรอยู่ฮะไอ้ฉีหลิน? ลุกขึ้นแล้วรีบเดินตามฉันไปที่ห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการซุนหยวนเดี๋ยวนี้เลย! ฉันเคยเอ่ยปากเตือนแกเอาไว้แล้วใช่ไหมว่า... คนที่มีพฤติกรรมต่ำทรามอย่างแกน่ะ ทำงานเป็นยามที่นี่ได้ไม่ยืดหรอก! และคนอย่างฉันเฉินตงซี ก็เป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น ทำจริงเชือดจริงเสมอ!”
​ฉีหลินหรี่นัยน์ตาอันคมกริบลงเล็กน้อย ภายในใจของยอดตัวร้ายคาดเดาสถานการณ์และหมากกระดานนี้ไว้ทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
​‘เดาว่าไอ้ครูขี้เก๊กหมอนี่... มันคงจะเอาเรื่องที่ฉันไม่ได้ยืนเฝ้าป้อมยามอู้งานเมื่อช่วงเช้า (เพราะปลอมตัวพากิ๊กมันไปเดต) รีบวิ่งไปป่าวประกาศและชิงฟ้องท่านผู้อำนวยการโรงเรียนมาเรียบร้อยแล้วล่ะสิ?’
​“หึ... จะยังไงก็ช่างหัวมันเถอะน่า ต่อให้โดนไล่ออกจริงๆ ฉันก็ไม่แคร์หรอกนะ... ถึงยังไงซะอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยเฝ้าประตูนี่ มันก็ไม่ใช่งานและเป้าหมายที่คนอย่างฉันคิดจะทำต๊อกต๋อยไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว ในเมื่อฉันมี ‘ระบบดาวข่มตัวเอก’ อยู่ในกำมือ... โลกใบนี้มันออกจะกว้างใหญ่ไพศาลอุดมไปด้วยตัวเอกให้ช่วงชิงตั้งมากมาย มีแผ่นดินหรือสถานที่ตรงไหนบ้างล่ะที่ท่านผู้นี้จะหยัดยืนและเหยียบย่ำขึ้นไปไม่ได้?”
​ทว่า... แม้จะเตรียมใจเผื่อความพินาศไว้บ้าง แต่ฉีหลินก็ไม่ได้คิดหรือกังวลเลยว่า ผู้อำนวยการสูงสุดผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของฮวาฟู่ตี้อี จะบ้าจี้เซ็นคำสั่ง ‘ไล่เขาออก’ ตามคำยุยงของเฉินตงซีง่ายๆ จริงๆ หรอกนะ
​‘คิดดูให้ดีสิ... ถึงยังไงป่านนี้ ครอบครัวมหาเศรษฐีผู้ปกครองของคุณหนูทังอินเสวียนคนนั้นก็น่าจะทราบเรื่องวีรกรรมที่ฉันลงมือทำ CPR ช่วยชีวิตและต่อลมหายใจให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาจากปากหมอเรียบร้อยแล้วใช่ไหมล่ะ? ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องชื่อเสียงหรือเกียรติยศอะไรให้มันวุ่นวายเลย... ลำพังแค่ ‘เงินรางวัลตอบแทนสินน้ำใจหนึ่งแสนหยวน’ ที่ครอบครัวนั้นสัญญาไว้... ตัวร้ายหน้าเงินอย่างฉันก็ต้องใช้โอกาสนี้คว้ามันมาครองให้จงได้!’
​ฉีหลินยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองปอยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ แล้วเอ่ยสวนกลับเฉินตงซีด้วยใบหน้ากวนประสาท “แหม... คุณครูครับ โรงเรียนนี้มันไม่ได้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวหรือมีโฉนดสลักชื่อครอบครัวของแกสักหน่อย... แกมีสิทธิ์อะไรมาอ้าปากสั่งบอกให้ฉันไป แล้วฉันก็ต้องทำตัวเชื่องๆ เดินตามหลังแกไปต้อยๆ งั้นเหรอฮะ? ไม่แน่นะ... ที่ท่านผู้อำนวยการเรียกตัวผมไปพบด่วนขนาดนี้... ท่านอาจจะกำลังนั่งนับแบงก์เตรียม ‘เงินโบนัสก้อนโต’ ตกรางวัลให้ผมอยู่ก็เป็นได้นะคร้าบ!”
​ราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันระดับโลกหลุดออกจากปากคนบ้า เฉินตงซีถึงกับทนไม่ไหว อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างดูถูกดูแคลน “ฮ่าๆๆ! ไอ้คนเพ้อเจ้อ! แกก็กลับไปนอนหลับแล้วฝันกลางวันของแกต่อไปเถอะนะไอ้ฉีหลิน! พนักงานที่ทำตัวเหลวไหลไร้สาระ แถมยังหน้าด้านอู้งานหายหัวไปทุกวี่ทุกวัน เป็นยิ่งกว่าขยะและแกะดำของสังคมสถาบันแบบแกเนี่ยนะ... ถ้าท่านผู้อำนวยการตาบอดเซ็นอนุมัติเงินโบนัสให้แกจริงๆ ล่ะก็... วันนี้ก็คงมีผีหลอกกลางวันแสกๆ แล้วโว้ย!”
​ตลอดระยะทางที่เดินขึ้นบันไดไปยังอาคารบริหาร ทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยปากพูดจาเสวนาอะไรกันอีก บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตและการจับจ้องประหัตประหารกัน
​จนกระทั่งก้าวเท้าเดินมาถึงหน้าห้องทำงานอันโอ่อ่าของผู้อำนวยการโรงเรียน
​“ท่านผู้อำนวยการซุนครับ! ผมไปลากคอ... เอ๊ย ผมพาตัวหมอนี่มาเผชิญหน้าแล้วครับ! ท่านลองเอ่ยปากซักถามข้อเท็จจริงกับเขากันดูเอาเองต่อหน้าผมเถอะครับ ว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานี้เขาได้แอบอู้งานละทิ้งป้อมยามไปจริงหรือไม่! บริเวณหน้าประตูและในโรงเรียนของเรามีระบบกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกซอกทุกมุม ต่อให้เขาคิดจะเล่นลิ้นโกหกปลิ้นปล้อน ก็สามารถสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูภาพย้อนหลังเพื่อเป็นหลักฐานมัดตัวได้ทันทีครับ!”
​เฉินตงซีผลักประตูเข้าไป ชี้หน้าด่าฉีหลินฉอดๆ พลางเอ่ยฟ้องขึ้นด้วยน้ำเสียงขึงขังของผู้กุมชัยชนะ
​ผู้อำนวยการซุนหยวนวางปากกาลง เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร ก่อนจะกวาดสายตาอันเฉียบคมและทรงภูมิปัญญามองสำรวจรูปลักษณ์ของพนักงานรปภ. นามว่า ‘ฉีหลิน’ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
​ในทางหลักจิตวิทยาและสังคมวิทยานั้น... ความรู้สึกและความประทับใจแรกพบ ที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีต่ออีกคนหนึ่ง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่สถานะหรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่สายตาเรามองเห็นในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ทว่ามันยังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของ ‘ข้อมูลและถ้อยคำชื่นชม’ ที่บุคคลที่สามพูดถึงคนๆ นั้นล่วงหน้าเอาไว้ด้วย!
​และเนื่องจากในเวลานี้ ภายในโสตประสาทของซุนหยวนยังคงเต็มไปด้วยถ้อยคำยกย่อง สรรเสริญ และคำชมเชยระดับวีรบุรุษที่ท่านประธานมหาเศรษฐีทังซู่เพิ่งจะพ่นฝังหัวเอาไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน... เมื่อมองผ่านฟิลเตอร์อคติ ซุนหยวนจึงรู้สึกว่าบุคลิกภาพของพ่อหนุ่มฉีหลินคนนี้ ช่างดูเป็นคนที่มีชีวิตชีวา หน้าตาหล่อเหลาดูซื่อสัตย์สุจริต และแววตาเปี่ยมไปด้วยพลังความมุ่งมั่นของชายหนุ่มผู้อุทิศตนเพื่อสังคมจริงๆ ช่างแตกต่างจากข้อกล่าวหาของเฉินตงซีลิบลับ!
​ซุนหยวนเผยรอยยิ้มอบอุ่นและเป็นกันเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะผายมือชี้ไปที่ชุดโซฟาหนังรับแขกตัวหรู ท่ามกลางสายตาอันเบิกกว้างและเหลือเชื่อของเฉินตงซีที่ยืนอยู่ข้างๆ
​“โอ้... มาแล้วหรือพ่อหนุ่มฉีหลิน? มาๆ ไม่ต้องยืนเกร็งหรือทำตัวเกรงใจไปหรอกนะ เชิญเดินเข้ามานั่งพักเหนื่อยบนโซฟานี่ก่อนสิลูก”
​และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ผู้อำนวยการใหญ่ก็หันขวับไปออกคำสั่งกับเลขานุการสาวที่ยืนสแตนด์บายอยู่หน้าประตูห้อง “นี่คุณผู้ช่วยเสี่ยวจาง... รบกวนคุณช่วยเดินไปชง ‘ชาหลงจิ่งชั้นเลิศ’ มาเสิร์ฟต้อนรับพ่อหนุ่มฉีหลินให้ผมหน่อยสิ เอากาพิเศษนะ!”
​แม้ว่าเฉินตงซีจะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์และไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดคัดค้านออกมา ทว่าเมื่อเห็นภาพการต้อนรับระดับ VIP ตรงหน้า... ดวงตาของเขาก็ถึงกับเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ภายในใจของครูหนุ่มก่นด่าสถานการณ์อย่างบ้าคลั่งไร้สติ
​‘ไอ้ฉิบหาย...! ท่านผู้อำนวยการซุนหยวนผู้เถรตรงท่านเสียสติหรือกินยาลืมเขย่าขวดไปแล้วหรือไงวะฮะ?! ไอ้รปภ.กระจอกหมอนี่มันกำลังตกเป็นผู้ต้องหาละทิ้งหน้าที่และกำลังจะโดนไล่ออกอยู่รอมร่อแล้วนะโว้ย! แล้วท่านจะไปทำตัวเกรงอกเกรงใจ ต้อนรับขับสู้สั่งเสิร์ฟชาชั้นเลิศประคบประหงมมันทำซากอะไรวะเนี่ย!!’
​แต่ในทางตรงกันข้าม... ตัวร้ายที่มีเนตรโชคชะตาอย่างฉีหลิน กลับเป็นผู้เดียวที่สามารถอ่านเกมและเข้าใจสถานการณ์กระดานนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งแจ่มแจ้งที่สุด
​มุมปากของยามหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังนุ่มๆ
​ชายหนุ่มคิดวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว ‘หึๆ... ดูจากออร่าและท่าทีต้อนรับขับสู้ที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวแบบนี้... แสดงว่าท่านผู้อำนวยการคงจะได้รับรู้เรื่องราวความดีความชอบที่ฉันทุ่มเททำ CPR ช่วยชีวิตลูกสาวมหาเศรษฐีทังอินเสวียนเอาไว้แล้วล่ะสิ? ไม่อย่างนั้น... ท่าทีและสายตาที่คนระดับผู้บริหารสูงสุดมีต่อรปภ.ระดับล่างอย่างฉัน คงไม่มีทางนุ่มนวลและดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนี้หรอก... งานนี้มีคนเตรียมหน้าแตกหมอไม่รับเย็บแน่ๆ!’
​“เอาล่ะฉีหลิน... เมื่อกี้คุณครูเฉินตงซีเขามารายงานและตั้งข้อกล่าวหาว่า เธอมีพฤติกรรมหลบอู้โดดงานละทิ้งป้อมยามไปตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ยาวมาจนถึงสายโด่ง... ฉันขอถามตามตรงนะ มันมีเรื่องราวการละเมิดวินัยแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือเปล?”
​อันที่จริง... ตามประวัติการทำงาน ผู้อำนวยการซุนหยวนเป็นผู้บริหารที่ค่อนข้างตงฉินและเข้มงวดกับกฎระเบียบมาก ทว่าในครั้งนี้ ขณะที่เอ่ยปากซักถาม น้ำเสียงของเขากลับฟังดูสดใส เป็นกันเอง และไร้ซึ่งแรงกดดันอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
​สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องนี้... ฉีหลินผู้มีมันสมองเจ้าเล่ห์ย่อมได้ตระเตรียม ‘คำตอบและข้อแก้ตัว’ อันแสนสมบูรณ์แบบเอาไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว ชายหนุ่มวางถ้วยชาลง ก่อนจะตีหน้าซื่อตาใสอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
​“โธ่... ท่านผู้อำนวยการครับ ผมจะกล้าทิ้งหน้าที่ไปเฉยๆ ได้ยังไงกันล่ะครับ! เรื่องของเรื่องก็คือ... เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่ผมกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีสุภาพสตรีสวยๆ คนหนึ่งแต่งตัวดูมีภูมิฐาน เดินมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าประตูโรงเรียน พอผมเข้าไปสอบถาม เธอก็บอกว่าต้องการขออนุญาตเข้ามาพบและติดต่อธุระกับ ‘คุณครูเฉินตงซี’ (เฉินตง) เป็นการด่วนครับ... แต่พอผมถามถึงสถานะความสัมพันธ์ว่าเธอเป็นใครและมีธุระอะไร เธอกลับอ้างตัวและประกาศหน้าตาเฉยเลยว่า... เธอคือ ‘แฟนสาวคนรัก’ (เซียวเถียน) ของคุณครูเฉินตงซีครับ! ท่านผู้อำนวยการครับ... นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือเรื่องเล็กๆ สำหรับเกียรติยศของครูเลยใช่ไหมล่ะครับ?”
​ฉีหลินหยุดเว้นจังหวะสบตาผู้อำนวยการ ก่อนจะร่ายยาวฉอดๆ ต่อไป “ก็ในสังคมโรงเรียนฮวาฟู่ตี้อีแห่งนี้... มีบุคลากรหรือภารโรงคนไหนบ้างล่ะครับที่จะไม่รู้ว่า คุณครูเฉินตงซีแกแต่งงานมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนแล้ว! แถมภรรยาตามกฎหมายของแกก็คือ ‘คุณครูหวังอวิ้นจือ’ ครูสอนภาษาอังกฤษคนสวยที่นั่งทำงานอยู่ตึกเดียวกันนี่เอง! วินาทีแรกที่ผมได้ยินผู้หญิงคนนั้นอ้างตัวว่าเป็นแฟนของคุณครู... สัญชาตญาณความปลอดภัยของผมก็ทำงานและรู้สึกได้ทันทีเลยว่า ผู้หญิงคนนี้หล่อนต้องมีปัญหาทางจิตวิปลาสหรือเป็นพวก ‘เมียน้อยโรคจิต’ ที่กะจะมาบุกอาละวาดทวงสิทธิ์แน่ๆ ครับ!”
​“ด้วยความหวังดี... ผมก็เลยไม่กล้ากดปุ่มเปิดประตูปล่อยให้เธอเดินเข้ามาสร้างความอื้อฉาวในเขตโรงเรียนครับ... และด้วยความที่ผมก็กลัวว่าถ้าหากปล่อยเธอไว้ หล่อนจะเดินเพ่นพ่านตะโกนด่าทอไปทั่วจนทำให้ชื่อเสียงของคุณครูเฉินและโรงเรียนเราต้องมัวหมอง... ผมก็เลยต้องยอมเสียสละเวลาพัก อาสาทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบ เดินประกบพาตัวเธอไปส่งกลับถึงบ้านพักเพื่อสงบสติอารมณ์ไงล่ะครับผู้อำนวยการ!”
​คำอธิบายและข้อแก้ตัวอันแสนลื่นไหลระดับรางวัลออสการ์ประโยคนี้... ทำเอาหัวใจของเฉินตงซีที่ยืนฟังอยู่ถึงกับกระตุกวูบ หน้าซีดเผือดลงราวกับกระดาษทันที!
​เขามั่นใจและฟันธงอย่างถึงที่สุดแล้วว่า... ไอ้ระยำฉีหลินหน้าเหม็นคนนี้ มันจะต้องได้เผชิญหน้า พูดคุย และพาตัว ‘เซียวเถียน’ แสงจันทร์ขาวของเขาหลบฉากหนีไปแล้วอย่างแน่นอนตามที่มันพล่าม!
​ในเวลานี้ ผู้อำนวยการซุนหยวนทำท่าทีเอามือลูบคางครุ่นคิดตามหลักเหตุและผลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับตวัดสายตาอันเฉียบขาดไปปรายตามองจับผิดเฉินตงซีที่ยืนเหงื่อตกอยู่ข้างๆ
​“คุณครูเฉินตง... สิ่งที่พนักงานรปภ.ฉีหลินรายงานมาทั้งหมดนี้ มันมีมูลความเป็นจริงหรือเปล่าครับ? เมื่อเช้านี้... มีผู้หญิงปริศนามาอ้างตัวว่าเป็นแฟนและมาตามหาคุณถึงหน้าโรงเรียนจริงๆ งั้นเหรอ? คุณเป็นถึงครูนะ... คุณก็รู้อยู่แก่ใจดีนี่นาว่า ทางคณะกรรมการบอร์ดบริหารของโรงเรียนเราให้ความสำคัญและซีเรียสกับ ‘ภาพลักษณ์และชื่อเสียงทางจริยธรรม’ ของครูบาอาจารย์มากแค่ไหน... สำหรับบุคลากรคนใดที่บังอาจมีพฤติกรรมเสื่อมเสียเรื่อง ‘ชู้สาว’ นอกใจภรรยา หรือสร้างปัญหาครอบครัวในเขตสถานศึกษา... ทางโรงเรียนของเรามีบทลงโทษทางวินัยขั้นไล่ออกที่รุนแรงมากนะคุณรู้ใช่ไหม?!”
​เจอข้อหาฉกรรจ์เรื่องชู้สาวและภัยคุกคามทางอาชีพกระแทกแสกหน้าเข้าไป... เฉินตงซีก็ตกใจกลัวจนขาสั่น หมอนี่รีบละล่ำละลักอ้าปากปฏิเสธเสียงหลงทันควันเพื่อเอาตัวรอด!
​“ม... ไม่จริงครับท่านผู้อำนวยการซุน! ผมขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาครับ! สังคมและเครือข่ายคนรู้จักของผมทั้งหมดก็จำกัดวงวนเวียนอยู่แต่ในโรงเรียนแห่งนี้นี่แหละครับ! แถม... แถมผมยังเพิ่งจะจดทะเบียนแต่งงานกับคุณครูหวังอวิ้นจือไปหมาดๆ ด้วย... ผมรักภรรยาผมมาก ผมจะมีปัญญาไปหา ‘แฟนสาวลับๆ’ หรือเมียน้อยโรคจิตอะไรที่ไหนมาตามรังควานได้ล่ะครับ! ไอ้รปภ.นี่มันกุเรื่องโกหกใส่ร้ายผมชัดๆ ครับ!”
​ซุนหยวนรับฟังคำแก้ตัวของเฉินตงซีแล้วพยักหน้าช้าๆ อย่างมีนัยยะ
​“อืม... ผมก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า สิ่งที่คุณพ่นแก้ตัวออกมามันจะเป็นความจริงตามนั้นทุกประการ... เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่คุณว่ามาว่าคุณไม่ได้มีเมียน้อย... เช่นนั้นแล้ว เหตุผลและข้ออ้างเรื่องที่ฉีหลินทิ้งป้อมยาม ‘อู้งาน’ ไปก็ถือว่าไม่มีอยู่จริงและถูกปัดตกไปโดยปริยาย! เพราะการที่รปภ.อย่างเขาตัดสินใจเฉียบขาด ไม่ยอมกดปุ่มปล่อยให้ผู้หญิงโรคจิตหรือมิจฉาชีพคนนั้นเข้ามาในเขตความปลอดภัยของโรงเรียน... มันก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่และตัดสินใจที่ ‘ถูกต้องและสมควรที่สุด’ แล้วล่ะครับ!”
​“คุณลองคิดตามดูสิครูเฉิน... ขืนฉีหลินสะเพร่าปล่อยให้สุภาพสตรีสติไม่ดีท่านนั้นเดินเข้ามาสร้างความวุ่นวาย ตบตี หรือตะโกนด่าทอเรื่องชู้สาวของคุณถึงในอาคารเรียน... มันย่อมส่งผลเสียร้ายแรงและทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของคุณและของโรงเรียนเราป่นปี้หมดใช่ไหมล่ะครับ?”
​ซุนหยวนยิ้มกว้างหันมามองฉีหลินด้วยความชื่นชม “ดังนั้น... การที่เขาเสียสละเวลาเดินไปส่งอีกฝ่ายกลับบ้านอย่างปลอดภัย เพื่อระงับเหตุล่วงหน้า... มันก็ถือเป็นการกระทำที่มีไหวพริบและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างยิ่ง! พฤติกรรมที่กล้าตัดสินใจเพื่อปกป้องครูเช่นนี้... มันไม่เพียงแต่ไม่ควรจะถูกตั้งข้อหาหรือถูกลงโทษตำหนิติเตียนเท่านั้น แต่มันกลับสมควรได้รับการ ‘ยกย่องและมอบรางวัลชมเชย’ เป็นพนักงานดีเด่นด้วยซ้ำไป!”
​ท่านผู้อำนวยการหันขวับกลับมาต้อนเฉินตงซีให้จนมุม “สำหรับประเด็นสรุปข้อนี้... ในเมื่อคุณยืนยันว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เมียน้อยของคุณ... คุณก็คง ‘ไม่มีความคิดเห็นคัดค้าน’ หรือมีข้อโต้แย้งเป็นอื่นใดอีกแล้วใช่ไหมครับคุณครูเฉินตง?!”
​ในตอนนี้...
​สีหน้าของเฉินตงซีนั้นมืดมนและบิดเบี้ยวไปด้วยความอึดอัดคับข้องใจขั้นสุดยอด ราวกับคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และรู้สึกแย่ยิ่งกว่าโดนจับยัดให้กินขี้หมาสดๆ เสียอีก!
​ขืนหมอนี่อ้าปากเถียงหัวชนฝาตอบไปว่า ‘ไม่เห็นด้วย’... หากผู้อำนวยการซุนเกิดสงสัยและสั่งตั้งคณะกรรมการขุดคุ้ยสืบสวนลึกประเด็นเรื่องผู้หญิงหน้าประตู (เซียวเถียน) ขึ้นมาจริงๆ แล้วบานปลายไปถึงขั้นขอดูกล้องวงจรปิดไล่ไทม์ไลน์... ความลับเรื่องที่เขากับเซียวเถียนแอบลักลอบติดต่อกันลับหลังภรรยาคงได้แตกกระจาย และเขาคงต้องรับผลกรรมทางวินัย (โดนไล่ออกเพราะชู้สาว) ที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่ๆ!
​แต่ในทางกลับกัน... ถ้าหากหมอนี่จำใจต้องกัดฟันตอบยอมรับว่า ‘เห็นด้วยกับครูใหญ่’... จุดประสงค์หลักในตอนแรกที่วางแผนจะมาเล่นงาน ‘ไล่ฉีหลินออก’ โทษฐานอู้งาน... มันก็ไม่เพียงแต่จะไม่เป็นผลสำเร็จเท่านั้น... แต่ตัวเขาเองยังต้องมากลายเป็นคนหน้าแตก โดนตบหน้าหงาย และต้องกลืนเลือดที่ตัวเองพ่นออกมาแปดเปื้อนมลทินเสียเองอีกด้วย!
​‘ไอ้ระยำฉีหลิน...! คราวนี้แกทำแสบมากนะโว้ย...!’ พระเอกระดับ A ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นในใจอย่างเจ็บปวด!