- หน้าแรก
- ตัวร้ายยิ่งลูกดกยิ่งโชคดี เหล่านางเอกดวงตั้งครรภ์ทะลุหลอด
- บทที่ 19: ทะลวงสายฟ้า ค่าความแตกร้าว +50
บทที่ 19: ทะลวงสายฟ้า ค่าความแตกร้าว +50
บทที่ 19: ทะลวงสายฟ้า ค่าความแตกร้าว +50
บทที่ 19: ทะลวงสายฟ้า ค่าความแตกร้าว +50
​จะให้เธอกดรับสายโทรศัพท์ในสภาพรนรานตอนนี้ได้อย่างไร?
​ถังอวี่เปากวาดสายตามองไปรอบๆ โซนระเบียงซักล้างด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ในเวลานี้พื้นที่รอบเครื่องซักผ้ายังคงรกเละเทะกระจัดกระจายไปด้วยคราบน้ำและเศษผ้า ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อตัวของเธอเองก็เพิ่งผ่านศึกหนักจากการถูกไอ้คนเจ้าเล่ห์อย่างฉีหลินฉวยโอกาสล่วงเกินลักลอบพาออกมาจากถังซักอย่างเร่าร้อน ร่างกายอวบอิ่มยังคงเหนียวเหนอะหนะและยังไม่ได้ผ่านการอาบน้ำชำระล้างร่างกายเลยแม้แต่น้อย
​หลิวหงอี้สามีของเธอนั้นเป็นคนขี้ระแวงและฉลาดแกมโกงปานนั้น หากเขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องแล้วได้กลิ่นบุหรี่จางๆ หรือสังเกตเห็นความผิดปกติบนเนื้อตัวและแววตาที่ตื่นตระหนกของเธอ... มีหวังความลับสีเทาในคืนนี้คงได้แตกกระจายและกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตแน่!
​เมื่อคิดสะระตะได้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา ถังอวี่เปาก็สูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมก้อนสะอื้นในลำคอ เธอพยายามบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้ราบเรียบ สงบ และดูเป็นปกติที่สุด ก่อนจะกรอกเสียงลงไปในสาย “อ๋อ... ที่รักคะ พอดีฉันกำลังอาบน้ำอยู่เลยค้างน่ะค่ะ คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงเราเวลาอาบน้ำขัดตัวมันยุ่งยากและเสียเวลาขนาดไหน เอาเป็นว่าคุณลงจากรถตี้ตี้แล้ว ก็เดินไขกุญแจขึ้นมาบนห้องเองแล้วกันนะจ๊ะ”
​หลิวหงอี้ที่กำลังเมามายได้ที่ไม่ได้มีความระแวงสงสัยในน้ำเสียงของภรรยาเลยแม้แต่น้อย พอได้ยินว่าถังอวี่เปากำลังอาบน้ำชำระร่างกาย ประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์จากงานเลี้ยงสันทนาการที่เพิ่งดื่มมาอย่างหนัก มันก็ส่งผลให้ร่างกายท่อนล่างของเขาเริ่มร้อนรุ่มและเกิดความต้องการทางเพศขึ้นมาทันที หมอนี่หัวเราะหึๆ ในสายพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหื่นกระหายและมีเลศนัย
​“หรอกเหรอจ๊ะ? ไม่มารับก็ไม่เป็นไรจ้ะคนดี... งั้นที่รักอาบน้ำรอผมบนเตียงนอนเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวผมจะรีบวิ่งขึ้นตึกไปอาบน้ำชำระร่างกายเหมือนกัน... อ้อ วันก่อนคุณเพิ่งจะบ่นกับผมไม่ใช่เหรอว่าคุณแม่เริ่มบ่นอยากจะอุ้มหลานไวๆ แล้วน่ะ? ผมว่าความพร้อมของร่างกายผมในคืนนี้... แผนการปั๊มลูกของเราต้องประสบความสำเร็จแน่ๆ เตรียมตัวไว้เลยนะจ๊ะเมียจ๋า!”
​ถังอวี่เปาหน้าถอดสีทันที: “......”
​หลังจากวางสาย สมาร์ทโฟนในมือแทบจะร่วงหลุดจากปลายนิ้วอันสั่นเทา เธอรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในห้องน้ำ ล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา ทันทีที่สายน้ำอุ่นจากฝักบัวรดรัดลงบนร่างกายอวบอิ่มสะพรั่ง ถังอวี่เปาก็พลันตระหนักถึงปัญหาระดับชาติและวิกฤตชีวิตข้อใหญ่ขึ้นมาได้ในพริบตา!
​เพราะเมื่อครู่นี้... ในระหว่างที่เธอกำลังตื่นตระหนกตกใจเรื่องติดแหง็กอยู่ในเครื่องซักผ้า และถูกฉีหลินรุกคืบโจมตีอย่างดุดันป่าเถื่อน ทั้งคู่ไม่ได้มีการป้องกันใดๆ เลยแม้แต่น้อย!
​แถมในช่วงเวลาวิกฤตสุดท้าย จู่ๆ เสียงสายเรียกเข้าจากหลิวหงอี้ก็ดันโทรแทรกเข้ามาขัดจังหวะพายุอารมณ์เสียก่อน มันจึงส่งผลให้สติของเธอเตลิด และทุกสิ่งทุกอย่าง... ทุกหยาดหยดแห่งความปรารถนาของยามหนุ่มฉีหลิน จึงถูกร่างกายของเธอดูดซับกักเก็บเข้าไปภายในจนหมดสิ้นอย่างไร้ทางเลี่ยง!
​“ซวยแล้ว... ซวยแน่ๆ ยัยอวี่เปาเอ๊ย! ถ้าหาก... ถ้าหากเกิดพลาดท่าตั้งท้องลูกของฉีหลินขึ้นมาตอนนี้ ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย!?”
​ถังอวี่เปาแทบจะร้องไห้โฮออกมาภายใต้สายน้ำระเบิดอารมณ์ ความเครียดแล่นพล่านจนสมองแทบระเบิด แต่ในยามที่ภัยความมั่นคงในชีวิตคู่กำลังมาเยือน สิ่งที่ต้องเผชิญเธอก็ต้องยอมรับและรีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้เร็วที่สุด เธอใช้สบู่เหลวชโลมขัดถูร่างกายทุกซอกทุกมุมซ้ำๆ จนผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นสีแดงก่ำเพื่อลบกลิ่นกายของชายอื่นออกไปให้หมดสิ้น จากนั้นก็รีบเช็ดตัวและเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้ามัสลินเนื้อหนามิดชิด
​เมื่อก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ ถังอวี่เปาก็สวมวิญญาณยอดนักสืบ จัดการทำความสะอาดเก็บกวาดหลักฐานภายในห้องพัก 201 จนสะอาดหมดจด ตรงจุดไหนบนระเบียงซักล้างที่คาดว่าจะมีคราบน้ำเจิ่งนอง หรือตรงไหนบนเฟอร์นิเจอร์ที่มีรอยนิ้วมือหนาของฉีหลินหลงเหลืออยู่ เธอจัดการใช้ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อลบทำลายซากออกจนเกลี้ยงเกลาไม่เหลือร่องรอย
​แม้กระทั่งกล่องอาหารใส่ ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง’ ชามนั้นที่ฉีหลินอุตส่าห์หอบหิ้วมาประเคนให้เพื่อเป็นตั๋วเปิดทาง เธอก็รีบเปิดฝาโกยเนื้อหมูทั้งหมดเททิ้งลงในโถชักโครกแล้วกดน้ำแรงๆ ส่งมันลงท่อระบายน้ำทิ้งไปอย่างไม่ใยดีเพื่อตัดวงจรหลักฐานทั้งหมด
​ยี่สิบนาทีต่อมา...
​เสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหลิวหงอี้ สามีตัวจริงของเธอที่เดินโซเซเข้ามาในห้องพักด้วยสภาพคนเมามาย
​“เอิ๊ก... ที่รักจ๋า! งานเลี้ยงสันทนาการต้อนรับบอร์ดบริหารวันนี้มันทำเอาผมเหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยเนี่ย... มาๆ ขยับเข้ามาให้ผมกอดให้หายเหนื่อยหน่อยเร็วเข้าเมียจ๋า” หลิวหงอี้พ่นลมหายใจกลิ่นเหล้า พุ่งตัวเข้ามาหมายจะกอดถังอวี่เปาทันทีตามความต้องการทางเพศที่คั่งค้าง
​ทว่า... ในทางจิตวิทยาของมนุษย์เรานั้น สิ่งที่น่ากลัวและโหดร้ายที่สุดก็คือ ‘การเปรียบเทียบ’
​แม้ว่าฉีหลินจะเป็นเพียงชายหนุ่มที่สวมเครื่องแบบยามและถูกระบบตราหน้าว่าเป็นเพียงขยะสังคมระดับ G ทว่าเขากลับเป็นคนที่ดูแลสรีระร่างกาย มีระเบียบวินัย และรักความสะอาดสะอ้านเป็นอย่างยิ่ง บนเนื้อตัวของเขาในยามที่แนบชิดมักจะมีกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของสบู่ก้อนและไออุ่นของวัยหนุ่มโชยออกมาเสมอ
​แต่ทว่าตัดภาพมาที่หลิวหงอี้ สามีตามกฎหมายของเธอในเวลานี้ล่ะ?
​อย่าว่าแต่กลิ่นเหล้าขาวราคาถูกที่โชยคละคลุ้งออกมาจากทุกรูขุมขนบนเนื้อตัวของเขาเลย แม้กระทั่งภายในโพรงปากยามที่เขาเอ่ยปากพูด... มันยังมีกลิ่นเขม่าควันบุหรี่เกรดต่ำอบอวลติดมาด้วยอย่างน่ารังเกียจ ถังอวี่เปาได้กลิ่นขยะเหล่านั้นระเบิดสัมผัสเข้าจมูกเพียงแวบเดียว เธอก็เกิดอาการพะอืดพะอม คลื่นไส้ และอยากจะอาเจียนออกมาทันทีด้วยความรังเกียจอย่างรุนแรง
​“อุ๊ย... อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้ฉันสิคะหงอี้! ฉันเพิ่งจะอาบน้ำขัดตัวเสร็จมาหมาดๆ เองนะ บนเนื้อตัวของคุณในตอนนี้มีแต่กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่เหม็นอับคลุ้งไปหมด... คุณอยากจะแกล้งให้ฉันต้องเสียเวลาเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำใหม่อีกรอบหรือไงกันคะ?” ถังอวี่เปารีบเบี่ยงกายหลบรัศมีวงแขนของสามีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสดงน้ำเสียงระคนท่าทางรังเกียจออกมาอย่างปิดไม่มิด
​หลิวหงอี้เองก็หาข้ออ้างมาเถียงหักล้างไม่ได้ เขาทำได้เพียงยกมือขึ้นถูไปมาพลางหัวเราะแหะๆ แก้เก้อ “เออ... จริงด้วยเนอะ งั้น... งั้นเดี๋ยวผมขอตัวรีบวิ่งไปอาบน้ำล้างคราบเหล้าในห้องน้ำแป๊บนึงนะจ๊ะที่รัก คุณรีบกลับเข้าห้องนอนไปนอนถ่างขา... เอ๊ย นอนรอผมบนเตียงเลยนะจ๊ะ!”
​พูดจบ ชายหนุ่มข้าราชการก็หันหลังเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป
​ถังอวี่เปามองตามแผ่นหลังที่ไร้เสน่ห์ของสามีตนเองไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอมทุกข์และกลัดกลุ้มใจขั้นรุนแรง
​เรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นในคืนนี้พระเจ้าก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอฝ่ายเดียว และเธอก็ไม่ได้มีความคิดอยากจะเป็นผู้หญิงหลายใจนอกกายสามีเลยสักนิด ทว่า... หากคืนนี้ปล่อยเลยตามเลย ยอมปล่อยให้หลิวหงอี้เข้ามามีอะไรด้วยตามความต้องการของเขา... ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากเกิดกรณีอสุจิของชายสองคนเข้าไปปฏิสนธิพร้อมกัน มันจะไม่เกิดภาวะมหัศจรรย์ได้ลูกแฝดแต่คนละพ่อขึ้นมาหรอกหรือไงกันล่ะ?!
​พอจินตนาการถึงสถานการณ์อันน่ากลัวและอัปยศอดสูขนาดนั้น ร่างกายของถังอวี่เปาก็สั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
​“ไม่ได้...! เด็ดขาดเลย! คืนนี้ห้ามปล่อยให้หลิวหงอี้เอามือมาแตะต้องเนื้อตัวหรือขยับเข้าใกล้ร่างกายของฉันเด็ดขาด! ก่อนที่จะแน่ใจและซื้อที่ตรวจครรภ์มาเช็กว่าท้องหรือไม่... ฉันต้องรักษาเส้นตายและปราการด่านสุดท้ายนี้ไว้ให้มั่นคงที่สุด!”
​“ต-แต่ว่า... มันจะไปมีวิธีไหนกันล่ะ ที่จะทำให้คนเมาหื่นกระหายแบบเขา... ยอมนอนหลับนิ่งเป็นเป่าสากโดยไม่หันมารุกรานเนื้อตัวของฉันในคืนนี้?”
​ในระหว่างที่สมองกำลังหมุนวนหาทางรอดอย่างลนลาน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่... ดวงตากลมโตของถังอวี่เปาก็ทอดมองไปยังกล่องยาสามัญประจำบ้านที่ตั้งอยู่บนตู้กระจก
​และภายในกล่องพลาสติกใสนั้น... มันมีกล่องยานอนหลับชนิดรุนแรงกล่องใหม่เอี่ยมตั้งวางอยู่พอดี...
​【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! คุณสามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ ‘ถังอวี่เปา’ ในเหตุการณ์เครื่องซักผ้าพังสำเร็จลุล่วง! รางวัลตอบแทนที่ได้รับ: หีบสมบัติทองคำ 1 กล่อง และ ค่าโชคชะตา 10 แต้ม!】
​【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีระดับสูงสุด! โฮสต์สามารถทำคะแนนสตรีค ‘ตีโฮมรัน’ พิชิตนางเอกถังอวี่เปาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก!... ส่งผลให้ค่าความแตกร้าว ของถังอวี่เปาต่อสามีพุ่งทะยานทะลุฟ้า +50 แต้มทันที!】
​【สถานะสะสมปัจจุบัน: ถังอวี่เปา - ค่าความแตกร้าว 50 / 100】
​ฉีหลินที่เพิ่งจะก้าวเท้าพ้นประตูอาคารตึก 7 ของแฟลตข้าราชการออกมาสู่อากาศยามค่ำคืนอันเย็นยะเยือก พลันได้รับข้อความเสียงแจ้งเตือนการอัปเดตรางวัลจากระบบดังรัวขึ้นมาในโสตประสาทอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงระฆังฉลองชัยชนะ
​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อความแจ้งเตือนความสำเร็จในประโยคสุดท้าย... มันทำเอาตัวร้ายหนุ่มอย่างฉีหลินถึงกับต้องแอบเดาะลิ้นเบาๆ ด้วยความสะใจและพึงพอใจอย่างที่สุด
​“จุ๊ๆๆ... อานุภาพของการ ‘ตีโฮมรัน’ จัดหนักเข้าถึงแกนกลางนี่มันทรงพลังสมคำร่ำลือจริงๆ แฮะ แค่ครั้งเดียวซัดแต้มค่าความแตกร้าวของยัยหน้าเด็กถังอวี่เปาพุ่งพรวดไปตั้ง 50 แต้ม! เรียกได้ว่าทำลายกำแพงความภักดีในชีวิตคู่ของหล่อนไปได้ครึ่งทางแล้วเชียว อีกนิดเดียวก็สามารถทะลวงและเคลมสิทธิ์ขาดในตัวเธอมาเป็นของฉันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะสิเนี่ย”
​“หึๆ... หวังว่าหลังจากนี้ระบบดาวข่มจะช่วยประทานสร้างเครื่องหมายอัศเจรีย์ภารกิจบนหัวของถังอวี่เปาหรือไอ้หัวหน้าแผนกอวดดีหลิวหงอี้เพิ่มขึ้นมาอีกในเร็ววันนี้นะ จะได้จัดการเช็คบิลเรื่องนี้ให้จบๆ ไป... พี่สาวข้างบ้านคนนี้นอกจากหุ่นจะสะบึมระเบิดวินาศสันตะโรแล้ว เนื้อตัวยังนุ่มนิ่ม หอมกรุ่นแป้งเด็ก แถมเวลางอนง้อก็น่ารักน่ารังแกฉิบหาย... ถ้าหากได้จัดโปรแกรม ‘ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า’ สเปเชียลแบบนี้สักวันละรอบ... ชีวิตยามค่ำคืนของฉันคงจะมีความสุขและฟินสลบไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะ”
​มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มร้ายกาจขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ฉีหลินขยับลูกกระเดือกออกคำสั่งระบบในใจทันที ‘ระบบ... ทำการเปิดใช้งานหีบสมบัติทองคำใบใหม่ที่เพิ่งได้มาเดี๋ยวนี้!’
​【ระบบ: กำลังดำเนินการเปิดหีบสมบัติระดับทองคำ... ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! คุณได้รับสิทธิ์ครอบครองฉายาลับ: ‘ปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมระดับโลก’ ส่งผลให้โฮสต์ได้รับมวลความรู้ ข้อมูล คลังสมอง และศาสตร์แห่งบทกวี วรรณกรรมระดับตำนานของโลกทุกชิ้นหลอมรวมเข้าสู่ระบบประสาทโดยสมบูรณ์!】
​เมื่อได้ยินเนื้อหารายละเอียดของรางวัลอัปเกรดในครั้งนี้ ฉีหลินถึงกับต้องทำหน้าเบ้และนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งด้วยความงุนงง
​“เดี๋ยวนะระบบ... แกเพี้ยนหรือเปล่าเนี่ย? ปัจจุบันอาชีพหลักของฉันมันคือพนักงานรักษาความปลอดภัย... เป็นแค่ยามเฝ้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายนะโว้ย! แล้วแกจะประทานฉายาปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมระดับโลกนี่มาให้ฉันทำซากอะไรฮะ? จะให้ฉันถือกระบองยางเดินไปท่องบทกวีโชว์ภูมิความรู้สรุปวิเคราะห์บทเรียนให้พวกเด็กนักเรียนหรือคณาจารย์ในโรงเรียนฟังหรือไง?”
​นี่มันไม่ใช่มุกตลกขบขันระดับชาติหรอกเหรอ?
​ในความเป็นจริงของสังคม ชนชั้นและ ‘สถานะ’ ของบุคคลจะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดและขอบเขตในการอวดอ้างศักยภาพของตัวเองเสมอ คนอื่นเขารับรู้กันทั่วโรงเรียนว่าสถานะของเขาคือยามกระจอกชั้นต่ำ ขืนวันดีคืนดีเขาดันพุ่งตัวเข้าไปจับกลุ่มยืนวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของเชกสเปียร์ , วรรณกรรมเฒ่าทะเล , หรือวิเคราะห์โครงสร้างตัวละครท่านเคานต์แห่งมอนเตคริสโต พ่นบทกวีสายลม แสงแดด และดวงดาวออกมาเต็มปาก... สังคมรอบข้างและพวกอาจารย์อีโก้สูงเหล่านั้น แทนที่จะเลื่อมใส พวกเขาคงจะหันมามองว่าไอ้ยามคนนี้มันเป็นคนสติฟั่นเฟือนหรือไอ้โง่ที่หลงตัวเองมากกว่าน่ะสิ!
​【ระบบขอตอบโฮสต์: โปรดวางใจและอย่าได้ประเมินค่าของรางวัลต่ำเกินไป ทุกสรรพสิ่งและทักษะที่ระบบคัดสรรมามอบให้ล้วนมีประโยชน์เกื้อหนุนต่อแผนการแย่งชิงวาสนาในอนาคตทั้งสิ้น โปรดเรียกใช้งานและเสพสุขกับความรู้ได้อย่างสบายใจ】
​“เออๆ... เอาที่แกสบายใจเลยแล้วกันในเมื่อแกกล้ารับประกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าไอ้ความรู้ปรมาจารย์วรรณกรรมนี่จะมีประโยชน์ในการตบหน้าพวกตัวเอกในภายภาคหน้า... ฉันที่เป็นโฮสต์ก็คงไม่มีอะไรจะไปคัดค้านได้ล่ะนะ”
​ฉีหลินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มปั่นจักรยานอ้อมกลับมาจอดที่ใต้ตึก 7 อีกครั้ง “ว่าแต่... เมื่อกี้ฉันมุดหัวสิงสถิตซ่อมเครื่องซักผ้าอยู่ห้องถังอวี่เปาตั้งนานสองนานขนาดนั้น... พอกลับเข้าห้องไป คุณแม่กานหลานกับยัยแม่มดเซี่ยหร่วนคงจะไม่ตั้งป้อมสงสัยจับผิดพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ของฉันหรอกใช่ไหมนะ?”
​ยามหนุ่มรำพึงในใจขณะก้าวเท้าขึ้นบันไดชั้นสองมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง 202 ก่อนจะล้วงหยิบกุญแจออกมาไขเปิดประตูเข้าไป
​และภาพเบื้องหน้าก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด...
​แสงไฟนีออนในห้องนั่งเล่นอันคับแคบยังคงเปิดสว่างโล่ และวินาทีที่บานประตูถูกเปิดออก ร่างของมนุษย์ผู้หญิงสองคนรวมถึงชายวัยกลางคน (พ่อของเขาที่เพิ่งเลิกงาน) รวมทั้งหมดสามชีวิตที่นั่งล้อมวงกันอยู่ ก็พลันหันตวัดสายตามามองตรงมาที่ร่างของเขาเป็นตาเดียวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดระคนจับผิด
​“ฮะๆ... แหม ทุกคนในบ้านยังไม่เข้านอนกันอีกเหรอครับเนี่ย? บรรยากาศอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวนะครับ” ฉีหลินแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ตีเนียนส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจทักทายกลบเกลื่อนพายุ
เซี่ยหร่วนยัยพี่สาวตัวแสบพ่นลมหายใจออกทางจมูก เธอลุกขึ้นยืนกอดอกจ้องหน้าฉีหลินตาเขม็งพลางแค่นเสียงประชด “หึ... ไอ้ฉีหลิน ตีเนียนหน้าตายต่อไปเถอะนะยะ! ไหนแกช่วยอ้าปากอธิบายมาซิ... แค่แม่ใช้ให้แกถือขวดลงไปซื้อซีอิ๊วขาวใต้ตึกห้านาที แต่แกกลับหายหัวไปคลุกตัวแฝงกายอยู่ห้องสาวอวบฝั่งตรงข้ามตั้งนานสองนานเกือบชั่วโมงเต็มๆ แบบนั้น... แกเข้าไปทำเรื่องบัดสีอะไรมาฮะ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
​กานหลานมารดาของเขาก็ขยับตัวร่วมวงพูดด้วยน้ำเสียงเปรี้ยวปะแล่มแบบแฝงความตักเตือน “เออ... หร่วนหร่วนพูดก็มีเหตุผลนะเสี่ยวหลิน อย่าไปซี้ซั้วหาว่าเขาเป็นสาวโสดสิ สามีตัวเป็นๆ ของเขาก็ทำงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกับพ่อแกนะ... แต่เสี่ยวหลินเอ๊ย ไม่ใช่ว่าแม่จะเข้าข้างน้องหรือจะมาคอยจับผิดลูกหรอกนะ แต่หนูถังอวี่เปาน่ะเขาเป็นผู้หญิงที่มีสามีแต่งงานมีเหย้ามีเรือนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังไงลูกที่เป็นชายโสดก็ไม่ควรจะแฝงตัวเข้าไปอยู่ในห้องพักของคนอื่นตอนสามีเขาไม่อยู่นานสองนานขนาดนั้นนะมันดูไม่ดีและส่อเจตนาชู้สาวชวนให้ชาวบ้านนินทาเอาได้!”
เซี่ยหร่วนได้ทีรีบโวยวายสมทบเสริมทันควัน “ช่ายเลยค่ะน้าหลาน! แหม... ไอ้ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ เลยในเมืองนี้มันหมดสิ้นผู้หญิงวัยเดียวกันที่ยังโสดสนิทแล้วหรือไงกันนะ? เจ้าลูกชายตัวดีของน้าถึงได้ชอบทำตัวรสนิยมต่ำ ต่ำต้อยคอยจ้องจะไปเล็งไปเคลมภรรยาชาวบ้านเขาแบบนี้... นี่แกไม่กลัวโดนหัวหน้าแผนกหลิวหงอี้เขาแห่กองทัพพวกพ้องข้าราชการมาพังประตูหาเรื่องตบหัวแกถึงที่บ้านหรือไงกันฮะไอ้ฉีหลิน!”
​ฉีหลิน: “......” (เอิ่ม... ยัยพวกนี้เซนส์แรงชะมัด!)