- หน้าแรก
- หายนะสิ้นโลก ผมอัพเกรดหลุมหลบภัยไร้จำกัด
- บทที่ 33 อัปเกรดหลุมหลบภัย สั่งทำแบบแปลน!
บทที่ 33 อัปเกรดหลุมหลบภัย สั่งทำแบบแปลน!
บทที่ 33 อัปเกรดหลุมหลบภัย สั่งทำแบบแปลน!
บทที่ 33 อัปเกรดหลุมหลบภัย สั่งทำแบบแปลน!
ทรัพยากรที่ดรอปจากแกนกลางของหวงเปียว มีมากกว่าคนอื่นอีกสามคนอย่างเห็นได้ชัด
มันแทบจะถมพื้นที่สิบตารางเมตรที่ขยายเพิ่มขึ้นมาจนมิด
เมื่อกวาดสายตาดู ซูหมัวก็เหลือบไปเห็นบิสกิตถุงใหญ่หนักถึงห้าหกกิโลกรัมสามถุง
บิสกิตดูคล้ายกับบิสกิตแบบชั่งกิโลขายในซูเปอร์มาร์เก็ต หลังจากหยิบมากินชิ้นหนึ่ง ซูหมัวก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ รสชาติไม่ต่างจากบิสกิตแบบซองเท่าไหร่
ด้วยฟังก์ชันแช่เย็นของช่องเก็บของ สิ่งของที่ใส่เข้าไปจะอยู่ในสภาพคงเดิมประหนึ่งทฤษฎีแมวของชเรอดิงเงอร์* มันจะปรากฏคุณสมบัติจริงก็ต่อเมื่อซูหมัวสังเกตมันเท่านั้น
เขารวบรวมถุงบิสกิตเข้าด้วยกันแล้วจัดเก็บให้เรียบร้อย
ซูหมัวยังเห็นถังขนาดใหญ่สองถังวางอยู่ในมุมห้องด้วย
เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ซูหมัวก็ยิ้มแก้มปริ
นี่มันช่างประจวบเหมาะจริงๆ หวงเปียวได้รับเครื่องปั่นไฟมาพร้อมกับน้ำมันดีเซลถังใหญ่ขนาด 200 ลิตรถึงสองถัง
"ตอนแรกนึกว่าต้องหาวิธีทำไบโอดีเซลซะแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น!"
ไบโอดีเซลที่ทำเองอาจทำให้เครื่องปั่นไฟภายในชำรุดเสียหายได้ง่าย แม้ว่าจะมีระบบ คอยใช้คะแนนการเอาชีวิตรอดซ่อมแซมก็เถอะ
แต่การมีน้ำมันดีเซลแท้มาช่วยให้ผ่านพ้นช่วงแรกที่ยากลำบากไปได้ ในอนาคตก็คงหาแลกน้ำมันดีเซลเพิ่มได้ไม่ยาก!
เขาใช้เวลาสองชั่วโมงในการจัดระเบียบสิ่งของ หลังจากนำของที่ไม่ได้ใช้ออกไปขุดหลุมถมดินข้างนอกเสร็จ ซูหมัวก็เปิดช่องแชท ค้นหาบัญชีของคนตายที่โปรไฟล์เป็นสีเทาเพื่อส่งข้อความบันทึกรายการ:
"เครื่องปั่นไฟ 1 เครื่อง, น้ำมันดีเซล 200 ลิตร"
"บิสกิต 6 กิโลกรัม, ขนมปัง 2 กิโลกรัม, น้ำดื่มที่ยังไม่ได้เปิดขวด 2.5 ลิตร, เนื้ออบแห้ง 800 กรัม, นมสดรสจืด 7 กล่อง, ไส้กรอกข้าวโพด 3 แท่ง, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย, น้ำอัดลมเป๊ปซี่ 2 ขวด, มันฝรั่งทอดเลย์ 2 ซอง"
"เกลือหนึ่งถุงที่เปิดใช้แล้ว (ยืนยันว่าไม่มีพิษ), น้ำมันพริกถุงเล็กที่ยังไม่ได้เปิดใช้"
"ไฟฉายแบบชาร์จไฟได้ 1 อัน (แบตเตอรี่เต็ม), กระบองหนามที่เทอะทะมาก 1 อัน, รองเท้ากีฬาที่ยังไม่เคยใส่ 1 คู่ (ขนาด 43)"
"ไม้ 15 หน่วย, เส้นใยพืช 19 หน่วย, หิน 30 หน่วย, เหล็กแท่ง 3 หน่วย, ทองแดงแท่ง 1 หน่วย"
"และแผนที่ที่ดูเหมือนจะวาดภูมิประเทศรอบๆ ไว้ 1 แผ่น (สำคัญ)"
หลังจากจดบันทึกรายการทรัพยากรทั้งหมดเสร็จสิ้น เพียงแค่ดูข้อมูลที่แสดงอยู่ตรงหน้า ซูหมัวก็รู้สึกมีความสุขมาก
แน่นอนว่าในช่วงเวลาเช่นนี้ ซูหมัวก็ไม่ลังเลที่จะแบ่งปันความสุข เขานำไส้กรอกข้าวโพดสองแท่งออกมาจากกองเสบียง กัดคำโตเคี้ยวไปแท่งหนึ่ง อีกแท่งโยนให้โอรีโอ้ที่กำลังน้ำลายสออยู่ข้างๆ
"ให้ตายเถอะ ตอนนี้เลี้ยงแกซะดิบดี วันหน้าต้องหาคืนกลับมาให้ฉันเป็นเท่าตัวนะ!"
โอรีโอ้ที่กินจนปากมันแผล่บ ก็ไม่ลืมที่จะเห่าตอบรับอย่างร่าเริงสองที
กินอิ่มแล้วก็มีแรงทำงาน ซูหมัวอารมณ์ดีอย่างมาก เขาเรียกแผงควบคุมเกมขึ้นมา เพื่อดูวิธีอัปเกรดหลุมหลบภัย!
การดูดซับแกนกลางฐานที่มั่นที่เสียหายสี่ชิ้น ได้กระตุ้นระบบการอัปเกรด
หลุมหลบภัยที่เคยไม่มีการแสดงระดับก่อนหน้านี้ บัดนี้ได้แสดงระดับปัจจุบันออกมารวดเดียว
【หลุมหลบภัยส่วนตัว】
ระดับ: lv1
คำอธิบาย: หลุมหลบภัยที่ประกอบด้วยหินทั้งหมด มีความแข็งแกร่งอย่างมาก มีความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการป้องกันความชื้นและรักษาความอบอุ่น
พื้นที่: 140 ตารางเมตร (ความสูง 4.2 เมตร)
ความสมบูรณ์: 100%
สิ่งอำนวยความสะดวก: เตาเหล็ก, เตียง, แปลงปลูกผักขนาดใหญ่, เครื่องดึงน้ำบาดาลพลังไซออนิก, โต๊ะอาหาร....
สิทธิ์ที่มีในปัจจุบัน: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลุมหลบภัย, สร้างกำแพงกั้นโดยอัตโนมัติ (หนึ่งครั้ง โปรดปรับแต่งด้วยความระมัดระวัง)
"ถึงกับสร้างกำแพงกั้นได้แล้ว นี่แหละคือหลุมหลบภัย นี่แหละคือการใช้ชีวิต!"
เมื่อมองดูคำแนะนำบนแผงควบคุมเกม ดวงตาของซูหมัวก็เปล่งประกาย
หลุมหลบภัยที่กว้างขวางในตอนนี้ยังคงเป็นห้องโถงโล่งขนาดใหญ่ พอเดินเข้ามา สิ่งแรกที่เห็นคือมุมมืดที่แสงแดดส่องไม่ถึง
กลางวันยังพอว่า แต่พอตกกลางคืนมันทำให้คนเสียวสันหลังวาบทีเดียว
ม้าไม่กินหญ้ากลางคืนย่อมไม่อ้วนพี คนไม่ได้รับโชคลาภย่อมไม่มั่งมี!
แค่จัดการพวกโจรไปรอบเดียวก็ได้รับผลตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ ซูหมัวถึงกับอยากเปิดไลฟ์สดดึงดูดความสนใจจากพวกโจรโฉด เพื่อเรียกให้พวกมันมาส่งทรัพยากรเพิ่มอีกสักรอบ
"ระดับหนึ่งสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้แค่ครั้งเดียว ต้องวางแผนอย่างระมัดระวังหน่อย"
ซูหมัวมองไปที่การวางแผนบนแผงควบคุม
เขานึกสั่งการ หน้าจอโปรแกรมก็แสดงกรอบสี่เหลี่ยมขึ้นมากรอบหนึ่ง
ในกรอบนั้น คือภาพจำลอง 3 มิติของที่หลบภัยในตอนนี้ ตั้งแต่พื้นไปจนถึงผนังหิน รวมถึงทิศทางซ้ายขวาบนล่าง ล้วนระบุไว้อย่างครบถ้วน
ซูหมัวกวาดสายตาดูฟังก์ชันทั้งหมดรอบหนึ่ง ปิดหน้าจอ แล้วเปิดหน้าจอแชท
หลังผ่านการต่อสู้ในคืนนี้ สำหรับคนอื่นภายนอก ซูหมัวได้สลัดความลังเลใจทิ้งไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
เมื่อมาอยู่ในวันสิ้นโลก ในสถานที่ที่ไร้ระเบียบเช่นนี้ ยิ่งคิดจะหลีกหนีเรื่องวุ่นวาย ก็ยิ่งรังแต่จะทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก
การปิดกั้นตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบโดยคิดว่าหลุมหลบภัยเป็นเกาะร้างท่ามกลางมหาสมุทร ย่อมเป็นวิธีการที่โง่เขลาที่สุดไม่ต้องสงสัย
ความรู้มีก่อนหลัง ความชำนาญเฉพาะทางมีต่างกัน
รูปแบบสถาปัตยกรรมและการจัดวางโครงสร้างโดยรวมของหลุมหลบภัยหัวเซี่ยเมื่อตอนกลางวันนั้น ช่างชาญฉลาดและลงตัวอย่างยิ่ง คาดว่าต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยออกแบบอยู่เบื้องหลังแน่นอน
สำหรับงานออกแบบเฉพาะทางแบบนี้ ซูหมัวตัดสินใจจ้างออกแบบ เพื่อใช้พื้นที่ในหลุมหลบภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อุตส่าห์มีโอกาสปรับเปลี่ยนโครงสร้างสักครั้ง สำหรับโครงสร้างหลุมหลบภัยที่มีอยู่ในตอนนี้ ซูหมัวไม่พึงพอใจอย่างมาก แต่เขากลับไม่มีความรู้พอที่จะลงมือเอง
อย่างแรกคือตรงปากทางเข้าประตูใหญ่ เป็นขั้นบันไดดินยาวๆ
บันไดแบบนี้ยามปกติก็ยังพอว่า แต่หากศัตรูพังประตูใหญ่เข้ามาได้ พอบุกเข้ามาแล้ว ก็ทำได้เพียงสู้กันระยะประชิดอย่างไม่มีทางเลือก ไม่มีระบบป้องกันระดับที่สองเลย หรือกระทั่งระดับที่สาม!
อย่างที่สองคือภายในห้อง ตรงกลางฐานที่มั่นวางแปลงปลูกผักขนาด 30 ตารางเมตรไว้ นอกจากจะเกะกะพื้นที่แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในอนาคตด้วย
นอกจากการปรับปรุงแล้ว ซูหมัวยังมีความคิดที่สองเพิ่มเข้ามา
หลังจากปะทะกันในคืนนี้ การอยู่ใต้ดินหากถูกศัตรูควบคุมพื้นที่ด้านบนไว้ได้ หากอยากจะออกไปข้างนอก ก็ต้องเสี่ยงลอบโจมตีออกไป
ครั้งสองครั้งยังพอว่า แต่หากทำบ่อยๆ ย่อมมีโอกาสพลาดพลั้ง
ดังนั้น การสร้างระบบป้องกันในพื้นที่บนดิน จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
จะมาคิดว่าเพราะเป็นฐานที่มั่นใต้ดิน แล้วยอมสละสิทธิ์การควบคุมพื้นที่บนดินไปตั้งแต่ช่วงแรกไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซูหมัวก็ค้นหาฟังก์ชันข้อความส่วนตัว ตามข้อมูลติดต่อของฐานที่มั่นหัวเซี่ยเมื่อตอนกลางวัน แล้วเริ่มการสนทนาครั้งประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรก
คนที่คอยประสานงาน ก็คือหญิงสาวที่พูดคุยในที่หลบภัยเมื่อตอนกลางวัน-
เซิ่นเคอ!
【ซูหมัว: สวัสดี ผมคนหัวเซี่ยซูหมัว อยากจะทำการแลกเปลี่ยนกับที่หลบภัยของคุณ ไม่ทราบว่าสะดวกไหม?】
ส่งข้อความไปไม่นาน
ตัวอักษรที่ดูร้อนรนอย่างยิ่งสามประโยคก็ถูกส่งกลับมา ยังไม่ทันที่ซูหมัวจะมองดูชัดเจนว่าพูดว่าอะไร อีกฝ่ายก็กดโทรวิดีโอคอลมาโดยตรง
เมื่อคิดดูแล้ว ซูหมัวก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ยังไงเขาก็เคยปรากฏตัวต่อหน้าคนทั้งโลกไปแล้ว ในตอนนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
สายเชื่อมต่อสำเร็จ
ใบหน้าของเซิ่นเคอปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“สวัสดีค่ะซูหมัว ฉันเป็นผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ของจุดกู้ภัยกองพันที่ 79 กองพลที่ 13 พวกเราตกลงทำรายการแลกเปลี่ยนกับคุณค่ะ ไม่ทราบว่าคุณต้องการแลกเปลี่ยนของในส่วนไหนคะ?”
เมื่อมองดูใบหน้าของซูหมัวผ่านกล้อง เซิ่นเคอก็พยายามข่มความตื่นเต้นในใจไม่ให้แสดงออกมาอย่างสุดความสามารถ
ในระยะสายตาของเธอ
อย่างแรกที่สะดุดตาคือเครื่องปั่นไฟและน้ำมันดีเซลถังใหญ่สองถังที่อยู่ข้างๆ
ตามมาด้วยน้ำอัดลมโค้ก ขนมปัง บิสกิต และทรัพยากรเพื่อการดำรงชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย... ในหางตา เธอยังเห็นมุมหนึ่งของแปลงปลูกผักด้วย
ความมั่งคั่งในฐานที่มั่นนี้ ช่างกระทบต่อมุมมองวันสิ้นโลกของเซิ่นเคอเหลือเกิน
ส่วนใบหน้าหล่อเหลาของซูหมัว ภายใต้การประดับประดาของทรัพยากรเหล่านี้ ยิ่งเผยกลิ่นอายความลึกลับออกมา
“ผมอยากจ้างคนช่วยออกแบบโครงสร้างของหลุมหลบภัยใต้ดินให้หน่อยครับ ทางที่ดีช่วยส่งแผนผังการออกแบบมาให้ผมสักใบจะดีมาก”
เมื่อได้ยินคำพูดของซูหมัว เซิ่นเคอก็รีบพยักหน้าทันที
“ฐานที่มั่นของเรามีด็อกเตอร์เซิ่น สถาปนิกชื่อดังของหัวเซี่ย และเป็นคุณอาของฉันด้วยค่ะ ให้เขาช่วยออกแบบให้คุณย่อมไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับ ไม่มีปัญหา ทางพวกคุณคงเข้าใจโครงสร้างของหลุมหลบภัยใต้ดินดีอยู่แล้ว ยึดตาม...”
เมื่อได้ยินว่าเป็นด็อกเตอร์เซิ่น ซูหมัวก็ตกใจเล็กน้อย เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มเล่าความต้องการของตัวเองออกไป
หลังจากนั้น เซิ่นเคอก็กดเชิญอาของเธอเซิ่นอีเทียนเข้ามาโดยตรง เพื่อให้คุยกับซูหมัวแบบเห็นหน้ากัน
ไม่นาน ทั้งสองก็ตกลงรายละเอียดกันเสร็จสิ้น
“ตกลงครับ ผมเข้าใจความต้องการของคุณแล้ว แผนผังการออกแบบนี้ผมจะส่งให้คุณอย่างช้าที่สุดในวันมะรืน วางใจได้เลยครับ ผมจะทำตามมาตรฐานการจัดการในช่วงศึกสงคราม รักษาความลับอย่างเข้มงวดแน่นอนครับ!”
เซิ่นอีเทียนเป็นคนเด็ดขาดมาก หลังจากคุยรายละเอียดเสร็จ เขาก็หยิบร่มหญ้าของตัวเองจากโต๊ะข้างๆ แล้วเดินจากไปทันที ดูแล้วน่าจะเป็นคนทำงานจริงจังคนหนึ่ง
สำหรับด็อกเตอร์คนนี้ ซูหมัวเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง
สิ่งก่อสร้างระดับซูเปอร์สตรักเจอร์ในประเทศหลายแห่ง รวมถึงหอคอยสูง 840 เมตรก็เป็นฝีมือการออกแบบของเขาทั้งนั้น ในตอนนี้การจะให้ออกแบบที่หลบภัยย่อมไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว
หลังจากเซิ่นอีเทียนไป เซิ่นเคอก็กลับมาที่หน้าจออีกครั้ง
“ด็อกเตอร์เซิ่นไม่ได้บอกราคามา ไม่ทราบว่าแผนผังการออกแบบชิ้นนี้ต้องใช้ทรัพยากรประมาณเท่าไหร่เหรอครับ?”
เมื่อเห็นเซิ่นเคอเขินอายที่จะเปิดปาก ซูหมัวก็เปิดประเด็นพูดตรงๆ ทันที
สำหรับราคาเสนอซื้อ เขาเชื่อว่าเซิ่นเคอไม่มีทางเรียกราคาสูงเกินจริงแน่นอน จากการที่เธอไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถามเรื่องส่วนตัวของเขาตั้งแต่แรก ซูหมัวก็รู้แล้วว่า ฐานที่มั่นหัวเซี่ยมาพร้อมกับความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่าวินาทีต่อมา คำพูดของเซิ่นเคอกลับทำให้จิตใจของซูหมัวไม่อาจสงบลงได้เลย
“คุณซูหมัวคะ แผนผังการออกแบบชิ้นนี้ไม่ได้ใช้ทรัพยากรอะไรเลยค่ะ ถือซะว่าเป็นรายการแลกเปลี่ยนครั้งแรก และเป็นความจริงใจของฐานที่มั่นหัวเซี่ยค่ะ ในส่วนนี้ พวกเราหวังว่าคุณซูหมัวจะช่วยอนุเคราะห์ผู้รอดชีวิตชาวหัวเซี่ยที่ประสบภัยตามกำลังความสามารถของคุณค่ะ”
“แม้จะมาถึงโลกวันสิ้นโลกแล้ว พวกเราก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งค่ะ แน่นอน สำหรับโจรโฉดแบบเมื่อคืนนี้ คุณซูหมัว คุณมีสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทางเราก็สนับสนุนการกระทำแบบนี้ของคุณค่ะ...”
***
ทฤษฎีแมวของชเรอดิงเงอร์ (Schrödinger's Cat) คือการทดลองทางความคิดที่อธิบายว่า ในโลกควอนตัม อนุภาคสามารถอยู่ได้หลายสถานะพร้อมกัน จนกว่าจะถูกสังเกต
เรื่องราวสมมตินี้คือ:
• ตามหลักควอนตัม อะตอมนั้นอยู่ในสถานะ "สลายตัวแล้ว" และ "ยังไม่สลายตัว" พร้อมๆ กัน
• ผลลัพธ์คือ แมวในกล่องจะ "ทั้งเป็นและตายในเวลาเดียวกัน"
• สถานะที่ทับซ้อนกันนี้จะสิ้นสุดลงทันทีที่เรา "เปิดกล่อง" เพื่อสังเกตการณ์ เมื่อนั้นแมวจะเลือกเป็นหรือตายอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทฤษฎีนี้เปรียบเปรยให้เห็นว่า สิ่งเล็กๆ ในระดับอะตอมจะมีความน่าจะเป็นซ้อนทับกันอยู่ จนกว่าจะมีการวัดหรือสังเกตการณ์เกิดขึ้น