- หน้าแรก
- สตรีร้ายกาจแห่งจวนเสนาบดี
- บทที่ 70 - บุคคลที่ไม่ควรคบหา
บทที่ 70 - บุคคลที่ไม่ควรคบหา
บทที่ 70 - บุคคลที่ไม่ควรคบหา
บทที่ 70 - บุคคลที่ไม่ควรคบหา
★★★★★
"คุณหนูใหญ่เพิ่งจะร้องให้ช่วยนี่!"
ความหมายแฝงคือ [ถ้าเจ้าไม่รู้แล้วจะแหกปากร้องให้ช่วยหาพระแสงอะไร!]
เซวียหลี [ท่านกั๋วกง ท่านหูหนวกหรือไง คนที่ร้องให้ช่วยไม่ใช่ข้า แต่เป็นสาวใช้ของข้าต่างหาก!]
เฟิ่งจิ้น [เจ้าก็รู้ว่าเป็นสาวใช้ของเจ้างั้นรึ]
เซวียหลี [...]
การที่องค์หญิงเกาผิงเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อลงมือฆ่าปิดปาก ย่อมต้องมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน และในการไตร่ตรองนั้น ย่อมไม่รวมถึงการที่เฟิ่งจิ้นจะบังเอิญผ่านมาทางนี้พอดี!
ประกายความสนุกสนานวาบผ่านดวงตาที่หลุบต่ำของเซวียหลี
แต่เฟิ่งจิ้นก็บังเอิญผ่านมาพอดี แถมยังปรากฏตัวในจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เป็นตอนที่นางกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตพอดีเป๊ะ!
สวรรค์ลิขิตหรือคนจงใจ
เมื่อเซวียหลีทบทวนเรื่องราวทั้งหมดในหัว นางก็มีคำตอบในใจ
"เรียนท่านกั๋วกง ข้าน้อยกับสาวใช้ผ่านมาทางนี้และถูกลอบสังหารโดยไม่ทราบสาเหตุ โชคดีที่ท่านกั๋วกงยื่นมือเข้าช่วย จึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้ บุญคุณช่วยชีวิตในครั้งนี้ ข้าน้อยจะนำไปเรียนให้ท่านพ่อทราบ และให้ท่านพ่อไปขอบคุณถึงจวนด้วยตัวเองเจ้าค่ะ!"
ไม่ว่าเฟิ่งจิ้นจะมาโผล่ที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร เซวียหลีก็ตัดสินใจแล้วว่าจะพูดแค่ครึ่งเดียว วิธีที่ดีที่สุดคือการไม่พูดเรื่องโกหกจนหมด และไม่พูดความจริงทั้งหมด!
แน่นอนว่าด้วยสติปัญญาของท่านกั๋วกง เขาย่อมต้องเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของนางอย่างแน่นอน!
ดวงตาลึกล้ำดุจห้วงสมุทรของเฟิ่งจิ้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ประกายแสงคมกริบวาบผ่าน เขาเชิดปลายคางที่ได้รูปขึ้นเล็กน้อย สายตาเฉียบคมพุ่งตรงมาที่เซวียหลี
สายตาของจิ้นกั๋วกง มีกี่คนกันที่จะทนรับไหว!
เซวียหลีตบหน้าอกตัวเองอย่างภูมิใจ ขอนำเสนอเลยจ้า เจ้นี่แหละคือตัวอย่าง!
สายตากดดันยังไม่มีทีท่าว่าจะละไปไหน ยังคงแขวนอยู่เหนือหัวราวกับคมมีด
เซวียหลีรู้สึกว่านอกจากฉายา "สามไร้" แล้ว ท่านกั๋วกงควรจะเพิ่ม "สองไร้" เข้าไปด้วย คือ ไร้ตา และ ไร้ใจ!
คนอะไรจะไร้เซนส์ขนาดนี้ นางพูดชัดเจนซะขนาดนั้นแล้ว ขาดแค่ไม่ได้ตะโกนใส่หน้าว่า 'ท่านมาจากไหนก็กลับไปที่นั่นเถอะ จะไปทำอะไรก็ไป อย่ามาขวางทางเจ้ได้ไหม!'
เสียงกรอบแกรบเริ่มดังขึ้นรอบๆ ตัว ตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทา
หางตาของเซวียหลีเหลือบไปเห็นว่า ร้านรวง โรงน้ำชา และเหลาอาหารทั้งสองฝั่งถนนเริ่มมีคนออกมาเคลื่อนไหวแล้ว สายตาของคนเหล่านั้นมองข้ามศพที่เกลื่อนกลาดบนพื้นไปโดยอัตโนมัติ และพุ่งเป้ามาที่นางกับเฟิ่งจิ้นแทน
แม่ร่วงเอ๊ย คนตายเยอะขนาดนี้ ไม่มีใครคิดจะมาจัดการเลยหรือไง!
เมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนใจกล้าค่อยๆ ขยับเข้ามามุงดูพวกนาง เซวียหลีก็ตัดสินใจว่า ไม่ว่าเฟิ่งจิ้นจะมีแผนการอะไร นางก็ควรจะปลีกตัวออกไปก่อนจะดีกว่า
แต่นางเพิ่งจะอ้าปาก เฟิ่งจิ้นที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นเสียก่อน
"บางทีเซวียเก๋อเหล่าอาจจะไปล่วงเกินใครเข้า คนๆ นั้นจึงมาลงความโกรธแค้นที่คุณหนูใหญ่แทน"
เซวียหลีพยักหน้ารัวๆ "ท่านกั๋วกงกล่าวได้ถูกต้อง ข้าน้อยกลับไปจะนำไปเรียนให้ท่านพ่อทราบอย่างแน่นอน เพื่อให้ท่านพ่อระมัดระวังตัวให้มากขึ้น และไม่ไปสร้างศัตรูโดยง่ายเจ้าค่ะ"
เซวียหลีแทบจะบอกตรงๆ อยู่แล้วว่า 'ท่านกั๋วกง ทางใครทางมันเถอะน่า เลิกวุ่นวายกันสักที!'
หางตาเรียวยาวของเฟิ่งจิ้นตวัดขึ้นเป็นส่วนโค้งตื้นๆ คิ้วดกดำที่พาดเฉียงดั่งกระบี่ยิ่งดูคมคายขึ้นไปอีก สายตาที่มองเซวียหลีไร้ซึ่งความเฉียบคมเหมือนก่อนหน้านี้ แทนที่ด้วยความเย็นชาไร้อารมณ์
"ซ่งเซี่ย เจ้าไปส่งคุณหนูใหญ่กลับจวน" เฟิ่งจิ้นลุกขึ้นเดินออกจากเกี้ยวพลางสั่งการสาวใช้ที่หลุบตาต่ำอยู่ "อี้ตง เจ้านำป้ายชื่อของข้าไปที่หน่วยทหารพิทักษ์เมืองทั้งห้า ให้ผู้บัญชาการเขตใต้มาจัดการเรื่องทางนี้"
"เจ้าค่ะ ท่านกั๋วกง"
เซวียหลีมองดูสาวใช้สองคนที่เดินออกมาจากข้างเกี้ยว นอกเหนือจากใบหน้าที่แตกต่างกันแล้ว ทั้งรูปร่างและกิริยาท่าทางล้วนเหมือนกันราวกับแกะ ซ่งเซี่ยเดินมาตรงหน้านาง ย่อตัวทำความเคารพ ก่อนจะถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง
"ท่านกั๋วกง ข้าน้อยมีสาวใช้ติดตามมาด้วย ไม่กล้ารบกวนแม่นางซ่งเซี่ยหรอกเจ้าค่ะ"
ทันทีที่เซวียหลีพูดจบ กลิ่นหอมเย็นๆ ก็ลอยมาเตะจมูก กลิ่นหอมเย็นยะเยือกราวกับกลิ่นของดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางหิมะขาวโพลน หรือไม่ก็เหมือนกลิ่นกล้วยไม้ที่บานอยู่อย่างโดดเดี่ยวในหุบเขาลึก
แม่ร่วงเอ๊ย! แค่กลิ่นหอมยังต้องทำให้ซับซ้อนขนาดนี้เลย!
เซวียหลีสบถในใจอย่างหงุดหงิด นางถอยห่างจากเฟิ่งจิ้นเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
พร้อมกับจัดให้เฟิ่งจิ้นเข้าไปอยู่ในบัญชีดำบุคคลที่ไม่ควรคบหาโดยอัตโนมัติ!
[จบแล้ว]