- หน้าแรก
- สตรีร้ายกาจแห่งจวนเสนาบดี
- บทที่ 13 - คุณหนูใหญ่มีใจให้คนอื่น
บทที่ 13 - คุณหนูใหญ่มีใจให้คนอื่น
บทที่ 13 - คุณหนูใหญ่มีใจให้คนอื่น
บทที่ 13 - คุณหนูใหญ่มีใจให้คนอื่น
★★★★★
คนที่เอ่ยปากคือฮูหยินรอง
หนานกงหลิวเซียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาลึกล้ำตวัดมองฮูหยินรองอย่างเย็นชา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
หากนับตามลำดับอาวุโส เขายังต้องเรียกฮูหยินรองว่าท่านอาเสียด้วยซ้ำ
แต่ทว่า...
หนานกงหลิวเซียงเม้มริมฝีปากบาง มองฮูหยินรองด้วยสายตาดูแคลน
"ฮูหยินรองมีความเห็นอันใดหรือ"
เมื่อได้ยินสรรพนามที่หนานกงหลิวเซียงใช้เรียก ใบหน้าของฮูหยินรองก็ซีดเผือด นางยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีกว่า ต้องส่งห้วนเหยียนแต่งเข้าจวนองค์ชายฉู่ให้ได้
"ท่านอ๋อง" ฮูหยินรองปรายตามองเซวียเหยียนเหอแวบหนึ่งก่อนจะหันไปทูลหนานกงหลิวเซียง "มิใช่ว่านายท่านของพวกเราจงใจหลอกลวงท่านอ๋องหรอกเพคะ แต่เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่ ขอท่านอ๋องโปรดเมตตา อย่าได้ลงอาญาแก่นายท่านเลยเพคะ"
"เบื้องลึกเบื้องหลังงั้นหรือ" หนานกงหลิวเซียงปรายตามองเซวียหลีที่เอาแต่เงียบมาตั้งแต่ต้นจนจบด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ "เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรกัน"
ฮูหยินรองยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ลอบมองเซวียหลีด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะทำหน้าตาไร้เดียงสาปนอ่อนแอแล้วเอ่ยว่า "บอกตามตรงเลยนะเพคะ เป็นเพราะคุณหนูใหญ่มีใจให้ชายอื่น ซ้ำยังแอบไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว นายท่านไม่มีทางเลือก จึงต้อง..."
สิ้นคำพูดของฮูหยินรอง ทั้งลานเรือนก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันมองเซวียหลีที่แม้จะถูกแฉเรื่องน่าอับอายต่อหน้าต่อตา แต่ใบหน้ากลับยังคงเรียบเฉยด้วยสายตาขยะแขยงและรังเกียจ
หากไม่ใช่เพราะองค์ชายฉู่และเซวียเหยียนเหออยู่ที่นี่ด้วย เกรงว่าคงมีคนพุ่งเข้าไปถ่มน้ำลายใส่หน้าพร้อมกับด่าว่า "หน้าไม่อาย" ไปแล้ว
ในแคว้นต้าเฉิน ไม่ว่าจะเป็นสตรีสูงศักดิ์หรือหญิงชาวบ้านธรรมดา มีใครบ้างที่ไม่อยากเป็นที่โปรดปรานขององค์ชายฉู่ อย่าว่าแต่ตำแหน่งพระชายาเลย ต่อให้เป็นแค่สาวใช้หรืออนุภรรยา พวกนางก็ยอม
"มีใจให้ชายอื่น" นัยน์ตาภายใต้หน้ากากเงินของหนานกงหลิวเซียงฉายแวววาวโรจน์ เขาตวัดสายตาเย้ยหยันมองเซวียหลีที่กำลังจ้องกลับมาด้วยแววตาเย็นชา ยกมุมปากขึ้นเอ่ยอย่างมีเลศนัย "มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวงั้นหรือ"
"ใช่แล้วเพคะ" ฮูหยินรองรีบชิงพูด กลัวว่าเซวียหลีจะอ้าปากแก้ตัว "ทูลท่านอ๋อง องค์หญิงเกาผิงกับคุณหนูหยังแห่งจวนอัครมหาเสนาบดีเห็นกับตาว่าคุณหนูใหญ่แอบลักลอบพบชายชู้ ทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกลางวันแสกๆ หากท่านอ๋องไม่เชื่อ ส่งคนไปสืบดูได้เลยเพคะ"
เซวียเหยียนเหอถลึงตาใส่ฮูหยินรอง นี่มันเรื่องน่าอับอายขายขี้หน้าชัดๆ มีคำกล่าวว่าเรื่องอัปยศในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายออกไป หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซวียเหยียนเหอก็มองเซวียหลีด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่าเดิม
ฮูหยินรองกับเซวียห้วนเหยียนลอบสบตากันอย่างได้ใจ พวกนางจ้องมองเซวียหลีด้วยสายตาขยะแขยง คราวนี้แหละ นางไม่มีทางรอดแน่
"คุณหนูใหญ่ เรื่องเป็นอย่างนั้นจริงหรือ" หนานกงหลิวเซียงจ้องมองเซวียหลีที่ยังคงเงียบกริบด้วยสายตาลึกล้ำ เอ่ยเสียงเย็น "หากเป็นจริงตามที่ฮูหยินรองว่ามา เปิ่นหวังจะกราบทูลฝ่าบาท ให้ลงโทษเจ้าในข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง ไม่ซื่อสัตย์ และไร้ซึ่งยางอาย"
ฮูหยินรองแอบดีใจ มองเซวียหลีราวกับมองคนตาย
เซวียหลีแค่นยิ้มเย็นชา เงยหน้าขึ้นทันควัน นัยน์ตาเย็นเยียบจับจ้องไปยังฮูหยินรองที่กำลังได้ใจ เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า "ท่านอ๋อง คำพูดของคนร่าน ท่านก็เชื่อหรือ"
หนานกงหลิวเซียงอมยิ้ม นัยน์ตาคมกริบดุจน้ำแข็งจ้องมองเซวียหลีนิ่งลึก
"นายท่าน" ฮูหยินรองไม่มีความอดทนเหมือนหนานกงหลิวเซียง พอได้ยินคำพูดของเซวียหลีก็หันไปร้องไห้ฟูมฟายกับเซวียเหยียนเหอทันที "ท่านเห็นหรือยังเจ้าคะ ข้าอุตส่าห์เป็นแม่เลี้ยงของนาง แต่นางกลับปฏิบัติกับข้าเช่นนี้"
เซวียเหยียนเหอโกรธจนควันออกหู
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ระเบิดอารมณ์ น้ำเสียงเย็นชาของเซวียหลีก็ดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
"ฮูหยินรอง ท่านก็อายุไม่น้อยแล้ว ต่อให้โบ๊ะแป้งหนาเตอะหรือแต่งหน้าจัดจ้านแค่ไหน ท่านก็ยังเป็นแค่ดอกบัวขาวเหี่ยวๆ อยู่ดี เลิกบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารพร่ำเพรื่อได้แล้ว ข้าเห็นแล้วแทบจะอ้วกเอาข้าวเย็นเมื่อวานออกมา"
[จบแล้ว]