เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 : ฉันคิดว่าเราเข้ากันไม่ได้

ตอนที่ 16 : ฉันคิดว่าเราเข้ากันไม่ได้

ตอนที่ 16 : ฉันคิดว่าเราเข้ากันไม่ได้


ตอนที่ 16 : ฉันคิดว่าเราเข้ากันไม่ได้

วันต่อมา

วันนี้ก็เป็นวันที่ป้าหวังนั้นให้เขาไปนัดบอดกับหลานสาวของเธอ

ฝ่ายหญิงมีชื่อว่า หลิวหลาน และเธอก็จบเกียรตินิยมมาจากมหาลัยด้วย

พวกเขาทำการแอด we chat

และทำการนัดเวลาและสถานที่กันการนัดหมายครั้งนี้พวกเขาจะไปเจอกันตอนประมาณ 4 โมง

ณ ชิงชิงเก่อคาเฟ่

เป็นร้านที่ดูแล้วสวยไม่น้อยเลยแถมยังมีบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบเงียบดีด้วย

ในฐานะสุภาพบุรุษ เจียงเฉินก็มาถึงก่อนเวลาถึงยี่สิบนาทีก่อนจะสั่งกาแฟมาหนึ่งแก้วและนั่ง

จนกระทั่งตอนนี้เวลา 4.30

ผู้หญิงที่ชื่อหลิวหลานก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆและนั่งลงตรงหน้าเจียงเฉิน

หน้าของเธอแสดงออกถึงความเย็นชา ตามฉายาของเธอ ราชินีจอมโหดร้าย

โดยปกติแล้วเธอก็ควรจะมาถึงตามเวลา แต่เพื่อที่จะทำลายการนัดครั้งนี้ เธอจึงตัดสินใจมาสายครึ่งชั่วโมง

แต่เมื่อเธอมาถึงและได้เห็นเจียงเฉินเป็นครั้งแรกก็ทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย

คู่นัดบอดของเธอไม่หล่อไปหน่อยหรอ?

แต่หลังจากที่เธอเห็นว่าเสื้อผ้าทั้งตัวของเขามีมูลค่าไม่ถึง 200 หยวนเธอก็ไม่สนใจรูปร่างหน้าตาของเขาอีกต่อไป

หน้าตาดีแล้วยังไงถ้าไม่มีเงินให้ฉันตกหลุมรักก็ไร้ประโยชน์

ลองคิดดูสิ?

ผู้ชายของฉันหลิวหลานคนนี้ต่อให้หน้าตาน่าเกลียดแต่ก็ไม่เป็นไรขอแค่มีเงินก็พอแล้ว!

หลิวหลานพูดอย่างอดทน “นายคือเจียงเฉินที่ป้าหวังแนะนำมาสินะ”

เจียงเฉินลืมตาขึ้นมาจ้องดูผู้หญิงตรงหน้าที่มีใบหน้าที่ทำให้คนที่คุยด้วยรู้สึกไม่ดีด้วย

“ใช่ครับ ผมเอง”

เจียงเฉินตอบกลับไปก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเธออยู่แล้ว

หลิวหลานก็ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “โอเค งั้นเรามาเปลี่ยนจากการคุยยืดเยื้อมาเป็นการคุยแบบสั้นๆก็แล้ว กัน นายมีบ้านรึเปล่า”

“มี อยู่ที่วงแหวนรอบที่สองของเขตเมืองหลวง

วังของเขาอยู่ตรงนั้น ก็คงนับว่าเป็นบ้านได้มั้ง?

หลิวหลานที่ได้ฟังก็ไม่เชื่อ ที่ดินย่านนั้นมีราคาอย่างน้อยก็หลักล้าน จะเป็นไปได้ยังไงที่คนส่งพัสดุอย่างเขาจะมีบ้านในนั้น

น่าตลกซะจริง!

“มีรถไหม?”

“มีรถสปอร์ตอยู่หนึ่งคน”

หลิวหลานที่ได้ยินก็กลอกตา นี่เขาเป็นคนส่งพัสดุจริงรุเปล่าเนี่ย?

“แล้วนายทำอาชีพอะไร”

“คนส่งพัสดุ”

จริงๆด้วย!

เมื่อได้ยินคำตอบ หลิวหลานก็เผยรอยยิ้มดูถูกออกมา เพราะในที่สุดเจียงเฉินก็พูดความจริงออกมา

“ฉันคิดว่าเราไม่เหมาะสมกัน ครั้งนี้ที่ฉันมาก็เพราะฉันไว้หน้าป้าหวาง อย่าเอาเรื่องในวันนี้ไปเก็บมาคิดจริงจังละกัน”

ใครกันแน่ที่ไม่ไว้หน้าป้าหวาง?

ดูสิ่งที่เธอทำสิ!

ลมหยุดพัด!

ฝนหยุดตก!

คิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่างรึยังไง

เจียงเฉินนั้นก็รู้สึกไม่ดีด้วยเหมือนกันก่อนจะพูดออกไปแบบเรียบๆว่า “ผมก็คิดว่าคุณก็ไม่ได้ดีไปกว่าผมหรอก”

การที่จะมาสายมันก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะทุกคนย่อมมีเหตุผลส่วนตัว

แต่การที่มาสายแล้วไม่ขอโทษอะไรเลย แถมยังมาพูดอะไรแบบนี้

หึ่ง~

[น้องชาย ฉันคิดถึงนายจังเลย มาเจอกันหน่อยไหม จุ๊บๆ~]

"ผมขอตัวก่อน"

เจีนงเฉินหันหลังก่อนจะเดินออกไปและตอบข้อความกลับไปหาอันฉิงไปด้วย

หลิวหลานในตอนนี้ถึงกับโง่งมก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา

"คิดจะไปก็ไปงั้นหรอ?"

ทำไมเธอถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ น้าหวางแนะนำใครมาให้เธอกันแน่?

หลังจากที่เจียงเฉินออกไป หลิวหลานก็โทรไปบ่นกับเพื่อนสาวของเธอทันที

“หยาซิน พี่มาหาฉันหน่อย ฉันอยู่ที่ซิงซิงเก่อคาเฟ่ ฉันกำลังอารมณ์เสียเพราะไอ้ผู้ชายปากสุนัขอยู่”

“โอเคๆ เดียวฉันจะรีบไปทันที”

หลังจากนั้นไม่นาน

หยาซินที่ที่โทรคุยกับเธอผ่านทางโทรศัพท์ก็มาถึง และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือ หยาซินคนเดียวกันกับเพื่อนร่วมรุ่นของเจียงเฉิน

“หยาซินในที่สุดพี่ก็มา คู่นัดบอดของฉันทำให้ฉันอารมณ์เสียจริงๆ” หลิวหลานบ่นออกมา

“เกิออะไรขึ้นล่ะ? บอกฉันมาหน่อย” หยาซินถามออกมา

หลิวหลานที่ได้ยินก็เริ่มเล่าออกมาด้วยความโกรธ

“เขาเป็นพนักงานส่งพัสดุ ฉันไม่ชอบเขาเลยจริงๆ และหลังจากนั้นฉันก็ลองถามคำถามเขาดู จนตอนสุดท้าย เขาก็บอกว่าเขานั้นมีรถสปอร์ตและยังมีห้องชุดอยู่บนถนนเมืองหลวงอิมพีเรียลเส้นที่สอง ถามจริงๆเถอะ บ้านไม่ว่าจะอพาร์ทเม้นไหนบนถนนเส้นนั้นก็มีมูลค่ามากกว่าสิบล้านแล้วคนส่งพัสดุอย่างเขาจะไปซื้อได้ยังไง”

เมื่อหยาซินได้ฟังเธอก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง “ใช่ ผู้ชายที่เอาแต่โม้อย่างนั้น จะไปมีความสามารถระดับนั้นได้ไง”

หลิวหลานที่ดูเต็มไปด้วยความทรมานใจก็พูดออกมา “พี่หยาซิน พี่รู้ไหมว่าเจ้าบ้านั่นไม่เพียงจะขี้โม้โอ้อวด ตอนที่เขากำลังหันหลังจากไป ฉันก็ลองบอกกับเขาว่า”พวกเรานั้นไม่เหมาะสมกัน“เพื่อที่จะลองดูปฏิกริยาของเขาแต่เธอรู้ไหมเขากลับพูดว่า ฉันนะก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรอก พี่คิดว่าเขาทำเกินไปไหม!”

หยาซินและหลิวหลานในตอนนี้คิดเหมือนกันคือ “คนๆนี้ดูเหมือนคนขี้ขลาด เขาไม่มีความเพียร ไม่มีเงิน ไม่มีข้อดีอะไรเลยด้วย”

“ใช่แล้ว ในสังคมนี้ การขาดเงินเป็นเหมือนบาป ถ้าเขาเป็นคนรวย วันนี้ฉันจะไม่มาสายแน่นอน! เป็นเพราะเขาส่งเอกสารใช่ไหม ฉันเลยอยากทดสอบเขา!”

“ใช่เลย เขายังไม่ผ่านแม้แต่การทดสอบเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขายังมีหน้ามาหาแฟนสาวแบบนี้ได้ยังไง?”

“ผู้ชายแบบนี้จะไม่มีวันได้แต่งงานกับสาวสวยระดับเดียวกับพวกเราตลอดชีวิตการทำงานของเขาแน่นอน”

หลิวหลานในตอนนี้ดูมีความสุขขึ้นและเธอก็พูดออกมาว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ใช่เลยๆ คนส่งพัสดุแบบหมดนั้นก็ทำได้เพียงมีความสุขกับตัวเองเท่านั้น แม่ว่าความหล่อของเขาจะมาก แต่แล้วยังไงล่ะ ไม่ใช่ว่าเขาก็ยังเป็นคนจนอยู่รึไง ตอนแรกที่เจอก็ยังพอรู้สึกดีด้วยอยู่ แต่สุดท้ายก็มาทำตัวโอ้อวดใส่ฉัน หึ!”

หยาซินในตอนนี้เริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆจนพูดโพล่งออกมา

“ตอนที่เธอเล่าออกมา มันทำให้ฉันนึกถึงเพื่อร่วมชั้นคนหนึ่งที่กลับมาเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เขาจะกลายไปเป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินมากกว่าพันล้านหยวน แถมเขายังเปิดขวดไวน์ Lafite ปี 82 เลี้ยงเพื่อนของเขาทุกคนด้วย”

อะไรนะ!

เศรษฐีหนุ่มเป็นคนส่งพัสดุ

หลิวหลานดูจริงจังขึ้นมาทันที “พี่บอกว่าเพื่อนร่วมชั้นของเธอที่เป็นเศรษฐี กำลังออกมาหาประสบการณ์ชีวิตงั้นหรอ?”

หยาซินตอบ “ใช่ ดูเหมือนคนรวยสมัยนี้ชอบทำอะไรแบบนี้กันแล้ว”

หลิวหลานเบิกตากว้าง “นี่พี่ไม่ได้หมายความว่า...มันเป็นไปได้ที่คู่นัดบอดของฉันจะเป็นเพื่อนของพี่หรอกนะ”

“ฮ่า ฮ่า!”

หยาซินหัวเราะออกมา “เป็นไปไม่ได้หรอก อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นกัน?”

หลิวหลานรีบหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาก่อนเปิดข้อมูล wechat ของเจียงเฉินและยื่นให้หยาซินดู

“พี่หยาซินรีบดูให้น่อยสิ ใช่คนนี้ไหม”

หยาซินจ้องไปที่โทรศัพท์ของเพื่อนสาวด้วยอาการสั่นไปทั้งตัว

ใช่!!!

นั่นคือเจียงเฉินจริงๆ

เป็นไปได้ยังไง

หยาซินรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็วก่อนจะกลอกตาของเธอ พยายามทำให้ภายนอกของเธอดูใจเย็นและพูดออกไปว่า “ไม่ใช่เขา”

หลิวหลานจ้องไปที่ชื่อใน wechat

[หล่อจนเทพก็ต้องอิจฉา]

เอาจริงๆ คงไม่มีเศรษฐีคนไหนตั้งชื่อแบบนี้หรอก

หลิวหลานไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้และถามอย่างออกไปต่อ

“แล้วเพื่อนร่วมชั้นของพี่ชื่ออะไร”

“ชิวเหวินเทา”

หยาซินตอบออกไปอย่างไหลลื่น

เมื่อได้ยินคำตอบ หลิวหลานจึงลบความคิดที่เจียงเฉินอาจจะเป็นคนรวยออกไปจากหัวของเธอ

ทั้งๆที่เป็นแค่คนส่งพัสดุแต่กลับมาหลอกเธอได้!

หลังจากผ่านไปซักพัก เธอก็เริ่มที่จะคุมอารมณ์โกรธของเธอได้

หลิวหลานก็ส่งข้อความไปหา [หล่อจนเทพต้องอิจฉา]

[นายไอ้คนส่งพัสดุ แกมันก็เป็นได้แค่คนส่งพัสดุไปทั้งชีวิต!]

ทันใดนั้น

[อีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับการเป็นเพื่อนของคุณ คุณไม่ใช่เพื่อนของเขา(เธอ) กรุณาส่งคำขอเป็นเพื่อน และให้อีกฝ่ายทำการยืนยันก่อนเริ่มการแชท…]

ไอ้*****!

หลิวหลานระเบิดอารมณ์โกรธอีกครั้ง!

“แกกล้าดียังไงมาลบเพื่อนฉัน แกกล้าดียังไงมาลบฉันหลิวหลานคนนี้”

“กรี๊ด~~~”

เสียงกรีดร้องจากความโกรธดังออกมา~~~

หยาซินในตอนนี้แอบยิ้มอย่างมีชัยในใจของเธอ “หลิวหลาน หนอหลิวหลานเธอมันยัยโง่!”

“ชิวเหวินเทามันก็แค่สวะ เมื่อมาเทียบกับเพื่อนเศรษฐีของฉัน เขามีชื่อจริงว่าเฉินห้าวต่างหากล่ะ ยัยน้องสาวสุดโง่ของฉัน!”

“เจียงเฉินน่ะ เป็นของฉันได้เพียงคนเดียวรู้ไหม?”

“น้องสาว อย่ามาโทษฉันโหดเหี้ยมเลยนะ เพราะถ้าจะโทษ ก็โทษนิสัยอารมณ์ร้ายของเธอละกัน!”

......

ในเวลานี้

เจียงเฉินกับอันฉิงก็ออกมาเดินช็อปปิ้งกันที่จัตุรัสหว่านลี่

จบบทที่ ตอนที่ 16 : ฉันคิดว่าเราเข้ากันไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว