- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพลังบ่มเพาะขอบเขตจักรพรรดิ
- บทที่ 192.งานชุมนุมแลกเปลี่ยนของแดนเทพ
บทที่ 192.งานชุมนุมแลกเปลี่ยนของแดนเทพ
บทที่ 192.งานชุมนุมแลกเปลี่ยนของแดนเทพ
ภายในหออมตะศิษย์คนหนึ่งมาถึงเบื้องหน้าเฉินเซวียนแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงแล้วกล่าวว่า
“ท่านเจ้าหอผู้ปกครองแห่งแดนเทพ ไป๋จื่ออวี๋ ต้องการพบท่านให้ข้ามาแจ้งท่านสักคำขอรับ”
เฉินเซวียนพยักหน้า
“ให้เขาเข้ามาเถอะ”
“ขอรับ”
ศิษย์คนนี้คารวะครั้งหนึ่งแล้วก็ถอยลงไปหลังจากนั้นไป๋จื่ออวี๋ก็มาถึงบนตำหนักใหญ่แล้วค่อมกายให้เฉินเซวียนพลางกล่าวว่า
“ไป๋จื่ออวี๋คารวะเจ้าวิหาร”
เฉินเซวียนยกมือประคองกลางอากาศแล้วประคองเขาขึ้นมา
“ลุกขึ้นเถอะไม่จำเป็นต้องมากพิธี”
“ขอรับ”
ไป๋จื่ออวี๋มองซ้ายมองขวาแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า
“เจ้าหอพวกรองเจ้าหอเฟิงเล่า?”
เฉินเซวียนมองไป๋จื่ออวี๋แล้วกล่าวว่า
“มีตระกูลหนึ่งรนหาที่ตายดังนั้นข้าจึงให้พวกเขาไปทำลายตระกูลนั้นแล้ว เอาละ เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
ไป๋จื่ออวี๋ได้ฟังแล้วก็อดตกใจไม่ได้
“นี่เป็นตระกูลใดกันที่ไปล่วงเกินเจ้าหอถึงกับทำให้ระดับสูงมากมายเช่นนี้ออกเคลื่อนไหว”
ไป๋จื่ออวี๋รีบกล่าวอย่างเคารพทันทีว่า
“เรียนเจ้าหองานชุมนุมแลกเปลี่ยนที่แดนเทพจัดขึ้นทุกพันปีหนึ่งครั้งกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วถึงเวลานั้นคนจากแดนเทพ แดนมาร แดนโยวหมิง รวมถึงขุมอำนาจนอกแดนอื่นๆก็จะมาร่วมงานชุมนุมแลกเปลี่ยนดังนั้น…ข้าจึงอยากเชิญเจ้าวิหารเข้าร่วมงานชุมนุมแลกเปลี่ยนครั้งนี้”
เฉินเซวียนพยักหน้าครั้งหนึ่งเพิ่งรู้ว่ายังมีกิจกรรมเช่นนี้อยู่ดูท่าตนเองจะมาได้ค่อนข้างเหมาะเจาะพอดี
เฉินเซวียนถามขึ้นอีกว่า
“ไม่ไปไม่ได้ใช่ไหม?”
ไป๋จื่ออวี๋พลันลำบากใจขึ้นมาเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าเฉินเซวียนจะโยนประโยคเช่นนี้ออกมา
“เจ้าวิหารตอนนี้ท่านเป็นเจ้าวิหารเทพและยังเป็นเจ้าดินแดนแห่งแดนเทพหากท่านไม่ไปละก็”
เฉินเซวียนพยักหน้า
“ได้ๆๆ รู้แล้วจะเริ่มเมื่อไหร่?”
“อีกสามวันให้หลัง”
หลังจากนั้นเฉินเซวียนก็ไม่ถามอะไรเพิ่มเติมอีกรีบโบกมือทันทีพลางกล่าวว่า
“พอแล้ว รู้แล้ว ลงไปเตรียมตัวเถอะ”
“ขอรับ”
กล่าวจบแล้วไป๋จื่ออวี๋ก็โค้งกายครั้งหนึ่งจากนั้นจึงถอยลงไปเฉินเซวียนลูบคางแล้วกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า
“ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเมื่อถึงเวลางานชุมนุมแลกเปลี่ยนย่อมมีคนมาป่วนแน่ๆทว่าตัวข้าเองก็ไม่ได้ลงมือนานมากแล้วถึงเวลานั้นหากมีคนไม่กลัวตายข้าก็ไม่รังเกียจที่จะลงมือ”
ในขณะที่เฉินเซวียนยังคงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเต๋าสวรรค์และคนอื่นๆก็กลับมาแล้วเดินมาถึงเบื้องหน้าเฉินเซวียนแล้วค้อมกายกล่าวว่า
“คารวะเจ้าหอ (พี่ใหญ่)”
เฉินเซวียนพยักหน้า
“ลุกขึ้นกันเถอะเรื่องต่างๆจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
เต๋าสวรรค์ตบหน้าอกของตนเองแล้วกล่าวว่า
“วางใจเถอะพี่ใหญ่มีข้าอยู่จะไม่มีเรื่องผิดพลาดรับรองว่าทำให้ทุกคนในแดนโยวหมิงล้วนเหลือความประทับใจอันลึกซึ้งเอาไว้แน่นอน”
“อืม เช่นนั้นก็ดี”
เฉินเซวียนเอ่ยปากอย่างราบเรียบว่า
“อีกสามวันให้หลังแดนเทพจะจัดงานชุมนุมแลกเปลี่ยนขึ้นถึงเวลานั้นพวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ในห้วงมิติหากมีคนกล้าก่อเรื่องพวกเจ้าก็...”
เฉินเซวียนวางมือไว้บนลำคอแล้วปาดลงครั้งหนึ่งทุกคนเห็นแล้วก็เข้าใจความหมายของเฉินเซวียนทันที
“เจ้าหอวางใจเถอะหากมีคนกล้าก่อเรื่องละก็พวกเราจะลงมือสังหารเขาในพริบตาแรกอย่างแน่นอน”
เฉินเซวียนพยักหน้า
“ถึงเวลานั้นพวกเจ้าดูสีหน้าข้าแล้วค่อยลงมือ”
“ขอรับ”
จากนั้นเฉินเซวียนมองไปทางเต๋าสวรรค์
“ถึงเวลานั้นเจ้าอยู่ข้างกายข้าก็พอแล้ว”
“ได้เลยพี่ใหญ่”
เต๋าสวรรค์เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้อีกจึงกล่าวว่า
“พี่ใหญ่แล้วศิษย์ในหอยังต้องให้พวกเขาฝึกฝนแบบนรกอีกหรือไม่?”
เฉินเซวียนส่ายหน้า
“ไม่จำเป็นแล้วข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะขยันขึ้นมาเองหากพวกเขายังคงปล่อยตัวเกินไปละก็คงไม่ใช่แค่การฝึกฝนแบบนรกง่ายๆเช่นนี้แล้ว เอาละ หากไม่มีเรื่องอะไรแล้วพวกเจ้าก็ถอยลงไปก่อนเถอะ”
“ได้เลย”
ส่วนภายในตำหนักใหญ่ของแดนมารมีบุรุษสองคนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่และบุรุษสองคนนี้คนหนึ่งคือเจ้าดินแดนแห่งแดนมารส่วนอีกคนคือเจ้าดินแดนแห่งแดนทะเล
เจ้าดินแดนแห่งแดนทะเลมองไปทางเจ้าดินแดนแห่งแดนมารด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ไม่ทราบว่าเจ้าดินแดนแห่งแดนมารเรียกข้ามาไม่ทราบว่าด้วยเรื่องใดหรือ?”
เจ้าดินแดนแห่งแดนมารดื่มชาคำหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“อีกสามวันให้หลังก็เป็นงานชุมนุมแลกเปลี่ยนของแดนเทพที่หนึ่งพันปีมีหนึ่งครั้งแล้วครั้งก่อนเจ้าโกงทรัพยากรของแดนเทพไปกองใหญ่เป็นอย่างไรครั้งนี้เจ้ายังกล้าไปหรือไม่?”
เจ้าดินแดนแห่งแดนทะเลหัวเราะขึ้นมาทันทีแล้วกล่าวว่า
“ฮ่าๆ ข้ามีอะไรไม่กล้าข้าไม่เพียงแต่กล้าไปแต่ข้ายังกล้าหลอกเอาทรัพยากรจากพวกเขาต่ออีกกองใหญ่เจ้าเชื่อหรือไม่?”
เจ้าดินแดนแห่งแดนมารส่ายหน้า
“ข้าไม่เชื่อครั้งนี้แดนเทพเปลี่ยนเจ้าดินแดนคนใหม่แล้วอีกทั้งเจ้าดินแดนคนนี้ก็เป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพบรรพชนขั้นสูงสุดเช่นเดียวกับเจ้า เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะมาคิดบัญชีกับเจ้าหรือ?”
เจ้าดินแดนแห่งแดนทะเลได้ฟังแล้วก็หัวเราะออกมาหลังจากนั้นดวงตาก็เผยแสงดุร้าย
“กลัว? แม้จะไม่รู้ว่าเทพบรรพชนขั้นสูงสุดผู้นี้โผล่ออกมาจากไหนแต่พวกเขาอย่างมากที่สุดก็มีเพียงเทพบรรพชนขั้นสูงสุดหนึ่งคนและไป๋จื่ออวี๋เจ้าขยะช่วงต้นขอบเขตเทพบรรพชนผู้นั้นเท่านั้นส่วนแดนทะเลของพวกเรานอกจากข้าแล้วยังมีผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพบรรพชนเต็มๆห้าคนพวกเขาจะเอาอะไรมาเทียบกับพวกเรา”
เจ้าดินแดนแห่งแดนมารถามว่า
“พูดเช่นนี้เจ้าจะพาผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพบรรพชนทั้งห้าคนของแดนทะเลพวกเจ้าไปด้วยหรือ?”
เห็นเพียงเจ้าดินแดนแห่งแดนทะเลส่ายหน้า
“ให้หน้าพวกเขาเกินไปแล้วอย่างมากข้าก็พาขอบเขตเทพบรรพชนไปหนึ่งคนแล้วเจ้าล่ะเจ้าคิดจะพาไปเท่าไหร่?”
เจ้าดินแดนแห่งแดนมารเองก็ส่ายหน้าเช่นกัน
“จะพาอะไรเล่า? พาแค่พวกขอบเขตเทพโบราณไปบางส่วนก็พอแล้ว”
เจ้าดินแดนแห่งแดนมารในตอนนี้ยังคงเป็นตาเฒ่าฉือที่จ้าวสวรรค์หมิงเคยกล่าวถึงตอนนั้นหลังจากจี้อวี่หยางกลับมายังแดนมารแล้วก็เข้ารับตำแหน่งนี้แต่เขาดันต้องไปหาที่ตายท้าประลองเดี่ยวกับเฉินเซวียนหลังจากจี้อวี่หยางสิ้นชีพเขาจึงค่อยกลับขึ้นมานั่งตำแหน่งเจ้าดินแดนแห่งแดนมารนี้ต่อ
เจ้าดินแดนทะเลยักไหล่แล้วลุกขึ้นกล่าวว่า
“ข้าไม่สนเจ้าแล้วถึงเวลานั้นพวกเราเจอกันที่แดนเทพ”
“ได้”
หลังจากนั้นเจ้าดินแดนทะเลก็หายไปจากตำหนักใหญ่