- หน้าแรก
- ข้าฝึกเซียนอยู่ดีๆ สวรรค์ดันส่งมาฝ่าภัยแล้งซะงั้น
- บทที่ 140 บีบคั้นเอาคำตอบ
บทที่ 140 บีบคั้นเอาคำตอบ
บทที่ 140 บีบคั้นเอาคำตอบ
บทที่ 140 บีบคั้นเอาคำตอบ
คฤหาสน์ขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า
ผู้คนในคฤหาสน์มีไม่มากนัก ภายในมีเพียงสามีภรรยาชราคู่หนึ่งกับผู้คุ้มกันหนึ่งคน
สามีภรรยาชราไร้บุตรหลาน มีที่นาอยู่หลายสิบหมู่ในครอบครอง ผลผลิตที่ได้ตลอดทั้งปีนอกจากจะใช้เลี้ยงดูตนเองแล้ว ในวันธรรมดายังมีเงินเหลือพอที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่มีข้าวกินอีกด้วย
หากเพื่อนบ้านเดือดร้อนเรื่องเงินทอง พวกเขาก็ยินดีช่วยเหลือ เป็นผู้ใจบุญที่เลื่องชื่อไปทั่วสารทิศ
ผู้ใจบุญงั้นหรือ...
มุมปากของเฉียวชีปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมา นางกางร่มเคาะประตูคฤหาสน์
ผู้คุ้มกันเปิดประตูออกมา สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
คนผู้นี้มีประกายตาคมกริบ พลังภายในกล้าแข็ง หาใช่ผู้คุ้มกันธรรมดาทั่วไปไม่
เมื่อเห็นเฉียวชีเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง ผู้คุ้มกันก็คลายความระแวดระวังลง
"แม่นางมาหาผู้ใด?"
เฉียวชีเงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มไร้เดียงสา
"ข้าไม่ได้มาหาผู้ใด ข้าเพียงมาเอาชีวิตเจ้าเท่านั้น"
รูม่านตาของผู้คุ้มกันหดเกร็ง ร่างกายถอยร่นอย่างรวดเร็ว
ทว่าก็ยังถูกเฉียวชีคว้าจุดตายไว้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ทำลายพลังภายในของเขาทิ้งเสีย
สะบัดมือปิดประตูคฤหาสน์ด้านหลัง เฉียวชีบีบคอชายผู้นั้นแล้วลากเข้าไปในห้อง
ภายในห้อง สามีภรรยาชราสองคนกอดกันตัวสั่นเทาหดตัวอยู่ที่มุมห้อง ความหวาดกลัวบนใบหน้าเห็นได้อย่างชัดเจน
"จะ... เจ้าเป็นใครกันแน่? ข้ามั่นใจว่าไม่เคยไปล่วงเกินผู้ใด..."
ตาเฒ่ากล่าวไปฟันกระทบกันดังกึกๆ ไป
เฉียวชีไม่ได้รีบร้อนเอ่ยปาก กลับโยนร่างผู้คุ้มกันลงตรงหน้าพวกเขา
"เรื่องสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ยังต้องให้ข้าพูดอีกหรือ?"
นางเพิ่งจะเอ่ยถึงสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า แววตาของยายเฒ่าที่อยู่ด้านข้างก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าตาเฒ่ากลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ซ่อนเร้นได้อย่างมิดชิด
ซ้ำยังแสร้งทำเป็นโกรธจนหน้าแดงก่ำ ไม่สนอันตรายใดๆ ร้องด่าเสียงดัง
"จะ... เจ้าอายุยังน้อย เหตุใดจึงมีจิตใจอำมหิตปานนี้ ถึงกับลงมือกับเด็กพวกนั้นได้ลงคอ?! พวกเขาก็น่าสงสารพออยู่แล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่ปล่อยพวกเขาไป? พวกเขาทำผิดอันใดกัน?"
เฉียวชีไม่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับคนชั่วมาแต่ไหนแต่ไร นางเคยพบเจอคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนางมาไม่น้อย วาทศิลป์ของคนเหล่านั้นช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ หากไม่ไปแข่งขันโต้วาทีก็คงจะเสียของแย่
นางเหยียบลงบนศีรษะของผู้คุ้มกัน เพียงแค่ออกแรงเพิ่มอีกนิดเดียว ก็สามารถบดขยี้ศีรษะของเขาให้แหลกละเอียดได้
"บอกเรื่องที่เจ้ารู้มา หรือไม่ก็ให้เขาตาย"
ตาเฒ่ายังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวเช่นเดิม
"ข้าไม่รู้ว่าไปล่วงเกินเจ้าที่ใด หากมีอันใดก็มาลงที่ข้า อย่าทำร้ายพวกเขา..."
เฉียวชีหัวเราะเบาๆ พยักหน้าให้เขา
"ได้สิ ตามที่เจ้าปรารถนา"
กล่าวจบ นางก็บิดคอตาเฒ่าจนหักคาที่ เหลือเพียงยายเฒ่าและผู้คุ้มกัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้คุ้มกันที่ถูกเหยียบอยู่บนพื้นหรือยายเฒ่า ความหวาดกลัวในแววตาไม่อาจสะกดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป
นางถึงกับลงมือสังหารคนโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว!
ไม่เปิดโอกาสให้ลังเลเลยแม้แต่น้อย
"ตอนนี้เหลือเพียงพวกเจ้าสองคน ใครพูดก่อน คนที่พูดก่อน ข้าจะปล่อยไป"
"ข้า! ข้าพูด!"
สิ้นเสียงเฉียวชี ผู้คุ้มกันก็ร้องตะโกนขึ้นมาอย่างอดใจรอไม่ไหว
"เจ้า! เจ้าคนทรยศ เจ้านายจะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!"
ยายเฒ่าแทบอยากจะฉีกเนื้อผู้คุ้มกันมากิน สายตาอาฆาตมาดร้ายถึงขีดสุด
เฉียวชีเอียงคอมอง "เจ้านาย? ดูจากสภาพของเจ้าแล้ว คิดว่าน่าจะมีลูกหลานอยู่บ้าง รอให้ข้าหาพวกเขาพบ จะส่งพวกเขาไปลงนรกเป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่?"
ร่างของยายเฒ่าสั่นเทา ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นถึงขีดสุด นางยังอยากจะกล่าวอันใดอีก ทว่ากลับถูกเฉียวชีปิดปากไว้เสียก่อน
"เจ้าพูดมา หากไม่ได้หลอกข้า ข้าจะปล่อยเจ้าไป"
ผู้คุ้มกันรีบบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ตนล่วงรู้ออกมาอย่างละเอียด
เขาและสามีภรรยาชราคู่นี้ทำงานให้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เบื้องหน้าทำหน้าที่ดูแลคฤหาสน์หลังนี้ ทว่าเบื้องหลังกลับรับหน้าที่ดูแล 'หอจุ้ยเซียง' ที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด
'หอจุ้ยเซียง' มีทางเข้าหนึ่งทางและทางออกสองทาง ทางออกหนึ่งซ่อนอยู่ในอุโมงค์ลับใต้เตียงนอนของสามีภรรยาชรา
ปกติการเข้าออกจะใช้อีกทางหนึ่ง จะใช้คฤหาสน์หลังนี้ก็ต่อเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น
และทางออกในคฤหาสน์หลังนี้ใช้เป็นทางออกได้อย่างเดียว ห้ามใช้เป็นทางเข้า
นอกจากนี้ สามีภรรยาชราคู่นี้ นอกจากการเฝ้าทางออกและลดทอนความระแวดระวังของผู้คนแล้ว ยังคอยช่วยเหลือ 'หอจุ้ยเซียง' ในการมองหาเด็กหนุ่มสาวหน้าตาดี
เมื่อหมายตาผู้ใดไว้ได้แล้ว ผู้คุ้มกันก็จะมีหน้าที่ลอบไปลักพาตัวมา
ชื่อเสียงด้านความใจบุญของสามีภรรยาชรานั้นเลื่องลือไปทั่วบริเวณ ผู้ใดมีปัญหาอันใดต่างก็ยินดีมาขอความช่วยเหลือจากพวกเขา พวกเขาจึงได้สัมผัสกับผู้คนมากมาย...
"ขะ... ข้าบอกทุกสิ่งที่ข้ารู้ไปหมดแล้ว ข้าก็ถูกบีบบังคับเช่นกัน ท่านแม่ของข้าป่วยหนัก หากไม่มีเงินไปซื้อยา นางก็ต้องตาย..."
ผู้คุ้มกันคุกเข่าร่ำไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้น ราวกับสำนึกผิดในการกระทำของตนแล้วจริงๆ
เฉียวชีไม่ได้สนใจเขา หันไปมองยายเฒ่าแล้วคลายมนต์ปิดปากให้นาง
"เจ้ายังมีอันใดจะพูดอีกหรือไม่?"
"หึ เจ้าอยากจะฆ่าก็ฆ่าเถอะ ข้าไม่ปริปากแม้แต่ครึ่งคำหรอก"
ยายเฒ่าไม่ใส่ใจความเป็นความตายอีกต่อไป
ทุกสิ่งที่นางทำลงไป ล้วนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของลูกหลานในภายภาคหน้า
นางไม่เคยปริปากพูดถึงลูกหลานให้ผู้ใดฟัง นางไม่เชื่อหรอกว่าเฉียวชีจะหาพวกเขาพบ
"อ้อ? เจ้ามั่นใจว่าข้าจะหาพวกเขาไม่พบงั้นหรือ?"
จู่ๆ เฉียวชีก็แย้มยิ้มออกมา วางมือลงบนศีรษะของยายเฒ่า
ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อคนผู้หนึ่งบรรลุธรรม ไก่และสุนัขก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย เช่นนั้นในทางกลับกัน ความผิดบาปก็สมควรต้องรับร่วมกันด้วยมิใช่หรือ?
วิชาค้นวิญญาณ!
เกรงว่ายายเฒ่าผู้นี้จะเสียสติไปเสียก่อน นางจึงจงใจใช้ปราณวิญญาณรักษาสภาพจิตวิญญาณของนางไว้ชั่วคราว
ครู่ต่อมา เฉียวชีก็ปล่อยมือ ยายเฒ่าเจ็บปวดจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
หากไม่ได้ปราณวิญญาณสายหนึ่งในร่างคอยคุ้มครองจิตวิญญาณของนางไว้ เกรงว่าป่านนี้นางคงเสียสติไปแล้ว
เมื่อเห็นดวงตาของนางแดงก่ำ เฉียวชีก็เอ่ยที่อยู่แห่งหนึ่งออกมาด้วยรอยยิ้ม
"หมู่บ้านต้าเฉา..."
ยายเฒ่าเงยหน้าขึ้นขวับ สีเลือดบนใบหน้าราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ซีดเผือดจนน่าสะพรึงกลัว
ริมฝีปากของนางสั่นระริก ความหวาดกลัวในแววตาราวกับจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม
ทว่าเฉียวชีกลับทำราวกับไม่เห็น มือที่บีบคอนางค่อยๆ ออกแรงเพิ่มขึ้น
"วางใจเถิด หลังจากสังหารเจ้าแล้ว ข้าจะรีบไปส่งพวกเขาให้ตามไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าทันที รวมถึงหลานชายตัวน้อยที่เพิ่งเกิดของเจ้าด้วย..."
"ไม่——"
ดวงตาของยายเฒ่าเบิกกว้าง สองมือตะเกียกตะกายพยายามส่งเสียงออกมา
"ไม่ พะ... พวกเขาบริสุทธิ์ ปละ... ปล่อยพวกเขาไปเถอะ..."
"เจ้านายของเจ้าคือผู้ใด?"
"คะ... คือ..."
ขณะที่ยายเฒ่ากำลังจะเอ่ยชื่อเจ้านายที่อยู่เบื้องหลัง มีดบินเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เฉียวชี "......"
แต่ละคน เหตุใดจึงต้องชอบมา 'ร่วมสนุก' ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ด้วยนะ?
นางรับมีดบินไว้อย่างรวดเร็ว โยนยายเฒ่าลงบนพื้น ก่อนจะยกมือขึ้นคว้าจับไปในอากาศธาตุ ดึงตัวนักฆ่าที่อยู่ห่างออกไปให้เข้ามาใกล้
เมื่อเห็นว่าตนถูกจับ นักฆ่าก็กัดยาพิษที่ซ่อนอยู่ในปากจนแตกทันที
เฉียวชีกรอกตา ปราณวิญญาณพุ่งเข้าสู่ร่างของเขา ดึงเอายาพิษที่ยังไม่ออกฤทธิ์ออกมาโดยตรง
หลังจากปลดขากรรไกรของนักฆ่าออก และทำลายพลังภายในของเขาทิ้งแล้ว เฉียวชีจึงหันมาถามยายเฒ่าต่อ
ยายเฒ่าปรายตามองนักฆ่าที่ยังคงดิ้นรนอยู่บนพื้น ท้ายที่สุดก็หลับตาลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"คืออาลักษณ์เว่ย"