- หน้าแรก
- ก้าวสู่อันดับหนึ่ง ด้วยบัคเกมบำเพ็ญเซียน
- ตอนที่ 79 รักเราถูกกีดกันขัดขวาง (ฟรี)
ตอนที่ 79 รักเราถูกกีดกันขัดขวาง (ฟรี)
ตอนที่ 79 รักเราถูกกีดกันขัดขวาง (ฟรี)
ตอนที่ 79 รักเราถูกกีดกันขัดขวาง
ระหว่างทางไปภูเขาหลังสำนัก เจียงหลิวยังพบจุดเก็บทรัพยากรอยู่หลายจุด จึงแวะเก็บไปด้วยเลย
ไม่อยากได้ก็ส่วนไม่อยากได้ แต่ของฟรีที่เก็บได้ ไม่เอาก็เสียเปล่า
เขาเดินตามมินิแมพขึ้นภูเขาหลังสำนักไปตลอดทาง เมื่อมาถึงหน้าจุดวาร์ป ก็พบด้วยความประหลาดใจว่า ที่นี่กลับเป็นสถานที่ฝังศพของตัวเอกตามเนื้อเรื่อง
ผู้อาวุโสสี่ ห้า หก เจ็ดหลับใหลอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขานั่นเอง
อาเมน ขอให้ชาติหน้าพวกคุณอย่าได้เกิดเป็น NPC ตัวประกอบเลย
เดิมทีเจียงหลิวคิดจะเปิดจุดวาร์ปแล้วไปทันที แต่พอเขาเพิ่งเห็นจุดวาร์ป ก็เห็นมอนสเตอร์ชื่อแดงสวมเสื้อคลุมตัวยาวตัวหนึ่งเดินเตร็ดเตร่อยู่ใกล้จุดนั้น
เมื่อเขากดเปิดข้อมูลส่วนตัวของมอนสเตอร์ชื่อแดงตัวนั้นดู ก็พลันนึกขำออกมาทันที
[ ชื่อ : ผู้อาวุโสสองแห่งสำนักหลิงอวิ๋น ]
[ สังกัด : สำนักหลิงอวิ๋น ]
[ ขั้น : อีลีท ]
[ ระดับพลัง : ขั้นก่อรากฐานขั้นปลาย ]
ผู้อาวุโสสองแห่งสำนักหลิงอวิ๋นกลับเป็นมอนสเตอร์อีลีท!
“ไม่ยอมเป็น NPC ตัวประกอบ แต่กลับมาเป็นมอนสเตอร์อีลีท หนทางสู่สวรรค์มีให้เดินนายไม่เดิน นรกไม่มีประตูกลับเสนอตัวเข้ามาเองจริงๆ”
เจียงหลิวหยิบกระบี่ตัดวารีออกมาอย่างอารมณ์ดี ยกกระบี่ขึ้นก่อเป็นคมกระบี่ห้าธาตุทันที
[ คุณเข้าสู่โหมดต่อสู้แล้ว ]
ห้านาทีต่อมา
[ คุณออกจากโหมดต่อสู้แล้ว ]
“สมกับเป็นมอนสเตอร์อีลีทขั้นก่อรากฐานขั้นปลาย ฆ่ายากพอสมควรเลยนะ”
เจียงหลิวถอนหายใจอย่างทอดอารมณ์ ตอนนี้ดีแล้ว ทั้งสำนักหลิงอวิ๋น ตั้งแต่ศิษย์พี่ใหญ่เบื้องล่าง ไปจนถึงเจ้าสำนักเบื้องบน นอกจากผู้อาวุโสใหญ่แล้ว เขาฆ่าไปครบหนึ่งรอบหมดแล้ว
เมื่อเทียบกับผู้อาวุโสสี่ เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้บำเพ็ญมารมากกว่าเสียอีก
เพื่อกลับคืนสู่ฝ่ายธรรมะ ผู้อาวุโสใหญ่ ได้โปรดอย่าเข้าเนื้อเรื่องหลักเลยนะ
เขาเดินไปใต้คำว่า [ นับถอยหลังรีเฟรช : 59 นาที 35 วินาที ] แล้วเก็บของดรอปจากผู้อาวุโสสองขึ้นมา
[ คุณได้รับหินวิญญาณ x1, ไข่มุกจันทรา x1, หญ้าร้อยบำเพ็ญ x1 ]
เดิมทีเขายังไม่ค่อยใส่ใจ แต่หลังจากเก็บของดรอปแล้ว ก็เกิดความเคารพต่อผู้อาวุโสสองขึ้นมาทันที
คิดไม่ถึงว่ามอนสเตอร์อีลีทกระจอกๆ จะดรอปไข่มุกจันทรากับหญ้าร้อยบำเพ็ญด้วย!
ขอโทษนะผู้อาวุโสสอง เดิมทีคิดจะฆ่านายแค่ครั้งเดียว แต่ตอนนี้เมื่อนายมีค่าหัว ก็อย่าโทษฉันเลยแล้วกัน
หลังเก็บของดรอปแล้ว เจียงหลิวก็ตบฝ่ามือลงบนจุดวาร์ป
[ คุณเปิดใช้งานจุดวาร์ปนี้แล้ว ]
หลังจากเปิดใช้งานจุดวาร์ป หมอกดำที่เดิมปกคลุมครึ่งหนึ่งของสำนักหลิงอวิ๋นก็หายไปทันที แผนที่สำนักหลิงอวิ๋นทั้งแผ่นถูกเปิดสว่างขึ้นทั้งหมด
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่นอกสำนักหลิงอวิ๋นก็ยังแสดงแผนที่ออกมาสองแผ่น
เมื่อเปิดแผนที่มุมขวาบน สำนักหลิงอวิ๋นอยู่ในสถานะเปิดสว่าง ส่วนนอกสำนักหลิงอวิ๋นยังคงเป็นหมอกสีเทา เพียงแต่ว่าในหมอกสีเทาอันห่างไกล มีชื่อแผนที่สองแห่งถูกระบุไว้
แห่งหนึ่งคือเมืองไป๋ลู่ เป็นเมืองที่ปรากฏในโหมดเนื้อเรื่องบทแรก
อีกแห่งหนึ่งคือสำนักเสินเวย เป็นสำนักที่ปรากฏในกิจกรรมจำกัดเวลา [ ล้อมสังหารมาร ]
NPC ฟู่ฉีหลัวกับกุยเมี่ยเฉินในกิจกรรมจำกัดเวลาล้วนมาจากสำนักเสินเวย
“ซี๊ด ถ้าพูดแบบนี้ ตอนนี้ฉันก็ไปสำนักเสินเวยดูคู่บำเพ็ญของฉันได้แล้วเหรอ?”
เมื่อเจียงหลิวเห็นพิกัดของสำนักเสินเวยแสดงขึ้นบนแผนที่ ดวงตาทั้งสองก็สว่างวาบขึ้นอย่างอดไม่ได้ หัวใจเต้นระรัว
หลังผ่านการเลี้ยงดู และป้อนของมาครึ่งเดือนกว่า ระดับค่าความสัมพันธ์คู่บำเพ็ญระหว่างเขากับฟู่ฉีหลัวก็ถึงระดับ 4 แล้ว แม้จะยังไม่ได้ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ แต่เขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าฟู่ฉีหลัวน่าจะตกหลุมรักเขาเข้าจริงๆ แล้ว
เหตุผลง่ายมาก ตั้งแต่ระดับความสัมพันธ์คู่บำเพ็ญถึงระดับ 4 เป็นต้นมา ในจดหมายของเขามักจะได้รับจดหมายจากฟู่ฉีหลัวทุกสองสามวัน
ไม่สิ เป็นจดหมายรักต่างหาก
ส่งจดหมายรักมาให้เขาหมดแล้ว นี่ไม่ใช่ตกหลุมรักเขาแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
ตอนแรกการกลายเป็นคู่บำเพ็ญอาจเป็นเพราะระบบ
แต่ตอนนี้… ฟู่ฉีหลัวย่อมต้องสยบอยู่ใต้เสน่ห์ส่วนตัวของเขาแล้วแน่นอน!
ของขวัญเพิ่มค่าวาสนารักสำหรับคู่บำเพ็ญมูลค่าหลายพันหินวิญญาณต่อวันถูกส่งออกไป ผู้บำเพ็ญเซียนหญิงคนไหนจะต้านทานไหวกันล่ะ
“รอสำรวจสำนักหลิงอวิ๋นเสร็จแล้ว ก็ไปสำนักเสินเวยดูสาวงามสุดที่รักของฉันดีกว่า”
เจียงหลิวพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าอดปรากฏรอยยิ้มเคลิบเคลิ้มขึ้นมาไม่ได้
ศิษย์หญิงของสำนักหลิงอวิ๋นไม่ให้แตะต้อง คู่บำเพ็ญของตัวเองต้องให้แตะต้องได้แล้วมั้ง?
ไม่หวังให้ทางการอนุญาตให้เขาเข้าห้องหอ แต่อย่างน้อยจับมือเล็กๆ หอมสักทีสองทีก็น่าจะได้มั้ง?
เขาอายุสิบแปดเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงเวลารับการชำระล้างจากความรักสักหน่อยแล้ว
ลามกไร้ยางอาย?
ฉันอายุสิบแปดแล้ว คิดถึงสาวๆ มันผิดตรงไหน!
ยิ่งเจียงหลิวคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งคึกคัก หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักๆ เขาหมุนตัวกำลังจะไปสำรวจสำนักหลิงอวิ๋น ทันใดนั้นหางตาเหลือบมองไป ก็เห็นหีบสมบัติสีเงินใบหนึ่งอยู่ด้านหลังจุดวาร์ป
“ถึงกับใส่หีบสมบัติมาด้วยเหรอ?”
เจียงหลิวชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะอย่างขบขันแล้วก้มลงเปิดหีบสมบัติ
[ คุณเปิดหีบสมบัติเงิน ได้รับหินวิญญาณ x10 ]
ให้หินวิญญาณแค่ 10 ก้อน?
สีหน้าของเขาดำทะมึนลงทันที เดิมทีนึกว่าจะเปิดได้ไข่มุกจันทรากับหญ้าร้อยบำเพ็ญบ้าง คิดไม่ถึงว่าข้างในจะมีแต่หินวิญญาณ!
ขี้เหนียวชะมัด ขี้ตืดจริงๆ
สำหรับผู้เล่นทั่วไป ถ้าเปิดหีบสมบัติแล้วได้หินวิญญาณย่อมต้องดีใจจนแทบคลั่งแน่นอน เพราะอย่างไรก็มีช่องทางได้หินวิญญาณเพิ่มมาอีกหนึ่งทาง
แต่สำหรับเขา มันไม่มีแรงดึงดูดอะไรเลย
ไม่เพียงไม่มีแรงดึงดูด ยังทำลายความสนใจของเขาด้วยซ้ำ
ฉันเสียเวลามหาศาลสำรวจแผนที่ ก็เพื่อหินวิญญาณแค่นี้ของนายเนี่ยนะ?
เวรเอ๊ย ไม่สำรวจแล้ว ไม่มีอารมณ์แล้ว!
ไปสำนักเสินเวยหาคู่บำเพ็ญของฉันดีกว่า!
เดิมทีเจียงหลิวคิดจะดันค่าการสำรวจสำนักหลิงอวิ๋นให้ถึง 100% ก่อน แล้วค่อยไปสำนักเสินเวย
แต่ตอนนี้… เหอะๆ
สำนักหลิงอวิ๋นของนายใกล้ถูกฉันฆ่าล้างบางจนเกลี้ยงแล้ว มีแต่ขยะเต็มพื้น นี่จะสำคัญกว่าคู่บำเพ็ญของฉันได้เหรอ?
ศิษย์พี่ฉีหลัว คู่บำเพ็ญสุดที่รักของเธอมาหาแล้ว!
“ทิศใต้สินะ?”
เจียงหลิวเหลือบมองสำนักเสินเวยบนแผนที่ กางปีกออกแล้วบินไปทางทิศทางของสำนักเสินเวยทันที
ร่างเข้าสู่ท้องฟ้าสูงพันเมตร หลังบินออกจากฐานหุบเขาของสำนักหลิงอวิ๋น ภายนอกคือป่าไม้สีเขียวสดใสที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายชีวิต ป่าเขียวชอุ่ม ต้นไม้สูงตระหง่าน เมื่อมองลงมาจากที่สูง ทิวทัศน์งดงามยิ่งนัก
แต่เขาไม่มีเวลาชื่นชม บินตรงไปสำนักเสินเวยตลอดทาง ภายในใจมีความคาดหวัง และความตื่นเต้นเหมือนการไปเจอเพื่อนออนไลน์
คนหนึ่งเป็นมนุษย์ในโลกจริง คนหนึ่งเป็น NPC คิดดูแล้วก็นับว่าเป็นเพื่อนออนไลน์เหมือนกันมั้ง
สำนักเสินเวยอยู่ห่างจากสำนักหลิงอวิ๋นไม่ไกลนัก คงประมาณร้อยกว่าลี้ หลังบินออกจากป่า ด้านนอกเป็นแผนที่ทุ่งราบ เมื่อมองลงไป เลือนรางพอจะเห็นหมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งตั้งอยู่บนทุ่งราบ
เมื่อมองไปยังที่ไกลกว่านั้น ก็สามารถเห็นเมืองสูงตระหง่านแห่งหนึ่งได้แล้ว นั่นก็คือเมืองไป๋ลู่ เมืองเพียงแห่งเดียวที่ปลดล็อกอยู่บนแผนที่
“มีจุดวาร์ปด้วยเหรอ?”
ขณะบินอยู่ จู่ๆ เจียงหลิวก็เห็นเสายักษ์สีเงินสูงหลายสิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง ดวงตาทั้งสองสว่างขึ้น แล้วบินลงไปเปิดใช้งานจุดวาร์ป
เมื่อมีจุดวาร์ปนี้แล้ว เขาจะไปกลับระหว่างสำนักหลิงอวิ๋นกับสำนักเสินเวยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกัน ใกล้จุดวาร์ปเขาก็เห็นมอนสเตอร์อีลีทที่มีชื่อแดงอยู่อีกตัวหนึ่ง
เอาจุดรีเฟรชมอนสเตอร์อีลีทมาไว้ใกล้จุดวาร์ป การตั้งค่านี้อบอุ่นใจมากเกินไปแล้วนะ คนคนนั้นน่ะ นายหัดเรียนรู้บ้างได้ไหม?
[ ชื่อ : มารซื่อเมี่ย ]
[ สังกัด : วังมารหน้าผี ]
[ ขั้น : อีลีท ]
[ ระดับพลัง : ขั้นก่อรากฐานขั้นกลาง ]
“วังมารหน้าผี? นี่คือผู้บำเพ็ญมารเหรอ?”
เจียงหลิวมองมอนสเตอร์อีลีทที่มีร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดุร้าย และมีกลิ่นอายเหี้ยมโหดทั่วร่างตัวนั้น แล้วอดเผยสีหน้าประหลาดใจไม่ได้
ผู้บำเพ็ญมารถึงกับกล้าปรากฏตัวบนทุ่งราบอย่างเปิดเผย นี่เป็นการตั้งค่าของระบบ หรือไม่รู้จักกลัวตายกันแน่?
ช่างเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอะไร เขาซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเซียนฝ่ายธรรมะที่เปี่ยมด้วยความเที่ยงธรรมทั้งร่าง ย่อมไม่อนุญาตให้มารชั่วดำรงอยู่ในโลกหล้าเป็นอันขาด
ตั้งแต่ปฏิเสธผู้อาวุโสสี่ในเนื้อเรื่องหลัก เขาก็สาบานว่าจะไม่อยู่ร่วมฟ้ากับมารอีกต่อไปแล้ว
“คมกระบี่ห้าธาตุ!”
สองนาทีต่อมา
[ คุณได้รับหินวิญญาณ x5, ไข่มุกจันทรา x1, หญ้าร้อยบำเพ็ญ x1, ป้ายปราบมาร x1 ]
ป้ายปราบมาร?
เจียงหลิวสงสัยเล็กน้อย เปิดกระเป๋าแล้วมองป้ายหยกขาวแผ่นนั้น
[ ป้ายปราบมาร : ป้ายคำสั่งไล่ล่ามารที่พันธมิตรเซียนไท่อี้แจกจ่ายลงมา สะสมป้ายคำสั่งนี้ สามารถนำไปแลกไอเทมต่างๆ ได้ที่ NPC ของพันธมิตรเซียนไท่อี้ ]
พันธมิตรเซียนไท่อี้ ฟังดูโคตรยิ่งใหญ่เลย
กล้าไล่ล่าสังหารมารอย่างโจ่งแจ้ง ย่อมต้องเป็นยักษ์ใหญ่ในโลกเซียนแน่นอน ในร้านค้าของพวกเขาต้องมีของดีที่ใช้หินวิญญาณซื้อไม่ได้แน่ เก็บไว้ๆ
เจียงหลิวเก็บป้ายคำสั่งไว้อย่างแช่มชื่นใจ แล้วถือโอกาสทำเครื่องหมายมอนสเตอร์อีลีทตัวนี้ไว้ ก่อนจะบินต่อไปทางสำนักเสินเวย
สิบนาที ยี่สิบนาที สามสิบนาที...
ยิ่งเข้าใกล้สำนักเสินเวยมากเท่าไร อัตราการเต้นของหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
ตั้งแต่กิจกรรมครั้งก่อนจบลง เขาก็ไม่ได้เจอฟู่ฉีหลัวอีกเลย ภาพตัวละครมูลค่าหลายพันหยวนใบนั้นสลักลึกอยู่ในสมองของเขา
แม้ฟู่ฉีหลัวจะเป็นเพียงหนึ่งในคู่บำเพ็ญ 100 คนของเขา แต่ก็เป็นคู่บำเพ็ญคนแรกของเขาเช่นกัน ย่อมให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ
ถึงขั้นพูดได้ว่า ฟู่ฉีหลัวก็คือรักแรกของเขา!
อ้อ ก็ไม่ถูก ถ้านับตัวละครเสมือนด้วย อย่าว่าแต่รักแรกเลย แม้แต่แต่งงานครั้งแรกก็ยังนับไม่ได้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้
เขากำลังจะเข้าสู่อาณาเขตของสำนักเสินเวยแล้ว แม้แผนที่จะดำสนิททั้งแผ่น แต่ตราบใดที่มีความรักนำทาง เขาต้องหาที่ตั้งของสำนักเสินเวยเจอแน่นอน!
ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว!
เจียงหลิวบินอยู่บนท้องฟ้าสูงพันเมตร สีหน้าตื่นเต้นสุดขีด ดวงตาทั้งสองกวาดมองเบื้องล่างไม่หยุด
ไม่นาน เขาก็ค้นพบกลุ่มอาคารจำนวนมากท่ามกลางเทือกเขาเตี้ยแห่งหนึ่ง
ทันทีที่เห็นกลุ่มอาคารของสำนักเสินเวย เขารู้สึกเหมือนหัวใจพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ ภายในใจอดเกิดความประหม่าไม่ได้
ความประหม่าแบบนี้รุนแรงกว่าตอนรู้ผลคะแนนปลายภาค รุนแรงกว่าตอนเขาไปร้านอาบอบนวดกับหลี่ตงเจ๋อเสียอีก
นี่ก็คือความรู้สึกของการนัดเจอพี่สาวคนสวยที่รู้จักในเน็ตเหรอ?
ตื่นเต้นจริงๆ!
ศิษย์พี่ฉีหลัว ศิษย์น้องมาแล้ว!
ขณะที่เขากำลังบินไปยังฐานของสำนักเสินเวยด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ทันใดนั้น ก็เหมือนชนเข้ากับกำแพงโปร่งใส ร่างหยุดชะงักลงทันที
ในเวลาเดียวกัน เสียงระบบก็ดังขึ้นในสมองของเขา
[ ค่าการสำรวจสำนักหลิงอวิ๋นของคุณยังไม่ถึง 50% ขณะนี้ไม่สามารถเข้าสู่แผนที่อื่นได้ ]
[ สำหรับพื้นที่ข้างหน้า โปรดกลับมาสำรวจในภายหลัง ]
เจียงหลิว “????”
เจียงหลิว “!!!!”
“เชี่ยเอ๊ย เดรัจฉานชัดๆ!”
หลังเจียงหลิวได้ยินเสียงระบบ ก็เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สมองดังหึ่งๆ ดวงตาเบิกกว้างราวพยัคฆ์ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
ในชั่วพริบตา เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบมืดลง แสงไฟทั่วหล้ามอดดับ
เลือดขึ้นสมอง ทั้งร่างสั่นเทิ้ม โกรธจนริมฝีปากสั่น
พื้นที่ข้างหน้าโปรดกลับมาสำรวจในภายหลัง?
ต้องเป็นผู้พัฒนาเกมที่เดรัจฉานขนาดไหน ถึงทำการตั้งค่าแบบนี้ออกมาได้เนี่ย!
ฉันเดินทางไกลหลายร้อยลี้ เต็มไปด้วยความคาดหวังเพื่อมาพบคู่บำเพ็ญ มาถึงหน้าบ้านคนอื่นแล้ว นายบอกฉันว่าโปรดกลับมาในภายหลังเหรอ?
บ้าเอ๊ย ถอดกางเกงแล้วนายมาพูดแบบนี้กับฉันเนี่ยนะ?!
นายก็น่าเตือนให้เร็วกว่านี้สิ!
ถ้าเตือนให้เร็วกว่านี้ แล้วฉันจะมามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ไหมล่ะ?
“เดรัจฉานจริงๆ เดรัจฉาน สักวันหนึ่งฉันจะเชือดทีมผู้พัฒนาเกมยุคบำเพ็ญเซียนของพวกนายให้หมด!”
เจียงหลิวโกรธจนหน้าม่วง กัดฟันกรอดแล้วด่าออกมา ก่อนจะออกจากระบบทันที
สำรวจโลก?
สำรวจบ้านพ่องนายสิ!