- หน้าแรก
- คุณนักร้องตัวซวย ได้โปรดหยุดจับไมค์ทีเถอะ
- บทที่ 21 - อยู่ให้ห่างจากเย่เสวียนเข้าไว้ เขาคือตัวซวย!
บทที่ 21 - อยู่ให้ห่างจากเย่เสวียนเข้าไว้ เขาคือตัวซวย!
บทที่ 21 - อยู่ให้ห่างจากเย่เสวียนเข้าไว้ เขาคือตัวซวย!
มีชาวเน็ตเห็นฉากนี้ ความรู้สึกที่มีต่อฮว๋าเฉินอวี่ก็ดิ่งลงเหวอีกครั้ง
พากันสาดกระสุนคอมเมนต์แสดงความไม่พอใจออกมา
"จู่ๆ ก็สงสารผู้กำกับหงเทาจับใจ เดิมทีเขาหวังดีช่วยเตือน แต่ทำไงได้ อีกฝ่ายไม่เข้าใจความหวังดีของเขาเลยสักนิด"
"เอาไปแค่สี่กระเป๋า? ขอถามหน่อยว่านี่คือความหมายของคำว่าน้อยเหรอ? คนไม่รู้นึกว่าเขาจะไปทำงานต่างเมืองครึ่งปีนะเนี่ย?!"
"ให้ตายเถอะ ฉันไปทำงานต่างเมืองตลอดทั้งปี บินไปทั่วสารทิศ กระเป๋าเดินทางใบเดียวก็พอแล้วปะ อย่ามาเข้าใจคำว่าไปทำงานต่างเมืองผิดๆ ได้ไหม"
"ที่แปลกที่สุดคือ เขากลับรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลและเอาของไปน้อยมากแล้ว ไม่รู้ว่าอีคิวต่ำหรือดัดจริตกันแน่"
"ฮว๋าฮวาแค่เป็นคนตรงๆ ซื่อๆ การใช้ชีวิตให้มีความสุขมันผิดตรงไหน?"
"ได้โปรดอย่าเข้มงวดกับฮว๋าฮวามากนักเลย เขายังเป็นแค่วัยรุ่น การชอบแต่งตัวมันไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ"
ชาวเน็ตพากันด่ากราด แฟนคลับรีบเข้ามาควบคุมทิศทางลม ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ชัดเจนนัก ...
ตัดภาพมาที่ฝั่งเย่เสวียน เนื่องจากการบุกจู่โจมอย่างกะทันหันของทีมงาน เย่เสวียนจึงไม่มีเวลาเก็บของเลย
หลังจากเชิญทีมงานเข้ามาข้างใน เย่เสวียนก็ไม่มีเวลาทักทายอะไรมากมาย รีบเก็บของที่ต้องใช้สำหรับการเดินทางทันที
เมื่อมองดูกล้องไลฟ์สดที่จ่อมาทางเขาตลอดเวลา เย่เสวียนก็รู้สึกจนปัญญา
ได้ยินเขาบ่นอย่างอ่อนใจว่า "ผู้กำกับ ผมจะเก็บของแล้ว คงถ่ายต่อไม่ได้แล้วล่ะมั้ง ยังไงนี่ก็เป็นของใช้ส่วนตัวนะ"
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังเสียดายที่จะไม่ได้เห็นภาพต่อไป กลับได้ยินผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบคนทำงานที่ฟังดูแถหน้าด้านๆ ว่า
"เข้าใจๆ คุณเก็บของคุณไปเถอะ ผมไม่ดูก็สิ้นเรื่อง"
พูดจบ ผู้กำกับยังหันหลังกลับไปอย่างขึงขังที่ดูปลอมสุดๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะไม่แอบดูเด็ดขาด
การกระทำนี้ทำเอาเย่เสวียนถึงกับช็อกตาตั้ง
ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?
เย่เสวียนมองแผ่นหลังของผู้กำกับ สลับกับมองกล้องไลฟ์สดที่กำลังจ่อมาที่ตัวเอง
เขารู้ดีว่าอีกฝั่งของกล้องคือดวงตานับไม่ถ้วนของชาวเน็ต ทุกการกระทำของเขาสามารถถูกมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นผู้กำกับหันหลังให้และเริ่มแทะเมล็ดแตงโมบนโต๊ะของเขา
ท่าทางที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่สนใจเขา ทำเอาเย่เสวียนขมับกระตุกรัวๆ
กัดฟันกรอด ยอมแลกก็แลกวะ
เขาเริ่มเก็บของต่อหน้าผู้ชมหลายแสนคนอย่างไม่อาย
ผู้ชมหน้าจอโทรศัพท์แทบจะหัวเราะจนเป็นบ้า
"เชี่ย ขำจะขิตแล้ว ผู้กำกับก็ฉลาดเกินไปไหม!"
"ฉันแค่อยากจะบอกว่า 'ผู้กำกับ พอเถอะ ชายชาตรีอกสามศอกอย่างคุณก็มีมุมตอแหลแบบนี้ด้วยเหรอ พอได้แล้วนะ'"
"ต้องขอชมสักประโยคเลยว่า ผู้กำกับทำได้สวยมาก!"
"สงสารเย่เสวียนสามวินาที สีหน้าเหวอรับประทานมันสมจริงเกินไปแล้ว!"
จนกระทั่งผู้ชมหน้ากล้องมองเห็นเย่เสวียนยัดกางเกงในและถุงเท้าลงกระเป๋าเดินทางด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
บนหน้าจอก็ระเบิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดุเดือดขึ้นไปอีก
"ว้าว ฉันเจอของที่เหมือนกับของฉันเป๊ะเลย เย่เสวียนใช้ชีวิตเรียบง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?"
"สไตล์ของเย่เสวียนเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเหมือนเดิม เหมือนกับตัวเขาเลย ต้องขอชมว่าตาถึงจริงๆ"
"ทะลุจอมาเลยทีเดียว สัมผัสได้ถึงอารมณ์สิ้นหวังของเย่เสวียน ผู้กำกับนี่น่าหมั่นไส้จริงๆ ฮ่าๆๆ แต่ฉันโคตรชอบเลย!"
"เย่เสวียน: ฉันคือใคร ฉันอยู่ที่ไหน ทำไมฉันต้องมาเก็บของใช้ส่วนตัวต่อหน้าคนดูเป็นแสนด้วย ตอนนี้ปฏิเสธยังทันไหม?"
ในที่สุดท่ามกลางความอึดอัด เย่เสวียนก็ยัดเสื้อผ้าสองสามชิ้นลงในเป้แบบลวกๆ สะพายขึ้นบ่าแล้วเตรียมตัวออกจากบ้าน
ทีมงานเห็นแล้วถึงกับอึ้ง นึกว่าเย่เสวียนไม่รู้ว่ารายการต้องอัดกันหลายวัน
จึงรีบเตือนว่า "อาจารย์เย่ การอัดรายการครั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาสี่ถึงห้าวัน อยากจะเอาเสื้อผ้าไปเพิ่มอีกสักหน่อยไหมครับ"
แต่กลับเห็นเย่เสวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดสบายๆ ว่า
"ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่พอก็ไปซื้อเอาที่เมืองที่จะถ่ายทำก็ได้ ถือซะว่าไปเที่ยว จะได้ชมวิวด้วย"
เอิ่ม ...
ทีมงาน: เอาที่คุณสบายใจเลย ...
ดังนั้น ผู้ชมจึงได้เห็นเย่เสวียนสะพายเป้ธรรมดาๆ เดินออกจากบ้านไปอย่างเท่ๆ
ท่าทางสบายๆ ไร้ความกังวล ทำเอาผู้ชมหน้าจออดอิจฉาไม่ได้
"ชิลเกินไปแล้ว นี่สิถึงจะเป็นวิธีการเดินทางไกลที่ถูกต้อง!"
"น่าจะให้แฟนฉันดูบ้าง ทุกครั้งที่ฉันไปทำงานต่างเมือง เธอจัดกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ให้ฉันเพียบ เอาไปเยอะแยะ เอาเข้าจริงไม่ได้ใช้เลย"
"ไม่ คอมเมนต์บนนายคิดผิดแล้ว แฟนของนายจะชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางของฮว๋าฮวา แล้วบอกนายว่านั่นยังห่างไกลคำว่าพอ เธอปรานีลงดาบเบาแล้วต่างหาก"
"แฟนคลับของฮว๋าฮวาน่าจะดูให้ดีนะ นี่สิถึงจะเรียกว่าท่าทางที่วัยรุ่นควรมี พวกติ่งไร้สมอง"
"พูดกันตามตรง ทัศนคติการใช้ชีวิตของเย่เสวียนเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมาตลอดแต่ทำไม่ได้ เขาใช้ชีวิตในแบบที่ฉันต้องการเลย"
"เห็นด้วย +1"
จนถึงตอนนี้ นักร้องทั้งเจ็ดคนก็มุ่งหน้าสู่สนามบินจากทิศทางที่แตกต่างกัน
ภายในรถ ได้ยินเพียงเสียงผู้กำกับถามขึ้น "เย่เสวียน ทำไมคุณถึงมาเข้าร่วมรายการ ข้าคือนักร้อง ล่ะ?"
แต่กลับเห็นเย่เสวียนมองผู้กำกับด้วยสีหน้าไร้เดียงสาแล้วตอบว่า "ก็พวกคุณเชิญผมมาเองไม่ใช่เหรอ!"
ผู้กำกับ: เอิ่ม ...
ผู้ชมหน้าจอสามารถสัมผัสได้ถึงความพูดไม่ออกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ของผู้กำกับ
ได้ยินผู้กำกับถามต่อว่า "แล้วคุณคิดว่าจนถึงตอนนี้ สิ่งที่คุณได้รับมากที่สุดคืออะไร?"
เย่เสวียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างลังเลว่า "ได้เงินล่ะมั้ง?"
ผู้กำกับยังไม่ยอมแพ้ ถามต่อว่า "คุณมีอะไรอยากจะพูดเกี่ยวกับรายการ ข้าคือนักร้อง ไหม หรือว่ามีความคาดหวังอะไรบ้าง?"
เห็นเย่เสวียนตอบกลับโดยไม่ลังเลเลยว่า "เบิกค่าตั๋วเครื่องบินได้ใช่ไหม? ช่วงไลฟ์สดก็มีค่าตัวให้ใช่ปะ?"
ทะลุหน้าจอออกมา ชาวเน็ตสามารถสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของผู้กำกับที่แตกสลาย
ได้ยินผู้กำกับกัดฟันกรอด พูดอย่างดุดันว่า "วางใจเถอะ เบิกค่าตั๋วเครื่องบินได้ ค่าตัวก็ไม่ขาดไปสักแดงเดียวหรอก"
"แม่เจ้า รู้สึกเหมือนผู้กำกับตัวแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เย่เสวียนคือจุดตกต่ำในอาชีพการงานของเขาชัดๆ"
"ฉันบอกได้คำเดียวว่าต้องคิดสั้นขนาดไหนถึงไปสัมภาษณ์เย่เสวียน? ถือว่านายซวยไปละกัน!"
"ถ้าฉลาดล่ะก็ อยู่ให้ห่างจากเย่เสวียนไว้เถอะ เขาคือตัวซวย!!"
"เห็นตอนเย่เสวียนบริจาคเงินตาไม่กะพริบเลย นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนหน้าเลือดที่ขี้เหนียวสุดๆ?"
"เย่เสวียน: หลอกความรู้สึกฉันน่ะได้ แต่อย่าหวังจะหลอกเงินฉัน!"
"พี่เย่ ขอร้องล่ะรีบหุบปากเถอะ แค่แป๊บเดียว ผู้กำกับก็โดนพี่ทำให้ขุ่นเคืองจนแทบคลั่งแล้ว ระวังเขาจะลอบกัดเอานะ"
"ผู้กำกับยิ้มกริ่ม: ไม่หรอก เย่เสวียนไม่ต้องกลัวโดนลอบกัด เพราะฉันจะทำให้เขาไม่มีทางเดินต่างหาก"
"พี่เย่ ขอร้องล่ะช่วยไปดูไลฟ์สดของนักร้องคนอื่นหน่อยเถอะ ดูสิว่าคนอื่นเขาตอบคำถามแบบมืออาชีพขนาดไหน พี่ไม่กลัวยอดฟอลโลว์ลดเลยใช่ไหมเนี่ย!"
"ถ้าพูดถึงความตึง ก็ต้องพี่เย่ของฉันตึงสุด ไม่มีใครเทียบได้!"
เห็นได้ชัดว่าในห้องไลฟ์สดอื่นๆ อวี่เฉวียน จางเจี๋ย หานเหล่ย และจางอวี่ ล้วนถูกถามคำถามเหล่านี้เหมือนกัน
ในฐานะรุ่นพี่ในวงการบันเทิง การโลดแล่นในวงการมานานหลายปี ทำให้พวกเขาคุ้นเคยกับการตอบคำถามเหล่านี้เป็นอย่างดี
คำตอบของพวกเขาดูเป็นมืออาชีพมาก แต่ก็เป็นทางการมากเช่นกัน ถือว่าไม่มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ไม่มีข้อผิดพลาด
จนกระทั่งการสัมภาษณ์ของเติ้งจื่อฉี ถึงเริ่มมีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย