- หน้าแรก
- คุณนักร้องตัวซวย ได้โปรดหยุดจับไมค์ทีเถอะ
- บทที่ 19 - เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นอกจากตัวผู้กับตัวเมีย
บทที่ 19 - เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นอกจากตัวผู้กับตัวเมีย
บทที่ 19 - เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นอกจากตัวผู้กับตัวเมีย
ตอนที่เย่เสวียนถูกตัดสายทิ้ง เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดและยอมรับความจริงข้อนี้ได้อย่างรวดเร็ว
ยังไงซะ ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ สำหรับคนที่มีเพลงอยู่ในหัวนับไม่ถ้วนอย่างเขา การแต่งเพลงสักเพลงมัน
ไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิด
แน่นอนว่า ถ้าเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามด้วยล่ะก็ มันก็จะยิ่งดีเยี่ยมไปเลย
ถือซะว่าไปเที่ยวพักผ่อนก็แล้วกัน
เบิกค่าตั๋วเครื่องบินได้ แถมยังได้เงินอีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว
ดังนั้น เย่เสวียนจึงเดินไปที่เตียงนอนแสนนุ่มของตัวเองอย่างไม่รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย
เขาต้องนอนเอาแรงให้เต็มที่ซะแล้วสิ
ถ้าหงเทา ผู้กำกับใหญ่รู้ว่าตอนนี้เย่เสวียนกำลังมองโลกในแง่ดีขนาดไหนล่ะก็ เมื่อกี้ตอนโทรคุยก็คงไม่เกร็งขนาดนั้นหรอกมั้ง!
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะคิดยังไง แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่
แต่ทางด้านหงเทา หลังจากที่จัดการกับเย่เสวียน ผู้ชายที่เรียกเรตติ้งให้รายการได้มากที่สุดเสร็จเรียบร้อย เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จากนั้น เขาก็โทรไปหาศิลปินคนอื่นๆ ต่อ
อวี่เฉวียน : "มันจะไม่กะทันหันไปหน่อยเหรอครับผู้กำกับ ก่อนหน้านี้คุณไม่เห็นบอกเลย บอกความจริงผมมาเถอะว่าคุณแอบวางแผนจู่โจมพวกเราสายฟ้าแลบไว้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม"
ผู้กำกับหงเทาแสดงสีหน้าว่าตัวเองถูกปรักปรำชัดๆ
สุดท้าย หลังจากพูดคุยกันพักใหญ่และนัดแนะเวลากับอวี่เฉวียนเรียบร้อย เขาก็วางสายไปอย่างพึงพอใจ
ทางด้านเติ้งจื่อฉี ตอนที่ได้รับสายจากผู้กำกับก็ตกใจไม่เบาเหมือนกัน : "ห๊ะ พรุ่งนี้เหรอคะ"
"ก่อนหน้านี้ผู้กำกับไม่ได้บอกหนูเลยนะคะ"
"ทำแบบนี้ได้ยังไง หนูยังมีคิวงานอื่นพรุ่งนี้อยู่นะคะ"
แต่หลังจากที่ผู้กำกับหงเทาพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างหนัก ในที่สุด เติ้งจื่อฉีก็ยอมใจอ่อน
"โอเคๆ เห็นแก่หน้าพี่เย่เสวียนหรอกนะหนูถึงยอมไป หนูอยากให้เขาแต่งเพลงให้หนูสักเพลง เขาเก่งเกินไปแล้วจริงๆ ค่ะ"
ผู้กำกับหงเทา : ฉันพูดจนปากเปียกปากแฉะ แต่เธอกลับยอมตกลงเพราะเห็นแก่หน้าเย่เสวียนเนี่ยนะ ขอบใจมากเลยนะยะ!
ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละของหงเทา ผู้กำกับใหญ่ นักร้องคนอื่นๆ ที่เหลืออย่าง จางเจี๋ย หานเหล่ย และจางอวี่ ต่างก็ตกลงที่จะออกเดินทางให้ตรงเวลาในเช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากจัดการกับเหล่านักร้องชุดเดิมเสร็จสิ้น เมื่อมองดูชื่อสุดท้ายในรายชื่อผู้เข้าร่วมรายการ ผู้กำกับก็ถึงกับกุมขมับ
เห็นเพียงชื่อสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ก็คือ : ฮว๋าเฉินอวี่
เดิมที รายชื่อผู้เข้าแข่งขันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว สาเหตุหลักก็คือฮว๋าเฉินอวี่มีกระแสค่อนข้างดี และมีฐานแฟนคลับเยอะ
ถือว่าเป็นนักร้องวัยรุ่นที่กำลังมาแรงคนหนึ่งเลยทีเดียว
ทีมงานรายการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วถึงได้เลือกเขามา
ตอนแรกตั้งใจจะให้เขามาในฐานะนักร้องวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในหมู่นักร้องกลุ่มนี้
ในตอนนั้น เย่เสวียนยังเป็นแค่นักร้องระดับสองอยู่เลย
หนำซ้ำเป็นเพราะฉายา 'ตัวตึงสายเจิม' บนอินเทอร์เน็ต ทำให้หลายคนมีอคติกับเขา มองว่าการเป็นนักร้องระดับสองของเขานั้นเป็นแค่เรื่องฟลุค
ในขณะที่นักร้องชายคนอื่นๆ ในรายการล้วนแต่เป็นศิลปินที่อยู่ในวงการมานานหลายปี
ในสถานการณ์แบบนั้น การเชิญศิลปินระดับแนวหน้ารุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงมาร่วมรายการด้วยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า ภายในเวลาแค่สองวันสั้นๆ เย่เสวียนจะสามารถยึดครองเทรนด์ฮิตได้ตั้งหลายรอบ จนดังเป็นพลุแตกขนาดนี้
ค่าตัวก็พุ่งพรวดตามไปด้วย
ความนิยมยิ่งพุ่งกระฉูด จะเรียกว่าเป็นศิลปินที่กำลังมาแรงที่สุดก็คงไม่เกินจริง
อย่างที่โบราณว่าไว้ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นอกจากว่าจะเป็นตัวผู้กับตัวเมีย
ในฐานะที่ฮว๋าเฉินอวี่ขึ้นชื่อเรื่องการกีดกันและกดขี่นักร้องหน้าใหม่ในวงการบันเทิงอยู่แล้ว
ผู้กำกับหงเทาไม่อยากให้เย่เสวียนต้องมาเจอหน้ากับเขาเลยจริงๆ
ถึงแม้ว่าการมีข้อขัดแย้งและประเด็นดราม่าจะช่วยสร้างจุดขายและเพิ่มยอดวิวได้
แต่รายการ 'ข้าคือนักร้อง' เป็นผลงานชิ้นเอกที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมา เขาไม่อยากเห็นรายการนี้ต้องมาเละเทะเพียงเพราะความอิจฉาริษยาของใครบางคนหรอกนะ
นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสองวันก่อน แฟนคลับของเย่เสวียนจู่ๆ ก็บุกไปที่ใต้เวยป๋อของซางหร่าน ซึ่งเป็นนักร้องระดับสองเหมือนกัน แล้วก็พากันคอมเมนต์ด่าทอแบบเสียๆ หายๆ
จนเกือบจะบานปลายกลายเป็นสงครามสาดน้ำลายระหว่างดารากับแฟนคลับซะแล้ว
คนอื่นอาจจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้ แต่หงเทาในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิง ลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้ หลอกตาเขาไม่ได้หรอก
ในตอนที่เย่เสวียนประกาศให้ฟังเพลงฟรี ซางหร่านที่เพิ่งจะปล่อยเพลงแบบเสียเงินออกมา ก็ถูกผลักออกมารับหน้ากลายเป็นเป้าโจมตีของชาวเน็ต
แต่ชาวเน็ตหลายคนที่มารอมุงดูเรื่องสนุกกลับไม่รู้ความจริง
ว่าในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ซางหร่านปล่อยเพลง ฮว๋าเฉินอวี่เองก็ปล่อยเพลงแบบเสียเงินออกมาเหมือนกัน แถมยังปล่อยตั้งสองเพลง และราคาก็แพงกว่าเพลงของซางหร่านด้วย
ถ้าว่ากันตามชื่อเสียงแล้ว ซางหร่านเป็นแค่นักร้องระดับสอง แต่ฮว๋าเฉินอวี่นั้นเป็นนักร้องตัวท็อปอย่างแท้จริง
ฐานแฟนคลับก็มีมากกว่าซางหร่านตั้งหลายเท่า
ถ้าไม่มีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง แล้วใครจะไปดันซางหร่านที่ชื่อเสียงน้อยกว่าออกมารับแรงกระแทกจากคนฟังที่กำลังโกรธเกรี้ยวล่ะ
ในขณะที่ฮว๋าเฉินอวี่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังกว่ากลับไม่มีใครสนใจเลยสักคน
ถ้าบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีลับลมคมใน หงเทาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ท้ายที่สุด คนที่ได้รับความเสียหายก็มีแค่ซางหร่านกับเย่เสวียน ส่วนฮว๋าเฉินอวี่กลับลอยตัวเหนือปัญหา ไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด
ต้องขอชมเลยว่า ร้ายกาจจริงๆ!
เพียงแต่ เอาความฉลาดไปใช้ในทางที่ผิดซะนี่
ช่างเป็นคนที่ทำให้ชอบไม่ลงเลยจริงๆ
ผู้กำกับหงเทาถอนหายใจเฮือกใหญ่
สุดท้าย เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฮว๋าเฉินอวี่อีกครั้ง
ช่วยไม่ได้นี่นา เมื่อหลายวันก่อน ทีมงานได้ตกลงกับทางฮว๋าเฉินอวี่เรื่องการถ่ายทำรายการไว้เรียบร้อยแล้ว
เขาจะผิดคำพูดไม่ได้
แต่ถ้าหากทางฮว๋าเฉินอวี่ไม่ว่าง เขาก็คงหมดหนทางเหมือนกัน
เพราะยังไงนี่ก็เป็นการเลื่อนเวลาถ่ายทำให้เร็วขึ้นตั้งหลายวัน คิวงานอาจจะชนกันก็เป็นได้
ผู้กำกับหงเทาถือสายรอพร้อมกับคิดในใจ
ภาวนาให้อีกฝ่ายไม่ว่าง จะได้ไม่เกิดโศกนาฏกรรมเสือสองตัวแย่งชิงความเป็นใหญ่
ไม่อย่างนั้น ถ้าดาราดังสองคนเปิดศึกฉะกันขึ้นมาจริงๆ หัวใจของเขาคงรับไม่ไหวแน่ๆ!
เพียงแต่ ความหวังของผู้กำกับหงเทากลับต้องพังทลายลง
เรื่องราวกลับตาลปัตร ฮว๋าเฉินอวี่ตอบตกลงที่จะมาถ่ายทำรายการไลฟ์สดในวันพรุ่งนี้อย่างง่ายดาย
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เย่เสวียนยังคงหลับฝันหวานอยู่ แต่ก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังไม่หยุด
เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าวันนี้ต้องนั่งเครื่องบินไปเมืองอื่นเพื่อถ่ายรายการ 'ข้าคือนักร้อง' แบบไลฟ์สด
เย่เสวียนงัวเงียลุกขึ้นจากเตียง หรี่ตาเดินไปเปิดประตูให้ทีมงาน
แต่ทันทีที่เปิดประตู ความง่วงของเย่เสวียนก็ปลิวหายไปในพริบตา
"เวรเอ๊ย!"
เขาสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบกระชากประตูปิดดังปัง
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ทีมงานรายการถึงกับแบกกล้องมาตั้งรออยู่หน้าห้อง เลนส์กล้องจ่อตรงมาที่ประตูบ้านของเขาเลย
จุดสีแดงที่กะพริบวิบวับ เป็นการเตือนเย่เสวียนว่าตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่
ใครก็ได้บอกเขาที ว่าทำไมถึงต้องไลฟ์สดตั้งแต่เขาตื่นนอนด้วยเนี่ย
ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมาก เย่เสวียนรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่ ก่อนจะวิ่งสับเท้าเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันล้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่มีเวลาแม้แต่จะเช็ดหยดน้ำบนหน้า เย่เสวียนคว้าผ้าขนหนูมาถือไว้ แล้วเดินไปเปิดประตูทันที
ช่วยไม่ได้นี่นา จะให้คนเขายืนรออยู่หน้าประตูตลอดไปก็ไม่ได้
แค่เย่เสวียนก็รู้สึกเสียมารยาทมากพอแล้ว
แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า ในตอนนี้ผู้ชมที่อยู่หน้าจอ กำลังหัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลังกับการกระทำเมื่อครู่นี้ของเขา
"แม่จ๋า ขำจนปอดจะพังอยู่แล้ว เย่เสวียนถึงกับปิดประตูใส่หน้าเฉยเลย ฉันเห็นหน้าบานๆ ของผู้กำกับที่เต็มไปด้วยความเหวอเลยนะ!"
"ผู้กำกับคงไม่คิดฝันว่า ในชีวิตนี้จะมีวันที่โดนศิลปินปิดประตูใส่หน้าหรอกมั้ง!"
"ทำไมฉันไม่สงสารผู้กำกับเลยสักนิด แต่กลับรู้สึกว่าเย่เสวียนน่าสงสารแทน หน้าตายังไม่ได้ล้างก็โดนกล้องซูมเข้าหน้าเต็มๆ ซะแล้ว!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะเบ้าหน้าของเย่เสวียนรอดล่ะก็ การโดนซูมหน้าเมื่อกี้คงทำเอาเสียแฟนคลับไปเพียบแน่ๆ!"