เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - กองทัพไซเบอร์บ้านไหนเนี่ย ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ

บทที่ 7 - กองทัพไซเบอร์บ้านไหนเนี่ย ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ

บทที่ 7 - กองทัพไซเบอร์บ้านไหนเนี่ย ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ


มีเสียงกระซิบของเติ้งจื่อฉีดังขึ้นที่ข้างหู

"เย่เสวียน คุณคิดว่าตัวเองจะได้ที่เท่าไหร่คะ ร้องดีขนาดนั้นฉันว่าที่หนึ่งต้องเป็นของคุณแน่เลย!"

"เอ่อ ... " เมื่อมองสบดวงตาจริงใจของหญิงสาวตรงหน้า เย่เสวียนก็ถึงกับพูดไม่ออก

เธอช่างกล้าพูดซะจริง ต้องเข้าใจก่อนนะว่านักร้องคนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นรุ่นพี่ของพวกเขาทั้งนั้น

ในบรรดาคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ เติ้งจื่อฉีอายุน้อยที่สุด ส่วนเย่เสวียนก็มีประสบการณ์ในวงการน้อยที่สุด

เขาไม่กล้าพูดจาส่งเดชแบบนั้นหรอก

จึงได้แต่ตอบเลี่ยงๆ ไปว่า "มาตรฐานการร้องของทุกคนสูงมากเลยครับ ผมเดาไม่ออกหรอก"

เหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่รักษาน้ำใจของเย่เสวียนสักเท่าไหร่ เติ้งจื่อฉีจึงกลอกตาใส่เขาพร้อมกับบ่นอุบอิบ

"ตอนซีซันแรก รุ่นพี่หวงกว้านจงได้ที่สามในการแข่งขันรอบแรก ถ้าฉันทำได้แบบรุ่นพี่เขาบ้างก็พอใจแล้วล่ะ"

เอ่อ ... เธอช่างกล้าพูดจริงๆ แม่คุณเอ๊ย ต่อให้เธอจะหรี่เสียงเบาแค่ไหน แต่ห้องพักมันก็มีอยู่แค่นี้ รุ่นพี่คนอื่นๆ เขาก็ได้ยินกันหมดนั่นแหละ!

เย่เสวียนได้แต่ถอนหายใจกับความโผงผางของเด็กสาวคนนี้

เขาจึงสวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจว่า "ถ้าจำไม่ผิด รุ่นพี่หวงกว้านจงตกรอบไปอย่างน่าเสียดายในรอบที่สองนะครับ"

"เอ่อ ... ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน" เติ้งจื่อฉีพึมพำอ้อมแอ้ม

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกไป บรรดานักร้องคนอื่นๆ ที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่ต่างก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน

ซึ่งนั่นก็ช่วยทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องพักไปได้มากทีเดียว

ทว่าพวกเขากลับไม่รู้เลยว่า ในเวลานี้บนโลกอินเทอร์เน็ตกำลังถกเถียงเรื่องอันดับการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

แฟนคลับของแต่ละคนต่างก็ส่งเสียงเชียร์และสนับสนุนนักร้องในดวงใจของตัวเอง

"จางเจี๋ยนายยอดเยี่ยมที่สุด พวกเราจะสนับสนุนนายตลอดไป แชมป์ต้องเป็นของนายแน่!"

"หานเหล่ยในฐานะดาวค้างฟ้าแห่งวงการเพลง ตำแหน่งแชมป์เหมาะสมที่สุดแล้ว!"

"รุ่นพี่หานเหล่ยเป็นถึงศิลปินรุ่นเก๋า ทั้งทักษะการร้อง การคุมเวที และสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์ล้วนไม่มีใครเทียบได้"

"ฉันชอบราชาเพลงอกหักอย่างจางอวี่ เขาคือความทรงจำของคนยุคเรา คือวัยหนุ่มสาวที่ไม่มีใครแทนที่ได้"

"อวี่เฉวียนก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ทั้งการเลือกเพลงและเทคนิคการร้องไม่แพ้รุ่นพี่คนไหนเลย"

"สนับสนุนเจ้าหญิงน้อยเติ้งจื่อฉีตลอดไป ถึงจะอายุน้อยแต่ฝีมือไม่ธรรมดา ศักยภาพก็โดดเด่นที่สุด มีสิทธิ์ลุ้นที่หนึ่งได้เหมือนกัน"

"ถึงประสบการณ์ของพี่สาวปี้เฉินจะไม่เท่ารุ่นพี่คนอื่นๆ แต่ตำแหน่งราชินีเพลงประกอบซีรีส์ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แถมยังเป็นตัวแม่สายร้องสดอีก ตำแหน่งที่หนึ่งก็เป็นไปได้อยู่นะ"

"แม้ว่าเย่เสวียนจะถูกเรียกว่าตัวตึงสายเจิม แต่ต้องยอมรับเลยว่าการแสดงของเขาในครั้งนี้ไม่ด้อยไปกว่านักร้องระดับเทพคนไหนเลย ฝีมือของเขาของแท้จริงๆ ฉันเชียร์เย่เสวียน"

...

เรื่องที่ว่ามงจะลงที่ใครนั้นกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

บรรดาผู้ชมขาจรก็ต่างเข้ามาร่วมวงสนทนา หมายมั่นปั้นมือว่าจะส่งแรงเชียร์ให้ผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองชื่นชอบ

แต่ที่คึกคักที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพื้นที่ของเย่เสวียน

เพราะใต้โพสต์เวยป๋อของเย่เสวียนในตอนนี้ ได้กลายสภาพเป็นสมรภูมิรบขนาดยักษ์ไปเสียแล้ว

แอนตี้แฟน ผู้ชมขาจร และแฟนคลับ ทั้งสามฝ่ายมารวมตัวกันที่นี่ สถานการณ์ดุเดือดจนยากจะอธิบาย

"ฉันว่าที่หนึ่งของการแข่งขันรอบนี้ต้องเป็นราชาเย่ของพวกเราแน่ๆ นักร้องคนอื่นถ้าเพลงไม่ดีเท่า ฟ้าสางแล้ว ทักษะการร้องก็ตามไม่ทัน เย่เสวียนลอยลำคว้าที่หนึ่งชัวร์"

"คอมเมนต์บนฝันอยู่เหรอ ฟ้ายันไม่ทันมืดเลยมาละเมออะไรแถวนี้ กลับบ้านไปล้างหน้าเข้านอนไป ในฝันมีครบทุกอย่างแหละ!"

"แฟนคลับของเย่เสวียนก็เหมือนกับตัวเย่เสวียนนั่นแหละ หน้าหนาไม่แพ้กันเลย ร้องเพลงแค่เพลงเดียวทำหยิ่งยโสซะขนาดนี้ คนที่ไม่รู้คงนึกว่าไปคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมั้ง!"

"เชี่ย นี่มันไร้ยางอายขั้นสุดเลยเปล่าวะ"

"นั่นสิ มาเรียกตัวเองว่าราชาเย่ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนตั้งฉายาราชาให้ตัวเอง ขำชะมัด"

"ไอ้พวกคอมเมนต์บนเป็นพวกสาดโคลนมาจากไหนวะ ไสหัวไปเลย!"

"พวกเราจะคุยอะไรกันใต้โพสต์ของนักร้องที่พวกเราชอบมันก็เรื่องของพวกเรา ไอ้พวกงี่เง่าที่ไหนมาแส่ไม่เข้าเรื่อง ว่างจัดหรือไง"

"แค่เพลงเดียวแล้วมันทำไม เพลงเดียวก็ขึ้นหิ้งเป็นตำนานได้ เพลงนี้เพลงเดียวก็กินขาดเพลงค่อนวงการบันเทิงแล้วเหอะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพลงคุณภาพก่อนหน้านี้ของเย่เสวียนเลย"

"ร้องหยั่งกะผี ยังกล้ามาบอกว่าขึ้นหิ้ง ขำจนปอดจะพังละ!"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตัดสินคุณภาพผลงานของนักร้องจากปริมาณ มันต้องตัดสินกันที่ตัวผลงานไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ได้เป็นแฟนคลับใครทั้งนั้น แค่ชอบเพลง ฟ้าสางแล้ว เป็นการส่วนตัว และคิดว่าเพลงนี้เพลงเดียวก็ชนะเพลงอื่นๆ เป็นหมื่นเป็นแสนเพลงแล้ว"

"ผลงานแต่ละเพลงของเย่เสวียนน่าทึ่งมาก คนตาไม่บอดก็คงเห็น พวกแอนตี้รีบไสหัวไปซะ พฤติกรรมปลุกปั่นกระแสมันปัญญาอ่อนมาก"

"เสียงสวรรค์แบบนี้เข้าหูพวกแกดันกลายเป็น ร้องหยั่งกะผี ซะงั้น กองทัพไซเบอร์อย่างพวกแกจะรับงานทั้งทีก็เนียนๆ หน่อยไม่ได้หรือไง"

"นี่กองทัพไซเบอร์บ้านไหนรับจ้างมาเนี่ย ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ รีบๆ มารับกลับไปเลยไป ไม่อยากเห็นหน้าแม้แต่วินาทีเดียว ดูถูกสติปัญญาฉันมาก"

"ประเด็นคือพวกหน้าม้าพวกนี้ปลุกปั่นไม่ขึ้นไง มาอย่างเสือกลับไปอย่างหมา โคตรตลกเลย! ฮ่าๆๆ ขำจะตายอยู่แล้ว"

"เกรงว่าที่จ้างมาจะไม่ใช่หน้าม้าไซเบอร์ แต่เป็นพวกลิงกังมาสร้างเสียงหัวเราะมากกว่ามั้ง!"

แอนตี้แฟน แฟนคลับ และผู้ชมขาจร ทั้งสามฝ่ายปะทะคารมกันอย่างดุเดือด

แม้ว่าในช่วงแรกพวกแอนตี้แฟนจะกระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกสนาน แต่ทว่าเพลง ฟ้าสางแล้ว ของเย่เสวียนนั้นโด่งดังเกินไปจริงๆ ภายในเวลาสั้นๆ ยอดแฟนคลับก็พุ่งทะยาน แถมยังมีแฟนเพลงขาจรที่โดนตกเพราะชอบเพลงนี้อย่างบริสุทธิ์ใจอีก

เมื่อสองฝ่ายผนึกกำลังกัน พวกแอนตี้แฟนก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกรและถูกด่ากลับจนเถียงไม่ออก

ชั่วพริบตาเดียว ภายใต้การบีบขนาบของทั้งสองฝ่าย พวกมันก็ถูกปราบปรามจนราบคาบโดยไม่ทันได้สร้างกระแสอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

ต่อให้มีแอนตี้แฟนตัวฉกาจที่สู้รบเก่งกาจหลงเหลืออยู่สักคนสองคน คอมเมนต์แย่ๆ เหล่านั้นก็ถูกปัดตกลงไปอย่างรวดเร็ว

พวกแอนตี้แฟนทำได้เพียงยอมจำนนและหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างไม่เป็นท่า ไม่สามารถสร้างผลกระทบใดๆ ได้เลย

กลับกลายเป็นว่าสงครามน้ำลายของทั้งสามฝ่าย ดันทำให้คำว่า เย่เสวียน กลายเป็นคำค้นหายอดฮิตและแขวนหราอยู่บนอันดับต้นๆ ของช่องค้นหาบนเวยป๋อเสียอย่างนั้น

...

ภายในห้องทำงานของนักวิจารณ์เพลงจินเย่ากวง เขาเอาแต่ไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปมา ทว่ากลับไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการจะเห็นเลย

เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่านจนทนไม่ไหว ต้องกดโทรออกไปยังเบอร์ที่คุ้นเคยอีกครั้ง

ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ จินเย่ากวงก็พ่นคำถามใส่ด้วยความร้อนรน "เกิดอะไรขึ้น ไหนบอกให้ไปจ้างหน้าม้ามาสาดโคลนใส่เจ้านั่นไง ทำไมยังไม่ลงมืออีก ปกติแกทำงานช้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!"

ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นกลับดุดันยิ่งกว่าเขาเสียอีก

"เวรเอ๊ย! ฉันจะไปรู้ได้ไง แกมาถามฉันแล้วฉันจะไปถามใคร ฉันสั่งการลงไปตั้งแต่เช้าแล้ว หน้าม้าตั้งสองสามหมื่นคน แต่กลับไม่มีกระแสอะไรหลุดรอดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว โคตรจะแปลกเลย!"

เมื่อได้ยินคำตอบจากอีกฝ่าย จินเย่ากวงก็ถึงกับอึ้งไป เขาเอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "แกแน่ใจนะว่าจัดการหาหน้าม้ามาสองสามหมื่นคนจริงๆ ไม่ใช่ว่าลูกน้องแกแอบยักยอกเงินแล้วหาหน้าม้ามาแค่สองพันคนส่งเดชไปงั้นหรอกนะ!"

"ไม่มีทาง ฉันเป็นคนจัดการเองกับมือ ฉันยังอยากจะถามแกอยู่เลย เย่เสวียนเป็นตัวซวยชื่อดังไม่ใช่หรือไง แล้วเขาไปเอาแฟนคลับเดนตายพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ หน้าม้าของฉันโดนด่าจนเถียงไม่ออก โผล่หัวขึ้นมาไม่ได้เลยสักคน แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าหมอนั่นไม่มีฝีมือ เอาแต่สร้างกระแสเรียกร้องความสนใจ แล้วทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้!"

ประโยคสุดท้ายนั่นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในจิตใจของจินเย่ากวง

หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาคงไม่มีทางเขียนบทความเกาะกระแสเรียกร้องความสนใจพรรรค์นั้นออกมาเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม โลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจขาย ถึงแม้ตอนนี้จะรู้แล้วว่าไม่ควรไปแหยมกับเย่เสวียนและหมอนั่นไม่ใช่คนที่จะตอแยได้ง่ายๆ

แต่เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แล้ว มันก็ไม่มีทางให้ถอยกลับอีกต่อไป

ในขณะที่กำลังรู้สึกเสียใจ จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และกลับมามีสติอีกครั้ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - กองทัพไซเบอร์บ้านไหนเนี่ย ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นะ

คัดลอกลิงก์แล้ว