- หน้าแรก
- ฉันกลายเป็นซูเปอร์แมน
- บทที่ 13 ระเบิดเดินได้
บทที่ 13 ระเบิดเดินได้
บทที่ 13 ระเบิดเดินได้
บทที่ 13 ระเบิดเดินได้
ในภายหลัง เมื่อหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น อี้เจียฮุ่ยและหญิงสาวเหยี่ยวต่างพบว่าพวกเธอไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาอธิบายถึงอานุภาพของหมัดนั้นได้เลย
แทนที่จะบอกว่าโจวมิงชกออกไปหนึ่งหมัด มันกลับดูเหมือนระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูงระเบิดออกกลางอากาศเสียมากกว่า
อุณหภูมิที่สูงลิ่วจากการเปลี่ยนรูปของพลังงานจลน์สลายร่างของกัวหงเถาและอินทรีบีจนแตกดับไปในพริบตา กลายสภาพเป็นละอองหมอกสีแดงจางๆ ลอยคว้างอยู่ในอากาศ
อี้เจียฮุ่ยและหญิงสาวเหยี่ยวต่างยืนนิ่งงัน สมองขาวโพลนไปหมด
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อี้เจียฮุ่ยก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์พร้อมกับร้องตะโกนขึ้นมาว่า "แย่แล้ว โจวมิงดูเหมือนจะบินไม่เป็นนี่นา"
หลังจากที่ชกหมัดนั้นออกไป ด้วยแรงสะท้อนกลับอันมหาศาล ร่างของโจวมิงจึงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนราวกับลูกปืนใหญ่และหายวับไปจากสายตาของพวกเธอในพริบตา ต่อให้หญิงสาวเหยี่ยวจะมีสายตาที่เฉียบคมเพียงใด ก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเขาปลิวสูงขึ้นไปมากแค่ไหน
จนกระทั่งในตอนนั้นเอง พวกเธอถึงได้ยินเสียงหวีดหวิวของวัตถุที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง
โจวมิงกำลังทิ้งดิ่งเอาหัวปักลงพื้น
หญิงสาวเหยี่ยวพยายามกระพือปีกอย่างสุดกำลังเพื่อจะไปรับร่างของโจวมิง ทว่าปีกขวาของเธอกลับไม่ยอมขยับตามใจนึก
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ผืนปฐพีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับฝุ่นควันมหาศาลที่พัดกรรโชกเข้ามา
ทั้งสองคนรีบพุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มควันนั้น ทว่ากลับได้เห็นเพียงหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บนพื้น โดยมีโจวมิงนอนอยู่ก้นหลุมพลางเหม่อมองท้องฟ้าอย่างใช้ความคิด
อี้เจียฮุ่ยร้องเรียก "โจวมิง คุณเป็นอะไรไหม"
"อ้อ ผมไม่เป็นไร"
โจวมิงปีนขึ้นมาจากก้นหลุมแล้วก้มลงมองหมัดของตัวเอง
ตาแก่นั่นคุยโวโอ้อวดเสียใหญ่โต แถมยังทำท่าทางราวกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหนในโลกของอมนุษย์ แล้วทำไมถึงได้เปราะบางขนาดนี้กันนะ
หรือว่าตอนนี้ตัวเขายอดเยี่ยมกระเทียมเจียวขึ้นมาจริงๆ แล้ว
อี้เจียฮุ่ยสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าโจวมิงไม่มีร่องรอยบาดเจ็บตรงไหนเลย เธอจึงพูดด้วยความเลื่อมใสศรัทธาว่า "โจวมิง คุณยอดเยี่ยมมากเลย ที่แท้คุณก็เป็นอมนุษย์เหมือนกันสินะ"
อมนุษย์อย่างนั้นหรือ
โจวมิงเองก็ไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ของตนเองนั้น จะเหมือนกับพวกอมนุษย์ในโลกใบนี้หรือไม่
เมื่อเห็นว่าปีกของหญิงสาวเหยี่ยวยังคงมีเลือดไหลซึมอยู่ เขาจึงเอ่ยถาม "คุณไม่เป็นไรใช่ไหม"
หญิงสาวเหยี่ยวยิ้มแล้วตอบว่า "ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ เคยเจอแผลหนักหนากว่านี้มาแล้ว ฉันเคยได้ยินเรื่องของคุณมาจากแมวน้อยเหมือนกัน ไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นพวกเดียวกับเรา ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณค่ะ"
เมื่อพูดจบ เธอเสียน้อมตัวคำนับโจวมิงอย่างเป็นทางการและจริงจัง
ยอดฝีมือระดับนี้ย่อมได้รับความเคารพยำเกรงไปทั่วทั้งโลกของอมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรูก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นยอดฝีมือท่านนี้เพิ่งจะช่วยชีวิตพวกเธอเอาไว้ด้วย
หญิงสาวเหยี่ยวกล่าวต่อ "ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะจะพูดคุยกัน ท่านผู้อาวุโสสะดวกจะย้ายไปนั่งพักที่สมาคมของเราสักครู่ไหมคะ"
โจวมิงกำลังต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกของอมนุษย์อยู่พอดี ดังนั้นเขาจึงเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทีเขาตั้งใจไว้ว่าจะค่อยๆ ทำความรู้จักกับอี้เจียฮุ่ย และหลังจากสร้างความไว้วางใจต่อกันแล้ว จึงจะค่อยๆ เลียบเคียงถามหรือเปิดเผยฐานะของตนเองออกไปตรงๆ เพื่อสอบถามข้อมูล
คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งมันช่วยเร่งแผนการของเขาให้เร็วขึ้นมาก
สมาคมบ้านสัตว์เลี้ยงสาขาเฉิงตูอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทั้งสามคนจึงเดินทางไปถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
มันเป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กสีขาวที่ดูเรียบง่าย โอบล้อมด้วยกำแพงสีขาวอมชมพู ที่ประตูทางเข้ามีป้ายติดไว้ระบุว่าเป็นสถานที่ส่วนบุคคล ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพบบุกรุก
เมื่อเดินผ่านประตูรั้วลานบ้านเข้าไป ก็จะพบกับป่าไผ่ขนาดใหญ่ที่มีอาคารสีขาวหลังเล็กตั้งตระหง่านอยู่ภายใน ให้ความรู้สึกที่งดงามตามแบบแผนโบราณอย่างยิ่ง
หญิงสาวเหยี่ยวเชื้อเชิญโจวมิงเข้าไปในห้องน้ำชาของสมาคม ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านผู้อาวุโสโปรดรอที่นี่สักครู่ นึกว่าฉันต้องไปจัดการเรื่องราวที่หลงเหลือตรงโน้นก่อน แล้วเดี๋ยวให้แมวน้อยอยู่เป็นเพื่อนคุณนะคะ"
ความตายของกัวหงเถาและพวกอีกสองคนนั้น ทางที่ดีที่สุดคือต้องปกปิดเอาไว้ มิฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวกสมาพันธ์ผู้กลืนโลหิตหรือศูนย์จัดการสิ่งผิดปกติ จะต้องจับตาดูสมาคมบ้านสัตว์เลี้ยงเป็นเป้าหมายหลักอย่างแน่นอน
แม้ว่าพวกเธอจะสามารถโยนความผิดทั้งหมดไปให้ผู้อาวุโสท่านนี้ได้ แต่หญิงสาวเหยี่ยวกลับรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
จากคำบอกเล่าของแมวน้อย เธออยู่เป็นเพื่อนบ้านกับผู้อาวุโสท่านนี้มานานถึงครึ่งปี ทว่าเพิ่งจะมารู้ฐานะความเป็นอมนุษย์ของเขาเอาในวันนี้เอง
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้อาวุโสท่านนี้ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตนเอง
แน่นอนว่าการที่เธอช่วยปกปิดความลับนี้ให้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
นี่ไม่ใช่แค่การตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการที่จำเป็นในการสานสัมพันธ์อันดีกับผู้อาวุโสท่านนี้อีกด้วย
หากสมาคมสาขาเฉิงตูสามารถสร้างสายสัมพันธ์กับผู้อาวุโสท่านนี้ได้ ความปลอดภัยในอนาคตของพวกเธอก็จะได้รับการคุ้มครองอย่างมั่นคง
โลกของอมนุษย์นั้นโหดร้ายทารุณเป็นอย่างยิ่ง แทบจะยึดหลักกฎแห่งป่าที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างสิ้นเชิง และหญิงสาวเหยี่ยวก็ไม่อยากจะปล่อยให้โอกาสในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของพวกเธอหลุดลอยไป
เมื่อหญิงสาวเหยี่ยวเดินออกจากสมาคมไป ในห้องน้ำชาก็เหลือเพียงโจวมิงและอี้เจียฮุ่ยอยู่กันตามลำพัง
ไม่มีใครยอมเปิดปากพูดก่อน
อี้เจียฮุ่ยเป็นคนที่ไม่ถนัดในการเข้าสังคมอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้รู้ว่าโจวมิงเป็นถึงยอดฝีมือระดับไร้เทียมทานในหมู่หมู่ อมนุษย์ เธอก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก ได้แต่นั่งขดตัวสั่นระริกราวกับนกกระทา ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน
มีเพียงหางอันอ่อนนุ่มของเธอที่กวัดแกว่งไปมาอยู่ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมันได้ทรยศต่อความกังวลใจภายในของเธอจนหมดสิ้น
โจวมิงถูกดึงดูดสายตาด้วยลักษณะเด่นของแมวบนตัวของอี้เจียฮุ่ย
โจวมิงยินดีที่จะเอาเกียรติยศของตนเองเป็นประกันเลยว่า เขาไม่ได้เป็นพวกคลั่งไคล้สัตว์ขนฟูเลยแม้แต่น้อย
ทว่าหางปุกปุยที่ส่ายไปส่ายมานั้นมันช่างล่อตาล่อใจเสียเหลือเกิน จนทำให้คนเห็นรู้สึกอยากจะยื่นมือไปคว้าจับเอาไว้
อย่างไรก็ตาม การทำแบบนั้นคงจะดูเสียมารยาทมากเกินไป เพราะมันยากที่จะอธิบายให้เคลียร์ได้ว่า คุณกำลังจ้องมองหางหรือจ้องมองก้นของผู้อื่นกันแน่
เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด โจวมิงจึงจำต้องละสายตาไปมองหูแมวแสนน่ารักทั้งสองข้างนั้นแทน
อาจเป็นเพราะอี้เจียฮุ่ยกำลังรู้สึกประหม่า หูทั้งสองข้างนั้นจึงดูห่อเหี่ยว ลู่ลงแนบกับศีรษะ ชวนให้คนรู้สึกอยากจะช่วยจับมันตั้งตรงขึ้นมา
โจวมิงสาบานได้เลยว่าเขาแค่ตอบสนองไวเกินไปหน่อย พอนึกขึ้นมาได้แบบนั้น มือของเขาก็ขยับไปทำตามความต้องการของสมองทันที
เขายื่นมือไปจับหูของอี้เจียฮุ่ยแล้วลูบคลำด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตามปกติแล้วพวกแมวมักจะไม่ชอบให้ใครมาจับหูของพวกมัน
มนุษย์กลายพันธุ์สายพันธุ์แมวก็มีลักษณะนิสัยแบบนี้เช่นกัน หูแมวของอี้เจียฮุ่ยกระตุกเบาๆ อย่างคล่องแคล่ว สะบัดหลุดจากการเกาะกุมของมือโจวมิง
ทว่าในตอนที่โจวมิงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า การกระทำของตนเองนั้นอาจจะดูเสียมารยาทและบุ่มบ่ามเกินไป เขากลับพบว่าอี้เจียฮุ่ยกำลังเอียงศีรษะเข้ามาซบที่อกของเขา
นี่มันคือ... อาการอยากให้ลูบหัวอย่างนั้นหรือ
มันดูไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นัก พวกเขายังไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นนั้นเลยนะ
หรือว่านี่จะเป็นมารยาททางสังคมตามปกติของพวกมนุษย์กลายพันธุ์สายพันธุ์แมวกันนะ
เขายังจำได้ว่าพวกแมวจรจัดข้างถนน บางครั้งก็ชอบเดินเข้ามาคลอเคลียคนเพื่อขอให้ช่วยลูบตัวให้เหมือนกัน
บางทีนี่อาจจะเป็นนิสัยตามธรรมชาติของมนุษย์กลายพันธุ์สายพันธุ์แมวก็เป็นได้
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หากเขาปฏิเสธไปก็คงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เขาจึงใช้ทักษะการลูบแมวแบบมืออาชีพ ลูบลงบนหัวของอี้เจียฮุ่ยเบาๆ สองสามที
เส้นผมของอี้เจียฮุ่ยนั้นนุ่มสลวยมาก สัมผัสดีเยี่ยมจนน่าประทับใจ
ทว่าในตอนที่โจวมิงอยากจะลูบเพิ่มอีกสองสามครั้งเพื่อจดจำความรู้สึกนี้ อี้เจียฮุ่ยก็เพิ่งจะรู้สึกตัวขึ้นมา เธอกระโดดร้องเหมียวหนีไปด้านข้างทันที ใบหน้าแดงก่ำราวกับกุ้งต้ม
อี้เจียฮุ่ยเอามือปิดหน้าด้วยความสิ้นหวัง ในหัวเริ่มคำนวณแล้วว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่สามารถจบชีวิตแมวอันแสนอัปยศนี้ได้โดยไม่เจ็บปวดมากนัก
น่าขายหน้าที่สุด
เธอกลับไม่สามารถต้านทานสัญชาตญาณความต้องการถูกลูบไล้ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจได้เลย
ไอ้การกลายพันธุ์เป็นแมวบ้านี่ ทำไมต้องสืบทอดเอาลักษณนิสัยเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มาด้วยนะ...
...
หญิงสาวเหยี่ยวเดินทางมาถึงสถานที่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ และพบว่าการจัดการกับเรื่องราวที่หลงเหลือนั้นง่ายดายกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก
ร่างเนื้อส่วนใหญ่ของกัวหงเถาและอินทรีบีระเหยกลายเป็นไอไปในอุณหภูมิที่สูงจัด ซึ่งเกิดจากหมัดสะท้านแผ่นดินหมัดนั้น
ส่วนที่เหลืออยู่ก็ถูกแรงอัดจนแตกกระจายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว และตกลงสู่พื้นดินของสวนสาธารณะพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้
ต่อให้เธอไม่มาตามเช็ดตามล้าง ก็เป็นการยากที่ใครจะมาสังเกตเห็นร่องรอยอันเบาบางเหล่านี้ได้
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พวกมนุษย์ตัวตุ่นกลับจัดการได้ยากกว่า
ตอนที่หญิงสาวเหยี่ยวเดินไปจัดการกับศพของมนุษย์ตัวตุ่น เธอพบว่าพื้นดินในบริเวณใกล้เคียงถูกโจวมิงเหยียบย่ำจนแข็งราวกับแผ่นหิน และร่างของมนุษย์ตัวตุ่นก็ถูกบดบี้จนกลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ ไปเสียแล้ว
เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถระเหยร่างเนื้อของมนุษย์ให้กลายเป็นไอได้ และเพียงแค่ก้าวเดียวก็สามารถเหยียบผืนดินจนแน่นทึบ บดขยี้อมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินจนกลายเป็นเศษเนื้อ
นี่มันเป็นพลังที่ร่างกายของมนุษย์คนหนึ่งจะสามารถมีได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ
นี่มันคือระเบิดมนุษย์เดินได้ชัดๆ