- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 251 โชคชะตาวิถียุทธ์ ทะลวงจุดหนึ่งพัน!
ตอนที่ 251 โชคชะตาวิถียุทธ์ ทะลวงจุดหนึ่งพัน!
ตอนที่ 251 โชคชะตาวิถียุทธ์ ทะลวงจุดหนึ่งพัน!
ตอนที่ 251 โชคชะตาวิถียุทธ์ ทะลวงจุดหนึ่งพัน!
ณ ดินแดนหมื่นราชวงศ์
หลังจากเอาชนะสยงป้า และขึ้นสู่ทำเนียบมหาปรมาจารย์แล้ว
หลิวหยางไม่ได้รีบเดินทางออกจากดินแดนหมื่นราชวงศ์ในทันที แต่กลับพาซือเฟยเซวียนเดินเที่ยวเล่นไปทั่วดินแดนหมื่นราชวงศ์
เดินสายเที่ยวชมขุนเขาและลำธาร ทิ้งรอยเท้าไว้ในทุกๆ ราชวงศ์~!
พริบตาเดียว เวลา ก็ผ่านไปหลายปี
นับตั้งแต่หลิวหยางบรรลุขอบเขตมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ เวลาดูเหมือนจะไร้ค่าและผ่านไปอย่างรวดเร็วปานกามนิต!
ช่วงเวลาหลายปีที่ได้พินิจดูทุกสรรพสิ่งในดินแดนหมื่นราชวงศ์อย่างละเอียด ทำให้หลิวหยางมีความเข้าใจดินแดนอันแปลกหน้าแห่งนี้มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ หลิวหยางคิดว่าดินแดนหมื่นราชวงศ์แห่งนี้ ก็แค่ดินแดนที่มีราชวงศ์และเมืองที่ก่อตั้งโดยพวกชนเผ่าต่างแดน
ใครจะไปรู้ว่า หลังจากเดินทางท่องเที่ยวมาหลายปี
เขาถึงได้ตระหนักและตาสว่างว่า ดินแดนหมื่นราชวงศ์แห่งนี้ แท้จริงแล้วมันก็คือเสินโจวย่อส่วนอีกแห่งหนึ่งชัดๆ!
ประชากรชาวเสินโจว มีเยอะกว่าชนเผ่าดั้งเดิมเสียอีก!
ขุมกำลังส่วนใหญ่ในดินแดนหมื่นราชวงศ์ ล้วนถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้ฝึกยุทธ์จากเสินโจว
ล้วนได้รับการสืบทอดมาจากเสินโจวทั้งสิ้น!
ณ ที่แห่งนี้ ราวกับสามารถมองเห็นความรุ่งเรืองของวิถียุทธ์เสินโจวเมื่อหมื่นปีก่อนได้เลย!
แม้แต่หลิวหยางเอง หลังจากได้เห็นแล้ว ก็ยังต้องยอมรับว่า ดินแดนหมื่นราชวงศ์แห่งนี้ เหมาะสมกับการฝึกฝนวิถียุทธ์ยิ่งกว่าเสินโจวเสียอีก!
หากไม่นับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยึดครองชีพจรมังกรใต้หล้าเอาไว้...
ผู้ฝึกยุทธ์ในดินแดนหมื่นราชวงศ์ สามารถฝึกฝนได้ง่ายกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในเสินโจวมาก!
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เสินโจวเป็นพื้นที่ของราชวงศ์แห่งโชคชะตา!
ผู้ฝึกยุทธ์ในเสินโจว หากคิดจะขยายขุมกำลัง ก็ต้องทำภายใต้ขอบเขตที่ราชวงศ์อนุญาต เช่นทำมาหากินบนที่ดินหรือทำขบวนสินค้า ประกอบกับหกราชวงศ์ใหญ่มักจะเปิดศึกสงครามกันบ่อยครั้ง หากไม่ระวังก็อาจตกเป็นเบี้ยรับใช้และตายเปล่าในสมรภูมิ แต่ในทางกลับกัน ดินแดนหมื่นราชวงศ์นั้น กลับไม่มีราชวงศ์คอยกดหัว!
ทุกๆ ขุมกำลัง ล้วนเป็นอิสระต่อกัน!
ต่อให้ยอมสยบต่อขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่า มันก็เป็นแค่รัฐในปกครองเท่านั้น
ขุมกำลังที่อ่อนแอหน่อย ก็ยึดครองสักเมืองหนึ่ง
ขุมกำลังที่ใหญ่ขึ้นมา ก็ก่อตั้งราชวงศ์ ตั้งตนเป็นอ๋องเป็นจักรพรรดิไปเลย!
และที่อยู่เหนือกว่านั้น ก็มีตัวตนอย่างสยงป้าแห่งพรรคใต้หล้า ที่คิดจะตั้งตนเป็นใหญ่และรวบรวมดินแดนหมื่นราชวงศ์ให้เป็นหนึ่งเดียว!
ภายใต้ระบบนิเวศน์เช่นนี้ แต่ละขุมกำลังจึงครอบครองทรัพยากรได้มากกว่า และสามารถนำไปซื้อทรัพยากรการฝึกฝนจำนวนมหาศาลจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้มากขึ้น
ทรัพยากร
จึงส่งผลให้ ดินแดนหมื่นราชวงศ์แห่งนี้ เหมาะสมกับการพัฒนาวิถียุทธ์มากกว่าเสินโจวหลายเท่าตัว!
หลังจากดูจนจบ และเข้าใจดินแดนหมื่นราชวงศ์ลึกซึ้งขึ้น หลิวหยางก็ลอบรู้สึกโล่งอก
ไม่รู้ก็แล้วไป แต่พอรู้แล้วก็สะดุ้งเฮือก
ดินแดนหมื่นราชวงศ์ที่ดูไม่สะดุดตา และถูกชาวยุทธเสินโจวมองว่าเป็นดินแดนป่าเถื่อน กลับแอบพัฒนาจนถึงระดับที่น่ากลัวขนาดนี้ในเวลาหมื่นปีอย่างไม่รู้ตัว
เกือบจะขยายอิทธิพลจนตั้งตัวได้ และปีกกล้าขาแข็งอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
หากปล่อยให้สยงป้ารวบรวมดินแดนหมื่นราชวงศ์เป็นหนึ่ง และเปิดม่านก่อตั้งราชวงศ์แห่งโชคชะตาขึ้นมาได้ล่ะก็
ถ้าเป็นแบบนั้น ความสำเร็จของสยงป้าผู้นี้ คงน่ากลัวพิลึก!
เขามีโอกาสจริงๆ ที่จะใช้วิถียุทธ์ควบคู่กับวิถีแห่งโชคชะตา ก่อตั้งราชวงศ์และขึ้นเป็นประมุขราชวงศ์ จนอาจมีวาสนาพอจะได้สัมผัสขอบเขตเซียนเดินดินอยู่บ้าง
!
ส่วนระดับที่เหนือกว่าขอบเขตเทวะนั้น คงไม่มีทางเป็นไปได้!
เพราะสยงป้า ไม่ใช่ผู้ครองอันดับหนึ่งสองทำเนียบ!
เขาไม่มีโชคชะตา "ฟ้าดิน" ที่สมบูรณ์แบบ มีเพียงโชคชะตาทำเนียบมหาปรมาจารย์เท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น หากสยงป้าทำเรื่องนี้สำเร็จ สยงป้าก็จะกลายเป็นตัวปัญหาใหญ่แน่ๆ!
ถึงเวลานั้น สิ่งที่สยงป้าจะเข้ามาแย่งชิง ก็คือ "โชคชะตาวิถียุทธ์"!
แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่า "โชคชะตาวิถียุทธ์" นี้มีประโยชน์เอาไว้ทำอะไรกันแน่ แต่หลิวหยางรู้ดีว่าในอนาคตมันจะต้องสำคัญอย่างยิ่งยวดแน่นอน
หลังจากที่เคยเห็นยอดคนระดับเทวะสายโชคชะตาลงมือ และได้เห็นอานุภาพพลิกฟ้าเปลี่ยนดินในการกุมอำนาจสิทธิ์ขาดแห่งฟ้าดิน หลิวหยางก็ไม่กล้าประมาท "โชคชะตา" สายไหนในเสินโจวอีกเลย
เจ้าโชคชะตานี้ โดยเนื้อแท้แล้ว มันก็คืออำนาจสิทธิ์ขาดแห่งฟ้าดิน!
หากคิดจะบรรลุระดับที่เหนือกว่าขอบเขตเทวะล่ะก็.....
จะพลาดสิ่งนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!
และความทะเยอทะยานของหลิวหยาง ย่อมเป็นการมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดของวิถียุทธ์ ทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้สิ่งกีดขวาง!
จะต้องทะลวงสู่ระดับที่เหนือกว่าขอบเขตเทวะให้ได้!
หรือแม้กระทั่ง ขอบเขตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น
ในสถานการณ์เช่นนี้ อะไรที่มีผลกระทบต่อเส้นทางมรรคผลในอนาคตของเขา เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
พอคิดได้ดังนี้ หลิวหยางก็ลอบยินดี
ครั้งนี้ เขามีโชคชะตาเกื้อหนุนของแท้เลยล่ะ!
ศึกแรกในการชิงอันดับทำเนียบมหาปรมาจารย์ ช่างประจวบเหมาะที่เขาดันสุ่มมาเจอจอมคนแห่งยุคอย่างสยงป้า
เอาชนะมันได้ในรวดเดียว เท่ากับเป็นการบีบคอคู่แข่งในเส้นทางวิถียุทธ์อนาคตทิ้งไปก่อนเลย!
ถอนรากถอนโคนภัยมืดล่วงหน้า!
สยงป้าในเวลานี้ ไม่เพียงแต่สูญเสียอันดับบนทำเนียบมหาปรมาจารย์เท่านั้น แต่ยังสูญเสียความทะเยอทะยาน และสูญเสียความศรัทธาจากผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนในดินแดนหมื่นราชวงศ์
ไปจนหมดสิ้น!
ในสายตาของผู้ฝึกยุทธ์ในดินแดนหมื่นราชวงศ์ หลิวหยางคือตัวแทนอัจฉริยะแห่งเสินโจว ที่บดขยี้สยงป้าแห่งดินแดนหมื่นราชวงศ์อย่างเด็ดขาด!
จนทำให้พวกเขาลอบนำระดับพลังของหลิวหยาง ไปถือเป็นมาตรฐานของอัจฉริยะเสินโจวโดยปริยาย!
แม้ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้จะรู้ดีอยู่เต็มอก ว่าหลิวหยางคือยอดปีศาจล้ำเลิศที่มีเพียงคนเดียวในเสินโจวก็ตาม
แต่ช่วยไม่ได้นี่นา ก็หลิวหยางมาจากบู๊ตึ๊ง มาจากเสินโจวอา!
อัจฉริยะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อัจฉริยะเสินโจว จึงยังคงเป็นแผ่นฟ้าที่กดทับพวกเขาอยู่ดี!
และยังคงเป็นเงาดำในใจของพวกเขาต่อไป!
ไม่มีทางทำลายได้!
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้....
หลิวหยางสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง ว่า "โชคชะตาวิถียุทธ์" ของดินแดนหมื่นราชวงศ์ กำลังควบแน่นมาที่เขาอย่างรวดเร็ว
ราวกับว่าการเอาชนะสยงป้า ก็คือการแย่งชิงโชคชะตาวิถียุทธ์ของดินแดนหมื่นราชวงศ์มาได้ยังไงยังงั้น!
ความรู้สึกนี้....
ทำให้หลิวหยางต้องสูดลมหายใจเย็นเยือก!
ตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่า ศึกชิงอันดับบนทำเนียบมหาปรมาจารย์ ช่างแตกต่างจากการประลองของเหล่ายอดอัจฉริยะในทำเนียบมังกรซ่อนและทำเนียบปรมาจารย์อย่างสิ้นเชิง
เพราะเบื้องหลังของมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าแต่ละคน ผลประโยชน์ที่เข้าไปพัวพันนั้นมันมหาศาลเกินไป!
มันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวของมหาปรมาจารย์คนนั้นๆ แต่มันยังเกี่ยวโยงไปถึงขุมกำลังเบื้องหลัง ไปจนถึงผลประโยชน์ของคนทุกคนในดินแดนนั้น
ด้วย!
การที่เขาเอาชนะสยงป้า ในใจหลิวหยางมันก็แค่เขาเอาชนะสยงป้าเท่านั้น
แต่ในสายตาของคนทั้งโลก มันคือหลิวหยางที่เป็นตัวแทนวิถียุทธ์เสินโจว บดขยี้วิถียุทธ์ของดินแดนหมื่นราชวงศ์!
มันถูกยกระดับขึ้นไปสู่จุดที่สูงส่งเหนือจินตนาการ!
เกี่ยวพันลากโยงไปถึงหัวใจของคนนับร้อยล้านคน!
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโล่งอก จนในท้ายที่สุด แม้แต่ตัวหลิวหยางเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ว่าตัวเขานั้น... ได้ครอบครองสิ่งที่เรียกว่า
"ลิขิตสวรรค์" อยู่จริงๆ หรือเปล่านะ?!
หลังจากใช้เวลาหลายปี เดินท่องเที่ยวรอบดินแดนหมื่นราชวงศ์จนทั่ว และทำความเข้าใจโครงสร้างอิทธิพลของขุมกำลังทั้งหมดอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
หลิวหยางก็พกพาความโล่งอก พาซือเฟยเซวียนเดินทางออกจากดินแดนหมื่นราชวงศ์ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อกลับสู่เสินโจว
ในระหว่างทางที่เดินทางกลับเสินโจว วันนี้จู่ๆ หลิวหยางก็เผยสีหน้ายินดีออกมา
เขามองดูจุดชีพจรในร่างกายที่เยอะราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ด้วยสีหน้าเบิกบาน!
นับตั้งแต่ลงเขามา แม้ว่าจะหลอมสร้างกายศักดิ์สิทธิ์เก้าหยางสำเร็จแล้ว เขาก็ยังไม่เคยลืมที่จะทะลวงจุด ขัดเกลาจุดชีพจร และขยายเส้นลมปราณอย่างต่อเนื่อง
แม้จะทำบ้างหยุดบ้าง แต่ก็ไม่เคยหยุดทำเลย
ถึงแม้ว่าจุดชีพจรหลักทั้ง 360 จุดทั่วร่างจะถูกเปิดจนหมดแล้ว แต่มันยังห่างไกลจากเป้าหมาย 3,600 จุดของกายศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์อีกโข
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ฝึกฝนจนถึงขีดสุดของขอบเขตมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ก็ยังไม่สามารถดันให้กายศักดิ์สิทธิ์บรรลุขั้นสมบูรณ์ได้
แต่หลิวหยางก็ไม่ได้ละทิ้งการฝึกฝนกายศักดิ์สิทธิ์ เขายังคงเดินหน้าทะลวงจุดชีพจรต่อไป
ความคิดของเขานั้นเรียบง่ายมาก ในเมื่อทุกอย่างมี "ตัวแทนปล่อยบอท" คอยจัดการแทนให้ งั้นเขาก็แค่ฝึกทุกอย่างให้มันไปถึงขีดจำกัดสูงสุดก็สิ้นเรื่อง
ก็ในเมื่อมีสิทธิพิเศษแบบนี้ไม่ใช่รึไง!?
ขืนไม่ฝึกให้สุดจนถึงขีดจำกัด เขาก็คงรู้สึกขาดทุนย่อยยับแย่เลย!
ตลอดเจ็ดแปดสิบปีที่ลงเขามา “ผ่านไปหลายสิบปีดุจดั่งวันเดียว” ภายใต้ความอุตสาหะหมั่นทะลวงจุดและขัดเกลาจุดชีพจรอย่างไม่ย่อท้อของหลิวหยาง!
ในวันนี้ ในที่สุดเขาก็ระเบิดพลังทะลวงจุดชีพจรทั่วร่าง ให้ผ่านเข้าสู่ระดับหนึ่งพันจุดได้สำเร็จ!
จุดชีพจรหนึ่งพันจุดสาดส่องแสงประกายอยู่ภายในร่างกาย ราวกับได้ก่อตัวสร้างระบบห้วงดวงดาวพร่างพรายขึ้นในกายมนุษย์จริงๆ!