- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 231 มหันตภัยล้างฟ้าดิน? ปราณแท้เจ็ดแสน!
ตอนที่ 231 มหันตภัยล้างฟ้าดิน? ปราณแท้เจ็ดแสน!
ตอนที่ 231 มหันตภัยล้างฟ้าดิน? ปราณแท้เจ็ดแสน!
ตอนที่ 231 มหันตภัยล้างฟ้าดิน? ปราณแท้เจ็ดแสน!
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบ พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายปี
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ หลิวหยางได้เป็นประจักษ์พยานในการล่มสลายของราชวงศ์ต้าชิง ดินแดนทั้งหมดตกเป็นของราชวงศ์ต้าหมิง
มองไปทางเหนือของเหลียวโจว และไกลออกไปทางเหนือสุดบนทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ชนเผ่าป่าเถื่อนนับไม่ถ้วนถูกสังหารจนเหี้ยนเตียน กวาดล้างจนไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
นี่คือศึกแย่งชิงของราชวงศ์ และก็เป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ด้วย
ราชวงศ์ต้าหมิงตีได้เหลียวโจวอันกว้างใหญ่ ขยายอาณาเขตไปหลายล้านลี้ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้มีเสี้ยนหนามหลงเหลือไว้เป็นหอกข้างแคร่อย่างเด็ดขาด
ในท้ายที่สุด ดินแดนเหลียวโจวซึ่งอดีตเคยเป็นอาณาเขตของราชวงศ์ต้าชิง ก็ถูกราชวงศ์ต้าหมิงแบ่งเขตการปกครองออกเป็นกว่าร้อยเมือง
มีการอพยพราษฎรต้าหมิงจำนวนมหาศาลเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ทำการเกษตรและบุกเบิกพื้นที่
เพียงเวลาไม่กี่ปี ก็เปลี่ยนจากแดนเถื่อนให้กลายเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองได้
หลิวหยางเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ายอมรับ และรู้สึกหูตาสว่างขึ้นมาก
เขาต้องยอมรับเลยว่า วิถีแห่งราชวงศ์นั้น ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ในด้านการขยายอาณาเขตและเพิ่มจำนวนประชากร พวกเขามีวิธีการที่ยอดเยี่ยมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อประชากรเพิ่มขึ้น โชคชะตาบ้านเมืองก็สูงขึ้น พลังของชาติก็เติบโต
จากนั้นก็ขยายอาณาเขต บุกเบิกพื้นที่ทำกินให้มากขึ้น เพื่อเลี้ยงดูประชากรที่เพิ่มขึ้น วนลูปเข้าสู่วงจรเชิงบวก
หากปล่อยให้ดำเนินต่อไปเช่นนี้ สักวันหนึ่ง ทั่วทั้งเสินโจว ทั่วทั้งใต้หล้า ก็จะถูกราชวงศ์ปกครอง และกลายเป็นโลกของราชวงศ์อย่างสมบูรณ์
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ...
ยิ่งโชคชะตาบ้านเมืองแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ อำนาจสิทธิ์ขาดแห่งฟ้าดินที่ยอดคนระดับเทวะสายโชคชะตากุมไว้ก็ยิ่งมากขึ้น พลังฝีมือก็ยิ่งแข็งแกร่งและไร้เทียมทานมากขึ้นเท่านั้น
ในสถานการณ์เช่นนี้....
หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นในฟ้าดินล่ะก็
ท้ายที่สุดแล้ว เสินโจวก็จะถูกรวบรวมเป็นหนึ่ง ราชวงศ์จะกลายเป็นผู้ปกครองโลก และกลายเป็น—ศาลสวรรค์บนโลกมนุษย์ อย่างแท้จริง
เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครอง "ดินแดนวิเศษถ้ำสวรรค์" ก็ยังต้องยอมก้มหัวสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ที่รวบรวมเสินโจวไว้เป็นหนึ่งเดียว
ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้คนทั่วทั้งเสินโจว ถึงเรียกยุคสมัยนี้ว่า ยุคแห่งราชวงศ์!
เพราะอนาคตของราชวงศ์นั้น มันเห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว
ศึกแย่งชิงของราชวงศ์ เพื่อรวบรวมเสินโจวให้เป็นหนึ่ง ท้ายที่สุดก็จะให้กำเนิดจ้าวผู้ครองเสินโจวขึ้นมา เพื่อปกครองโลกใบนี้
เพียงแต่.....
หลิวหยางสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างเขากับ "ทำเนียบมังกรซ่อน" และ "ทำเนียบปรมาจารย์" สัมผัสได้ถึงโชคชะตาแห่ง "ฟ้าและดิน" อันมหาศาลที่ถูกส่งมาจากทำเนียบทั้งสอง เขาก็เงียบไปทันที
หากไม่มี "สามทำเนียบแห่งฟ้าดิน" จุติลงมา อนาคตของเสินโจวย่อมตกเป็นของยุคแห่งราชวงศ์อย่างแน่นอน ราชวงศ์จะรวบรวมเสินโจวเป็นหนึ่งเดียว และปกครองโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ตอนนี้ "สามทำเนียบแห่งฟ้าดิน" จุติลงมาแล้ว!
มีสามทำเนียบแห่งฟ้าดินคอยรวบรวมโชคชะตาแห่งฟ้าดินอยู่ แล้วอนาคต มันยังจะเป็นยุคแห่งราชวงศ์อยู่อีกหรือ?!
โชคชะตาทั้งสาม "ฟ้า ดิน มนุษย์" แห่งเสินโจว บรรดาราชวงศ์ใหญ่ครอบครองเพียงแค่ "โชคชะตาแห่งมนุษย์" อย่างเดียวเท่านั้น
แต่โชคชะตาแห่ง "ฟ้า" และ "ดิน" ที่ทรงพลังที่สุด กลับอยู่ใน "สามทำเนียบแห่งฟ้าดิน"!
ใครก็ตามที่สามารถควบคุมสามทำเนียบแห่งฟ้าดินได้ คนผู้นั้นก็จะสามารถควบคุมโชคชะตาแห่ง "ฟ้าและดิน" และก้าวขึ้นเป็นจ้าวแห่งวิถียุทธ์!
นั่นหมายความว่า.....
จ้าวแห่งวิถียุทธ์ จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าจ้าวผู้ครองเสินโจวเสียอีก!
แล้วแบบนี้ อนาคตมันยังจะเป็นยุคแห่งราชวงศ์อยู่อีกรึ?!
ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็เหมือนจะเป็นยุคทองของวิถียุทธ์ชัดๆ!
แต่ในขณะเดียวกัน การที่บรรดาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของวิถียุทธ์กำลังเสื่อมถอยลง มันก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน!
หลิวหยางนิ่งเงียบไปพักใหญ่ เขาก็เริ่มตระหนักได้ลางๆ ว่า เบื้องหลังของ "ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ฟ้าดินแห่งเสินโจว จะต้องสัมผัสได้ถึงวิกฤตการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน ถึงได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดูขัดแย้งกันเองเช่นนี้ออกมา
วิถียุทธ์กับราชวงศ์....
นี่คือความขัดแย้งที่มีมาแต่กำเนิด!
ไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างก็อยากจะเหยียบหัวอีกฝ่ายให้จมดิน
แต่ทว่า ฟ้าดินแห่งเสินโจว กลับต้องการจะสนับสนุนทั้งสองฝ่าย!
นี่มันหมายความว่ายังไง?!
หมายความว่า "ศัตรู" ที่ยังไม่ทราบฝ่ายนั้น จำเป็นต้องใช้พลังของทั้งวิถียุทธ์และราชวงศ์ร่วมมือกัน ถึงจะรับมือได้!
"ซี๊ดดด!"
หลิวหยางสูดลมหายใจเย็นเยือก!
เขาเริ่มมองเห็นความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสินโจวแล้ว
รวมถึงแก่นแท้ของ "ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" ด้วย!
เขาหันไปมองซือเฟยเซวียน ก่อนหน้านี้ที่เธอเรียกเขาว่า "มังกรแท้แห่งโชคชะตา" เขาคิดว่าเป็นแค่คำพูดล้อเล่น
แต่ตอนนี้ หลิวหยางเงียบไปแล้ว
เขาเริ่มตระหนักได้ว่า คำว่า "มังกรแท้แห่งโชคชะตา" ไม่ใช่คำพูดเพ้อเจ้อ
แต่กลับเป็น....
ลิขิตสวรรค์ที่แท้จริง!
เสินโจวต้องการ "มังกรแท้แห่งโชคชะตา" เพื่อรวบรวมพลังของวิถียุทธ์และราชวงศ์แห่งเสินโจวเข้าด้วยกัน เพื่อข้ามผ่าน "ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน"!
หรือเรียกอีกอย่างว่า—มหันตภัยล้างฟ้าดิน!
มหันตภัยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเล่นงานผู้คนในเสินโจว แต่มันพุ่งเป้าไปที่ตัวฟ้าดินเองเลยต่างหาก!
"อย่าบอกนะว่า จะเกิดการรุกรานจากต่างโลกจริงๆ?"
"จะเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยรึ?!"
หลิวหยางพึมพำกับตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
เดิมทีเขาคิดว่า หลังจากบรรลุระดับมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว เขาจะสามารถนอนตีพุงชิลๆ ได้อย่างสบายใจ ไม่มีใครมาคุกคามเขาได้อีก
ใครจะไปรู้ล่ะว่า หลังจากบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว ความรู้สึกปลอดภัยกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่ ซ้ำยังต้องมานั่งกังวลมากกว่าเดิมเสียอีก
วิกฤตการณ์ที่บ่มเพาะอยู่เบื้องหลัง "ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน" นี้น่าสะพรึงกลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าวิกฤตมาจากไหน ศัตรูมาจากทิศใด
แต่หลิวหยางรู้ดีว่า หากมี "ศัตรูตัวฉกาจจากนอกโลก" ปรากฏตัวขึ้นจริงล่ะก็ จะไม่มีใครเอาตัวรอดอยู่คนเดียวได้!
ตอนนี้เขาสามารถหัวเราะเยาะการแย่งชิงของราชวงศ์ และนั่งดูความวุ่นวายในใต้หล้าได้อย่างสบายใจ
แล้วอนาคตล่ะ?!
เมื่อ "ศัตรูตัวฉกาจจากนอกโลก" บุกมา เขาจะยังสามารถเอาตัวรอด นั่งดูอยู่เฉยๆ ได้อีกรึ?!
ดิ้นรน ดิ้นรนข้ามฝั่ง!
เมื่อพายุโหมกระหน่ำ ทุกผู้คนล้วนต้องดิ้นรนเพื่อข้ามฝั่งไป!
แม้แต่ "ฟ้าดิน" เอง ก็กำลังดิ้นรนข้ามฝั่งเช่นกัน!
"ต้องรีบใช้เวลาให้คุ้มค่า เร่งยกระดับพลังฝีมือให้เร็วที่สุด!"
"ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบมหาปรมาจารย์ให้ได้!"
"รวบรวมโชคชะตาจากทั้งสามทำเนียบแห่งฟ้าดิน บรรลุเจตจำนงกระบี่ขั้นสมบูรณ์แบบ และควบแน่นเมล็ดพันธุ์แห่งมรรคให้เร็วที่สุดเถอะ...."
"ถ้ายังไม่บรรลุขอบเขตเทวะ มันก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลยแฮะ...."
หลิวหยางพึมพำกับตัวเอง มือกระชับกระบี่เจินหยางแน่น รู้สึกว่าเจตจำนงกระบี่หยินหยางขั้นต้นของเขา มันยังดูอ่อนแอไปหน่อย....
เทียบกับมหาปรมาจารย์คนอื่นๆ น่ะถือว่าแกร่งมาก!
แต่ถ้าต้องไปเทียบกับ "ศัตรูตัวฉกาจจากนอกโลก" ลำพังแค่นี้มันยังอ่อนหัดนัก
ขุมกำลังหรือเผ่าพันธุ์ที่สามารถกวาดล้างความว่างเปล่า บุกรุกต่างโลก และปล้นชิงพลังฟ้าดินได้ พลังฝีมือของพวกมันจะอ่อนแอได้อย่างไร?!
เมื่ออยู่ต่อหน้า "ศัตรูตัวฉกาจจากนอกโลก" พวกนี้ หลิวหยางก็ไม่ต่างอะไรกับ "คนป่าเถื่อน" หรอก
ต่อให้เป็นยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ มันก็เป็นแค่ "คนป่าเถื่อน" ที่เก่งขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นแหละ!
แค่คิด หลิวหยางก็อดไม่ได้ที่จะหนาวสั่นสะท้าน
เขาไม่อยากกลายเป็น "คนป่าเถื่อน" ที่อ่อนแอไร้ทางสู้หรอกนะ!
เขาก้มมองแก่นทองคำวิถียุทธ์ในจุดตันเถียนของตัวเอง แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ลงเขามาสิบกว่าปี ไม่ใช่แค่เจตจำนงกระบี่เท่านั้นที่บรรลุขั้นต้น
ปริมาณปราณแท้ในแก่นทองคำวิถียุทธ์ ก็พุ่งทะลวงผ่านหลัก 700,000 หน่วยไปแล้ว!
เพิ่มขึ้นมาตั้งหนึ่งแสน!
ช่างน่ายินดีปรีดาเสียนี่กระไร!
เวลาต้องสู้กับมหาปรมาจารย์ทั่วไป ปราณแท้ที่มหาศาลขนาดนี้อาจจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่
แต่เวลาต้องเจอกับมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้า ปราณแท้ที่มหาศาลนี่แหละ คืออาวุธลับในการคว้าชัยชนะ!
อย่างน้อยๆ เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับศิษย์อาอย่างม่อเซิงกู่ หลิวหยางลองคิดดูแล้วว่า หากต้องดวลกันจริงๆ เขาก็ทำได้แค่กางโล่กระบี่ไท่เก๊กออกมารับการโจมตีตรงๆ แล้วอาศัยปราณแท้วิถียุทธ์อันมหาศาล ยืนแทงค์ยืดเยื้อกับอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไป!
สูบพลังอีกฝ่ายให้แห้งเหือด ถึงจะคว้าชัยชนะมาได้!
ส่วนเรื่องจะเอาเจตจำนงกระบี่หยินหยางไปสู้ ลืมไปได้เลย ม่อเซิงกู่แข็งแกร่งกว่าเขาในด้านนี้!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า ม่อเซิงกู่คือคนที่เดินบนเส้นทางวิถีกระบี่อย่างแท้จริง กระบี่ย่อมคมกริบกว่าเขามาก!
เพราะฉะนั้น ก้มหน้าก้มตาเป็น "เต่าเฒ่า" ต่อไปอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวดีกว่า!
ถึงชื่อเสียงจะฟังดูไม่ค่อยเท่ แต่มันก็ชนะได้นี่นา!
แค่ชนะได้ ก็เพียงพอแล้ว!
"ปราณแท้เจ็ดแสน เจตจำนงกระบี่หยินหยางขั้นต้น โล่กระบี่ไท่เก๊ก....."
"น่าจะพอทะลวงเข้าไปถึงท็อปสิบของทำเนียบมหาปรมาจารย์ได้มั้ง...."
หลิวหยางกำกระบี่เจินหยางไว้ในมือ พึมพำเบาๆ อย่างประเมินสถานการณ์
ด้วยพลังฝีมือระดับนี้ หากคิดจะกวาดล้างทำเนียบมหาปรมาจารย์ให้ราบคาบ ยังถือว่าขาดไปอีกนิด คงต้องขัดเกลาพลังฝีมือต่อไปอีกสักหน่อย!