- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 208 มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจวล้วนก้มหัวศิโรราบ
ตอนที่ 208 มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจวล้วนก้มหัวศิโรราบ
ตอนที่ 208 มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจวล้วนก้มหัวศิโรราบ
ตอนที่ 208 มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจวล้วนก้มหัวศิโรราบ
ในขณะที่ทั่วทั้งราชวงศ์ต้าชิงต่างสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังจนแทบขาดใจ และมีแต่เสียงร้องโหยหวนระงมอยู่นั้น
ข่าวการศึกที่แม่น้ำเหลียวเหอก็ได้แพร่สะพัดไปยังทุกหนทุกแห่งของเสินโจวด้วยความเร็วสูงสุด ส่งตรงถึงหูของผู้ที่เฝ้าจับตาดูผลลัพธ์ของศึกแรกหลังลงเขา หลังจากที่หลิวหยางบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์อย่างใจจดใจจ่อ
ตั้งแต่ตอนที่หลิวหยางลงเขา และมุ่งหน้าสู่เหลียวโจวด้วยรังสีอำมหิตที่เดือดพล่าน เพื่อหาพวกแมนจูเป็นเป้าซ้อมกระบี่ บรรดามหาปรมาจารย์ทั่วทั้งใต้หล้าต่างก็จับตามองศึกครั้งนี้กันหมด
พวกเขาทุกคนล้วนอยากรู้ว่า ยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเสินโจวอย่างหลิวหยาง หลังจากบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว พลังฝีมือของเขาจะน่าสะพรึงกลัวและยกระดับขึ้นมากขนาดไหน?
เพื่อที่พวกเขาจะได้เตรียมรับมือได้ทันท่วงที
ช่วยไม่ได้นี่นา ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ผู้เป็นอันดับหนึ่งแห่งเสินโจวอย่างหลิวหยาง เดิมทีก็เป็นที่จับตามองและได้รับความสนใจอย่างมากอยู่แล้ว เพราะมันเกี่ยวข้องกับ "โชคชะตา" วิถียุทธ์ของเสินโจวเลยทีเดียว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า หลังจากที่เขาบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ด้วยรากฐานวิถียุทธ์ระดับปีศาจที่หลิวหยางสร้างไว้ เขาจะต้องพุ่งทะยานขึ้นเป็นมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าอย่างแน่นอน และพลังต่อสู้ของเขาจะต้องน่าขนลุกเป็นแน่แท้
นี่คือยอดฝีมือชั้นแนวหน้าแห่งเสินโจวอย่างแท้จริง!
ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไปยังดินแดนใด ย่อมต้องตกเป็นที่จับตามอง!
เพราะยอดฝีมือระดับนี้ มีพลังมากพอที่จะพลิกขั้วอำนาจของขุมกำลังหนึ่งๆ ได้เลย!
ต่อให้เข้าร่วมมหาสงคราม ก็สามารถพลิกสถานการณ์การรบได้!
ต่อให้เป็นสงครามระดับสี่ราชวงศ์ใหญ่แห่งจงหยวน ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้
ทุกท่วงท่าการกระทำ ล้วนดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วหล้า และส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจของเสินโจว!
อาจกล่าวได้ว่า...
ทั่วทั้งเสินโจว หากนับเฉพาะผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตเทวะ ไม่มีใครอีกแล้วที่จะมีอิทธิพลและดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วหล้าได้เทียบเท่ากับหลิวหยาง
หากมองจากชื่อเสียง บารมี และอิทธิพล....
เขากลายเป็นมหาปรมาจารย์อันดับหนึ่งแห่งเสินโจวอย่างแท้จริงอย่างไร้ข้อกังขา!
ไม่มีมหาปรมาจารย์คนใดเทียบเคียงเขาได้!
ตัวตนเช่นนี้ ต่อให้มีชาติกำเนิดธรรมดาสามัญ ก็ย่อมเป็นที่จับตามองอยู่ดี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า....
แค่หลิวหยางเก่งคนเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่เบื้องหลังของเขายังมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์บู๊ตึ๊งหนุนหลังอยู่อีก!
ตำแหน่งเซียนน้อยแห่งบู๊ตึ๊งของเขานั้นคู่ควรกับชื่อเสียงอย่างแท้จริง การลงเขามาท่องยุทธภพของเขา สามารถเป็นตัวแทนของภูเขาบู๊ตึ๊งได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ตัวตนเช่นนี้ จะไม่ให้ผู้คนจับตามองและระแวดระวังได้อย่างไร?!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมหาปรมาจารย์ในที่ต่างๆ ของเสินโจว....
พวกเขาล้วนเป็นผู้นำของขุมกำลังใหญ่ต่างๆ ในเสินโจว เบื้องหลังของพวกเขาล้วนมีขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ค้ำคออยู่ การจะตัดสินใจทำอะไร ไม่สามารถใช้เพียงพลังส่วนตัวมาแบ่งแยกได้ง่ายๆ
พวกเขาให้ความสนใจต่อยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเสินโจวอย่างหลิวหยาง มากกว่าที่ชาวโลกจะจินตนาการได้!
การจับตาดูหลิวหยาง ก็เหมือนการจับตาดูสถานการณ์ภาพรวมของเสินโจว!
ระแวดระวังกันจนถึงขีดสุด!
ไม่ว่าจะมีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยแค่ไหน ก็ไม่มีทางปล่อยผ่านไปได้
ทว่า...
เมื่อพวกเขามองดูข่าวคราวในมือ ต่างก็พากันสูดลมหายใจเย็นเยือก เสียวสันหลังวาบ ขนลุกขนชัน และหน้าถอดสี
ต่างพากันร้องตะโกนออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"อะไรนะ? ตัวคนเดียวกระบี่เล่มเดียวประจัญบานกับมหาปรมาจารย์ต้าชิงนับร้อยคนก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังแวะฟันมหาปรมาจารย์ต้าชิงตายไปอีกหกคนเนี่ยนะ?!"
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ สวรรค์ นี่มันบ้าไปแล้วชัดๆ?!"
"นี่มันมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์จริงรึ? แน่ใจนะว่าไม่ใช่บรรพชนระดับเทวะจุติลงมา?!"
"มหาปรมาจารย์นับร้อยคนร่วมมือกันโจมตี กลับทำลายกระดองเต่าของหลิวหยางไม่ได้ เจาะเกราะไม่เข้าเลยเนี่ยนะ? ปลอมป่ะเนี่ย? นี่มันจะเกินจริงไปแล้ว!"
"อ๊ากก ตาข้า ข้าตาบอดไปแล้วแน่ๆ!"
"ใครก็ได้บอกข้าทีว่านี่คือเรื่องจริง? จอมยุทธ์น้อยหลิว... เขาแข็งแกร่งจนน่าขนลุกได้ถึงเพียงนี้เลยรึ?!"
"พลังฝีมือระดับนี้ สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วหล้า ทำเอาคนทั้งใต้หล้าอ้าปากค้างกันหมดแล้ว!"
"บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ เพิ่งจะก้าวเข้าสู่มหาปรมาจารย์วิถียุทธ์มาได้แค่ห้าสิบกว่าปีเองนะ ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ พลังฝีมือของเขาพุ่งพรวดขึ้นมาได้ยังไงกัน?!"
"มหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าเรอะ? นี่มันยิ่งกว่าครึ่งก้าวสู่เทวะอีกมั้ง?!"
"ข้าชักจะสงสัยอย่างหนักแล้วสิว่า ต่อให้บรรพชนระดับเทวะลงเขามา ก็ใช่ว่าจะจัดการกับไอ้เต่าเฒ่าหลิวหยางคนนี้ได้!"
"ตอนแรกก็คิดว่ากระดองเต่าของเขาสมัยอยู่ขอบเขตปรมาจารย์วิถียุทธ์มันก็วิปริตมากพอแล้ว ใครจะไปรู้ว่า หลังจากบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว กระดองเต่าของเขาถึงจะเรียกว่าวิปริตของแท้! สมกับฉายาเต่าเฒ่าอันดับหนึ่งแห่งเสินโจวจริงๆ ให้ตายเถอะ!"
"น่ากลัวเกินไปแล้ว ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจของมหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยคนนั่นจะเป็นยังไงบ้าง? ถ้าเป็นข้า ได้ร่วมมือกับสหายมหาปรมาจารย์นับร้อยคนโจมตี แต่กลับทำลายกระดองเต่าคนอื่นไม่ได้ เจาะเกราะไม่เข้าแบบนั้น สภาพจิตใจต้องพังทลาย ระเบิดคาที่แน่ๆ!"
"พอแล้วๆ เลิกพูดเถอะ ต่อให้ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง แค่ได้ฟัง ก็ทำเอาจิตใจแห่งมรรคาของข้าแหลกสลายแล้ว!"
"บัดซบ เป็นมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์เหมือนกันแท้ๆ ทำไมช่องว่างมันถึงได้ห่างชั้นกันขนาดนี้?!"
"นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!!"
ทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจว มหาปรมาจารย์ทั่วทั้งใต้หล้า ในวินาทีนี้ ต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง อ้าปากค้าง กรามแทบหลุด
ช็อกกันไปหมดแล้ว!
แต่ละคนสูดลมหายใจเย็นเยือก ร้องอุทานเสียงหลงอย่างบ้าคลั่ง
เสียวสันหลังวาบ ขนลุกซู่ ภายในใจเกิดคลื่นลมแรงถาโถม
ถูกทำให้ตกตะลึงจนถึงขีดสุด!
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าศึกแรกหลังลงเขาของหลิวหยาง พลังฝีมืออันน่าทึ่งที่เขาแสดงออกมา จะน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้!
ทำเอาพวกเขากลัวจนหัวหดกันหมดแล้ว!
มหาปรมาจารย์เป็นร้อยคนเลยนะ!
รุมล้อมโจมตีพร้อมกัน แต่กลับทำลายกระดองเต่าของหลิวหยางไม่ได้!
ความหนาของกระดองเต่านี้ มันวิปริตและน่าขนลุกเกินไปแล้ว!
งงเป็นไก่ตาแตก งงกันไปหมดแล้ว!
แม้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าหลังจากหลิวหยางลงเขา พลังต่อสู้จะต้องน่าทึ่งมาก
แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า ศึกแรกหลังลงเขา พลังต่อสู้ที่เขาแสดงออกมา จะฝืนลิขิตสวรรค์จนน่าสะพรึงกลัวได้ถึงขั้นนี้?!
นี่คือมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์รึ?!
ถ้าบอกว่าเป็นบรรพชนระดับเทวะลงเขามา พวกเขาก็เชื่อ!
บัดซบเอ๊ย โลกนี้จะมีมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่ได้ยังไง?!
ที่เหลือเชื่อและเหนือจินตนาการที่สุดก็คือ หลิวหยางเพิ่งจะบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์มาแค่ห้าสิบกว่าปีเองนะ!
แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าหลิวหยางเป็นยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์ เป็นพวกวิปริต เป็นปีศาจบ้าคลั่ง
แต่แกก็ไม่ควรจะวิปริตจนน่าขนลุกขนาดนี้ไหม?!
ศึกแรกหลังลงเขา ก็ทำเอามหาปรมาจารย์กว่าร้อยละเก้าสิบเก้าบนโลกถึงกับเงียบกริบ หน้าถอดสีไปตามๆ กัน
ไม่ว่าจะเป็นมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ หรือมหาปรมาจารย์สายโชคชะตา ล้วนดูแล้วก็ต้องเงียบงัน
จิตใจแห่งมรรคาแหลกสลาย เริ่มสงสัยในชีวิตของตัวเองไปเลย!
พอเห็นหลิวหยางปุ๊บ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหนักว่า ตกลงแล้วพวกเขากำลังฝึกฝนอะไรอยู่กันแน่?
ความเร็วในการฝึกฝนช้าเป็นเต่าคลานก็ว่าแย่แล้ว แต่ช่องว่างของพลังฝีมือนี่สิ ห่างกันราวฟ้ากับเหว!
ไอ้ที่ฝึกมาทั้งหมดนี่ มันขยะเกินไปแล้วมั้ง!?
"วิถีแห่งไท่เก๊ก!"
"บัดซบเอ๊ย หลิวหยางบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์มาแค่ห้าสิบกว่าปี ก็ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งวิถีไท่เก๊ก สามารถหลอมรวมเจตจำนงแท้จริงแห่งหยินหยางในเบื้องต้นได้แล้วรึ!"
"น่าเจ็บใจนัก ข้ายังไม่ทันจะเข้าถึงสภาวะแห่งฟ้าดินเลยด้วยซ้ำ แต่ไอ้เด็กหลิวหยางนี่ทำไมถึงก้าวเข้าสู่วิถีแห่งไท่เก๊กไปแล้วล่ะ?!"
"นี่หรือคือยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อันดับหนึ่งแห่งเสินโจวของเรา? ช่างเป็นปีศาจที่วิปริตเกินไปแล้ว! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาใช้เวลาแค่ห้าสิบปีก็ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งไท่เก๊กได้แล้ว ถ้าผ่านไปสักห้าร้อยปี เขาจะไม่สามารถควบแน่นเมล็ดพันธุ์แห่งมรรคไท่เก๊ก กลายเป็นยอดคนระดับเทวะที่ไร้เทียมทานแบบจางเจินเหรินได้อย่างแน่นอนเลยงั้นรึ?!"
"น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้วจริงๆ!"
"อ๊ากกก ในที่สุดข้าก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า ทำไมพวกยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์พวกนั้นถึงได้โกรธจนร้องโวยวาย และโดนบั่นทอนกำลังใจจนเริ่มสงสัยในชีวิต นี่มันโดนโจมตีจนต้องตั้งคำถามกับชีวิตจริงๆ!"
"ข้าเองก็ใกล้จะโดนบั่นทอนจนปิดกั้นตัวเองแล้วเนี่ย!"
"ภูเขาบู๊ตึ๊งที่มีสุดยอดคนระดับเทวะถึงสองคน ในอนาคตจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?!"
ในวินาทีนี้ มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจว ต่างตกตะลึงจนหน้าถอดสี และพากันเงียบงันไปหมด
ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ไม่เพียงแต่พรสวรรค์วิถียุทธ์จะเทียบไม่ติด แต่แม้กระทั่งพลังฝีมือก็ยังห่างไกลกันลิบลับ
มหาปรมาจารย์แห่งเสินโจว ล้วนก้มหัวศิโรราบ!