- หน้าแรก
- อยู่บนเขาบู๊ตึ๊ง ปล่อยบอทก็เก่งขึ้นได้
- ตอนที่ 201 ศึกแรกหลังบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ประจัญบานมหาปรมาจารย์นับร้อยเพียงลำพัง!
ตอนที่ 201 ศึกแรกหลังบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ประจัญบานมหาปรมาจารย์นับร้อยเพียงลำพัง!
ตอนที่ 201 ศึกแรกหลังบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ประจัญบานมหาปรมาจารย์นับร้อยเพียงลำพัง!
ตอนที่ 201 ศึกแรกหลังบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์ ประจัญบานมหาปรมาจารย์นับร้อยเพียงลำพัง!
"ฮ่าๆๆ เอาอีก!"
หลิวหยางหัวเราะลั่น แก่นทองคำวิถียุทธ์ระเบิดพลังกึกก้อง ผสานแก่นแท้ ปราณ และวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว ชักนำ "เจตจำนงแท้จริงแห่งสุริยัน" ฟาดฟันกระบี่ออกไปอีกครั้ง!
"ดวงตะวันกระบี่" พาดผ่านท้องฟ้า ดูเหมือนเชื่องช้าแต่กลับรวดเร็วพริบตา พุ่งเข้ากดทับมหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
"บัดซบ!"
"ไอ้บ้านี่!"
"มันเป็นคนบ้าไปแล้วจริงๆ!"
มหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยฝั่งตรงข้ามต่างหน้าถอดสี ร้องตะโกนโวยวายด้วยความอับจนหนทางถึงขีดสุด และหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ
ใบหน้าของทุกคนยังคงมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราว แม้กระทั่งจิตวิญญาณ ก็ยังได้รับความบอบช้ำจากการถูกแช่แข็งด้วย "เจตจำนงแท้จริงแห่งจันทรา" จากกระบี่ก่อนหน้านี้
บัดนี้กระบี่ของหลิวหยาง ฟาดฟัน "ดวงตะวันกระบี่" ออกมา ชักนำเจตจำนงแท้จริงแห่งสุริยัน
ทำให้แก่นแท้ ปราณ และวิญญาณของพวกเขาทั้งร่างเดือดพล่าน ยากจะสะกดกลั้นความรู้สึกที่ราวกับว่าทั่วทั้งร่างไปจนถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณกำลังจะถูกจุดไฟเผา
แต่ละคนสบถด่าทออย่างหยาบคาย สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด
กระบี่สองเล่มที่ฟาดฟันมาติดๆ กัน ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับสภาวะ "นรกน้ำแข็งสลับไฟ" ทรมานแทบขาดใจ
ผู้ที่มีพลังฝีมืออ่อนด้อยลงมาหน่อย เจตจำนงวิถียุทธ์ไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกที่จิตวิญญาณกำลังถูกแผดเผาได้ ต้องฝืนตัดการเชื่อมต่อ จนมุมปากมีเลือดไหลซึม ใบหน้าซีดเผือด
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีมหาปรมาจารย์แมนจูบางคน ที่พลังชีวิตทั่วร่างลุกไหม้ มีเปลวเพลิงลุกโชนออกมา
"ต้านไว้!"
"เวรเอ๊ย หยุดมันให้ได้!"
"เจตจำนงแท้จริงแห่งสุริยันบ้าบอนี่มันป้องกันไม่ได้เลย ทำได้แค่รับมือตรงๆ เท่านั้น!"
"รีบทำลายมันซะ!"
"เร็วเข้า!!"
มหาปรมาจารย์แมนจูแต่ละคนเผยสีหน้าตื่นตระหนก ร้องคำรามด้วยความร้อนรนถึงขีดสุด
เมื่อ "ดวงตะวันกระบี่" เข้าใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ ความเสียหายที่แก่นแท้ ปราณ และวิญญาณได้รับ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
บาดแผลทางกายยังฟื้นฟูได้เร็ว ปราณแท้ก็แค่ถูกผลาญไวขึ้นหน่อย แบบนี้ยังพอทน
แต่ความบอบช้ำที่เกิดกับจิตวิญญาณนั้น ไม่สามารถฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น!
ที่น่ากลัวที่สุดคือ ความเสียหายที่เจตจำนงแท้จริงแห่งสุริยันสร้างให้กับจิตวิญญาณนั้น มันป้องกันไม่ได้เลย! ทำเอามหาปรมาจารย์แมนจูแต่ละคนลนลานทำอะไรไม่ถูก ร้อนใจจนแทบคลั่ง
คิดไม่ถึงเลยว่า การกระทำที่ดูเหมือน "บ้าบิ่น" นี้ หลิวหยางจะสามารถใช้เพียงกระบี่เดียว สร้างบาดแผลให้กับพวกเขาทุกคนได้จริงๆ!
มหาปรมาจารย์นับร้อย ไม่มีใครได้รับการยกเว้น จิตวิญญาณล้วนได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า เพียงแต่จะสาหัสมากน้อยต่างกันไปเท่านั้น
แต่ละคนเริ่มลงมืออย่างบ้าคลั่ง มองดู "เจตจำนงกระบี่" บนศีรษะด้วยความหวาดผวาสุดขีด
ปราณแท้ถูกควบแน่นจำแลงรูปลักษณ์จนแทบจะกลายเป็นของจริง ทั้งกระบี่ปราณแท้ ดาบปราณแท้ ลูกศรปราณแท้ และอื่นๆ อีกมากมายสารพัดรูปแบบ ก่อตัวเป็นกระแสคลื่นปราณแท้ ซัดสาดเข้าใส่ "ดวงตะวันกระบี่" เบื้องบน
ซู่! ซู่!
"ดวงตะวันกระบี่" บนศีรษะ ราวกับถูกน้ำสาดรด มันค่อยๆ ดับมอดลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สิ่งนี้ทำให้มหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลมหายใจที่พ่นออกมาทางจมูกและปากของแต่ละคน ล้วนเจือไปด้วยความร้อนระอุ กลายเป็น "ไอไฟ" ของแท้
แต่ละคนยังคงอกสั่นขวัญแขวน สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา ตื่นตระหนกสุดขีด!
หากไม่ใช่เพราะในที่นี้มีมหาปรมาจารย์รวมตัวกันอยู่ถึงหลายร้อยคน จนสามารถทำลาย "ดวงตะวันกระบี่" ของหลิวหยางได้ล่ะก็ ไม่อย่างนั้น ทุกคนในที่นี้คงถูกจุดไฟเผา กลายเป็นลูกไฟมนุษย์ และมอดไหม้เป็นคบเพลิงไปหมดแล้ว!
สิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจก็คือ นี่คือพลังที่ต้องรวบรวมมาจากมหาปรมาจารย์นับร้อยคน หากมีมหาปรมาจารย์แค่สิบกว่าคน หรือต่อให้มีหลายสิบคน พวกเขาก็คงไม่มีทางทำลาย "ดวงตะวันกระบี่" นี้ได้แน่!
และหากไม่สามารถทำลาย "ดวงตะวันกระบี่" ได้...
ผลลัพธ์ก็คือ จิตวิญญาณจะต้องแตกซ่านดับสูญอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ มหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยในสมรภูมิเหลียวโจว จิตใจก็แทบจะระเบิด พวกเขามีข้อเปรียบเทียบถึงพลังฝีมือของหลิวหยางที่ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว!
มันวิปริตถึงขีดสุด แข็งแกร่งจนเหนือจินตนาการ!
"บัดซบ ไอ้ปีศาจนี่ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?!"
"แม้มันจะบ้าบิ่น แต่ดูเหมือนว่าต่อให้พวกเรามหาปรมาจารย์นับร้อยลงมือพร้อมกัน ก็ยังยากที่จะรั้งตัวมันไว้ได้งั้นรึ?!"
"ผีหลอก ผีหลอกชัดๆ ยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อย่างหลิวหยาง หลังจากบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว พลังฝีมือทำไมถึงได้ก้าวกระโดดไปถึงจุดที่น่าสะพรึงกลัวได้ขนาดนี้?!"
"แบบนี้มันต่างอะไรกับบรรพชนระดับเทวะมาเยือนด้วยตัวเองล่ะ?!"
"ต่างสิ? ข้อแตกต่างก็คือ มันยืนระยะได้ไม่นานเท่าบรรพชนระดับเทวะ และรัศมีการทำลายก็ไม่กว้างขวางเท่าบรรพชนระดับเทวะไงล่ะ!"
"แต่อานุภาพของมัน เทียบเท่ากับการโจมตีของยอดคนระดับเทวะจริงๆ นะ..."
"เจ็บใจนัก น่าเจ็บใจจริงๆ!"
"ทุกท่านอย่าหยุดมือ การจะรับมือกับยอดอัจฉริยะวิถียุทธ์อย่างหลิวหยาง ต้องร่วมมือกันบุกเข้าไป รุมกินโต๊ะมันเลย!"
"รั้งไว้ ต้องรั้งมันไว้ให้ได้ ถ้าปล่อยให้มันหนีไปได้ ผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดา!"
"ลงมือพร้อมกันเลย!!"
มหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อยต่างร้องอุทานและตื่นตะลึงไม่หยุด แต่ละคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ขนลุกขนชัน หวาดกลัวจนถึงขีดสุด!
พลังฝีมือของหลิวหยาง ก้าวไปถึงระดับที่ทำให้พวกเขารู้สึกสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ราวกับ "ยอดคนระดับเทวะมาเยือน" ก็ไม่ปาน!
กระบี่ที่ฟาดฟันสุดกำลัง เทียบเท่ากับการโจมตีของยอดคนระดับเทวะ!
แต่ละคนรู้สึกว่ามันเหนือจินตนาการ ยากจะเชื่อสายตา ฝันยังไม่กล้าฝันเลยว่า หลังจากหลิวหยางบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์แล้ว พลังฝีมือจะแข็งแกร่งจนน่าขนลุกขนพองขนาดนี้
พลังต่อสู้ก้าวกระโดดมากเกินไปแล้ว!
มากจนก้าวข้ามจินตนาการไปไกล!
ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังต่อสู้กับ "บรรพชนระดับเทวะ" ถึงสามองค์ก็ไม่ปาน
ต่อให้เป็นมหาปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าในทำเนียบมหาปรมาจารย์ ก็ยังยากที่จะหายอดฝีมือระดับนี้ได้ถึงสิบคนด้วยซ้ำมั้ง?!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
พลังฝีมือของเขายังไงก็ต้องติดสิบอันดับแรกของทำเนียบมหาปรมาจารย์แน่นอน!
แต่ละคนคำรามอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับลงมือพุ่งทะยานเข้าหาหลิวหยาง เปิดฉากการรุมโจมตีอันแสน "ขี้ขลาด"!
กระแสคลื่นปราณแท้นับไม่ถ้วนพัดโหมกระหน่ำเข้าใส่หลิวหยางอย่างบ้าคลั่ง ห่อหุ้มร่างของเขาไว้อย่างสมบูรณ์!
ปัง ปัง ปัง!
เผชิญหน้ากับการรุมล้อมของมหาปรมาจารย์แมนจูนับร้อย หลิวหยางไม่ลนลานแม้แต่น้อย เขาตวัดกระบี่เจินหยาง สร้างโล่กระบี่ขึ้นมา ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นขุนเขา!
สภาวะแห่งขุนเขาและสายน้ำห่อหุ้มร่าง เจตจำนงแท้จริงแห่งขุนเขาและสายน้ำ!
รอบนอกของขุนเขา คือสายน้ำที่โอบล้อม คอยลดทอนและรับแรงกระแทกจากการโจมตีด้วยปราณแท้นับไม่ถ้วน
ส่วนโล่กระบี่ที่ตั้งตระหง่านดั่งขุนเขา ก็แข็งแกร่งดุจภูผา ยืนหยัดรับการโจมตีจากปราณแท้ทั้งหมดที่ทะลวงผ่านสายน้ำเข้ามาได้อย่างมั่นคง
หลิวหยางที่อยู่ใจกลาง ยังคงตั้งมั่นไม่ไหวติง
เจตจำนงกระบี่หยินหยาง ไม่ได้ชักนำได้แค่เจตจำนงแท้จริงแห่งสุริยันและจันทราเท่านั้น
เจตจำนงแท้จริงแห่งขุนเขาและสายน้ำ ก็ถือเป็นเจตจำนงแท้จริงแห่งหยินหยางประเภทหนึ่งเช่นกัน ขุนเขาคือหยาง สายน้ำคือหยิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปล่อยบอทฝึกฝน 《กระบี่เทวะไท่เก๊ก》 อย่างหนักหน่วงมากว่าห้าสิบปี ทำให้หลิวหยางมีความเข้าใจในวิถีแห่งไท่เก๊กอยู่ไม่น้อย
สามารถทำการหลอมรวมหยินหยางในเบื้องต้น ผสานความแข็งกร้าวและอ่อนโยนเข้าด้วยกันได้แล้ว
เจตจำนงแท้จริงแห่งขุนเขาและสายน้ำที่เขาถนัดที่สุด ทันทีที่ใช้ออกมา ก็กลายเป็น "กระดองเต่ายักษ์" ของแท้
ยืนหยัดรับมือมหาปรมาจารย์นับร้อยได้อย่างมั่นคง ไม่ไหวติง!
แม้ว่าปราณแท้ในแก่นทองคำวิถียุทธ์ และเจตจำนงกระบี่หยินหยาง จะถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว
แต่หลิวหยางก็รับมือได้จริงๆ!
และไม่ใช่แค่รับการโจมตีจากมหาปรมาจารย์นับร้อยได้เพียงครั้งเดียว ต่อให้ต้องรับอีกเป็นสิบหรือเป็นร้อยครั้ง ก็ยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน!
สบายมาก!
ดวงตาของหลิวหยางทอประกายวาบ ศึกแรกหลังจากบรรลุมหาปรมาจารย์วิถียุทธ์นี้ ทำให้เขาเกิดความเข้าใจใน "เจตจำนงกระบี่หยินหยาง" อย่างมหาศาล
เขาไม่ได้รีบร้อนโจมตีกลับ แต่ถือกระบี่หลับตา ร่างตั้งตระหง่านดั่งขุนเขา ไม่ไหวติง คอยซึมซับความรู้สึกของการถูกรุมโจมตีอย่างเงียบๆ...
ในสภาวะเช่นนี้ เขาสัมผัสได้ว่า "เจตจำนงกระบี่หยินหยาง" กำลังยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว เติบโตไวมาก
ใช่แล้ว ความรู้สึกคุ้นเคยแบบนี้แหละ!