- หน้าแรก
- แดนร้างฟาร์มมรณะ
- บทที่ 140 ท่านกุนซือเข้าใจข้า
บทที่ 140 ท่านกุนซือเข้าใจข้า
บทที่ 140 ท่านกุนซือเข้าใจข้า
บทที่ 140 ท่านกุนซือเข้าใจข้า
"สมัครงานตำแหน่งกุนซือ?"
"ซี๊ด หมอนี่กล้าพูดจริงๆ ข้าเห็นไอ้หนุ่มที่มาสมัครงานเป็นช่างไม้จ่ายค่าทดสอบไปสามรอบแล้วยังไม่ผ่านเลย แล้วเขาเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้ามาสมัครงานเป็นกุนซือ?"
"สงสัยจะคิดว่าท่านลอร์ดกำลังออกรับแทน ก็เลยถือโอกาสเสี่ยงดวงดูมั้ง?"
"มีเหตุผลนะ ถ้าพูดแบบนี้เขาก็ถือว่าฉลาดอยู่เหมือนกัน!"
"ฉลาดบ้าอะไรล่ะ! หมอนี่ข้ารู้จัก เขาเป็นคนวางแผนการออกล่าสัตว์ แต่ผลสุดท้ายกลับทำให้กลุ่มทหารรับจ้างของตัวเองต้องสูญเสียอย่างหนัก ถึงได้ถูกเตะโด่งออกมายังไงล่ะ!"
"ถูกเตะออกมางั้นเรอะ? มิน่าล่ะถึงได้ตกอับขนาดนี้..."
หลินกุยเหยาหูผึ่ง หันไปมองหวังปิง
"ทำไม การสมัครงานก็ต้องจ่ายค่าบริการด้วยงั้นหรือ?"
หวังปิงเองก็รู้สึกคลางแคลงใจ ค่าบริการของศูนย์ภารกิจจะเรียกเก็บเฉพาะภารกิจที่ต้องการการรับประกันการซื้อขายเท่านั้น สำหรับการสมัครงานนั้น ทางศูนย์สนับสนุนให้ฟรีมาตลอด
ขั้นตอนก็เรียบง่ายมาก ศูนย์ภารกิจจะประกาศความต้องการตำแหน่งงาน หากไม่มีตำแหน่งที่ต้องการ ผู้สมัครก็สามารถเสนอตัวได้เอง โดยกรอกแบบฟอร์มแล้วทางศูนย์จะจัดให้มีการทดสอบความสามารถ หากผ่านการทดสอบจึงจะให้หลินไห่เป็นผู้สัมภาษณ์ และตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะจ้างงานหรือไม่
แต่ดูจากสภาพการณ์ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาในขั้นตอนระหว่างทาง
หลินกุยเหยามองโม่โหย่วเฉียนที่กำลังถือแก้วเบียร์เหงื่อแตกพลั่ก เขายิ้มเล็กน้อย แล้วพยักหน้าให้ชายซอมซ่อ
"เจ้าชื่ออะไร?"
"กุยซิงเฉา กุยที่แปลว่าหวนคืน ซิงที่แปลว่าทะเลดาว เฉาที่แปลว่ากระแสน้ำ"
"กุยซิงเฉา? ชื่อดีนี่!" หลินกุยเหยาสบตาชายหนุ่ม ไม่รู้สึกถึงความลำบากใจหรือความหยิ่งยโสแม้แต่น้อย กลับมีเพียงความสงบนิ่ง ไม่ยินดียินร้าย
"ในเมื่อเจ้าสมัครเป็นกุนซือ งั้นเรื่องตรงหน้านี้ เจ้าคิดจะจัดการอย่างไร?"
ชายคนนั้นไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบนินทาหรือคำพูดเยาะเย้ยถากถางของคนรอบข้างตั้งแต่ต้นจนจบ แต่กลับเอาแต่ลอบสังเกตหลินกุยเหยาอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าหลินกุยเหยากำลังทดสอบเขาต่อหน้าทุกคน เขาก็พยักหน้า แล้วชูนิ้วขึ้นสามนิ้วตามลำดับ ก่อนจะเอ่ยปาก
"หนึ่งคือปราบคนชั่ว สองคือกล่าวคำขอโทษ สามคือจัดระเบียบใหม่"
"ปราบคนชั่ว ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ความชั่วที่นี่คืออะไร ขอถามท่านลอร์ดว่า มันคือวาจาชั่ว หรือความชั่วของคนจน?"
หลินกุยเหยายิ้ม วาจาชั่วหมายถึงทัศนคติการให้บริการของศูนย์ภารกิจ ส่วนความชั่วของคนจนหมายถึงคนจนไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่
นี่คือปัญหาเรื่องจุดยืน หากคำตอบของเขาคืออย่างหลัง เชื่อได้เลยว่าชายคนนี้คงไม่เต็มใจที่จะพูดอะไรต่ออย่างแน่นอน
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง มันคือใจชั่วต่างหาก"
กุยซิงเฉาเลิกคิ้วขึ้น "ท่านลอร์ดช่างมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลม"
"ในเมื่อเป็นใจชั่ว งั้นสิ่งที่สมควรปราบปรามก่อน ก็คือหัวหน้าโม่คนนี้ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าศูนย์บริการ ทัศนคติของตัวเองย่อมส่งผลอย่างมากต่อผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เขาประพฤติตนไม่เหมาะสม การกระทำไม่สุภาพ จิตใจไม่ดีงาม ถือเป็นคนชั่วตัวตั้งตัวตี สมควรปราบ!"
หลินกุยเหยามองเขาอย่างสนใจ "โอ้? ประพฤติไม่เหมาะสม ไม่สุภาพ ไม่ดีงามที่ว่านี้ หมายความว่าอย่างไร?"
"ในฐานะหัวหน้า กลับเรียกผู้มาใช้บริการต่อหน้าว่าคนป่าเถื่อน ไม่แปลกใจเลยที่พนักงานรักษาความปลอดภัยตัวเล็กๆ ถึงกล้าพูดจาหยาบคายกับแขก นี่คือการประพฤติไม่เหมาะสม
ในเวลางาน กลับดื่มเหล้าต่อหน้าสาธารณชน เมื่อถูกท่านลอร์ดตักเตือนก็ไม่มีท่าทีสำนึกผิด นี่คือการกระทำไม่สุภาพ
ส่วนจิตใจไม่ดีงาม ข้าคิดว่า หากท่านลอร์ดสั่งให้คนไปตรวจสอบบัญชี ก็น่าจะรู้เรื่องทั้งหมด"
"ถุย! ท่านลอร์ดอย่าไปฟังไอ้จนตรอกนี่พูดจาเหลวไหลนะขอรับ ข้าน้อยทำงานอย่างขยันขันแข็ง โปร่งใสไร้รอยด่างพร้อย!" เมื่อได้ยินว่าชายคนนั้นบอกให้ท่านลอร์ดตรวจสอบบัญชีของเขา โม่โหย่วเฉียนก็ร้อนรนขึ้นมาทันที
เรื่องค่าบริการสมัครงานนี้ เขาเป็นคนจัดการเก็บเองจริงๆ โดยอ้างว่าเป็นค่าแบบฟอร์ม แต่ความจริงแล้วเงินทั้งหมดล้วนเข้ากระเป๋าเขาเองทั้งสิ้น
หลินกุยเหยาโบกมือ สั่งให้คนของหวังปิงคุมตัวเขาออกไป ก่อนจะหันไปมองพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้นแล้วถามว่า "แล้วเขาล่ะ?"
"แม้วาจาและการกระทำจะเลวทราม แต่ความผิดก็อยู่ที่หัวหน้า เขาเพียงแค่ปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น ลงโทษสถานเบาก็เพียงพอ และการที่เขายังกล้าแข็งกร้าวต่อหน้าท่านลอร์ดได้ คนที่มีความหยิ่งทะนงและเด็ดเดี่ยวแบบนี้ ไม่ควรอยู่ที่นี่ แต่ควรส่งไปอยู่บนสนามรบ หากได้รับการขัดเกลาสักหน่อย ย่อมกลายเป็นทหารกล้าได้"
"ฮ่าฮ่าฮ่า รู้จักใช้คนให้ถูกกับงาน ยอดเยี่ยม!" หลินกุยเหยามองหวังปิงแวบหนึ่ง "พี่หวังเอ๊ย เรื่องนี้ทั้งข้าและท่านต่างก็สู้เขาไม่ได้เลยนะ!"
หวังปิงแบมือ ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเข้าใจระหว่างเขากับหลินกุยเหยา ย่อมรู้ดีว่าคำพูดนี้เป็นเพียงการหยอกล้อ
แต่ครั้งนี้ก็ถือเป็นความผิดพลาดของเขาจริงๆ เขาดูออกตั้งนานแล้วว่าโม่โหย่วเฉียนเป็นคนโลภ แต่ก็ยังหาคนที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าหมอนี่จะกล้าทำเรื่องหลอกลวงเบื้องบนปิดบังเบื้องล่าง ยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแบบนี้!
หลินกุยเหยาปรบมือ ไม่ยอมให้กุยซิงเฉาพูดต่อ "สหายทุกคนที่มายังเมืองแห่งความหวัง วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ทำให้พวกท่านต้องมาเห็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว"
"ข้าขอประกาศว่า เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายที่ทุกคนได้รับ ผู้ที่ถูกเก็บค่าบริการสมัครงานจะได้รับเงินชดเชยสิบเท่าตามบันทึกการลงทะเบียน และโรงเตี๊ยมจะเปิดให้บริการฟรีหนึ่งวัน หวังว่าทุกคนจะให้อภัยในความผิดพลาดในการทำงานของเราในครั้งนี้ ขออภัยด้วย!"
พูดจบ หลินกุยเหยาก็โค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง
ทหารรับจ้างรอบๆ ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย หากเป็นลอร์ดเล็กๆ ทั่วไปก็ว่าไปอย่าง แต่สำหรับดินแดนขนาดใหญ่อย่างเมืองแห่งความหวัง แม้ประชากรจะน้อย แต่ทรัพยากรกลับอุดมสมบูรณ์ ขบวนพ่อค้าที่เดินทางไปมาระหว่างที่นี่กับมหานครในแต่ละวันก็มีจำนวนมหาศาลจนน่าตกใจ
ลอร์ดระดับนี้ กลับโค้งคำนับขอโทษพวกทหารรับจ้างหยาบกระด้างอย่างพวกเขาเนี่ยนะ?
แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีเงินชดเชยให้อีกสิบเท่า แถมยังมีเบียร์ฟรีให้ดื่มอีก!
ต้องรู้ไว้ว่า เบียร์ข้าวสาลีเย็นๆ ของเมืองแห่งความหวัง ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะดื่มได้ ถึงยังไงแค่ข้าวจะกินยังไม่ค่อยจะอิ่มเลย จะเอาเงินที่ไหนไปกินเบียร์?
ปกติก็ได้ยินแต่พวกลูกพี่ใหญ่ๆ คุยโม้โอ้อวดหลังดื่มเสร็จ พอได้ยินว่าฟรี พวกเขาก็รีบวิ่งกรูไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อจองที่นั่งทันที โดยไม่สนแม้แต่จะรับภารกิจ
"ท่านลอร์ดช่างใจกว้างและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล กุยผู้นี้ขอคารวะ" เมื่อเห็นว่าห้องโถงโล่งขึ้นมาทันตา กุยซิงเฉาก็เลียริมฝีปาก ดูเหมือนว่าเขาเองก็อยากจะวิ่งไปต่อแถวที่โรงเตี๊ยมเหมือนกัน
"เจ้ามองเห็นอะไรอีกงั้นหรือ?" หลินกุยเหยายิ้ม สั่งให้พนักงานศูนย์ภารกิจนำเบียร์ที่โม่โหย่วเฉียนแอบซ่อนไว้ออกมา ลองจับดู ปรากฏว่ายังเย็นอยู่เลย จึงรินใส่แก้วแล้วยื่นให้กุยซิงเฉา
"ฮ่า สดชื่น!" กุยซิงเฉาเช็ดปาก รู้สึกว่ายังดื่มไม่จุใจ เขาเรอออกมาหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยปาก
"ทหารรับจ้างที่กำลังต่อแถวอยู่ที่นี่ล้วนเป็นพวกปลายแถว แต่ท่านลอร์ดกลับยอมขอโทษด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความใจกว้าง ส่วนการเปิดโรงเตี๊ยมฟรีหนึ่งวัน แม้จะขาดทุนไปบ้างในระยะสั้น แต่ทหารรับจ้างที่ได้ดื่มเบียร์รสเลิศเหล่านี้ เมื่อกลับไปแล้วย่อมต้องนำไปคุยโวโอ้อวดอย่างแน่นอน พร้อมกับกระจายข่าวเรื่องความยุติธรรมของท่านลอร์ดออกไป เมื่อถึงตอนนั้น ข่าวก็จะแพร่สะพัดจากหนึ่งเป็นร้อย แล้วยังจะกลัวว่าจะได้ทุนคืนไม่คุ้มเสียอีกหรือ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านกุนซือเข้าใจข้า!"
หลินกุยเหยาปรบมือ สายตาทอประกายเร่าร้อน กุยซิงเฉาผู้นี้เพียงแค่มองคนออกก็สามารถผ่านการทดสอบของเขาได้แล้ว แถมยังเข้าใจถึงจุดประสงค์ทางการตลาดของเขาอีก เรื่องแบบนี้ไม่เคยมีใครในดินแดนนี้ทำได้มาก่อนเลย!
แม้แต่พ่อค้าเก่าแก่อย่างหลินไห่ก็ทำไม่ได้ มุมมองของเขาคับแคบเกินไป มองเห็นแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น อย่างเรื่องโรงเตี๊ยมฟรีในวันนี้ ดีไม่ดีอาจจะถูกเขาเอ่ยปากคัดค้านด้วยซ้ำ
"ไป ไปคุยกันที่ห้องทำงานของข้า ว่าการจัดระเบียบใหม่ในข้อสุดท้าย จะจัดระเบียบอย่างไร!"
โครก คราก...
เสียงท้องร้องดังลากยาวขึ้นสองครั้ง กุยซิงเฉาลูบท้องตัวเองด้วยความเขินอาย
"ท่านลอร์ดช่วยหาอะไรให้ข้ากินก่อนได้ไหม? ข้า... ไม่ได้กินข้าวมาสามวันแล้ว"