- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 28 อาวุธของเหล่าศิษย์
ตอนที่ 28 อาวุธของเหล่าศิษย์
ตอนที่ 28 อาวุธของเหล่าศิษย์
ตอนที่ 28 อาวุธของเหล่าศิษย์
ณ ตำหนักใหญ่สำนักเทียนเต้า หน้ากระดานภารกิจ
"พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าจะร่วมมือกันรับภารกิจแรกนี้?"
ซูไป๋มองดูการเลือกของศิษย์ทั้งสี่คนพลางเอ่ยปากถาม
ภารกิจที่หนึ่ง ที่ยอดเขาแห่งหนึ่งห่างจากประตูเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอวิ๋นสุ่ยไปสิบลี้ มีรังโจรอยู่แห่งหนึ่ง จงไปกวาดล้างมัน ความยากของภารกิจ ระดับฝึกปราณขั้นที่ห้า รางวัลภารกิจ 50 คะแนนสะสม (สามารถร่วมมือกันรับได้)
ภารกิจของขั้นฝึกปราณขั้นที่ห้า!
แสดงว่าจำเป็นต้องถึงขั้นฝึกปราณขั้นที่ห้าจึงจะสามารถท้าทายได้เล็กน้อย
"อาจารย์ ข้ามาถึงจุดสูงสุดของฝึกปราณขั้นที่สี่แล้ว อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนวิชากระบองมาหนึ่งชุด มีความมั่นใจที่จะท้าทายฝึกปราณขั้นที่ห้าขอรับ!"
จูเก๋อเฟิงเอ่ยปาก น้ำเสียงมั่นคง เต็มไปด้วยความมั่นใจ
รากปราณนภา การต่อสู้ข้ามขั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลย!
"อาจารย์ ข้าเองก็น่าจะใกล้ทะลวงเข้าสู่ฝึกปราณระยะกลางแล้ว อยากหาคนต่อสู้ด้วยสักครา ไม่แน่ว่าอาจจะทะลวงผ่านได้เลย อีกทั้ง ข้าแลกเปลี่ยนวิชากระบี่มาชุดหนึ่ง อยากทดสอบอานุภาพดูเจ้าค่ะ" เซียวหลิงซีกล่าวด้วยรอยยิ้มคิกคัก
"อาจารย์ รังโจรแห่งนี้มักจะก่อกวนขบวนรถของตระกูลเซียวของข้าอยู่บ่อยครั้ง ทำแต่เรื่องเข่นฆ่าปล้นชิง ข้าคิดอยากจะทำลายพวกมันตั้งนานแล้วขอรับ!" เซียวเหยียนกล่าวด้วยความโกรธแค้น
เย่ชิงเหยาไม่ได้เอ่ยปาก ทว่าจากสีหน้าของนางสามารถมองออกว่าก็อยากร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกศิษย์พี่ชายศิษย์พี่หญิงเช่นกัน
"อาจารย์โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องความปลอดภัยของศิษย์น้องชิงเหยาให้ดีเจ้าค่ะ" เซียวหลิงซีกล่าวอีกครั้ง พลางตบหน้าอกของตนเอง
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้....... พวกเจ้าอยากไป ก็ไปเถิด!"
ซูไป๋ครุ่นคิดเล็กน้อย ในที่สุดก็พยักหน้า
ลูกนกเหยี่ยวอย่างไรก็ต้องสยายปีกบินสูง!
อีกอย่าง เขาก็หวังว่า ลูกศิษย์ทั้งหลายจะสามารถเติบโตขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
"อาวุธเหล่านี้ พวกเจ้านำไปใช้ชั่วคราวก่อน ถึงเวลานั้น ย่อมมีสิ่งที่ดีกว่านี้"
ซูไป๋ชี้ไปด้านข้าง ตรงนั้น มีอาวุธสิบกว่าชิ้นวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นอาวุธที่ซูไป๋ยึดมาได้ตอนที่ทำลายล้างคนของสำนักหลิงหลางก่อนหน้านี้ อีกทั้งล้วนเป็นอาวุธวิญญาณที่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานใช้กัน!
พวกเซียวเหยียนต่างพากันตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบประสานมือกล่าวว่า "ขอบพระคุณอาจารย์ขอรับ/เจ้าค่ะ!"
จากนั้น ทั้งสี่คนก็เดินไปเลือกอาวุธด้วยกัน
จูเก๋อเฟิงเลือกกระบองโลหะเล่มหนึ่ง ในอดีตยามที่เขาเป็นศิษย์รับใช้ที่สำนักหลิงเซียว เพราะมักจะต้องหาบน้ำ อยู่กับไม้กระบองบ่อยครั้ง ในใจก็มักจะใช้ไม้กระบองฝึกยุทธ์อยู่เสมอ
และวิชาต่อสู้ที่เขาแลกเปลี่ยนมาเมื่อวานนี้ ก็เป็นวิชากระบองชุดหนึ่ง ดังนั้น เขาจึงเลือกอาวุธประเภทกระบองอย่างไม่ลังเล
ส่วนเซียวหลิงซีนั้นย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง นางฝึกกระบี่มาตั้งแต่เยาว์วัย มีความเข้าใจในวิถีกระบี่ลึกซึ้งยิ่งนัก วิชาที่เลือกก็เป็นวิชากระบี่ ดังนั้นจึงเลือกกระบี่วิญญาณเล่มหนึ่ง
เย่ชิงเหยากวาดสายตามองรอบหนึ่ง ในที่สุด นางเลือกกริชวิญญาณเล่มหนึ่ง
อาวุธนางไม่ค่อยได้สัมผัส ในยามปกติ พี่สาวมักจะให้กริชเล่มหนึ่งแก่นางไว้ป้องกันตัวเสมอ
ส่วนเซียวเหยียน เดินไปเดินมาอยู่หน้ากองอาวุธนี้ หยิบขึ้นมาเล่มหนึ่งลองชั่งน้ำหนักดู แล้วก็วางมันลงไป ไม่อาจหาชิ้นที่ถูกใจได้เลย
"อาจารย์ ช่วงวันเหล่านี้ข้าฝึกฝนแบกน้ำหนักทุกวัน พอถอดน้ำหนักออกแล้ว รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเลยขอรับ"
"อาวุธเหล่านี้แม้จะดี ทว่าล้วนเบาเกินไป มีอันที่หนักกว่านี้หรือไม่ขอรับ?" เซียวเหยียนเกาหัว กล่าวด้วยความกลัดกลุ้ม
ซูไป๋หลุดหัวเราะออกมา มองดูท่าทางของเซียวเหยียนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง
"อาจารย์ ท่านหัวเราะอันใดขอรับ?" เซียวเหยียนสงสัย
"ข้าทราบตั้งนานแล้วว่าเจ้าไม่ชอบอาวุธเหล่านี้ ดังนั้นจึงได้ใช้อาวุธวิญญาณสามชิ้นแลกเปลี่ยนมาให้เจ้าชิ้นหนึ่งล่วงหน้าแล้ว"
ซูไป๋ยิ้มอย่างมีเลศนัย พลางลูบแหวนมิติ ในมือปรากฏอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมา
"ปัง!"
เขากระแทกอาวุธในมือลงบนพื้นอันแข็งแกร่งของตำหนักใหญ่บังเกิดเสียงทึบหนักหน่วง พื้นดินต่างสั่นสะเทือนคราหนึ่ง
อาวุธชิ้นนี้สร้างขึ้นจากแก่นเหล็กทมิฬ รูปลักษณ์คล้ายกับดาบเล่มใหญ่ ทว่ากลับไม่มีความคมของดาบ หากจะบอกว่าเป็นดาบ สู้บอกว่าเป็นไม้บรรทัดเหล็กจะดีกว่า!
เซียวเหยียนจ้องมองไม้บรรทัดเหล็กเล่มนี้ด้วยดวงตาเป็นประกาย ตาแทบไม่อาจละไปได้เลย
เขายื่นมือออกไป ลูบคลำไม้บรรทัดเหล็กทมิฬเล่มนี้ รักใคร่จนไม่อาจวางมือลงได้
ขนาดนี้ น้ำหนักนี้ ช่างพอดิบพอดี เหมาะสมให้เขาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก!
"อาจารย์ ยังคงเป็นท่านที่เข้าใจข้าขอรับ!"
เซียวเหยียนทนรอไม่ไหวรีบจับด้ามไม้บรรทัด พลางกวัดแกว่งขึ้นมาทันที เกิดเสียงหวีดหวิวของลมดังขึ้น คลื่นมิติต่างสั่นสะเทือน!
"ฮ่าฮ่า สะใจแท้!" เซียวเหยียนหัวเราะฮ่าฮ่า แสดงอาการตื่นเต้นเป็นล้นพ้น
เห็นลูกศิษย์ทั้งสี่คนต่างพบอาวุธที่ปรารถนาในใจแล้ว ซูไป๋ก็พยักหน้า พลางสั่งแนะว่า "นี่คือศึกแรกของพวกเจ้า จำต้องไม่ประมาทเลินเล่อเป็นอันขาด!"
"ศิษย์จักปฏิบัติตามคำสั่งสอนของอาจารย์อย่างเคร่งครัดขอรับ/เจ้าค่ะ!" พวกจูเก๋อเฟิงทั้งสี่คนคำนับอย่างนอบน้อม
จากนั้น ทั้งสี่คนก็ร่วมเดินทาง มุ่งหน้าไปยังสถานที่ตั้งของรังโจรในภารกิจ
ซูไป๋มองดูแผ่นหลังของทั้งสี่คนที่ค่อยๆ เลือนหายไป ฝีเท้าขยับคราหนึ่ง พลางลอบติดตามไปอย่างเงียบเชียบ
…
ห่างจากประตูเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอวิ๋นสุ่ยไปสิบลี้
ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนควบม้า ควบย่ำผ่านฝุ่นละอองกลับมา ในมือถืออาวุธนานาชนิด ยุทโธปกรณ์ครบครัน ดูแล้วเป็นลักษณะของพวกโจรป่าอย่างแท้จริง!
บนตัวพวกเขามีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เข้มข้น เด่นชัดว่าเพิ่งผ่านการเข่นฆ่ามา
บนหลังม้าของพวกเขา ยังมีห่อผ้าขนาดใหญ่ขนาดเล็กจำนวนมาก ดูจากลักษณะแล้วควรจะเป็นทรัพย์สินที่ปล้นชิงมา
"พี่ใหญ่ ครั้งนี้พวกเราฟันกำไรเละอีกแล้ว!" ชายหน้าบากคนหนึ่งเลียริมฝีปาก ดวงตาทอแววโลภโมโทสัน!
"ครั้งนี้ดวงดีไม่เลว ปล้นขบวนสินค้าที่ไม่เล็กเลยทีเดียว เฮๆๆ!"
ชายฉกรรจ์หนวดเครารุงรังที่เป็นหัวหน้ายิ้มเต็มใบหน้า บนหลังม้าของเขา ยังมีหญิงสาวที่สลบไสลผู้หนึ่งวางอยู่
"เฮๆๆ ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ครั้งนี้พวกเราฆ่าไก่ล้มแกะตลอดทาง กินหรูอยู่สบาย เชยชมแม่นางสะสวยในหมู่บ้านรอบๆ นี้จนทั่วแล้ว!"
"ได้ยินมาว่าสาวงามในเมืองอวิ๋นสุ่ยดีกว่าในแถบชนบททุรกันดารของพวกเรามากมายยิ่งนัก!"
"ฮ่าฮ่า ปล้นเงินทองมาได้มากมายถึงเพียงนี้ ครั้งนี้พวกเราสามารถไปเที่ยวเล่นในเมืองอวิ๋นสุ่ยให้สำราญใจสักไม่กี่วันได้แล้ว!"
คนพวกนี้สนทนากันอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด วาจาคำพูดเต็มไปด้วยความลามกอนาจาร
……….