- หน้าแรก
- ฝึกเซียนสำนักพี่ ฟรีทุกอย่าง
- ตอนที่ 7 ไม่ได้ เจ้ายังเด็กเกินไป
ตอนที่ 7 ไม่ได้ เจ้ายังเด็กเกินไป
ตอนที่ 7 ไม่ได้ เจ้ายังเด็กเกินไป
ตอนที่ 7 ไม่ได้ เจ้ายังเด็กเกินไป
คัมภีร์ของเทียนเต้าจงแห่งนี้ ยี่สิบลมหายใจก็สามารถโคจรได้หนึ่งรอบแล้ว!
นี่มันเป็นแนวคิดแบบไหนกัน
ในโลกนี้ หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองพันลมหายใจ นั่นก็หมายความว่า หนึ่งชั่วยาม โคจรได้หนึ่งร้อยรอบ!
(หนึ่งลมหายใจคือช่วงเวลาของการหายใจเข้าออกหนึ่งครั้ง ประมาณ 3-5 ลมหายใจ ไม่มีค่าที่แน่นอน ในหนังสือเล่มนี้กำหนดให้ 3.6 ลมหายใจเป็นหนึ่งลมหายใจ)
หนึ่งชั่วยามโคจรได้หนึ่งร้อยรอบเชียวนะ!
นี่มันเป็นแนวคิดแบบไหนกัน
ดูผิวเผินเหมือนจะสูงกว่าหลิงเซียวเจวี๋ยไม่ถึงเท่าตัว แต่ช่องว่างที่แท้จริงนั้น มากกว่าสิบเท่า!
เพราะยิ่งคัมภีร์มีระดับสูงเท่าไหร่ กระแสปราณที่ดูดซับและแปรเปลี่ยนก็จะยิ่งบริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้น สิ่งเจือปนก็จะยิ่งน้อยลง เวลาในการจัดการสิ่งเจือปนในภายหลังก็จะยิ่งน้อยลง การฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับก็จะยิ่งรวดเร็วขึ้นเท่านั้น
การจัดการสิ่งเจือปนเหล่านี้ ยากกว่าการฝึกฝนโคจรเยอะนัก!
เพราะอย่างหนึ่งแค่ดูดซับ แต่อีกอย่างต้องเคี่ยวกรำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้กระแสปราณบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น การโคจรปราณเช่นนี้ถึงจะไม่ทำลายเส้นชีพจร
ดังนั้นคัมภีร์ที่โคจรได้หลายรอบในหนึ่งชั่วยามคุณภาพย่อมดีกว่า ไปถึงตอนท้าย แม้จะโคจรเพิ่มขึ้นเพียงรอบเดียว ก็ถือว่ามีช่องว่างที่ห่างกันมากมหาศาล คุณค่าก็ยิ่งล้ำค่ายิ่งขึ้น
หลิงเซียวเจวี๋ย ที่โคจรได้หกสิบเอ็ดรอบต่อชั่วยามก็เพียงพอที่จะค้ำจุนสำนักที่ติดอันดับห้าร้อยได้ แล้วคัมภีร์ที่โคจรได้หนึ่งร้อยรอบต่อชั่วยาม จะแข็งแกร่งเพียงใดกัน
เดิมทีคิดว่า หลิงเซียวเจวี๋ย(คัมภีร์ของสำนักหลิงเซียว) นั้นไร้เทียมทานแล้ว ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคัมภีร์ของเทียนเต้าจงในตอนนี้ กลับราวกับกลายเป็นเรื่องตลกไปเสียอย่างนั้น!
สำหรับเซียวหลิงซีแล้วคัมภีร์เช่นนี้ เปรียบประดุจชุดที่สวยที่สุดในโลก มีแรงดึงดูดที่ไม่มีอะไรเทียบได้
"ท่านเซียน ยังขาดศิษย์อยู่หรือไม่"
เซียวหลิงซีเดินเข้ามาข้างกายซูไป๋กะพริบตาคู่สวย จ้องมองซูไป๋อย่างแน่วแน่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ซูไป๋หัวเราะออกมาอย่างขบขัน "แม่หนูน้อย ก่อนหน้านี้เจ้ายังระแวงว่าข้าเป็นคนลวงโลกอยู่เลย ไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับอยากเข้าร่วมสำนักของคนลวงโลกเสียแล้วหรือ"
ใบหน้าสวยของเซียวหลิงซีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ทว่าจากนั้นก็เผยให้เห็นความจริงจัง กล่าวอย่างจริงใจว่า "ท่านเซียน หลิงซีสำนึกผิดแล้ว หวังว่าท่านเซียนจะให้อภัย"
"อ๋อ ถ้าเช่นนั้นเจ้าลองบอกมาซิ ว่าผิดที่ตรงไหน" ซูไป๋มองเซียวหลิงซีอย่างสนใจ
แม่หนูน้อยคนนี้ชอบผดุงความยุติธรรม กล้าหาญไม่เบา กล้าท้าทายเขา และยังกล้าเดินทางมายังสถานที่รกร้างห่างไกลเช่นนี้เพียงลำพัง
"หลิงซีไม่ควรระแวงท่านเซียน และไม่ควรใช้ถ้อยคำไม่สุภาพกับท่านเซียน..." เซียวหลิงซีก้มหน้าก้มตา ท่าทางเหมือนเด็กดีที่ทำความผิด
ท่าทางเช่นนี้ ทำให้ซูไป๋อดที่จะขำออกมาไม่ได้
เขาไม่ได้มีความคิดร้ายใดๆ ต่อเซียวหลิงซีแม้กระทั่งรู้สึกว่านางน่าสนใจไม่เบา เป็นเพียงการหยอกล้อเล่นเท่านั้น
"เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ ข้าไม่เคยเก็บมาใส่ใจ และไม่จำเป็นต้องถือสาหาความกับแม่หนูน้อยอย่างเจ้าหรอก"
ซูไป๋โบกมือ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
"ขอบคุณท่านเซียน ท่านเซียนใจดีที่สุดเลย!"
ได้ยินซูไป๋กล่าวเช่นนั้น เซียวหลิงซีรีบกล่าวขอบคุณ ดวงตาคู่สวยโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว มุมปากเผยให้เห็นรอยยิ้ม
"ถ้าเช่นนั้นท่านเซียน หลิงซีสามารถเข้าร่วมเทียนเต้าจงได้หรือยัง"
นางกะพริบตาปริบๆ มองซูไป๋อย่างเฝ้ารอ
ซูไป๋เบนสายตามองมา กวาดสายตามองเซียวหลิงซีตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้ากล่าวว่า "ยังไม่ได้ในตอนนี้!"
"อา ทำไมหรือ"
เซียวหลิงซีเบะปากเล็กน้อย กล่าวอย่างน้อยใจว่า "ท่านเซียน หลิงซีช่วยท่านซักผ้าได้ ช่วยท่านรินน้ำชงชาได้ นวดไหล่บีบขาให้ท่านก็ได้ ทำได้ทุกอย่างเลย ท่านรับศิษย์ไว้เถอะนะ"
"ไม่ได้ เจ้ายังเด็กเกินไป" ซูไป๋พิจารณาเซียวหลิงซีอีกครั้ง แล้วส่ายหน้า
"เด็กหรือ” เซียวหลิงซีก้มหน้าลง มองดูหน้าอกของตนตามสายตาของ ซูไป๋
ถึงแม้ตรงนี้จะไม่ได้นูนเด่นมากนัก แต่ก็ไม่เล็กนะ
หรือว่าท่านเซียนชอบแบบที่ใหญ่กว่านี้
"ตรงไหนที่ว่าเล็ก ไม่เห็นจะเล็กสักหน่อย!" เซียวหลิงซีเงยหน้าขึ้น เชิดหน้าอกของตนอย่างภูมิใจ เต็มไปด้วยความมั่นใจของเด็กสาว
"แค่ก..." ซูไป๋กระแอมไอสองครั้ง เพื่อกลบความกระอักกระอ่วน กล่าวว่า "ข้าไม่ได้หมายถึงตรงนั้น ข้าหมายถึงอายุของเจ้ายังน้อยอยู่ ตอนนี้สำนักของเรายังไม่รับศิษย์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ"
"อายุยังน้อย..."เซียวหลิงซีพึมพำอย่างงุนงง จากนั้นใบหน้าสวยก็แดงระเรื่อ ดูท่าแล้ว คงเป็นนางที่เข้าใจท่านเซียนผิดไป
"ท่านเซียน ขอแก้ความเข้าใจหน่อย สามวันก่อนข้าผ่านพิธีบรรลุนิติภาวะแล้ว เพราะฉะนั้น ข้าบรรลุนิติภาวะแล้วนะ เข้าใจไหม!"
เซียวหลิงซีแก้มป่อง กล่าวแก้ต่างอย่างจริงจัง
หือซูไป๋แปลกใจ
แม่หนูน้อยคนนี้ บรรลุนิติภาวะแล้วหรือ
อ๋อ ลืมไป
โลกนี้ การบรรลุนิติภาวะไม่ใช่สิบแปดปี แต่คือสิบหกปีต่างหาก!
"แม่หนูน้อย ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เจ้ายังไม่กลับบ้าน ครอบครัวของเจ้าจะไม่เป็นห่วงหรือ" ซูไป๋เตือน
เซียวหลิงซีเบะปาก พึมพำว่า "ผีที่ไหนจะอยากกลับบ้านเล่า!"
"อ๋อหรือ"
ซูไป๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่าง
ให้ตายสิ
เด็กสาวหัวรั้นที่หนีออกจากบ้านหรือ
นั่นยิ่งรับไม่ได้ใหญ่เลย!
ถ้ารับตอนนี้ อีกไม่กี่วันผู้ปกครองของฝั่งนั้นตามมาหาเรื่องจะทำอย่างไร
"หากเจ้าต้องการเข้าร่วมเทียนเต้าจงก็ไม่มีปัญหา ให้ผู้ปกครองของเจ้าพาเจ้ามาด้วย ไม่อย่างนั้น ข้าไม่คิดจะกลายเป็นคนลักพาตัวหรอกนะ!"
ซูไป๋ทำหน้าเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็รีบก้าวเท้าเข้าไปในโถงใหญ่ แล้ว "ปัง" ปิดประตูลงทันที
"นี่ๆ... ท่านคนนี้นี่..."
ทิ้งเซียวหลิงซีให้ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
...
สามทุ่มนอน หกโมงเช้าตื่น พญายมยังชมว่าร่างกายข้าดี
เช้าตรู่ ซูไป๋บิดขี้เกียจ เคลื่อนไหวร่างกายเล็กน้อย เตรียมตัวจะดูผลลัพธ์การฝึกฝนตลอดทั้งคืนของศิษย์ตนเอง
ทว่า พอเขาเพิ่งเปิดประตู ก็ต้องตื่นตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ยอดเขาทั้งลูกถูกทำความสะอาดจนหมดจด แม้แต่หญ้าแห้งเพียงต้นเดียว หรือใบไม้ร่วงเพียงใบเดียวก็ไม่มี สิ่งปลูกสร้างก็สะอาดจนแทบจะสะท้อนเงาได้ ไม่มีแม้แต่ฝุ่นละอองแม้แต่นิดเดียว
หลายจุดบนยอดเขา ถูกประดับประดาด้วยกระถางดอกไม้สด ในอากาศมีกลิ่นหอมของดอกไม้โชยมา และในนั้นยังเจือไปด้วยกลิ่นหอมที่แปลกประหลาดและน่าลิ้มลอง
หมูสามชั้นตุ๋น!
ดมกลิ่นตามไป ซูไป๋ก็เห็นอาหารเลิศรสเต็มโต๊ะอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆ ข้างๆ มีถึงเจ็ดถึงแปดอย่าง แต่ละอย่างล้วนส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
โดยเฉพาะหมูสามชั้นตุ๋นชามโตที่อยู่ตรงกลางสุด น้ำตุ๋นข้นคลั่ก มันเงาฉ่ำน่ากิน แค่มองแวบเดียวก็ปลุกความตะกละในกระเพาะของซูไป๋ขึ้นมาทันที
"ท่านเซียน ท่านตื่นแล้วหรือ"
เซียวหลิงซีโผล่มาจากไหนไม่รู้ เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาข้างกายซูไป๋ทันที ใบหน้าประจบสอพลอ กล่าวว่า "นี่ข้าทำเองกับมือ ท่านเซียนลองชิมดูหน่อยไหม"
ตื่นมาก็มีอาหารอร่อยรออยู่ นี่มันเป็นประสบการณ์แบบไหนกัน
ก่อนจะทะลุมิติมา ในฐานะหนุ่มโสดที่หมกตัวอยู่แต่ในบ้านมาตลอดยี่สิบปี ซูไป๋รู้สึกว่าความสุขมันมาเร็วเกินไป!
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบหมูสามชั้นตุ๋นเข้าปากชิ้นหนึ่ง ทันทีที่หมูสามชั้นตุ๋นเข้าปาก การเคลื่อนไหวของซูไป๋ก็ราวกับถูกห้ามเอาไว้ทันที
"เป็นอย่างไร อร่อยไหม"
เซียวหลิงซีหัวเราะคิกคัก แก้มทั้งสองข้างเผยให้เห็นลักยิ้มจางๆ
นางมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตนเองมากเชียวล่ะ!
มารดามักกล่าวเสมอว่า การจะดึงดูดผู้ชายคนหนึ่ง วิธีที่ดีที่สุดคือต้องรั้งกระเพาะของเขาไว้ก่อน
"อร่อย อร่อยมากจริงๆ ครั้งหน้าไม่ต้องทำแล้วนะ"
ซูไป๋วับหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ตัดสินใจหนีทันควัน
"น้ำ น้ำ น้ำ อยู่ไหน!"
อร่อยจนจะบินได้เลยหรือ
มองดูซูไป๋กระโดดวับหายไป เซียวหลิงซีเกาหัว
"อร่อยขนาดนั้นเลยหรือ"
เซียวหลิงซีคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากด้วยความสงสัย
หลังจากเข้าปาก สีหน้าของนางก็เหมือนกับซูไป๋เมื่อครู่นี้ไม่มีผิด
รสชาติหอมของเนื้อ รสหวานของน้ำตาล ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่นิดเดียว ในช่องปากกลับมีเพียงรสชาติเดียวที่วนเวียนอยู่
รสชาตินี้ เหมือนกับเอาเกลือหนึ่งตำลึงกรอกเข้าปาก เกลือนั้นกระแทกปุ่มรับรสที่ปลายลิ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมสงบลงแม้แต่น้อย
ขอบตาของเซียวหลิงซีแดงก่ำทันที
ราวกับไปกินข้าวที่ร้านอาหารภาคอีสานแล้วบอกเจ้าของร้านว่าปริมาณน้อยจนไม่อิ่ม
ให้คนกวางตุ้งหลับตาชิมพริกปีศาจไปหนึ่งคำ
สั่งชานมไข่มุกแต่ไม่เอาไข่มุก แล้วขอเพิ่มเกลือเยอะๆ ขอบคุณ
………