- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 96: Aced กวาดเรียบยกทีม
บทที่ 96: Aced กวาดเรียบยกทีม
บทที่ 96: Aced กวาดเรียบยกทีม
"เป็นไปได้เหรอ?"
"เป็นไปไม่ได้หรอก"
"เป็นไปได้เหรอ?"
มีเครื่องหมายคำถามโผล่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำเอาหวังตงหมิงรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย
แม้เมื่อครู่ฝ่ายเทคนิคจะตรวจสอบคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ทว่าเวลานี้หวังตงหมิงกลับยิ่งรู้สึกว่าเฉินผิงอาจจะแฮกเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของพวกเขาเข้าจริงๆ แม้มันจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่... ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะถึงอย่างไรวิทยาลัยเป่ยต้าชิงเหนี่ยวก็มีคำว่าเป่ยต้าอยู่ด้วย... ใครจะไปรู้ว่าไอ้เด็กคนนี้อาจจะเป็นแฮกเกอร์อัจฉริยะก็ได้
แต่ตอนนี้จะมีเวลาไปหาหลักฐานจากไหนกันล่ะ
หากฝีมือของหมอนี่เก่งกาจถึงขั้นนั้นจริง ต่อให้ไปสืบหา คาดว่าก็คงตรวจไม่พบอะไรอยู่ดี
นอกจากนี้ ความจริงการรั่วไหลก็ไม่ได้เกิดจากฝีมือของแฮกเกอร์เพียงอย่างเดียว
หากเป็นฝีมือมนุษย์ เกิดมีเกลือเป็นหนอนขึ้นมาล่ะ?
แม้เรื่องนี้จะดูเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่... หวังตงหมิงกลับค้นพบวิธีแก้ปัญหาในทันที "เซียวเซียว หยุดใช้คลังคำศัพท์ปัจจุบัน ให้ศาสตราจารย์หลายท่านออกโจทย์กันสดๆ หน้างานเลย"
ไม่ว่าคลังคำศัพท์จะถูกขโมยไปหรือไม่ หวังตงหมิงก็ต้องคัดเฉินผิงออกจากการแข่งขันให้ได้
จากนั้น ภายใต้คำสั่งของหวังตงหมิง พิธีกรจึงเริ่มการออกโจทย์สดหน้างาน
พร้อมทั้งเชิญศาสตราจารย์สี่ท่าน แต่ละท่านออกโจทย์คนละสามข้อ รวมทั้งหมดเป็นสิบสองข้อ
พอกติกาใหม่เอี่ยมนี้โผล่ออกมา ก็ทำเอาคนอื่นถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ออกโจทย์กันสดๆ หน้างานเลยเหรอ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เฉินผิงป่วนจนสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีต้องเปลี่ยนกติกาเลยทีเดียว"
"ช่วยไม่ได้นี่นา ดูเหมือนว่าคลังคำศัพท์ก่อนหน้านี้จะใช้คัดเฉินผิงออกจากการแข่งขันได้ยากแล้วล่ะ"
ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็รับชมด้วยความสนุกสนาน
คิดไม่ถึงเลย
รายการวาไรตี้เชิงวัฒนธรรมรายการหนึ่ง กลับดำเนินเรื่องได้พลิกผันน่าติดตามถึงเพียงนี้
"เพื่อนนักเรียนทุกคน สวัสดีครับ ตอนนี้ผมจะเป็นคนออกโจทย์ให้ทุกคนเอง ผมจะออกโจทย์ทั้งหมดสามข้อ กรุณาฟังโจทย์ให้ดี..."
คนแรกที่ยืนขึ้นก็คือ 'โอวหยางเซิ่ง' ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาภาษาจีนแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ความจริงเขาเกิดความสงสัยในตัวเฉินผิงมาตั้งนานแล้ว
ต้องรู้เอาไว้ก่อนว่า ในการแข่งขันสามรอบที่ผ่านมา แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังมีบางคำที่เขียนไม่ออก
แต่เฉินผิงกลับไม่เขียนผิดเลยแม้แต่คำเดียว ผ่านเข้ารอบด้วยคะแนนเต็มทั้งสามรอบ
แม้นี่จะไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นไปไม่ได้
แต่โอวหยางเซิ่งไม่เชื่อเลยจริงๆ ว่านักแสดงคนหนึ่งจะสามารถทำได้ถึงระดับนี้
"โจทย์ข้อที่หนึ่ง: gao yao ชาวราชวงศ์เซี่ย ซึ่งถูกเลือกโดยต้าอวี่ให้เป็นผู้สืบทอด"
"โจทย์ข้อที่สอง: lei zu เล่าลือกันว่าเป็นพระชายาเอกของจักรพรรดิเหลือง"
"โจทย์ข้อที่สาม: di ku หนึ่งในสามกษัตริย์ห้าจักรพรรดิตามตำนาน"
โจทย์สามข้อที่โอวหยางเซิ่งนำมาทายล้วนเป็นชื่อคน
อีกทั้งบุคคลทั้งสามนี้ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังมาก
แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังมากเพียงใด ทว่าชื่อของพวกเขาทั้งสามคนกลับเขียนยากเป็นอย่างมาก
ทว่าโจทย์ทั้งสามข้อนี้สำหรับเฉินผิงแล้ว ไม่ได้มีความยากลำบากอะไรเลย เขาเขียนโจทย์ทั้งสามข้อออกมาตามลำดับ
แน่นอนว่า
สำหรับนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมทั้งสามแห่งที่ยังเหลืออยู่ โจทย์ทั้งสามข้อนี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเช่นกัน พวกเขาจึงเขียนตามคำบอกออกมาได้ทั้งหมด
"ศาสตราจารย์โอวหยาง โจทย์ทั้งสามข้อของคุณมีความผิดพลาดเล็กน้อยนะ"
"ผมก็เพิ่งสังเกตเห็นเหมือนกัน"
โอวหยางเซิ่งรู้สึกกลัดกลุ้มใจอยู่บ้าง
แม้ชื่อของบุคคลทั้งสามจะเขียนยากสักหน่อย แต่ก็มักจะถูกแนะนำให้รู้จักในหน้าประวัติศาสตร์อยู่เสมอ
เฉินผิงไม่เพียงแต่จะเขียนออกมาได้ บรรดานักเรียนมัธยมทั้งหลาย ในตอนที่ท่องจำคำศัพท์พวกเขาก็ย่อมต้องท่องจำส่วนนี้เป็นประเด็นสำคัญเช่นเดียวกัน
"ผมเอง"
หลังจากโอวหยางเซิ่ง ศาสตราจารย์อีกท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่งก็ลุกขึ้นยืน
[กรุณาฟังโจทย์ข้อที่หนึ่ง: you mian kao lao lao ของกินชนิดหนึ่ง]
[กรุณาฟังโจทย์ข้อที่สอง: lao zao tang yuan ของกินอีกชนิดหนึ่งเช่นกัน]
[กรุณาฟังโจทย์ข้อที่สาม: jiao tou ยังคงเป็นของกินชนิดหนึ่ง]
พอโจทย์ทั้งสามข้อนี้ดังขึ้น บรรดาผู้เข้าแข่งขันยังไม่ทันได้ตอบคำถาม ผู้ชมทั่วไปต่างก็พากันหัวเราะชอบใจ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ศาสตราจารย์พวกนี้น่าสนใจดีนะ ศาสตราจารย์ท่านแรกนำชื่อคนมาออกโจทย์ ท่านที่สองก็นำอาหารมาเป็นโจทย์"
"อืม มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าศาสตราจารย์ท่านแรกมีความสนใจในประวัติศาสตร์มาก ส่วนท่านที่สองก็คือสายกินตัวยง"
"คิดไม่ถึงเลยว่า สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีจะค้นพบวิธีการเล่นแบบใหม่เข้าให้อีกแล้ว..."
"แต่โจทย์ทั้งสามข้อนี้ ฉันเขียนไม่ออกเลยสักข้อ"
แม้การให้แขกรับเชิญมาออกโจทย์จะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่บ้าง แต่คาดไม่ถึงเลยว่า ศาสตราจารย์สองท่านแรกที่ออกโจทย์กลับสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมไม่เบา
แม้ศาสตราจารย์ท่านแรกจะยังกะเกณฑ์ระดับความยากได้ไม่ดีนัก
แต่โจทย์ที่ศาสตราจารย์ท่านที่สองออก อย่าเห็นว่าเป็นแค่ของกิน แต่คุณก็อาจจะเขียนไม่ออกจริงๆ ก็ได้
"ศาสตราจารย์จาง โจทย์ไม่กี่ข้อของคุณยอดเยี่ยมมากเลยครับ"
"ก็พอได้ จะว่าไปก็ต้องทำให้พวกเขาลำบากใจกันสักหน่อยล่ะนะ"
"อืม ผมว่าพอโจทย์สามข้อนี้ออกมา คาดว่าเฉินผิงคงต้องตกรอบแล้วล่ะ"
ศาสตราจารย์หลายท่านมองหน้ากัน ต่างก็แสดงความชื่นชมต่อโจทย์ที่ศาสตราจารย์ท่านที่สองเป็นคนออก
โจทย์แบบนี้ไม่เพียงแต่จะมีความแปลกใหม่เท่านั้น แถมยังมีความยากอีกด้วย
เพียงแต่ว่า
พวกเขาดูเหมือนจะคิดผิดไปแล้ว
โจทย์อาหารเลิศรสทั้งสามข้อนี้ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้เฉินผิงเลย ในทางกลับกันยังคัดโรงเรียนแห่งหนึ่งให้ตกรอบไปแทนเสียด้วย
"ให้ตายเถอะ... นี่มัน..."
"เหลือแค่สองโรงเรียนแล้วเหรอ?"
"เฉินผิง..."
เมื่อเห็นโรงเรียนมัธยมอีกแห่งหนึ่งต้องตกรอบไป ศาสตราจารย์ที่เพิ่งจะออกโจทย์เมื่อครู่ก็แทบจะกระอักเลือด
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
หวังตงหมิงร้อนรนใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาเอ่ยถามขึ้น
"โจทย์พวกนี้บรรดานักเรียนไม่ได้เตรียมตัวมาล่วงหน้า ดังนั้น พวกเขาจึงเขียนไม่ออกครับ"
พิธีกรกระซิบถามทีมงานหลังเวทีเสียงเบา "หัวหน้าคะ ยังต้องออกโจทย์ต่อไปไหม?"
"ออกต่อเลย"
ขี่หลังเสือแล้วลงยาก
มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงแค่ออกโจทย์ต่อไปเท่านั้น
"ลำดับต่อไปตาผมเป็นคนออกโจทย์ให้ทุกคนบ้าง โจทย์ข้อที่หนึ่ง..."
ศาสตราจารย์ท่านที่สามลุกขึ้นยืน
เห็นได้อย่างชัดเจน
เขาเองก็สัมผัสได้ถึงความกดดันเช่นเดียวกัน
เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ดีไม่ดี โรงเรียนอีกสองแห่งที่เหลืออาจจะถูกคัดออกไปอีกแห่งก็เป็นได้
ต้องยอมรับเลยว่า
ความเป็นจริงได้พิสูจน์การคาดเดาของศาสตราจารย์ท่านที่สามแล้ว
หลังจากที่เขาออกโจทย์ ท่ามกลางการแข่งขันประเภททีมทั้งหมด ก็เหลือเพียงโรงเรียนมัธยมหวงก่างแค่แห่งเดียว
"พระเจ้าช่วย..."
"เหลือแค่โรงเรียนเดียวแล้ว"
"เฉินผิงก็ยังอยู่"
"ฉันกำลังคิดอยู่ว่า..."
"คิดอะไรเหรอ?"
"พวกเขาจะถูกกวาดเรียบยกทีมหรือเปล่า?"
"เรื่องนี้..."
พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา
ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วน แขกรับเชิญ พิธีกร รวมถึงทีมงานในห้องควบคุมการออกอากาศ... ต่างก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึก
กวาดเรียบยกทีม
สถานการณ์เช่นนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
แต่ทว่า
การแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนกลับเกิดฉากที่น่าเหลือเชื่อถึงเพียงนี้ขึ้นมาแล้ว
"หมอนี่มันปีศาจชัดๆ"
"อืม"
"เขาเก่งกาจขนาดนี้เลยจริงเหรอ?"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"เขาโกงหรือเปล่า?"
"ไม่ต้องให้คุณเดาหรอก สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีนึกสงสัยเรื่องที่เฉินผิงโกงล่วงหน้าพวกเราไปนานแล้ว"
"ใช่ ไม่เห็นเหรอว่าศาสตราจารย์ทั้งสามท่านมาออกโจทย์กันสดๆ หน้างานเลย สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีย่อมสงสัยในความเป็นไปได้ที่เฉินผิงจะโกงแน่นอน แต่..."
"แต่อะไรเหรอ?"
"ศาสตราจารย์ทั้งสามท่านออกโรงมาขนาดนี้แล้ว คุณคิดว่าเฉินผิงยังโกงอยู่อีกเหรอ?"
นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ในเมื่อไม่ได้โกง
ถ้าอย่างนั้น
ความจริงก็มีเพียงหนึ่งเดียว
เฉินผิง... ก็คืออัจฉริยะแบบนี้แหละ ก็คือน่าสะพรึงกลัวแบบนี้แหละ ก็คือปีศาจร้ายแบบนี้แหละ
"อัจฉริยะที่ในรอบร้อยปีจะพานพบสักคน"
"ต้องใช่แน่"
"ฉันอยากจะบอกว่า ต่อไปนี้เฉินผิงก็คือไอดอลของฉัน"
ผ่านการแข่งขันไปสามรอบ เฉินผิงที่เดิมทีเขียนลายมือได้น่าเกลียดสุดขีด ก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปทีละก้าว จนกุมหัวใจผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้ได้
เมื่อเห็นถึงจุดนี้ ในสายตาของทุกคน ต่างก็มองข้ามลายมือของเฉินผิงไปโดยสมบูรณ์ตั้งนานแล้ว
บางที
เมื่อมาถึงขอบเขตนี้ ลายมือจะสวยงามหรือน่าเกลียดก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรอีกต่อไป
หนำซ้ำ
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เวลานี้เมื่อพวกเขากลับไปมองดูลายมือของเฉินผิงอีกครั้ง กลับรู้สึกว่ามันดูสบายตาขึ้นมาชอบกล
ผู้ชมบางคนถึงกับรู้สึกว่า นี่มันคือศิลปะการคัดลายมือรูปแบบใหม่เอี่ยมหรือเปล่า
ไม่อย่างนั้น ยิ่งตัวเองมองดูก็ยิ่งรู้สึกว่า ลายมือนี้ดูหรูหรามีระดับมากขึ้นทุกที
นี่ไม่ได้หมายความว่ารสนิยมความงามของทุกคนมีปัญหาหรอกนะ
แต่เป็นเพราะแรงกระแทกที่เฉินผิงมอบให้กับทุกคนนั้น มันยิ่งใหญ่มากเกินไปจริงๆ
"พิธีกร ทางนี้ยังต้องออกโจทย์อีกไหมครับ?"
ศาสตราจารย์ท่านที่สี่เอ่ยถามพิธีกรด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอยู่บ้าง
พิธีกรเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ จึงเอ่ยถามไปทางห้องควบคุมการออกอากาศหลังเวทีอีกครั้ง
ทางห้องควบคุมหลังเวทีไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่แล้ว จึงทำได้เพียงแค่ตอบกลับไปประโยคเดียวว่า "ออกต่อ"
ด้วยเหตุนี้
หลังจากศาสตราจารย์ท่านที่สี่ออกโจทย์... นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหวงก่างก็ถูกคัดออกทั้งหมดเช่นกัน
ภายในงาน เหลือเพียงเฉินผิงแค่คนเดียวเท่านั้น
"กวาดเรียบ"
"กวาดเรียบ"
"กวาดเรียบ"
เวลานี้ หน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความ ทั้งหมดมีแต่คำว่ากวาดเรียบ
กวาดเรียบ
นี่ก็คือความหมายของการกวาดเรียบยกทีมนั่นเอง