- หน้าแรก
- ตัวประกอบขอเป็นซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 76: แก้ไขบทละคร
บทที่ 76: แก้ไขบทละคร
บทที่ 76: แก้ไขบทละคร
"ฆ่าตัวตายเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำว่าฆ่าตัวตาย
ผู้กำกับหูอี้จวนชะงักไปในตอนแรก แต่จากนั้นก็ร้องชมเชยในใจว่ายอดเยี่ยม
"เป็นการฆ่าตัวตายที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ"
"ไม่ผิด จุดจบที่ดีที่สุดของหลินผิงจือ ความจริงแล้วก็คือการฆ่าตัวตาย"
นักเขียนบทหลี่เฉิงก็เอ่ยด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
ใช่แล้ว
ความจริงแล้วจุดจบที่ดีที่สุดของหลินผิงจือไม่ใช่การถูกเล่งฮู้ชงจองจำ แต่เป็นการเลือกจบชีวิตตัวเอง
พ่อแม่ของเขาเสียชีวิต ภรรยาก็จากไป ตัวเองก็ตอนตัวเองไปแล้ว ความแค้นอันใหญ่หลวงก็ได้รับการชำระจนเสร็จสิ้น แล้วยังมีเหตุผลอะไรให้ต้องมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีก?
หรือจะบอกว่า คุณคิดว่าหลินผิงจือไม่มีทางฆ่าตัวตาย?
หลินผิงจือมีแม้กระทั่งความกล้าที่จะตอนตัวเอง การฆ่าตัวตายย่อมมีความเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก
ต่อให้ท้ายที่สุดเล่งฮู้ชงจะจับหลินผิงจือไปขังเอาไว้จริง แต่ด้วยนิสัยของหลินผิงจือ เขาก็ไม่มีทางทนมีชีวิตอยู่อย่างอดสูต่อไปได้
"เฉินผิง การวิเคราะห์หลินผิงจือของคุณนี้ลึกซึ้งทะลุปรุโปร่งจริง ๆ"
นักเขียนบทหลี่เฉิงเอ่ยด้วยความเลื่อมใส
ตามหลักแล้ว เขาที่เป็นนักเขียนบทควรจะมีความเข้าใจในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรลึกซึ้งที่สุด
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าความเข้าใจของเฉินผิงที่มีต่อตัวละครหลินผิงจือ จะลึกซึ้งยิ่งกว่านักเขียนบทอย่างเขาเสียอีก
แม้ว่าประเด็นที่หลินผิงจือต้องสังหารเย่ว์หลิงซานนั้น เขาจะเคยพิจารณาเอาไว้ตั้งนานแล้วก็ตาม
แต่การที่เฉินผิงมองว่าจุดจบที่ดีที่สุดของหลินผิงจือคือการฆ่าตัวตายนั้น เป็นประเด็นที่แม้แต่ตัวเขาในฐานะนักเขียนบทก็ยังไม่เคยคิดฝันถึงมาก่อน
สำหรับเรื่องนี้ เฉินผิงก็ตอบกลับอย่างถ่อมตัวว่า "หลัก ๆ เป็นเพราะผมดูกระบี่เย้ยยุทธจักรมาตั้งแต่เด็ก ถือได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของกิมย้ง ดังนั้นจึงมีความเข้าใจในตัวหลินผิงจืออยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ"
นี่คือข้อดีที่สุดของการถ่ายทำซีรีส์จากนิยายของกิมย้ง
นิยายของกิมย้งทุกคนล้วนเคยผ่านตา ต่อให้ไม่เคยอ่านก็ต้องเคยดูซีรีส์มาบ้างอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้
สำหรับบรรดาตัวละครในนิยายของกิมย้ง นักแสดงแต่ละคนจึงมีความคิดและความเข้าใจในแบบฉบับของตัวเอง
"ไม่เลว ไม่เลวเลย เฉินผิง ดูท่าทางคุณคงจะลงแรงศึกษาหลินผิงจือมาเป็นอย่างดีทีเดียว"
ผู้กำกับหูอี้จวนพยักหน้ารับเป็นระยะ "จริงสิ ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงไม่มาคุยเรื่องมุมมองที่มีต่อหลินผิงจือกับผมล่ะ"
"เรื่องนี้..."
เฉินผิงเอ่ยด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "หากจะวิเคราะห์หลินผิงจือจริง ๆ มันจะมีความแตกต่างจากบทละครค่อนข้างมากครับ หากผมไปพูดกับผู้กำกับหู คุณคงได้ด่าว่าผมวางมาดดาราดังมาขอแก้บทละครแน่เลยครับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า..."
หูอี้จวนและหลี่เฉิงหัวเราะลั่น
นั่นก็เป็นความจริง
หากก่อนหน้านี้เฉินผิงพูดออกไป ต่อให้เขาจะพูดอย่างมีเหตุผลแค่ไหน คาดว่าหูอี้จวนก็คงไม่มีทางสนใจเขาอย่างแน่นอน
นี่คืออะไร?
นี่คือการขอแก้ไขบทละครอย่างไม่ต้องสงสัย
เรื่องนี้ร้ายแรงยิ่งกว่าการขอแก้บทพูดเยอะ
คุณเห็นผู้กำกับเป็นอะไร จะมายอมรับฟังนักแสดงตัวเล็ก ๆ อย่างคุณงั้นเหรอ?
อย่าว่าแต่เฉินผิงเลย ต่อให้เป็นฮั่วเจี้ยนหัว ก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้หรอก
อีกอย่าง
หากต้องแก้ไขบทละครจริง ๆ ส่วนที่ถูกดัดแปลงคงไม่ได้มีแค่หลินผิงจือเท่านั้น แต่ยังจะไปกระทบถึงเย่ว์หลิงซาน... และนักแสดงคนอื่น ๆ อีกมากมาย
หากเฉินผิงวิ่งเข้าไปพูดแบบนี้จริง ๆ
ต่อให้ผู้กำกับจะไม่ว่าอะไร คาดว่านักแสดงคนอื่นก็คงต้องรุมด่าเฉินผิงจนเละแน่
ดังนั้น
เมื่อระดับชื่อเสียงของคุณยังไม่ถึงขั้น นักแสดงทั่วไปย่อมไม่มีทางกล้าทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด
ต่อให้เป็นนักแสดงระดับท็อปบางคน หากทำแบบนี้จริง ก็มักจะถูกคนอื่นครหาว่าเป็นพวกบ้าอำนาจในกองถ่ายอยู่ดี
"เฉินผิง ดูท่าทางคุณไม่เพียงแต่ฉลาดหลักแหลมเท่านั้น แต่ความฉลาดทางอารมณ์ก็สูงไม่เบาเลย"
"แต่ว่า วันนี้ผมจะยอมตามใจคุณสักครั้ง"
"สิ่งที่คุณพูดมาเมื่อครู่นี้ ผมตกลง"
พูดจบ หูอี้จวนก็หยิบบทละครที่เพิ่งดัดแปลงใหม่เอี่ยมส่งให้เฉินผิง
เมื่อเฉินผิงรับมาดู
นั่นไม่ใช่ฉากที่เขาเพิ่งแสดงในมิติผู้กำกับเมื่อคืนนี้หรอกเหรอ?
"เยี่ยมไปเลยครับ พอแก้แบบนี้ หลินผิงจือก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันทีเลย"
แม้จะรู้ถึงอานุภาพของระบบมาตั้งนานแล้ว แต่ในใจของเฉินผิงก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
นับจากนี้เป็นต้นไป
หลินผิงจือจะกลายเป็นหลินผิงจือที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"หึหึ มีชีวิตชีวาอะไรกัน คุณไม่ใช่คนพูดเองเหรอว่าท้ายที่สุดหลินผิงจือต้องฆ่าตัวตายน่ะ"
"จริงสิ หลี่เฉิง ช่วยแก้ตอนจบสุดท้ายหน่อย ให้หลินผิงจือฆ่าตัวตายซะ"
"ไม่มีปัญหาครับ"
หลี่เฉิงตอบตกลงด้วยความยินดี
……
...
"พระเจ้าช่วย พรุ่งนี้จะแสดงฉากนี้ออกมายังไงเนี่ย?"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครั?"
"นายไม่ได้ดูบทละครล่าสุดหรือไง ถึงกับแก้ตัวละครเย่ว์หลิงซานจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยนะ"
เมื่อได้รับบทละครล่าสุด หยางหรงที่รับบทเย่ว์หลิงซานก็มีสีหน้ากลัดกลุ้ม
เฉินผิงจึงพูดปลอบใจไปว่า "รุ่นพี่ ผมกลับรู้สึกว่าบทละครที่แก้ใหม่นี้ทำออกมาได้ดีทีเดียวนะครับ"
"แก้ได้ดี แก้ได้ดีตรงไหนกัน ฉันรู้สึกว่านักเขียนบทตั้งใจจะเล่นงานเย่ว์หลิงซานให้ตายไปเลยมากกว่า"
"ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกครับ"
ด้วยความสัมพันธ์จากบทบาทที่ได้รับ เฉินผิงและหยางหรงที่รับบทเย่ว์หลิงซานจึงเข้ากันได้ค่อนข้างดี
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยหน้าตาของเฉินผิงที่หล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกอย่างฮั่วเจี้ยนหัว ประกอบกับหลินผิงจือที่เฉินผิงรับบทและเย่ว์หลิงซานที่เธอรับบทต้องมาเป็นสามีภรรยากัน
ปกติเวลาถ่ายทำซีรีส์เสร็จ หยางหรงก็มักจะอดใจไม่ไหวต้องคอยแอบมองเฉินผิงอยู่บ่อย ๆ
สำหรับการส่งสายตาของหยางหรง เฉินผิงก็ไม่ใช่ว่าจะมองไม่เห็น
แต่เฉินผิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยางหรงเป็นพิเศษ เขาไม่อยากตกหลุมรักเพื่อนร่วมงานเพราะการแสดงหรอกนะ
ทว่า
แม้เฉินผิงจะไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับหยางหรง แต่เวลาปกติที่คบหากันแบบเพื่อนก็ถือว่าสนุกสนานไม่เบาทีเดียว
เมื่อเห็นว่าหยางหรงยังไม่เข้าใจความหมายแฝงในบทละครล่าสุด เฉินผิงจึงเอ่ยขึ้นว่า "ศิษย์พี่หญิง ความจริงการแก้ไขบทละครในครั้งนี้เป็นผลดีทั้งต่อหลินผิงจือและเย่ว์หลิงซานเลยนะครับ"
"ไม่มั้ง"
หยางหรงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "นายลองดูบทละครสิ บทละครเดิมเย่ว์หลิงซานไม่ได้มีจุดด่างพร้อยอะไรมากมาย แต่พอแก้ออกมาแบบนี้ กลับกลายเป็นว่าเย่ว์หลิงซานมีความละอายใจต่อหลินผิงจือเสียอย่างนั้น"
"แบบนี้ไม่ดีพอเหรอครับ?"
เฉินผิงพยักหน้ารับ "หากไม่เป็นแบบนี้ ตัวละครเย่ว์หลิงซานก็จะเป็นเพียงหญิงสาวโลกสวยไร้เดียงสาไปตลอดกาล นอกจากหน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้แล้ว ก็ไม่มีข้อดีอะไรเหลืออยู่อีกเลย"
ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง
ในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร โดยพื้นฐานแล้วแทบจะไม่มีใครชื่นชอบตัวละครเย่ว์หลิงซานเลย
หนำซ้ำยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกเกลียดชังอีกด้วย
หากสืบหาสาเหตุ
ด้านหนึ่งเป็นเพราะเย่ว์หลิงซานปันใจไปรักคนอื่น
อีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะเย่ว์หลิงซานโลกสวยไร้เดียงสาจนเกินไป
มองดูแล้วไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่น่าทะนุถนอม ราวกับคนธรรมดาทั่วไปในชีวิตจริงไม่มีผิด
"หลังการแก้ไข เย่ว์หลิงซานดูเหมือนจะมีจุดด่างพร้อย แต่ความจริงมันก็ไม่ได้เป็นจุดด่างพร้อยของเย่ว์หลิงซานไปเสียทั้งหมด ในตอนนั้นเธอเพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งของพ่อ ไม่ได้คิดอะไรให้ลึกซึ้งเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งภายหลังเมื่อหลินผิงจือเริ่มสงสัยในตัวเธอ เย่ว์หลิงซานถึงได้เกิดความละอายใจและรู้สึกผิดต่อหลินผิงจือมาโดยตลอด หากสามารถแสดงตัวละครเย่ว์หลิงซานในรูปแบบนี้ออกมาได้ ถ้าอย่างนั้น นี่ถึงจะเป็นเย่ว์หลิงซานที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างแท้จริง"
"เอ๊ะ ฟังนายพูดแบบนี้ ก็ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่นะ"
เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของเฉินผิง หยางหรงที่ขมวดคิ้วในตอนแรกก็คลายคิ้วออกอย่างช้า ๆ
การวิเคราะห์ของเฉินผิงมีเหตุผลมาก
เธอเองก็รู้สึกว่าตัวละครเย่ว์หลิงซานไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากมาย เป็นเพียงแค่หญิงสาวโลกสวยไร้เดียงสาเท่านั้น
ตอนที่ได้รับบทบาทนี้ในตอนแรกก็เคยดีใจอยู่พักหนึ่ง
แต่หลังจากที่ศึกษาดูแล้ว เธอถึงได้ค้นพบว่าไม่ว่าเธอจะแสดงยังไง เธอก็ไม่มีทางแสดงบทเย่ว์หลิงซานออกมาให้ดีได้เลย
เพียงแต่เมื่อบทละครถูกดัดแปลงแบบนี้... หลินผิงจือก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา เย่ว์หลิงซานเองก็ดูเหมือนจะมีมิติและจับต้องได้มากขึ้นตามไปด้วย
"รุ่นพี่ คุณลองคิดดูอีกทีสิครับ หลินผิงจือสังหารเย่ว์หลิงซานไปแล้ว ทำไมเย่ว์หลิงซานถึงยังไม่เกลียดหลินผิงจืออีก?"
"นี่เป็นเพราะเย่ว์หลิงซานรักหลินผิงจือไงล่ะ"
"ถ้าอย่างนั้น หากแฟนของคุณฆ่าคุณ คุณจะเกลียดแฟนของคุณหรือเปล่าล่ะครับ?"
"เรื่องนี้..."
"คุณดูสิ แน่นอนว่าต้องเกลียดอยู่แล้ว"
เฉินผิงกล่าวว่า "แต่ถ้าเกิดคุณทำเรื่องที่ผิดต่อแฟนของคุณล่ะครับ คุณจะรู้สึกละอายใจบ้างไหม?"
"เข้าใจแล้ว"
พอเฉินผิงชี้แนะแบบนี้ หยางหรงก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ในทันที
ตอนที่หลินผิงจือสังหารเย่ว์หลิงซาน ทำไมเย่ว์หลิงซานถึงไม่โทษหลินผิงจือเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังบอกว่าหลินผิงจือเป็นคนที่น่าสงสารอีก
นี่คือการรักหลินผิงจือจนฝังรากลึกเข้ากระดูกดำอย่างแท้จริงงั้นเหรอ?
บนโลกใบนี้จะไปมีความรักที่วิปริตขนาดนี้ได้อย่างไร
ต่อให้จะมีก็ตาม
แต่ถ้าเพิ่มเรื่องที่เย่ว์หลิงซานรู้สึกละอายใจต่อหลินผิงจือก่อนหน้านี้เข้าไปล่ะก็ ถ้าอย่างนั้น เรื่องราวทั้งหมดก็จะยิ่งดูสมเหตุสมผลมากขึ้นไปอีก