เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 391 เมสซีแผลงฤทธิ์

บทที่ 391 เมสซีแผลงฤทธิ์

บทที่ 391 เมสซีแผลงฤทธิ์


สิบกว่านาทีต่อมา ทั้งสองทีมผลัดกันรุกและรับ แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำประตูเพิ่มได้

เกมดูเหมือนจะเข้าสู่สภาวะตึงเครียด

แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บอลอยู่กับเท้าของบาร์ซ่าเป็นส่วนใหญ่

นี่คือสิ่งที่พวกเขาถนัด

นาทีที่ 32 ของการแข่งขัน

เมสซีเลี้ยงบอลทะลวงขึ้นมาทางกราบขวาอีกครั้ง

หลังจากใช้การเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วสูงเพื่อสลัดหนีก็องเต้ เมสซีก็ปาดบอลเข้ากลางให้ลุยส์ ซัวเรซที่กำลังวิ่งสอดขึ้นมา

ฝ่ายหลังซัดทันทีโดยไม่เสียเวลาแต่งบอล

น่าเสียดายที่มุมยิงไม่ค่อยดีนัก ลูกบอลจึงพุ่งไปติดเซฟของโจ ฮาร์ต

เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ครีบพุ่งเข้าไปเคลียร์บอล เตะเปิดยาวขึ้นไปแดนหน้า

เอเดนขยับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชิงจังหวะเล่นบอลจังหวะแรกได้สำเร็จ แล้วโหม่งชงออกปีก

จากนั้นก็พลิกตัวแล้วสปรินต์พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่ง ราฮีม สเตอร์ลิงดึงบอลลงพื้น แล้วแทงบอลทแยงมุมกลับไปให้เอเดนที่กำลังสปรินต์ขึ้นมา

ศาสตราจารย์บุสเกตส์รีบพุ่งเข้าไปรับหน้าทันที

อิวัน ราคิทิชก็วิ่งเข้ามาซ้อนด้วยเช่นกัน

“ถอยดีกว่า~ ไม่เอาดีกว่า~”

เอเดนชิปบอลเบา ๆ ส่งบอลลอยข้ามหัวเซร์ฆิโอ บุสเกตส์ขึ้นไปแดนหน้า

ที่ริมกรอบเขตโทษ อเกวโรดึงบอลลงพื้นอย่างนิ่มนวล แต่งบอลเข้าขวาเล็กน้อย แล้วสับไกยิงทันที

ลูกฟุตบอลพุ่งทะยานเข้าหาประตูอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกินที่เฝ้าเสาอยู่เตรียมพร้อมไว้แล้ว

เขาพุ่งปัดบอลออกหลังไปได้

แมนเชสเตอร์ ซิตีได้ลูกเตะมุม

ด้วยบทเรียนจากครั้งก่อน คราวนี้เอเดนจึงได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากนักเตะบาร์ซ่า

แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะไม่ค่อยดีนัก แต่เอเดนก็ยังมีผู้เล่นแนวรับตามประกบติดถึงสองคน

และอีเนียสตาที่ไม่ได้เข้าไปตั้งรับในกรอบเขตโทษ ก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ พร้อมจะฉกบอลทุกเมื่อ

สิ่งนี้ทำให้เดอ บรอยน์ที่ตั้งใจจะเปิดบอลให้เอเดน ต้องเปลี่ยนไปเปิดบอลไปที่เสาแรกแทน

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนั้นก็มีการป้องกันอย่างแน่นหนาเช่นกัน

ลูกบอลถูกเคลียร์ออกจากกรอบเขตโทษไปได้

ซึเมดูรับบอลได้และตั้งใจจะปั้นเกมสวนกลับเร็ว

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็พบว่าเพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่อยู่ใกล้กรอบเขตโทษ

แม้แต่เมสซีที่ยืนอยู่สูงที่สุด ก็กำลังถูกก็องเต้ตามประกบติดแจ

เมื่อไม่สามารถเปิดเกมสวนกลับเร็วได้ ซึเมดูจึงต้องครองบอลไว้แล้วค่อย ๆ เซตเกมรุกขึ้นมาใหม่

แต่ตอนนี้แนวรับของแมนเชสเตอร์ ซิตีตั้งรับกันอย่างเหนียวแน่น

และบาร์ซ่าก็ขาดพลังการทะลวงริมเส้นของเนย์มาร์ไปแล้ว

การจะอาศัยเมสซีเพียงคนเดียวในการเจาะแนวรับนั้น เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

แฟนบอลบาร์ซ่าบนอัฒจันทร์เริ่มเปลี่ยนจากความหยิ่งผยองเป็นความวิตกกังวล

นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

ทำไมราชาของพวกเขาถึงยังไม่แผลงฤทธิ์เสียที?

ทำไมบาร์ซ่าผู้ยิ่งใหญ่ถึงยังตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่?

“เมสซี!”

“เมสซี!”

“เมสซี!”

ราวกับเป็นการให้กำลังใจ ราวกับเป็นคำวิงวอน

แฟนบอล 90,000 คนในสนามเริ่มตะโกนเรียกชื่อราชาของพวกเขา

เสียงตะโกนที่ดังกึกก้องเป็นระลอกคลื่น

ต้องยอมรับเลยว่า มันมีผลในการปลุกเร้าอารมณ์ให้เดือดพล่านได้จริง ๆ

นาทีที่ 38 ของการแข่งขัน

เมสซีที่เงียบหายไปนาน ในที่สุดก็เริ่มโชว์ฟอร์ม

หลังจากถอยลงมารับบอลในแดนกลาง เขาก็พลิกตัวแล้วเลี้ยงบอลขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว

เมื่อเผชิญหน้ากับราฮีม สเตอร์ลิงที่พุ่งเข้ามา เมสซีก็ลดไหล่ขวาลงแล้วแตะบอลไปทางซ้าย

การเปลี่ยนทิศทางสองครั้งซ้อนทำให้ราฮีม สเตอร์ลิงเสียศูนย์ไปทางซ้าย

อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่สเตอร์ลิงพุ่งเข้าสกัด เมสซีก็เกี่ยวบอลกลับมาทางขวาแล้วกระชากผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากหลุดจากราฮีม สเตอร์ลิงมาได้ เมสซีก็เปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง เลี้ยงบอลทำมุม 45 องศาเข้าหากรอบเขตโทษ

เมื่อเผชิญกับก็องเต้ที่วิ่งมาซ้อนอย่างรวดเร็ว เมสซีก็จ่ายบอลทแยงมุมออกปีก

“สวยงามครับ!”

“ซึเมดูว่างอยู่ครับ!”

“ซึเมดูเลี้ยงบอลกระชากไปถึงเส้นหลังอย่างรวดเร็ว!”

“อเล็กซานดาร์ โคลารอฟขยับขึ้นมาขวางไว้แล้วครับ!”

“ซึเมดูจ่ายบอลกลับมาให้เมสซี!”

“เป็นการทำชิ่งหนึ่งสองที่ยอดเยี่ยมครับ!”

บนผืนหญ้าเวลานี้

หลังจากเมสซีประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมจนหลุดจากการประกบของนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตีสองคนได้ เขาก็ต้องมาดวลกับเฟอร์จิล ฟาน ไดจ์คที่วิ่งเข้ามาซ้อนทันที

กองหลังสายแข็งอีกคน

เมสซีพยายามเปลี่ยนทิศทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหาพื้นที่ว่างสำหรับสับไกยิง

อย่างไรก็ตาม เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์คไม่หลงกลการหลอกล่อของเขาเลยแม้แต่น้อย

เขาเอาแต่ขยับเท้าเพื่อปิดมุมยิงเอาไว้

ในตอนนั้นเอง ลุยส์ ซัวเรซก็วิ่งสอดขึ้นมาจากตรงกลางอย่างรวดเร็ว

และข้าง ๆ เขาก็มีแว็งซ็องต์ กอมปานีตามประกบติดอยู่ด้วย

เมสซีจ่ายบอลไปให้โดยไม่ลังเล ก่อนจะขยับตัวตามแนวขวาง พุ่งเข้าไปตรงกลางทันที

ลุยส์ ซัวเรซรู้ใจเพื่อนเป็นอย่างดี เขาใช้ส้นเท้าตอกส้นจ่ายบอลกลับหลัง

ลูกบอลกลับมาอยู่ที่เท้าของเมสซีอีกครั้ง

ตำแหน่งนี้แหละ!

เมสซีแตะบอลไปข้างหน้าหนึ่งจังหวะ ก่อนจะปั่นไซด์โค้งพุ่งเสียบมุมไกลทันที

ลูกยิงนี้มาเร็วและมุมก็แคบมาก

อย่างไรก็ตาม โจ ฮาร์ตกระโดดปัดบอลออกไปได้อย่างปาฏิหาริย์

วิกฤติของแมนเชสเตอร์ ซิตียังไม่คลี่คลาย

หลังจากถูกปัดออกมา ลูกบอลก็ตกไปเข้าทางลุยส์ ซัวเรซพอดี

ฝ่ายหลังง้างเท้าเตรียมจะซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ลูกยิงนี้ถูกแว็งซ็องต์ กอมปานีที่อยู่ใกล้ ๆ รบกวน ทำให้ลูกบอลเปลี่ยนทิศทาง ชนเสาแล้วเด้งออกนอกกรอบเขตโทษ

ที่นอกกรอบเขตโทษ อีเนียสตาที่จู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามา กำลังจะจับบอลและเตรียมจ่ายต่อ

แต่ไอ้เจ้าก็องเต้ก็พุ่งพรวดเข้ามาเสียบสกัดเขาล้มลงไปกองกับพื้นทั้งคนทั้งบอล

“ปี๊ด!”

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดพร้อมกับควักใบเหลืองออกมาแจกทันที

และเป่าให้บาร์ซ่าได้ลูกฟรีคิกในระยะทำการ

โจ ฮาร์ตถึงกับหน้าซีด

หลังจากโดนส่องไปหลายครั้งเมื่อกี้ เขาก็กลัวจนหัวหดแล้ว

แต่สุดท้ายคู่แข่งก็ยังได้ลูกฟรีคิกในตำแหน่งนี้อีก

ด้วยฝีเท้าของเมสซี มันอันตรายมาก

ราวกับกำลังเกณฑ์แรงงาน

โจ ฮาร์ตรีบเรียกเฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แว็งซ็องต์ กอมปานี และเอเดน...นักเตะที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี...มายืนเป็นกำแพงทันที

ส่วนอเกวโรก็ลงไปนอนราบกับพื้นหญ้า

เพื่อป้องกันไม่ให้เมสซียิงเรียดทะลุกำแพง

หนึ่งนาทีต่อมา กำแพงก็ถูกตั้งจนเสร็จสรรพ

“ปี๊ด!”

จากนั้น ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดให้เริ่มเกมต่อ

เมสซียืนเฉียงอยู่ด้านหลังลูกบอล ก่อนจะวิ่งทำระยะ แล้วใช้หลังเท้าปั่นบอลข้ามกำแพงไป

ลูกฟุตบอลลอยละลิ่ว พุ่งทะยานเข้าหาประตูอย่างรวดเร็ว

ด้วยการหมุนแบบไซด์โค้ง ลูกบอลฮุกตกลงมาหลังจากข้ามกำแพง พุ่งเสียบมุมขวาบนของประตูไปอย่างสวยงาม

มาถึงจุดนี้ โจ ฮาร์ตก็หมดหนทางป้องกันแล้ว

เขาทำได้เพียงมองดูลูกฟุตบอลพุ่งเข้าซุกก้นตาข่ายไปอย่างหมดหนทาง

สกอร์ขยับเป็น 2:2!

เมสซีที่ตีเสมอได้สำเร็จ รีบวิ่งไปที่ข้างสนามเพื่อฉลองประตู

และสนามกัมนอว์ก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที

แฟนบอลทุกคนลุกขึ้นยืน ตะโกนเรียกชื่อเมสซีอย่างบ้าคลั่ง

สมกับเป็นราชา!

ในเวลาคับขัน พวกเขาก็ยังคงต้องพึ่งพาราชาของพวกเขาอยู่ดี

“สวยงามครับ!”

“เข้าประตูไปแล้วครับ!”

“ลูกฟรีคิกสุดเฉียบขาดจากเมสซี!”

“ลูกไม่ได้พุ่งเร็วมาก แต่มุมยิงมันแคบมากครับ!”

“โจ ฮาร์ตที่เฝ้าเสาอยู่หมดสิทธิ์เซฟเลยครับ!”

“ตีเสมอได้แล้วครับ ตอนนี้เกมเริ่มสนุกแล้ว!”

【เชี่ย เมสซีของชั้นโคตรโหด อัดแมนเชสเตอร์ ซิตีซะไปไม่เป็นเลย!】

【บ้าเอ๊ย ไอ้คนข้างบน อย่าทำให้ชั้นขำจนตายสิ! ก็แค่เสมอ 2:2 จะแหกปากร้องหาอะไรวะ? ถ้าไม่รู้ ชั้นคงคิดว่าบาร์ซ่าถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตีไปแล้วนะเนี่ย!】

【ใช่ ลืมไปแล้วเหรอว่าบาร์ซ่าโดนบาเลนเซียถล่มเละเทะยังไงในฤดูกาล 2015-2016!】

【ชั้นว่านะ พวกนายนี่น่ารังเกียจชะมัด เอาเรื่องเมื่อสองปีที่แล้วมาพูดตอนนี้เนี่ยนะ? ทำไม กะจะคุยโวเรื่องนี้ไปตลอดชีวิตเลยหรือไง?】

【คุยโวเหรอ? แมนเชสเตอร์ ซิตีจำเป็นต้องคุยโวด้วยเหรอ? สถิติชนะรวดในฤดูกาล สถิติยิงประตูสูงสุดในฤดูกาล สถิติคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนน 114 แต้ม...มีสถิติไหนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและจะไม่มีใครทำลายได้อีกบ้าง! แค่นี้ยังต้องคุยโวอีกเหรอ?】

【ถ้าแมนเชสเตอร์ ซิตีเจ๋งจริง ก็ไปคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกให้ได้เยอะ ๆ สิ!】

เมื่อมองดูความคิดเห็นที่ไหลทะลักเต็มหน้าจอ นักพากย์ในห้องส่งก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจ

และที่ข้างสนาม ราวกับได้ปลดปล่อยความอัดอั้น

บัลเบร์เดวิ่งไปที่ข้างสนามแล้วชูกำปั้นขึ้นไปในอากาศเพื่อฉลองหลังจากที่ทีมตีเสมอได้

หลังจากเขี่ยลูกเริ่มเล่นอีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตีก็ยังหาจังหวะเปิดเกมรุกที่เหมาะสมไม่ได้

ท้ายที่สุด สกอร์ 2:2 ก็คงอยู่จนจบครึ่งแรก

กลับมาที่ห้องแต่งตัว

นาน ๆ ที มูรินโญ่จะเริ่มปรับแทคติกการเล่น

“ก็องเต้ ในครึ่งหลัง ชั้นอยากให้นายตามประกบเมสซีตลอดทั้งเกม! ปล่อยเรื่องเกมรุกให้เป็นหน้าที่ของเอเดน!”

“อ้อ แล้วก็อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ตำแหน่งของนายต้องดันสูงขึ้นกว่าเดิม ชั้นอยากให้นายขึ้นไปช่วยก็องเต้ตลอดเวลา!”

“ดุดันเข้าไว้!”

“ชั้นอยากให้พวกนายเล่นให้ดุดันกว่านี้!”

“เมื่อก่อน ไม่เคยมีทีมไหนกล้าเปิดเกมรุกแลกกับบาร์ซ่ามาก่อน!”

“แต่ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตีจะเป็นทีมแรกที่ทำแบบนั้น!”

“เราจะบอกให้คนทั้งโลกได้รับรู้ด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ว่า ตอนนี้คือยุคสมัยของแมนเชสเตอร์ ซิตี!”

โดยปกติแล้ว มูรินโญ่มักจะเป็นผู้จัดการทีมที่เคร่งขรึมและเยือกเย็น

พอมาจู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นมาพูดปลุกใจแบบนี้ ต้องบอกเลยว่ามันทำให้เลือดในกายสูบฉีดพล่านจริง ๆ

อีกฝั่งหนึ่ง ในห้องแต่งตัวของบาร์ซ่าก็ไม่ต่างกันมากนัก

มีแค่การปรับแทคติกง่าย ๆ และการพูดปลุกใจ

ถึงยังไงเกมก็ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว ปัจจัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจตัดสินแพ้ชนะได้เลย

กลับมาที่ผืนหญ้า

ทั้งสองฝ่ายสลับแดนกันและเริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง

แมนเชสเตอร์ ซิตีเป็นฝ่ายบุก

เหมือนกับเมื่อครู่

หลังจากอเกวโรเขี่ยลูกเริ่มเล่น รูปขบวนของทั้งสองทีมก็ขยายออกอย่างรวดเร็ว

และเอเดนที่ครองบอลอยู่ ก็อาศัยการเร่งความเร็วและเปลี่ยนทิศทางกระชากผ่านลุยส์ ซัวเรซไป ก่อนจะลากบอลข้ามเส้นกลางสนาม

เมื่อเผชิญหน้ากับการรุมซ้อนของเซร์ฆิโอ บุสเกตส์และอิวัน ราคิทิช เอเดนก็เกี่ยวบอลไปทางซ้าย ก่อนจะใช้ข้างเท้าด้านนอกฝั่งซ้ายตวัดบอลออกปีก

ส่วนตัวเองก็วิ่งอ้อมแนวรับแล้วสอดขึ้นไปในแดนบุก

กราบซ้าย!

ราฮีม สเตอร์ลิงดึงบอลลงพื้นแล้วดันไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ซึเมดูจะพุ่งเข้ามาสกัด เขาก็แทงบอลคืนให้เอเดน

จากนั้น ราฮีม สเตอร์ลิงก็สปรินต์พุ่งทะยานลงไปตามริมเส้น

เอเดนรู้ใจเป็นอย่างดี เขาไม่รอให้บอลตกถึงพื้น แต่ตวัดบอลคืนไปที่ริมเส้นอีกครั้ง

ส่วนตัวเองก็เปลี่ยนทิศทางแล้วสปรินต์เข้าไปที่ตำแหน่งทางซ้ายในกรอบเขตโทษ

ทั้งสองคนทำชิ่งหนึ่งสองกันอย่างต่อเนื่องทางริมเส้น ดึงดูดความสนใจของแนวรับบาร์ซ่าไปจนหมด

ไม่ว่าจะเป็นเซร์ฆิโอ บุสเกตส์หรือปิเก้ ต่างก็เทความสนใจไปที่ฝั่งนี้

หลังจากราฮีม สเตอร์ลิงรับบอล เขาก็ใช้ความได้เปรียบเรื่องความเร็วลากบอลไปจนสุดเส้นหลัง

เมื่อเผชิญหน้ากับซึเมดูที่กำลังถอยร่น ราฮีม สเตอร์ลิงก็ใช้ทักษะสับขาหลอกสองครั้งซ้อนเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ก่อนจะตบลูกเลียดกลับหลังทแยงมุม

การตบกลับหลัง!

ในเวลานี้ นักเตะบาร์ซ่าต่างก็พากันตื่นตระหนก!

เมื่อมองดูลูกบอลที่พุ่งตรงมาหาเอเดนอย่างรวดเร็ว

เซร์ฆิโอ บุสเกตส์และปิเก้ก็พุ่งเข้าใส่โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเอเดนจะสับไกยิงทันที เอเดนกลับใช้ส้นเท้าซ้ายตอกส้น

ลูกบอลเปลี่ยนทิศทางและพุ่งวาบไปทางขวาของกรอบเขตโทษอย่างรวดเร็ว

ตำแหน่งนั้น!

เดอ บรอยน์ที่วิ่งสอดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่รอให้บอลตกถึงพื้น เขาง้างเท้าซ้ายแปเน้น ๆ เข้าไปในประตู

ลูกบอลพุ่งเสียบมุมขวาล่างของประตูไปอย่างไร้การต้านทาน

“ปี๊ด!”

ผู้ตัดสินเป่านกหวีด ส่งสัญญาณว่าได้ประตู

สกอร์ขยับเป็น 2:3!

“เอเดน ส่งบอลสวยมาก!”

เดอ บรอยน์ที่ทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ รีบวิ่งเข้าไปกอดเอเดนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

จากนั้น ราฮีม สเตอร์ลิง อเกวโร และคนอื่น ๆ ก็วิ่งตามมา

“สวยงามครับ!”

“แอสซิสต์ของเอเดนลูกนี้มันระดับเทพชัด ๆ!”

“ราวกับมีตาทิพย์ เอเดนมองเห็นเดอ บรอยน์ที่สอดขึ้นมาทางขวา!”

“จากนั้นเขาก็แอสซิสต์ด้วยการตอกส้น!”

“ช่างเป็นศิลปะและกล้าหาญจริง ๆ!”

“ในจังหวะแบบนี้ ยังกล้าเล่นท่ายากอีก ในโลกนี้คงมีแค่เอเดนคนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำได้!”

“2 ประตู 1 แอสซิสต์!”

“เอเดนแผลงฤทธิ์อย่างบ้าคลั่งในคืนนี้!”

【จุ๊ จุ๊ จุ๊ การดูเอเดนเล่นตอนนี้มันคือความบันเทิงล้วน ๆ! ไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ชนะ แถมบางครั้งยังได้ดูการยิงประตูและแอสซิสต์สวย ๆ อีกต่างหาก! สบายใจ!】

【เปิดเกมรุกแลกกับบาร์ซ่า ไม่เหมือนใครจริง ๆ! ต่อจากนี้ไป ใครกล้าพูดว่ามูรินโญ่ดีแต่อุดรถบัส ชั้นจะตบมันให้ตายเลยคอยดู!】

กลับมาที่การแข่งขัน

หลังจากฉลองกันไป 1 นาที ลุยส์ ซัวเรซก็เขี่ยลูกเริ่มเล่นอีกครั้ง

แค่นี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอที่จะขยี้บาร์ซ่าให้จมดิน

ดังนั้น นักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตีบนสนามจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

ยังคงเป็นการเพรสซิงบีบสูง ปะทะ การต่อบอลและครองบอล

พละกำลังของนักเตะทั้งสองฝ่ายถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว

จังหวะของเกมก็เห็นได้ชัดว่าไม่ลื่นไหลเหมือนครึ่งแรก

นาทีที่ 52 ของการแข่งขัน

อีเนียสตาที่วิ่งหาช่องว่างได้สำเร็จ รับบอลมาแล้วดันขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว

เอเดนที่ตามประกบอยู่ รีบพุ่งเข้าใส่ทันที

เมื่อเห็นเอเดนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว อีเนียสตาก็ทำเหมือนเคย คือการบังบอลด้านข้าง เตรียมจะพลิกตัวหนี

ทว่า ผิดคาด ไอ้คนจีนบัดซบนั่นกลับพุ่งชนเขาเต็มแรงราวกับรถถังเบรกแตก

แม้ว่าคู่แข่งจะชะลอความเร็วลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังถูกชนล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่อาจต้านทานได้

“ปี๊ด!”

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดทันที ส่งสัญญาณว่าเป็นการฟาวล์ทีมรับ

เอเดนกางมือออก ทำได้เพียงวิ่งหนีไปอย่างจนใจ

4 นาทีต่อมา บาร์ซ่าก็จัดรูปขบวนบุกอีกครั้ง

ยังคงเป็นเมสซีที่เลี้ยงบอลทะลวงขึ้นมาทางกราบ

แม้ว่าก็องเต้จะตามประกบติด แต่ด้วยการสอดขึ้นมาของซึเมดู กอปรกับการช่วยเหลือของอีเนียสตาที่อยู่ด้านข้าง

เมสซีก็ยังสามารถพาบอลมาถึงตำแหน่งทางขวานอกกรอบเขตโทษได้สำเร็จผ่านการทำชิ่งกับเพื่อนร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม ด้วยการป้องกันที่แน่นหนาของเฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค รวมถึงความเร็วในการถอยร่นของก็องเต้

สุดท้ายเมสซีก็ยังหาจังหวะสับไกยิงไม่ได้

เขาทำได้เพียงจ่ายบอลทแยงมุมให้อิวัน ราคิทิชที่วิ่งสอดขึ้นมาจากตรงกลาง

ฝ่ายหลังง้างเท้าตะบันส่องไกล

อย่างไรก็ตาม ลูกยิงนี้กดไม่ลง ลูกบอลจึงพุ่งทะยานขึ้นไปบนอัฒจันทร์

การต้องมาดวลกับเอเดน

ทำให้อีเนียสตาต้องสูญเสียพละกำลังไปอย่างมหาศาล

เมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 65 บัลเบร์เดก็เปลี่ยนเขาออก และส่งเปาลินโญที่เพิ่งย้ายมาจากเอเวอร์แกรนด์ลงไปแทน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 391 เมสซีแผลงฤทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว