- หน้าแรก
- ฟุตบอล อัปสกิลฟรีคิกเต็มหลอดตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง
บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง
บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง
หลังจากสกัดกั้นเกมรุกอันจืดชืดของซันเดอร์แลนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็เปิดฉากบุกขึ้นมาอีกครั้ง
ยังคงเป็นเอเดนที่ถอยลงมารับบอลเช่นเดิม
ทว่า ด้วยบทเรียนจากครั้งก่อน ซันเดอร์แลนด์ก็รีบส่งผู้เล่นสองคนมาขวางทางริมเส้นทันที
แต่การทำแบบนี้ก็เป็นการเปิดพื้นที่ว่างให้กับเดอ บรอยน์ โดยปริยาย
ก่อนที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคนจะพุ่งเข้ามาบีบพื้นที่ เอเดนก็ตัดสินใจจ่ายบอลออกไปทันที
จากนั้นเขาก็รีบสปรินต์พุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้า
เดอ บรอยน์ รับบอลมาได้ เขาไม่ได้รีบส่งกลับทันที แต่เลือกที่จะเลี้ยงบอลขึ้นไปข้างหน้าอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะเปิดบอลยาวข้ามฟาก
ลูกบอลลอยข้ามหัวลี แคตเทอร์โมล และบิลลี โจนส์ ไปตกตรงบริเวณนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา ใกล้กับสุดเส้นหลังพอดิบพอดี
ลูกเปิดยาวกะทันหันแบบนี้ ทำเอาแผงหลังซันเดอร์แลนด์ถึงกับตั้งตัวไม่ติด
พวกเขาคิดว่าเอเดนน่าจะทำชิ่งสั้น ๆ กับเดอ บรอยน์ หรือไม่ก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากเลื้อยฝ่าขึ้นมาเหมือนรอบที่แล้ว
ไม่คิดเลยว่าหมอนั่นจะมาไม้นี้
ถึงแม้ลูกบอลจะเคลื่อนที่เร็วกว่าคนก็เถอะ
แต่การเปิดบอลระยะไกลในพื้นที่แคบ ๆ แบบนี้ นอกจากจะต้องใช้ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำขั้นสูงแล้ว ยังเป็นการวัดใจในเรื่องของความรู้ใจระหว่างเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย
ถ้ากะน้ำหนักพลาดไปนิดเดียว บอลก็คงหลุดออกหลังไปแล้ว
ในเวลานี้ เดอ บรอยน์ เองก็ยังแอบแปลกใจอยู่เหมือนกัน
เมื่อกี้เขากับเอเดนยังไม่ได้ส่งซิกหรือทำท่าทางอะไรเพื่อสื่อสารกันเลยด้วยซ้ำ
แต่ไม่รู้ทำไม พวกเขาถึงได้มองตาก็รู้ใจกันขนาดนี้
ความรู้ใจระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงเล่นด้วยกันหรอกนะ
แล้วก็ยังมีเรื่องการจ่ายบอลเมื่อกี้อีก
ความรู้สึกมั่นใจหลังจากที่เท้าสัมผัสบอล มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยจริง ๆ
ขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงตกตะลึงอยู่นั้น เอเดนก็ดูดบอลลงมาได้อย่างนิ่มนวล
เขารีบแตะบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วควบตะบึงลุยเข้าไปอีกครั้ง
ภายในเวลาไม่ถึง 4 นาที พวกเขากลับถูกนักเตะคนเดิมเจาะทะลวงในจุดเดิมถึงสองครั้งซ้อน
ที่ข้างสนาม เดวิด มอยส์ เก็บอาการไม่อยู่แล้ว เขาแผดเสียงคำรามลั่น “ไอ้พวกบ้าเอ๊ย พวกแกเป็นท่อนไม้รึไงฮะ? หยุดมันให้ได้สิวะ!”
หลังจากถูกผู้ชายคนเดิมหยามหน้าถึงสองครั้งซ้อน จอห์น โอเช และคนอื่น ๆ ต่างก็เดือดดาลสุดขีด
บวกกับเสียงด่าทอของผู้จัดการทีม นักเตะซันเดอร์แลนด์ก็เลยพุ่งเข้าใส่เอเดนทันที
พูดง่าย ๆ ก็คือ วันนี้ถ้าคนไม่ร่วง บอลก็ต้องหยุดล่ะวะ
เหตุผลที่ในพรีเมียร์ลีกไม่ค่อยมีนักเตะโชว์ลีลาแพรวพราวหรือเลี้ยงเดี่ยวลุยฝ่าวงล้อม ก็เป็นเพราะสไตล์แทคติกที่เน้นระบบทีมเป็นหลัก
และอีกเหตุผลก็คือ พวกที่ชอบโชว์ลีลาเหนือชั้นมักจะตกเป็นเป้าหมายในการถูกเตะสกัดอย่างรุนแรงเสมอ
ตอนที่คริสเตียโน โรนัลโด ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกใหม่ ๆ เขาก็ชอบสับขาหลอกและโชว์ลีลาแพรวพราวแบบนี้เหมือนกัน
ผลก็คือ เขาโดนนักเตะพรีเมียร์ลีกเตะกลิ้งเป็นลูกขนุนอยู่บ่อย ๆ
การกระชากลากเลื้อยของเอเดนก่อนหน้านี้ ก็ทำให้นักเตะซันเดอร์แลนด์รู้สึกหงุดหงิดอยู่แล้ว
เมื่อบวกกับเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของผู้จัดการทีม สถานการณ์ก็เลยระเบิดขึ้นในที่สุด
เอเดนกำลังควบลูกฟุตบอลพุ่งทะยานขึ้นหน้า
เมื่อเห็นจอห์น โอเช, ลี แคตเทอร์โมล และคนอื่น ๆ พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาก็ไม่ได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด แถมยังพุ่งเข้าใส่ซะด้วยซ้ำ
ล้อเล่นน่า! เรื่องการปะทะตรง ๆ แบบนี้ เขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว!
และแล้ว เอเดนก็พุ่งเข้าชนกับสองผู้เล่นที่พุ่งนำเข้ามาอย่างจอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล อย่างจัง
มวลยิ่งมาก พลังงานจลน์ก็ยิ่งสูง
แม้ว่าเอเดนจะวิ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าทั้งสองคนมาก แต่เขาก็ยังต้องชะงักไปเล็กน้อยจากแรงปะทะที่เกิดขึ้น
นี่ขนาดเขาย่อตัวต่ำและเกร็งร่างกายเตรียมรับแรงกระแทกไว้แล้วนะ
แต่จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล กลับมีสภาพที่ย่ำแย่กว่ามาก
พวกเขาเหมือนคนที่วิ่งชนรถบรรทุก ร่วงลงไปกองกับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ
พรีเมียร์ลีกก็คือพรีเมียร์ลีกจริง ๆ
การปะทะที่ดุเดือดรุนแรงขนาดนี้ ผู้ตัดสินกลับไม่เป่านกหวีดฟาวล์เลยสักนิด
เอเดนที่ตั้งหลักได้ ก็พาบอลมุ่งหน้าไปยังกรอบประตูอีกครั้ง
เมื่อเผชิญหน้ากับจอร์แดน พิกฟอร์ด ที่ปรี่เข้ามาขวาง เอเดนก็ตัดสินใจสับไกยิงเรียดลอดหว่างขาของอีกฝ่ายจากมุมแคบ
ลูกบอลพุ่งทะลวงเข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างงดงามโดยไร้การขัดขวางใด ๆ
“ปรี๊ด!”
ผู้ตัดสินเป่านกหวีด ยืนยันว่าประตูนี้เป็นผล
ในชั่วพริบตา เอติฮัด สเตเดียม ก็ระเบิดเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
3–0!
เอเดนประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกด้วยการทำแฮตทริกได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
“สวยงามมาก!”
“เข้าประตูไปแล้ว!”
“เข้าประตูไปแล้ว!”
“ยังคงเป็นเอเดนคนเดิม!”
“ยังคงอาศัยความได้เปรียบทางร่างกายล้วน ๆ!”
“นาทีที่ 35 ของการแข่งขัน!”
“เอเดนทำประตูเพิ่มได้อีกลูก ผงาดทำแฮตทริกในเกมนัดประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก!”
“เอเดนกลายเป็นนักเตะคนที่สองที่สามารถทำแฮตทริกได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก!”
“คนก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปในเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1996-1997 ที่มิดเดิลส์เบรอเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูลนู่นเลยครับ!”
“ตอนนั้น ‘ไอ้หงอก’ ฟาบรีซีโอ ราวาเนลลี ทำประตูได้ในนาทีที่ 26, 36 และ 81 ช่วยให้เจ้าบ้านแบ่งแต้มจากลิเวอร์พูลไปได้!”
“เมื่อเทียบกับราวาเนลลีแล้ว เอเดนใช้เวลาทำแฮตทริกได้รวดเร็วกว่ามาก!”
“และเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะสร้างสถิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน อย่างการเหมา 4 ประตูในเกมนัดประเดิมสนาม!”
【ลูกยิงเมื่อกี้ดูแล้วสะใจชะมัด! โดยเฉพาะตอนที่ชนจอห์น โอเช กับลี แคตเทอร์โมล กระเด็นน่ะ ฉันนี่ฮาก๊ากเลย!】
【ไอ้สองคนนั้นจากซันเดอร์แลนด์สมควรโดนแล้ว! นึกว่าเอเดนเป็นเหมือนคริสเตียโน โรนัลโด ตอนย้ายมาพรีเมียร์ลีกใหม่ ๆ รึไง ที่นึกอยากจะเตะก็เตะได้ตามใจชอบน่ะ!】
【ก็มีแต่พรีเมียร์ลีกนี่แหละ ถ้าเป็นลีกอื่น การเข้าสกัดแบบตั้งใจชนคนแบบนั้น โดนเป่าฟาวล์ไปนานแล้ว!】
【คิดอะไรอยู่เนี่ย เม้นบน! การฟาวล์แบบตั้งใจขวางคน ในสถานการณ์ที่ฝ่ายรุกได้เปรียบแบบนั้น ไม่มีกรรมการลีคไหนเขาเป่าหยุดเกมหรอก!】
【ก็ไม่แน่หรอกนะ ถ้าไปเจอกรรมการมือสมัครเล่นเข้า พวกเขาก็อาจจะเป่าก็ได้! อย่างเช่น…】
จบครึ่งแรก
สกอร์ 3–0
ถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดแชมเปญฉลอง แต่ผลการแข่งขันก็เป็นที่แน่ชัดแล้ว
แฮตทริกตั้งแต่นัดประเดิมสนาม
นี่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองสำหรับเอเดน
ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีด เอเดนก็รีบวิ่งไปที่ริมสนาม แล้วทิ้งรอยไถลสไลด์เข่าสี่เส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาไว้บนผืนหญ้าเอติฮัด สเตเดียม เป็นครั้งแรก
พอการสไลด์เข่าหยุดลง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็พุ่งเข้ามาแทกเกิลเขาล้มลงกับพื้นทันที
ตามมาด้วยอเกวโร, เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา และคนอื่น ๆ ที่วิ่งเข้ามาทับถมกันเป็นชั้น ๆ
ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะอยู่สโมสรไหน การกระโดดทับกันเป็นกองทัพมด ก็ยังเป็นท่าดีใจภาคบังคับสำหรับนักฟุตบอลอยู่ดี
สกอร์ 3–0 อาจจะยังไม่ถือว่าถล่มทลายนัก แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยลบคำสบประมาทที่ว่าเขาเก่งแต่ “จอดรถบัส” ได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการทีมอย่างมูรินโญจึงวิ่งเข้ามาร่วมแจม แล้วกระโดดขึ้นไปทับอยู่บนสุดของกองทัพมดด้วย
เมื่อมองดูนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่กำลังฉลองกันอย่างชื่นมื่น เดวิด มอยส์ ก็หมดสิ้นซึ่งความโกรธเกรี้ยวใด ๆ แล้ว
ลูกทีมของเขาทำตามแทคติกได้ดีเยี่ยมแล้ว
ในจังหวะป้องกันลูกสุดท้าย จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล ก็ดุดันมากพอแล้ว
ถึงขนาดจงใจพุ่งเป้าไปที่คนแทนที่จะเป็นบอลด้วยซ้ำ
แต่ก็ยังหยุดหมอนั่นไม่ได้อยู่ดี
เมื่อต้องเผชิญกับสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสัตว์ประหลาดเช่นนี้ หากไม่วางแทคติกรับมือโดยเฉพาะ และจัดกองหลังจอมเสียบสัก 2-3 คนมาคอยตามประกบ ทีมธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีทางหยุดเขาได้หรอก
จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล ยังคงนอนกองอยู่ในกรอบเขตโทษ
การปะทะเมื่อครู่นี้รุนแรงมาก แต่โชคดีที่ทั้งคู่กระดูกแข็งพอเลยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
ทว่า อาการปวดเมื่อยและมึนงงก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
ทั้งสองคนนอนนิ่งอยู่ในกรอบเขตโทษเป็นนาที กว่าจะลุกขึ้นมาได้โดยมีทีมแพทย์คอยพยุง
จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล สบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความขมขื่น
“สภาพร่างกายแบบนี้มันบ้าเกินไปแล้ว! ไอ้หมอนี่มันมาจากจีนจริงดิ?”
การฉลองของแมนเชสเตอร์ ซิตี กินเวลานานกว่าหนึ่งนาที
ทว่า ทีมซันเดอร์แลนด์ที่ตามหลังอยู่ กลับไม่มีทีท่าว่าจะเร่งรัดอะไรเลย
แถมยังไปยืนคุยกับผู้ตัดสินหน้าตาเฉยอีกต่างหาก
แม้แต่ตอนที่ผู้ตัดสินกำลังจะเป่าเรียกเอเดนและคนอื่น ๆ ให้กลับไปประจำที่เพื่อเริ่มเกม พวกเขาก็ยังหาข้ออ้างร้อยแปดมาถ่วงเวลาไว้
ถ้าได้เล่นน้อยลงไปสักนาที พวกเขาก็ยอมล่ะวะ!
ขืนปล่อยให้เกมไหลลื่นแบบนี้ ใครจะรู้ล่ะว่าไอ้สัตว์ประหลาดฝั่งตรงข้ามจะทำประตูได้อีกกี่ลูก
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═