เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง

บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง

บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง


หลังจากสกัดกั้นเกมรุกอันจืดชืดของซันเดอร์แลนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็เปิดฉากบุกขึ้นมาอีกครั้ง

ยังคงเป็นเอเดนที่ถอยลงมารับบอลเช่นเดิม

ทว่า ด้วยบทเรียนจากครั้งก่อน ซันเดอร์แลนด์ก็รีบส่งผู้เล่นสองคนมาขวางทางริมเส้นทันที

แต่การทำแบบนี้ก็เป็นการเปิดพื้นที่ว่างให้กับเดอ บรอยน์ โดยปริยาย

ก่อนที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคนจะพุ่งเข้ามาบีบพื้นที่ เอเดนก็ตัดสินใจจ่ายบอลออกไปทันที

จากนั้นเขาก็รีบสปรินต์พุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้า

เดอ บรอยน์ รับบอลมาได้ เขาไม่ได้รีบส่งกลับทันที แต่เลือกที่จะเลี้ยงบอลขึ้นไปข้างหน้าอีกระยะหนึ่ง ก่อนจะเปิดบอลยาวข้ามฟาก

ลูกบอลลอยข้ามหัวลี แคตเทอร์โมล และบิลลี โจนส์ ไปตกตรงบริเวณนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา ใกล้กับสุดเส้นหลังพอดิบพอดี

ลูกเปิดยาวกะทันหันแบบนี้ ทำเอาแผงหลังซันเดอร์แลนด์ถึงกับตั้งตัวไม่ติด

พวกเขาคิดว่าเอเดนน่าจะทำชิ่งสั้น ๆ กับเดอ บรอยน์ หรือไม่ก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากเลื้อยฝ่าขึ้นมาเหมือนรอบที่แล้ว

ไม่คิดเลยว่าหมอนั่นจะมาไม้นี้

ถึงแม้ลูกบอลจะเคลื่อนที่เร็วกว่าคนก็เถอะ

แต่การเปิดบอลระยะไกลในพื้นที่แคบ ๆ แบบนี้ นอกจากจะต้องใช้ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำขั้นสูงแล้ว ยังเป็นการวัดใจในเรื่องของความรู้ใจระหว่างเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย

ถ้ากะน้ำหนักพลาดไปนิดเดียว บอลก็คงหลุดออกหลังไปแล้ว

ในเวลานี้ เดอ บรอยน์ เองก็ยังแอบแปลกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อกี้เขากับเอเดนยังไม่ได้ส่งซิกหรือทำท่าทางอะไรเพื่อสื่อสารกันเลยด้วยซ้ำ

แต่ไม่รู้ทำไม พวกเขาถึงได้มองตาก็รู้ใจกันขนาดนี้

ความรู้ใจระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงเล่นด้วยกันหรอกนะ

แล้วก็ยังมีเรื่องการจ่ายบอลเมื่อกี้อีก

ความรู้สึกมั่นใจหลังจากที่เท้าสัมผัสบอล มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยจริง ๆ

ขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงตกตะลึงอยู่นั้น เอเดนก็ดูดบอลลงมาได้อย่างนิ่มนวล

เขารีบแตะบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วควบตะบึงลุยเข้าไปอีกครั้ง

ภายในเวลาไม่ถึง 4 นาที พวกเขากลับถูกนักเตะคนเดิมเจาะทะลวงในจุดเดิมถึงสองครั้งซ้อน

ที่ข้างสนาม เดวิด มอยส์ เก็บอาการไม่อยู่แล้ว เขาแผดเสียงคำรามลั่น “ไอ้พวกบ้าเอ๊ย พวกแกเป็นท่อนไม้รึไงฮะ? หยุดมันให้ได้สิวะ!”

หลังจากถูกผู้ชายคนเดิมหยามหน้าถึงสองครั้งซ้อน จอห์น โอเช และคนอื่น ๆ ต่างก็เดือดดาลสุดขีด

บวกกับเสียงด่าทอของผู้จัดการทีม นักเตะซันเดอร์แลนด์ก็เลยพุ่งเข้าใส่เอเดนทันที

พูดง่าย ๆ ก็คือ วันนี้ถ้าคนไม่ร่วง บอลก็ต้องหยุดล่ะวะ

เหตุผลที่ในพรีเมียร์ลีกไม่ค่อยมีนักเตะโชว์ลีลาแพรวพราวหรือเลี้ยงเดี่ยวลุยฝ่าวงล้อม ก็เป็นเพราะสไตล์แทคติกที่เน้นระบบทีมเป็นหลัก

และอีกเหตุผลก็คือ พวกที่ชอบโชว์ลีลาเหนือชั้นมักจะตกเป็นเป้าหมายในการถูกเตะสกัดอย่างรุนแรงเสมอ

ตอนที่คริสเตียโน โรนัลโด ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกใหม่ ๆ เขาก็ชอบสับขาหลอกและโชว์ลีลาแพรวพราวแบบนี้เหมือนกัน

ผลก็คือ เขาโดนนักเตะพรีเมียร์ลีกเตะกลิ้งเป็นลูกขนุนอยู่บ่อย ๆ

การกระชากลากเลื้อยของเอเดนก่อนหน้านี้ ก็ทำให้นักเตะซันเดอร์แลนด์รู้สึกหงุดหงิดอยู่แล้ว

เมื่อบวกกับเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวของผู้จัดการทีม สถานการณ์ก็เลยระเบิดขึ้นในที่สุด

เอเดนกำลังควบลูกฟุตบอลพุ่งทะยานขึ้นหน้า

เมื่อเห็นจอห์น โอเช, ลี แคตเทอร์โมล และคนอื่น ๆ พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาก็ไม่ได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด แถมยังพุ่งเข้าใส่ซะด้วยซ้ำ

ล้อเล่นน่า! เรื่องการปะทะตรง ๆ แบบนี้ เขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว!

และแล้ว เอเดนก็พุ่งเข้าชนกับสองผู้เล่นที่พุ่งนำเข้ามาอย่างจอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล อย่างจัง

มวลยิ่งมาก พลังงานจลน์ก็ยิ่งสูง

แม้ว่าเอเดนจะวิ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าทั้งสองคนมาก แต่เขาก็ยังต้องชะงักไปเล็กน้อยจากแรงปะทะที่เกิดขึ้น

นี่ขนาดเขาย่อตัวต่ำและเกร็งร่างกายเตรียมรับแรงกระแทกไว้แล้วนะ

แต่จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล กลับมีสภาพที่ย่ำแย่กว่ามาก

พวกเขาเหมือนคนที่วิ่งชนรถบรรทุก ร่วงลงไปกองกับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ

พรีเมียร์ลีกก็คือพรีเมียร์ลีกจริง ๆ

การปะทะที่ดุเดือดรุนแรงขนาดนี้ ผู้ตัดสินกลับไม่เป่านกหวีดฟาวล์เลยสักนิด

เอเดนที่ตั้งหลักได้ ก็พาบอลมุ่งหน้าไปยังกรอบประตูอีกครั้ง

เมื่อเผชิญหน้ากับจอร์แดน พิกฟอร์ด ที่ปรี่เข้ามาขวาง เอเดนก็ตัดสินใจสับไกยิงเรียดลอดหว่างขาของอีกฝ่ายจากมุมแคบ

ลูกบอลพุ่งทะลวงเข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างงดงามโดยไร้การขัดขวางใด ๆ

“ปรี๊ด!”

ผู้ตัดสินเป่านกหวีด ยืนยันว่าประตูนี้เป็นผล

ในชั่วพริบตา เอติฮัด สเตเดียม ก็ระเบิดเสียงเชียร์ดังกึกก้องไปด้วยความคลุ้มคลั่ง

3–0!

เอเดนประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกด้วยการทำแฮตทริกได้อย่างสมบูรณ์แบบ!

“สวยงามมาก!”

“เข้าประตูไปแล้ว!”

“เข้าประตูไปแล้ว!”

“ยังคงเป็นเอเดนคนเดิม!”

“ยังคงอาศัยความได้เปรียบทางร่างกายล้วน ๆ!”

“นาทีที่ 35 ของการแข่งขัน!”

“เอเดนทำประตูเพิ่มได้อีกลูก ผงาดทำแฮตทริกในเกมนัดประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก!”

“เอเดนกลายเป็นนักเตะคนที่สองที่สามารถทำแฮตทริกได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก!”

“คนก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปในเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1996-1997 ที่มิดเดิลส์เบรอเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูลนู่นเลยครับ!”

“ตอนนั้น ‘ไอ้หงอก’ ฟาบรีซีโอ ราวาเนลลี ทำประตูได้ในนาทีที่ 26, 36 และ 81 ช่วยให้เจ้าบ้านแบ่งแต้มจากลิเวอร์พูลไปได้!”

“เมื่อเทียบกับราวาเนลลีแล้ว เอเดนใช้เวลาทำแฮตทริกได้รวดเร็วกว่ามาก!”

“และเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะสร้างสถิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน อย่างการเหมา 4 ประตูในเกมนัดประเดิมสนาม!”

【ลูกยิงเมื่อกี้ดูแล้วสะใจชะมัด! โดยเฉพาะตอนที่ชนจอห์น โอเช กับลี แคตเทอร์โมล กระเด็นน่ะ ฉันนี่ฮาก๊ากเลย!】

【ไอ้สองคนนั้นจากซันเดอร์แลนด์สมควรโดนแล้ว! นึกว่าเอเดนเป็นเหมือนคริสเตียโน โรนัลโด ตอนย้ายมาพรีเมียร์ลีกใหม่ ๆ รึไง ที่นึกอยากจะเตะก็เตะได้ตามใจชอบน่ะ!】

【ก็มีแต่พรีเมียร์ลีกนี่แหละ ถ้าเป็นลีกอื่น การเข้าสกัดแบบตั้งใจชนคนแบบนั้น โดนเป่าฟาวล์ไปนานแล้ว!】

【คิดอะไรอยู่เนี่ย เม้นบน! การฟาวล์แบบตั้งใจขวางคน ในสถานการณ์ที่ฝ่ายรุกได้เปรียบแบบนั้น ไม่มีกรรมการลีคไหนเขาเป่าหยุดเกมหรอก!】

【ก็ไม่แน่หรอกนะ ถ้าไปเจอกรรมการมือสมัครเล่นเข้า พวกเขาก็อาจจะเป่าก็ได้! อย่างเช่น…】

จบครึ่งแรก

สกอร์ 3–0

ถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดแชมเปญฉลอง แต่ผลการแข่งขันก็เป็นที่แน่ชัดแล้ว

แฮตทริกตั้งแต่นัดประเดิมสนาม

นี่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองสำหรับเอเดน

ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีด เอเดนก็รีบวิ่งไปที่ริมสนาม แล้วทิ้งรอยไถลสไลด์เข่าสี่เส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาไว้บนผืนหญ้าเอติฮัด สเตเดียม เป็นครั้งแรก

พอการสไลด์เข่าหยุดลง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็พุ่งเข้ามาแทกเกิลเขาล้มลงกับพื้นทันที

ตามมาด้วยอเกวโร, เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา และคนอื่น ๆ ที่วิ่งเข้ามาทับถมกันเป็นชั้น ๆ

ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะอยู่สโมสรไหน การกระโดดทับกันเป็นกองทัพมด ก็ยังเป็นท่าดีใจภาคบังคับสำหรับนักฟุตบอลอยู่ดี

สกอร์ 3–0 อาจจะยังไม่ถือว่าถล่มทลายนัก แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยลบคำสบประมาทที่ว่าเขาเก่งแต่ “จอดรถบัส” ได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดการทีมอย่างมูรินโญจึงวิ่งเข้ามาร่วมแจม แล้วกระโดดขึ้นไปทับอยู่บนสุดของกองทัพมดด้วย

เมื่อมองดูนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่กำลังฉลองกันอย่างชื่นมื่น เดวิด มอยส์ ก็หมดสิ้นซึ่งความโกรธเกรี้ยวใด ๆ แล้ว

ลูกทีมของเขาทำตามแทคติกได้ดีเยี่ยมแล้ว

ในจังหวะป้องกันลูกสุดท้าย จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล ก็ดุดันมากพอแล้ว

ถึงขนาดจงใจพุ่งเป้าไปที่คนแทนที่จะเป็นบอลด้วยซ้ำ

แต่ก็ยังหยุดหมอนั่นไม่ได้อยู่ดี

เมื่อต้องเผชิญกับสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสัตว์ประหลาดเช่นนี้ หากไม่วางแทคติกรับมือโดยเฉพาะ และจัดกองหลังจอมเสียบสัก 2-3 คนมาคอยตามประกบ ทีมธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีทางหยุดเขาได้หรอก

จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล ยังคงนอนกองอยู่ในกรอบเขตโทษ

การปะทะเมื่อครู่นี้รุนแรงมาก แต่โชคดีที่ทั้งคู่กระดูกแข็งพอเลยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

ทว่า อาการปวดเมื่อยและมึนงงก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

ทั้งสองคนนอนนิ่งอยู่ในกรอบเขตโทษเป็นนาที กว่าจะลุกขึ้นมาได้โดยมีทีมแพทย์คอยพยุง

จอห์น โอเช และลี แคตเทอร์โมล สบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความขมขื่น

“สภาพร่างกายแบบนี้มันบ้าเกินไปแล้ว! ไอ้หมอนี่มันมาจากจีนจริงดิ?”

การฉลองของแมนเชสเตอร์ ซิตี กินเวลานานกว่าหนึ่งนาที

ทว่า ทีมซันเดอร์แลนด์ที่ตามหลังอยู่ กลับไม่มีทีท่าว่าจะเร่งรัดอะไรเลย

แถมยังไปยืนคุยกับผู้ตัดสินหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

แม้แต่ตอนที่ผู้ตัดสินกำลังจะเป่าเรียกเอเดนและคนอื่น ๆ ให้กลับไปประจำที่เพื่อเริ่มเกม พวกเขาก็ยังหาข้ออ้างร้อยแปดมาถ่วงเวลาไว้

ถ้าได้เล่นน้อยลงไปสักนาที พวกเขาก็ยอมล่ะวะ!

ขืนปล่อยให้เกมไหลลื่นแบบนี้ ใครจะรู้ล่ะว่าไอ้สัตว์ประหลาดฝั่งตรงข้ามจะทำประตูได้อีกกี่ลูก

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 291 แฮตทริกเปิดซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว